จาตุรนต์ - วราเทพ
จับซิกสัญญาณจาก 2 มือเก๋าทางการเมืองของรัฐบาล
นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ รมช.เกษตรฯ ในฐานะหัวขบวนคุมเกมกฎหมายการเงินของรัฐบาล กับ “เดอะอ๋อย” นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหอกทีมยุทธศาสตร์การเมืองของพรรคเพื่อไทย
ประสานเสียงตรงกันเป็นโทนเดียว
ฟันธงกฎหมายการเงินทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 และร่าง พ.ร.บ.
ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะแล้วเสร็จไม่ทันคิวประชุมสภานัดแรก วันที่ 7 สิงหาคม
โดยจะเสนอวิปรัฐบาลให้วางคิวเสนอสภาฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ก่อนร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากต้องใช้เวลานับสิบๆวันในการพิจารณา
สรุปต้องปล่อยไปตามวาระของสภาฯ
นั่นก็หมายความว่าระหว่างร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดง นปช.ที่จ่ออยู่ในคิวแรก หรือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราที่เสร็จขั้นตอนการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการฯ
จะหยิบอันไหนมาเล่นก่อนก็ได้
แต่ก็เป็นนายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ส.ว.ชลบุรี เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ที่ยอมรับว่าได้รับการประสานจากวิปรัฐบาล จะเปิดประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 6–7 สิงหาคม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภา
ข้อมูลตรงกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดักคอในรายการทีวีช่องบลูสกาย ได้ข่าวแว่วๆว่าการประชุมสภาในวันที่ 7 สิงหาคมจะเป็นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่มาของ ส.ว.
เอาเป็นว่าประเมินตามเกม อ่านกันตามเดิมพัน
รายการแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะแทรกคิวมาคั่นเวลา ตัดหน้ากฎหมายนิรโทษกรรม
ที่ตามเงื่อนไขแล้วยังไม่น่าลุยถั่ววัดดวงกันตั้งแต่ประชุมสภาฯ นัดแรก
รัฐบาลไม่จำเป็นต้องเสี่ยงในสถานการณ์ที่ยังมีไพ่ให้เล่นอยู่ในมือ
โดยเฉพาะในปรากฏการณ์ที่ทุกฝ่ายเริ่มพูดจาในเรื่องเดียวกัน
ชัดเจนสุด ประเมินจากท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ลดโทนร้อนๆลงไป จากที่เคยประกาศค้านหัวชนฝา ไม่เอาด้วยกับการนิรโทษกรรม อาละวาดเขวี้ยงแฟ้ม ปาหน้าประธานสภาฯ ฉุดกระชากลากเก้าอี้กันแบบไม่อาย ยอมเสียภาพพจน์เพื่อสกัดกันแบบสุดกำลัง
แต่มาถึงรอบนี้โดดร่วมวง “ชงเอง” เลย
ตามจังหวะล่าสุดที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับประชาธิปัตย์เข้าร่วมประกวด โดยประกบกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชน แต่ให้มีผลครอบคลุมผู้ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548
แล้วก็เป็นนายอภิสิทธิ์ ที่ออกมารับมุกขยายความเลยว่า นายอลงกรณ์มีความคิดตรงกับสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์แสดงความคิดเห็นอยู่แล้ว คือการนิรโทษกรรมต้องครอบคลุมทุกกลุ่ม แต่ไม่ครอบคลุม
คนทุจริต คนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และคนที่มุ่งประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์ของราชการกับเอกชน
ประชาธิปัตย์ต้องงัดเหลี่ยมโคตรเซียนการเมือง เคลียร์กระแส แก้โจทย์ของขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ที่ออกมาแสดงความกังขาจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศเอาด้วยกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับญาติเหยื่อคนเสื้อแดง นปช.
โดยรูปการณ์เกมนี้ ทีมงาน “อภิสิทธิ์” มีทั้งได้มีทั้งเสีย
และที่อ่านไต๋ได้ หมากสำคัญตามเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ก็อยู่ที่การต่อรองให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและกฎหมายปรองดองที่ค้างอยู่ในสภาฯทั้งหมด แล้วค่อยมาเริ่มตั้งโต๊ะพูดจากันถึงกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อประชาชน
เหมือน “ล่อ” ให้ย้อนกลับไปสู่จุดตั้งต้นนับหนึ่งกันใหม่
แน่นอน “นายใหญ่” และบรรดาลูกข่ายก็คงอ่านทันเกมเหมือนกัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันสำคัญตรงที่ฝ่ายประชาธิปัตย์หันกลับมาร่วมเกมพิจารณาการออกกฎหมายนิรโทษกรรม จากที่เล่นบทเฮี้ยวขวางสุดลิ่มทิ่มประตู
รัฐบาลเพื่อไทยยังมีเวลาอ่านเหลี่ยมคู ประเมิน “เกมเขี้ยว”แฝง
ไม่จำเป็นต้องเร่งเกมให้การพูดเรื่องเดียวกันวงแตก.
ทีมข่าวการเมือง