วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555

จำคุกพธม.34ปีอุทธรณ์กลับคำตัดสินคดีขับรถชนตร.

ศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสินศาลชั้นต้นคดีแนวร่วมพันธมิตรฯขับรถพุ่งชนตำรวจในการชุมนุมหน้ารัฐสภาปี 2551 จากจำคุก 3 ปี ให้รอลงอาญา 2 ปี เป็นจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การมีประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 34 ปี อัยการชี้เป็นอุทธาหรณ์ให้แนวร่วมที่ชุมนุมทางการเมืองอย่าใช้ความรุนแรง อย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ ด้าน “สนธิ-จำลอง-พิภพ-สมเกียรติ” ถูกนำตัวฟ้องศาลคดีบุกเข้าทำเนียบรัฐบาล พ่วงคดีชุมนุมปิดล้อมรัฐสภาแล้ว ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานก่อนสืบพยานวันที่ 29 เม.ย. 2556 ขณะที่อดีตสมาชิกสภาเขตแนวร่วมเสื้อแดงถูกศาลลงโทษจำคุก 1 ปี ชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยุงยงให้ใช้ความรุนแรง


วันที่ 27 ธ.ค. 2555 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ ป.สัตยารักษ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 เปิดเผยถึงคดีที่ยื่นฟ้องนายปรีชา ตรีจรูญ แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานที่กระทำการตามหน้าที่ มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ใช้กำลังประทุษร้ายและกระทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง กรณีขับรถกระบะไล่ชนตำรวจที่ควบคุมการชุมนุมของพันธมิตรฯที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 ว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นจำคุก 3 ปี แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี อัยการจึงได้ยื่นอุทธรณ์ และขอให้ศาลเพิ่มโทษ
ล่าสุดวันที่ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิต เพราะเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยเป็นการพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตามหน้าที่ และจำคุก 1 ปี ฐานมั่วสุม แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์คงลดโทษ 1 ใน 3 คงรับโทษจำคุก 34 ปี
นายประยุทธกล่าวว่า คดีนี้เป็นอุทธาหรณ์ให้ประชาชนที่ร่วมชุมนุมทางการเมืองว่าควรปฏิบัติตามกฎหมาย ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ อย่าใช้ความรุนแรง อย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ เพราะหากถูกดำเนินคดีจะเดือดร้อน
ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ต.สุรพงษ์ สายวงศ์ อัยการฝ่ายคดีอาญา10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์กรณีร่วมกันบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล
ศาลได้สอบคำให้การ จำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจหลักฐานในวันที่ 29 เม.ย. 2556 ก่อนนัดสืบพยานทั้งสองฝ่ายต่อไป
วันเดียวกันนายชัยรัตน์ กรรนิการ์ อัยการฝ่ายคดีอาญา10 ยื่นฟ้องนายสนธิ นายพิภพ นายสมเกียรติ นางมาลีรัตน์ แก้วก่า อดีต ส.ว.สกลนคร และนายประพันธ์ คูณมี อดีตแกนนำ พธม. รุ่น 2 เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนอันมิใช่การกระทำตามรัฐธรรมนูญเพื่อติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน หรือข่มขืนใจใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล และเป็นหัวหน้ามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยมีอาวุธร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย กรณีชุมนุมปิดล้อมรัฐสภา
คดีนี้อัยการขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษและนับโทษนายสนธิจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีหมิ่นประมาท 4 สำนวน และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์อีก 1 สำนวน
ศาลได้สอบคำให้การ จำเลยทั้ง 5 ให้การปฎิเสธ จึงนัดตรวจหลักฐานในวันที่ 29 เม.ย. 2556
ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย ไพบูลย์ อดีตสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) บางบอน แนวร่วมคนเสื้อแดง ฐานชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย. 2553
ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าไม่เป็นการชุมนุมโดยสงบ ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่ ปลุกระดมให้ผู้ชุมนุมต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ให้จำคุก 1 ปีไม่รอลงอาญา หลังศาลตัดสินจำเลยยื่นหลักทรัพย์ 100,000 บาท ขอประกันตัวสู้ในชั้นอุทธรณ์