วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

ผู้ว่าฯ กทม.รับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอ.


ผู้ว่าฯกทม.เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน DSI กรณีต่อสัญญาสัมปทานส่วนต่อขยายรถไฟฟ้ากทม.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และ นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยข้าราชการ และอดีตข้าราชการ กทม. เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีความผิดฐานร่วมกันประกอบกิจการรถรางโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือได้รับสัมปทานจาก รมว.มท. กรณีการทำสัญญาว่าจ้างการให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการขนส่งมวลชนกทม. ระหว่างบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด มหาชน ซึ่งทาง กทม.ดำเนินการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าเพิ่มเติม 3 เส้นทาง นอกเหนือจากสัมปทานเดิมที่ กทม. ให้สัมปทานเดินรถไฟฟ้าแก่บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด มีระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปี 2542 ถึง 2572

คดีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังมีหนังสือแจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด และผู้บริหารบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด มหาชน ให้มารับทราบข้อกล่าวหาด้วยเช่นกัน

ขณะที่พันตำรวจโทถวัลย์ มั่งคั่ง ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ ในฐานะพนักงานสอบสวนคดีนี้ เปิดเผยว่า ขั้นตอนของการสอบสวนในวันนี้ จะเริ่มจากการแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกับพฤติกรรมให้ทราบว่า เข้าข่ายการกระทำผิดอย่างไร โดยผู้ถูกกล่าวหาสามารถปฏิเสธได้ แต่ต้องดูว่า มีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ ซึ่งการแจ้งข้อหาในครั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนได้หารืออย่างรอบคอบแล้ว และมองไม่เห็นว่า หลักฐานที่ทางกรุงเทพมหานคร ส่งมามีน้ำหนักหักล้างหลักฐานของ DSI ได้ โดยข้อเท็จจริงได้ยุติแล้ว และต้องต่อสู้ตามหลักกฎหมายว่าทาง กทม. และ 2 บริษัทเอกชนที่ถูกกล่าวหานั้น จะแถลงข้อเท็จจริงอย่างไร โดยการสอบสวนจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า บ่าย ตั้งแต่ 10.00 น.เป็นต้นไป จะเป็นผู้ว่าราชการ กทม. และรองผู้ว่าฯกทม. คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 12.00 น. ส่วนช่วงบ่ายจะเริ่มในเวลา 14.00 น. โดยจะสอบสวนผู้บริหารของบริษัทเอกชน ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่เหลืออีก 5 คน ได้ขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาออกไปก่อน

ทั้งนี้ที่บริเวณรอบๆ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีชาวบ้านเดินทางมาให้กำลังใจผู้ว่าฯกทม. พร้อมคณะที่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา โดยมีตำรวจนครบาล 2 จัดกำลังจำนวน 1 กองร้อย ทั้งในและนอกเครื่องแบบ พร้อมเจ้าหน้าที่ DSI วางแนวรั้วเหล็กกั้นไว้เป็นสัดส่วน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความวุ่นวาย