วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย

นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย สมัยพิเศษ ที่สาธารณรัฐอินเดีย เพื่อติดตามและผลักดันความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน พร้อมทั้งแสวงหาและพัฒนาความร่วมมือใหม่ระหว่างไทยกับบังคลาเทศในโอกาสเยือนสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศอย่างเป็นทางการ



การประชุมอาเซียน-อินเดีย สมัยพิเศษ ที่กำลังที่มีขึ้นที่กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ระหว่างวันที่ 20-21 ธันวาคมนี้ มีหัวข้อการประชุม คือ ความเป็นหุ้นส่วนอาเซียน-อินเดีย เพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน (ASEAN-India Partnership for Peace and Shared Prosperity)และจัดกิจกรรม ASEAN-India Car Rally 2012 เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 20 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดียด้วย โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และผู้นำอาเซียนอีก 9 ประเทศ รวมทั้งอินเดีย จะได้ใช้โอกาสนี้ ร่วมกันทบทวนความร่วมมือที่ผ่านมา เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในอนาคต และจะร่วมรับรองเอกสาร และประกาศวิสัยทัศน์ของผู้นำอาเซียน-อินเดีย(ASEAN-India Vision Statement)ที่จะทำให้เห็นทิศทางความสัมพันธ์ ของคู่เจรจานี้อย่างชัดเจน
อาเซียนกับอินเดีย เริ่มต้นความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการในปี 2535 ในลักษณะคู่เจรจาเฉพาะด้าน และยกระดับขึ้นเป็นคู่เจรจาอย่างสมบูรณ์เมื่อปี 2538 โดยความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย เป็นความสัมพันธ์อย่างรอบด้านในฐานะหุ้นส่วน การกำหนดแนวทางความร่วมมือระหว่างกันในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา และเห็นได้ชัดว่าในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ภารกิจและกิจกรรมที่อาเซียนและอินเดียทำร่วมกันเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
สำหรับประเทศไทย มีศักยภาพและพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงอาเซียนกับอินเดียในลักษณะ Land Bridge และร่วมมือในกรอบความร่วมมือต่างๆ ทั้ง BIMSTEC Mekong-Ganga และการใช้ประโยชน์สูงสุดจากความตกลง FTA อาเซียน-อินเดีย พร้อมทั้งสนับสนุนบทบาทภาคเอกชนสองฝ่ายในการขยายการค้าและการร่วมลงทุน
และการเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ นายกรัฐมนตรี จะใช้โอกาสนี้เดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศด้วย พร้อมทั้งเป็นการร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างกันในปีนี้ ซึ่งไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ต่อบังกลาเทศในลักษณะของการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา(Partner for Development Cooperation)เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน โดยทั้ง 2 ฝ่าย จะร่วมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าอีกหนึ่งเท่าตัวภายในปี 2559