แล้วเมื่อวานที่ผ่านมา ศึกการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ดอนเมือง ระหว่าง คู่ปรับตลอดกาล "ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย" ก็จบลง ด้วยชัยชนะ อันหอมหวาน เป็นของฟากฝั่ง พรรค"พระแม่ธรณีบีบมวยผม"เมื่อ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ (อี้) ผู้สมัครของพรรค ปชป. มีชัยชนะ เหนือ นายยุรนันท์ ภมรมนตรี (แซม) ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยด้วยคะแนน (ไม่เป็นทางการ) สุดสูสี สู้กัน ชนิดใจหายใจคว่ำ 32,710 ต่อ 30,624 คะแนน และยังนับเป็นครั้งแรกที่ พรรค ปชป.ได้ ส.ส.ในเขตดอนเมือง ในรอบถึง 37 ปี เลยทีเดียว
โดย นายแทนคุณ เมื่อทราบผลว่า ตนเองได้รับชัยชนะ ก็เปิดแถลงข่าวทันที ยืนยันว่า จะขอทำงาน เป็นปากเป็นเสียงให้คนดอนเมือง ให้ดีที่สุด ขณะที่ นายยุรนันท์ ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้เช่นกัน เพียงแต่มั่นใจว่า ที่ต้องพ่ายแพ้เลือกตั้งครั้งนี้ เหตุเพราะตนมีเวลาหาเสียงในพื้นที่น้อยเกินไป เพียงแค่ 18 วัน เท่านั้น จากนี้ไปพรรคเพื่อไทย ต้องกลับไป วิเคราะห์ถึงสาเหตุการพ่ายแพ้ครั้งนี้อย่างละเอียดว่า มาจากเหตุผลใดกันแน่
แม้เขตดอนเมือง จะเป็นเพียงพื้นที่หนึ่งในจำนวน 50 เขตของ กทม. แต่การพ่ายแพ้ในพื้นที่ดอนเมืองครั้งนี้ แน่นอนว่า ย่อมต้องส่งผลสะเทือนมีนัยทางการเมืองต่อเพื่อไทยและรัฐบาลไม่น้อย โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้งของ กทม. เนื่องจาก ดอนเมือง ถือได้ว่า เป็นพื้นที่ฐานเสียงที่สำคัญของเพื่อไทยมาทุกยุคทุกสมัย แต่กับการพ่ายอย่างฉิวเฉียดในครั้งนี้ ถ้าหากจะให้วิเคราะห์กัน เชื่อได้ว่า เหตุผลหนึ่งที่มีส่วนสำคัญทำเพื่อไทยพ่าย เนื่องมาจากการเกิดวิกฤติศรัทธาในการบริหารงานของรัฐบาลหลายเรื่องที่ผ่านมา ทั้งกรณี น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน ค่าครองชีพประชาชนถีบตัวพุ่งขึ้นสูง ฯลฯ
แล้วก็ยิ่งชัดเจนกับตัวเลขของ"สวนดุสิตโพล"ที่ชี้ว่า เรื่องที่ทำให้เกิดการสั่นคลอนต่อเสถียรภาพ ความมั่นคงของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มากที่สุดในขณะนี้ คือ กรณีการ"รับจำนำข้าว"ที่ประชาชนมากถึง 47.52% ออกมาระบุว่า เห็นความไม่โปร่งใส โดยที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไล่มาตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี มาจนถึง รมว.พาณิชย์ ก็ไม่สามารถบอกตัวเลขการขาดทุน 2.6 แสนล้านบาทได้ ติดตามมาด้วย การแก้ปัญหาสินค้าแพง ค่าครองชีพสูง ปัญหาไฟใต้ กรณีการประท้วงของกลุ่ม หน้ากากขาว-หน้ากากแดง เรื่อยมา จนถึง การเสียชีวิตของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจ และเจ้าของเว็บไซต์"ไทยอินไซเดอร์"ชื่อดัง ที่มีความพยายามจากฝั่งตรงข้ามรัฐบาลลากมาเชื่อมโยงกับการเมืองแบบเต็มๆ
เรียกว่า ช่วงนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดน"จองกฐินสามัคคี"จากทั่วทุกสารทิศเลย ก็แล้วกัน ถึงแม้ฟากฝั่งรัฐบาล จะพยายามใช้ทุกองคายพ ที่มีอยู่ในมือ ทั้งอำนาจรัฐ ฐานมวลชนเข้าช่วยช่วยแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมา หากไม่เป็นการหลอกตัวเอง ก็ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ต่างๆ ยังไม่ดีขึ้น นับวันกลับยิ่งเห็นแนวโน้มแบบที่ชาวบ้านชอบเรียกว่า"สาละวันเตี้ยลง"ไปเรื่อยๆ
ยิ่งถ้าสังเกตให้ดี ความเชื่อมั่นของ"รัฐบาลปู"ที่มีอยู่สูงสุด ตั้งแต่ช่วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ เดือน ส.ค. ปี 2554 ก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด ไล่มาตั้งแต่เหตุการณ์เกิดมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งทำความเสียหายให้ประเทศเป็นประวัติศาสตร์ เป็นจำนวนเงินมากถึง 1.4 ล้านล้านบาท ปัญหาความเป็นห่วงการทุจริตของภาคประชาชน ทั้งกรณีการเตรียมใช้เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทของโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ไปจนถึง โครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ เรื่อยมา จนถึงโครงการรับจำนำข้าว ที่มีข่าวรัฐเสียหายมากถึง 2.6 แสนล้าน ซึ่งมาโด่งดังในช่วงนี้
ยังไม่พอ ต้องมาเจอมรสุม ความน่าเชื่อถืออีกระลอก กับกรณี การเร่งไขปริศนาการเสียชีวิตของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ที่ต้องยอมรับว่า มีผู้คนในสังคมจำนวนไม่น้อย ตั้งข้อสังเกต และดูเหมือนไม่ค่อยเชื่อถือ การสรุปสาเหตุการตายนายเอกยุทธ ของผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลบางคน รวมไปถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การนำของ ผบช.น. ทั้งหมดทำให้เกิดปัญหา"วิกฤติ"ความน่าเชื่อ ของรัฐบาลนายกฯ"ปู"อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
แต่ฝ่ายค้านอย่างพรรค ปชป.เอง ก็ต้องระมัดระวังตัว เพราะ ผลโพลชี้ชัด เช่นกันว่า สาเหตุ ที่ทำให้ประชาชน มีความเชื่อมั่นต่อ ฝ่ายค้าน “ลดลง” ก็คือ การค้านดะ ไปเสียทุกเรื่อง ทำให้ภาพลักษณ์ ดูไม่ดี ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หรือ กรณีกล่าวหารัฐบาล โดยไม่มีหลักฐานชัดเจน หรือจะเป็นการเล่นเกมการเมืองมากเกินไป ความไม่ร่วมมือกันในการแก้ปัญหาไฟใต้ เพราะต้องไม่ลืมว่า พรรค ปชป.นั้น ครองเสียง ส.ส.ในพื้นที่มากที่สุด แต่ที่ผ่านมาก็ไม่สามารถแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างได้ผล ถึงแม้สมัยที่ตัวเองเป็นรัฐบาลก็ตาม และประการสุดท้าย การทะเลาะเบาะแว้งกับรัฐบาลแบบไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งถ้าคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์พรรคพวกตัวเอง ก็จะยิ่งทำให้ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่าย
ดังนั้นเป็นจุดอ่อนที่พรรค"พระแม่ธรณีบีบมวยผม"จำเป็นต้องรีบแก้ไข หากคิดว่าจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลในอนาคต...