อธิบดีดีเอสไอ เตรียมส่งหนังสือเชิญผู้เกี่ยวข้องโครงการสร้างสถานีตำรวจทดแทน ทั้งอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองนายกรัฐมนตรี เชื่อว่านอกจากมีความผิดฮั้วประมูลแล้ว อาจผิดฐานฉ้อโกงเพิ่ม
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนเองได้อนุมัติให้สอบสวนกรณีการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน จำนวน 396 แห่ง วงเงิน 5,848 ล้านบาท และการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 แห่ง วงเงิน 3,709 ล้านบาท เป็นคดีพิเศษ ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือฮั้วประมูล รวมถึงอนุมัติให้ดำเนินการสืบสวนโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนที่อาจเข้าข่ายความผิดฉ้อโกง โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 - 50 วัน ซึ่งในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ จะทำหนังสือเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนคอนสตรัคชั่น จำกัด และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลทั้งหมดนายธาริต ยังกล่าวว่า พฤติการณ์ที่ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายความผิดฮั้วประมูล เนื่องจากบริษัทที่ชนะการประมูลเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 540 ล้านบาท เสนอราคาต่ำกว่าบริษัทคู่แข่ง 247 ล้าน ทำให้ไม่มีบุคคลอื่นแข่งขันราคา รวมถึงมีการสั่งยกเลิกการประมูลรายภาคมาจัดสร้างรวมกันในครั้งเดียว และเมื่อชนะการประมูลแล้วกลับอนุมัติเบิกเงินล่วงหน้าเต็มวงเงินร้อยละ 15 คือ ประมาณ 877 ล้านบาท ซึ่งปกติแล้วการเบิกเงินล่วงหน้าจะอนุมัติให้เบิกเงินเพียงร้อยละ 5 - 8 เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการจ้างช่วงกับผู้รับเหมาซึ่งผิดสัญญา ทำให้เกิดการทิ้งงาน สร้างไม่แล้วเสร็จ บางแห่งยังไม่เริ่มก่อสร้าง ส่วนกรณีความผิดฉ้อโกงนั้น เชื่อว่าจากพฤติการณ์ดังกล่าว บริษัท พีซีซี มีเจตนาหลอกลวงหน่วยงานราชการตั้งแต่ต้น เพราะไม่สามารถก่อสร้างสถานีตำรวจได้แล้วเสร็จตามสัญญาอยู่แล้ว และยังมีการบิดราคาที่ต่ำมากต้องการเพียงชนะการประมูล เพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญาและเบิกเงิน 2 งวด โดยไม่ได้มุ่งหวังก่อสร้างจริงตามสัญญา