วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

รวบนักวิชาการติดสติ๊กเกอร์ "เผาบ้านเผาเมือง" บนป้ายหาเสียง "พงศพัศ"


ตำรวจควบคุมตัวนักวิชาการด้านการศึกษา สังกัดกทม. เดินติดสติ๊กเกอร์ "เราไม่เลือกผู้ว่าฯสร้างภาพ - เผาบ้านเผาเมือง" บนป้ายหาเสียงพงศพัศ สารภาพทำคนเดียวไม่มีใครจ้าง เหตุเพราะไม่ชอบพรรคเพื่อไทย ด้าน "พร้อมพงษ์" เชื่อมีคนอยู่เบื้องหลัง จี้เจ้าหน้าที่สอบสวนขยายผล

ช่วงค่ำของวานนี้ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ ร.ต.ท.นิติธร พิมพ์คำ รอง สวป.สน.พหลโยธิน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจพื้นที่ เฝ้าระวังป้องกันเหตุช่วงการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระหว่างออกตรวจไปถึงบริเวณป้ายรถประจำทาง ปากซอยลาดพร้าว 45 ถ.ลาดพร้าว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. พบเห็นชายท่าทางมีพิรุธบริเวณป้ายหาเสียงของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. สังกัดพรรคเพื่อไทย จึงเข้าตรวจสอบพบว่าชายดังกล่าวกำลังติดแผ่นสติ๊กเกอร์ซึ่งมีข้อความว่า "เราไม่เลือกผู้ว่าฯสร้างภาพ" และ "เผาบ้านเผาเมือง" บริเวณป้ายหาเสียง จึงเข้าควบคุมตัวทราบชื่อต่อมาคือนายหทัยวุฒิ สายทอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่189/170 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นนักวิชาการศึกษา 5 สำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.) กรุงเทพมหานคร เขต 2 โรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์

ภายในกระเป๋าสะพายยังพบแผ่นสติ๊กเกอร์ขนนาดต่างๆ มีข้อความ"เราไม่เลือกผู้ว่าฯสร้างภาพ ,เผาบ้านเผาเมือง และรูปพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมข้อความทักษิณติดคุก" อยู่ในกระเป๋าประมาณ 50 แผ่น เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.พหลโยธิน

โดยนายหทัยวุฒิ ให้การว่า เป็นนักวิชาการด้านการศึกษา สติ๊กเกอร์ดังกล่าวทำคนเดียว ไม่มีใครว่าจ้าง ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด โดยเพิ่งเริ่มทำได้ 4-5 วัน ใช้เวลาช่วงเย็นหลังเลิกงานนั่งทำข้อความและปริ้นใส่แผ่นสติ๊กเกอร์อยู่ที่ทำงาน และเพิ่งนำสติ๊กเกอร์มาติดที่ป้ายหาเสียงพรรคเพื่อไทยเวลาประมาณ 20.00 น. ที่ทำรู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ไม่ชอบพรรคเพื่อไทย จึงต้องการแสดงออกลักษณะนี้เพื่อให้คนได้รับรู้ ถ้าไม่ทำหรือไปติดที่อื่นก็จะไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น

ต่อมาเวลา 22.00 น. นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายัง สน.พหลโยธิน เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าว

นายพร้อมพงษ์ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแน่นอน ตามมาตรา 57 โดยเป็นการใส่ร้ายป้ายสี อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องหารือกับพล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากเป็นผู้ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ว่าจะเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ด้วยตัวเอง หรือจะมอบหมายมอบอำนาจให้คนภายในพรรคมาดำเนินการแทน และส่วนตัวเชื่อว่านายหทัยวุฒิไม่น่าจะทำเรื่องนี้เพียงลำพังคนเดียว น่าจะมีขบวนการหรือมีผู้อยู่เบื้องหลัง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวน และสืบขยายผลให้ชัดเจน