วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

"จาตุรนต์"กางแผนโค่นปชป. ดึงพลังเงียบเลือก"จูดี้" เข้าโค้งชิงผู้ว่าฯกทม.3มีนา56


ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ในโค้งสุดท้ายจะทำอย่างไรให้คว้าชัยในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เป็นครั้งแรก
หมายเหตุ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะทำงานด้านนโยบายหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ ?มติชน? ถึงยุทธศาสตร์การวางนโยบายและหาเสียงในช่วงเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เพื่อให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พท. ได้รับการเลือกตั้งจากคน กทม.
การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เวลามากพอสมควรกลายเป็นพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พท. คู่กับนายกฯ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. คู่กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป. ก็ยิ่งทำให้ พล.ต.อ.พงศพัศได้เปรียบ เพราะนายอภิสิทธิ์กำลังค่อนข้างตก ขณะที่นายกฯเป็นที่นิยมค่อนข้างมาก การหาเสียงนายกฯเน้นไม่ต้องตอบโต้ทางการเมือง ต้องหาเสียงเชิงสร้างสรรค์ ขณะที่นายอภิสิทธิ์จะตอดอยู่ตลอดเวลา โดยทั่วไปเดินหน้าไปอย่างนี้ น่าจะมีคะแนนห่างกันมากขึ้น พล.ต.อ.พงศพัศเป็นคนที่คิดอะไรมาก และคิดได้เร็วเข้าใจได้เร็ว สามารถชี้แจงสื่อสารกับคนได้ดีเข้าใจง่าย ตรงนี้โค้งสุดท้ายทำอย่างไรให้นโยบายที่ดีกับความเป็นตัวของ พล.ต.อ.พงศพัศมีข้อได้เปรียบ จะเห็นว่า พท.มาเล่นเกมนโยบาย เน้นนโยบายทำเป็นเรื่องใหญ่ๆ ทาง ปชป.ก็มีการทำตามมีการแถลงนโยบายเรื่องใหญ่ๆ ยังไงก็ยังคิดว่า พล.ต.อ.พงศพัศได้เปรียบเพราะเราคิดว่าคิดมาได้ดีกว่า

ที่นายกฯเป็นห่วงมากคือ อย่าให้ผิดกฎหมายอย่าให้แพ้ฟาวล์ไปเสียก่อน โจทย์คือไม่ใช่ทำยังไงให้ชนะเลือกตั้ง แต่ถ้าชนะแล้วจะรักษาความน่าเชื่อถือ พล.ต.อ.พงศพัศไว้นานๆ ได้อย่างไร เราคิดว่านโยบายมันคิดมาดี แล้วก็สามารถทำได้จริง อีกอย่างเมื่อ พท.มาคิดจริงจังมีเครดิตที่เป็นพรรคการเมืองสายพันธุ์พรรคไทยรักไทย (ทรท.) ก็มีแง่ดีด้านนี้ตั้งแต่ ทรท.ทำมาจนถึง พท. ที่นายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาลยังไม่เคยเสียชื่อในเรื่องเสนอนโยบายแล้วไม่ทำจริง หรือทำไม่ได้ ทำไม่ได้จริง คนจะมีความต่างเท่านั้นว่าเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่จะไม่มีข้อตำหนิว่าเสนอนโยบายแล้วไม่ทำจริง แล้วทำไม่ได้จริง ในแง่นี้เมื่อ พท.เข้ามาเต็มตัวคนในรัฐบาลมาช่วยระดมความคิดก็ทำให้มีหลักประกันมากขึ้นว่านโยบายที่แถลงไว้จะทำได้จริง

แม้ พท.จะวางนโยบายไว้ 4 ด้านจะทำอย่างไรให้เกิดความได้เปรียบกว่า ปชป.ที่ชูแคมเปญโค้งสุดท้ายว่ามาสานต่อ ทำต่อในสิ่งที่เคยบริหารมา

ขณะนี้ ปชป.เสนอเรื่องสานต่อ ผมคิดว่าสำหรับแฟน ปชป.นิยม ปชป.จริงๆ จะขายได้ความคิดนี้จะขายได้ ถ้าคนโดยทั่วไปโดยเฉลี่ยเราจะดูจากโพลก็ได้ จะมีความรู้สึกว่า ปชป.เป็นผู้ว่าฯกทม.มานาน อะไรก็เหมือนเดิมไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง จะเป็นเรื่องความเคยชินยังไงก็ชนะ เป็นนานไม่ใช่ปัญหาถ้ายิ่งทำยิ่งดี คนจะเลือกต่อ พอเป็นนานทำอะไรด้วยความเคยชินไปเรื่อยๆ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ก่อนเป็นผู้ว่าฯกทม.เคยเสนอจะทำทันที 30 กว่าเรื่อง ถ้าไปไล่ดูจะพบว่ามันไม่ไปถึงไหนหลายเรื่องมาก ดังนั้น ที่ว่าสานต่อ จะสานต่ออะไร ผมเชื่อว่าในหลายๆ เรื่องมันถ้าสานตะกร้ายังไม่ขึ้นโครง จะสานต่อยังไง และโครงที่ขึ้นไว้ก็จำกัดหลายเรื่อง

สานต่อของ ปชป.ถ้าตั้งคำถามดีๆ คือสานต่ออะไรทุกอย่างจะกลายเป็นเหมือนเดิม ขณะที่ กทม.ต้องการความเปลี่ยนแปลงในแง่ความต้องการประชาชนและประเทศต้องเปลี่ยนการเป็นประชาคมอาเซียน ดังนั้น เรื่องสานต่อ ถ้า พท.และ พล.ต.อ.พงศพัศชี้แจงให้ดีถึงความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ผมเชื่อว่าโค้งสุดท้ายเรื่องการเปลี่ยนแปลงจะมีผลต่อผู้ลงคะแนน โดยเฉพาะผู้ลงคะแนนกลางๆ ที่อยากให้ กทม.ดีขึ้น และอาจจะไม่คิดเรื่องการเมืองใหญ่ระหว่างพรรคเท่าใดในส่วนนี้เรื่องการเปลี่ยนแปลงจะมีผล

ตัวแปรอย่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน กทม.ถ้าออกมาน้อยหรือมากจะส่งผลอย่างไรต่อ พท.

ถ้าออกมาน้อยจะส่งผลเสียต่อ พท. จะเสียเปรียบเพราะต้องยอมรับว่าฐานเสียง ปชป.ใหญ่กว่าการจัดตั้งดีกว่า และมีความได้เปรียบจากการเป็นแชมป์เก่าเป็นผู้ว่าฯกทม.มานานอยู่กลไกมานาน ถ้าคนมาลงคะแนนมากๆ โดยเฉพาะคนกลางๆ คนกลางๆ ทางการเมือง และคนรุ่นใหม่ เด็กและเยาวชนถ้ามาลงมาก พล.ต.อ.พงศพัศจะได้เปรียบ เพราะเราเชื่อว่า พล.ต.อ.พงศพัศทำนโยบายได้ดีกว่าเป็นจริงได้มากกว่า แต่คุณสมบัติส่วนตัว พล.ต.อ.พงศพัศได้เปรียบมาก ยิ่งมีโอกาสพูดผ่านสื่อได้พบกันระหว่างการหาเสียงก็มีข้อจำกัดทำได้น้อย ถึงขยันอย่างไรก็ทำได้น้อย ถ้าเทียบกับผู้มีสิทธิออกเสียงยิ่งมีโอกาสให้คนเห็นบุคลิกได้ศึกษาถึงความรู้ประสบการณ์ตั้งใจมีวิสัยทัศน์ ประสานฝ่ายต่างๆ ได้คิดอะไรเร็ว นำเสนอได้ดี เข้าใจว่าต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และสด ถึงลูกถึงคนได้เร็วฉับไว ยิ่งนำเสนอมาก คนกลางๆ ทางการเมือง ชนชั้นกลาง คนเยาวชนหนุ่มและสาวสมัยใหม่ พล.ต.อ.พงศพัศยิ่งได้เปรียบ ถ้าคนสูงอายุ พล.ต.อ.พงศพัศเข้าถึงตรงไหนได้เปรียบที่นั่น เพราะ พล.ต.อ.พงศพัศทำงานกับคนเหล่านี้มานานจากชีวิตราชการต้องเจอคนลำบาก คนแก่ถูกทอดทิ้ง โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ มีคดีสะเทือนใจต้องไปเยี่ยม เข้าถึงคนเหล่านี้ได้ง่าย

แสดงว่า พท.ก็กังวลกับขุมกำลังฐานเสียงของ ปชป.ใน กทม.เป็นพิเศษจึงต้องระดมอาสาสมัครไปเฝ้าระวังการโกงเลือกตั้ง

จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาใน กทม. มันสอนเราอย่างนั้น หรือคอการเมืองทั้งหลายก็จะมีความรู้สึกความเชื่ออย่างเดียวกันว่า พอใครคุมกำลังของ กทม.ได้นานๆ ก็จะมีบทบาทความสามารถในการที่จะให้คุณให้โทษ เพราะว่าเจ้าหน้าที่เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ตอนนี้ต้องดูว่าจะให้เจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ เป็นกรรมการได้มากน้อยแค่ไหน ยังไงก็ต้องดูทั้งกรรมการผู้สังเกตการณ์เฝ้าระวังหน่วยเลือกตั้ง คือการทุจริตการโกงเลือกตั้งอาจไม่ถึงมากมาย แต่เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกที่สูสี เป็นพันเป็นหมื่นคะแนนก็มีความหมาย

แต่ถ้า ปชป.ยกวาทกรรมในอดีตขึ้นมาโจมตี พท.เพื่อกระทบชิ่งไปยังตัว พล.ต.อ.พงศพัศให้คะแนนนิยมลดลงในช่วงโค้งสุดท้าย

เราเชื่อว่า พล.ต.อ.พงศพัศนำเสนอได้ดีกว่า การที่ ปชป.หาแง่มุมมาโจมตีเปิดประเด็นทางการเมืองเป็นระยะ แม้จะมีประเด็นทางการเมืองแปลกๆ ทางการเมืองระดับชาติไม่น่าเป็นประเด็นได้ก็มาเป็นช่วงนี้ ถ้าช่วงโค้งสุดท้ายประมาทไม่ได้ต้องเฝ้าระวังต้องเตรียมคนชี้แจง ผมคิดว่าถ้าจะเป็นประเด็นได้ก็จะเป็นประเด็นวูบวาบที่อาจจะหวังผลเปิดประเด็นมาชี้แจงไม่ทัน ถ้าดูตามเนื้อผ้าความเป็นจริง ไม่น่าจะมีอะไรชี้แจงหรือตอบโต้ไม่ได้

โพลออกมาหลายสำนัก ตั้งแต่โค้งแรกจนกำลังจะเข้าสู่โค้ง 2 สัปดาห์ที่เหลือเท่าที่ดู พล.ต.อ.พงศพัศอาจมีคะแนนนิยมเหนือกว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ 10% พรรคประเมินได้หรือยังจะแปรเป็นคะแนนจริงและจะชนะห่างกันเท่าไร

ถ้าไม่มีอะไรพลิกผันมากๆ เราไม่รู้ว่า ปชป.จะงัดอะไรออกมาทีเด็ดหรือไม่ เราจะต้องระวังเหมือนกัน และทาง พล.ต.อ.พงศพัศไม่พลาดมาก จากการหาเสียงเดินไปอย่างนี้เน้นเรื่องนโยบายตีให้แตก เราเหนือกว่าทำได้จริง ในแง่ตัวบุคคลเราเหมาะสมกว่า ถ้าทำได้อย่างนี้ต่อเนื่องไปเชื่อว่าคะแนนนิยมจะยิ่งห่างออกไปอีก แต่ 10% เป็นเรื่องประมาทไม่ได้แม้การเลือกตั้งจะแข่งกันหลักๆ 2 คน ถ้าคนเปลี่ยนใจ 6% ก็แพ้แล้ว อีกข้างเหลือ 4% ก็กลายเป็นแพ้ ยังประมาทไม่ได้

อะไรคือสิ่งที่ทำให้คน กทม.มั่นใจและมีความหวังว่าอนาคตชีวิตคน กทม.จะดีขึ้นหากได้ผู้ว่าฯกทม.ที่ชื่อ พล.ต.อ.พงศพัศ

ถ้าจะบอกคน กทม.ให้สบายใจ ให้ พล.ต.อ.พงศพัศเป็นผู้ว่าฯกทม.และดีกว่า เพราะ ปชป.เป็นผู้ว่าฯกทม.มานานแล้วอะไรก็เหมือนเดิม คล้ายว่าไม่ต้องแข่งกับใครเท่าไร ทำอะไรด้วยความเคยชินมากเกินไป ในขณะที่ พท.ตั้งแต่ ทรท.มาไม่เคยมีใครมาเป็นผู้ว่าฯกทม.เลย มันเป็นด้วยความยาก ถ้าจะได้มาก็ได้ด้วยความยาก ในแง่ พล.ต.อ.พงศพัศอายุยังไม่มาก มันเป็นการเดิมพันชีวิตอนาคตของเขา ส่วนพรรคและคนในรัฐบาลก็เดิมพันได้ทุ่มเทมาช่วยอาสา ถ้า พล.ต.อ.พงศพัศเป็นผู้ว่าฯกทม. ผมเชื่อว่า พท.ก็คงต้องพยายามสนับสนุนเต็มที่ ต้องทำให้เป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่เพราะโยงการเมืองใหญ่ไม่ใช่คิดว่าให้ได้ผู้ว่าฯกทม.สักครั้ง คิดอย่างนี้ไม่ได้ทำยังไงจะรักษาเหมือนนายกฯพยายามพูดในการทำนโยบายทำยังไงทำให้ได้จริงและจะรักษาความน่าเชื่อถือของพรรค รักษาความเป็นที่นิยมของ พล.ต.อ.

พงศพัศ และพรรคให้ได้นานๆ แต่ก็เป็นการลองใช้คนที่มีประสบการณ์ใช้พรรคการเมืองที่มีประสบการณ์มีผลงานเป็นที่ยอมรับและความพร้อมที่จะทำงาน เพียงแต่ว่ายังไม่เคยได้ทำมาก่อน





(ที่มา:หน้า 11,มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556)