วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ภูมิธรรม'ไขปริศนา เหตุใด? พท.ถึงหาญกล้า ดัน พ.ร.บ.นิรโทษฯ


นาทีนี้ เรื่องการเมืองที่เชื่อว่าอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนไทยทั่วประเทศ หนีไม่พ้น กรณีเมื่อวานที่ผ่านมา วิปรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย มีมติฯ เห็นชอบ เสนอ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่ค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรในลำดับแรก เข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ ในวันที่ 7 ส.ค. นี้ หลังสภาฯ เปิดประชุมสมัยสามัญทั่วไปอย่างเป็นทางการ
คำถามที่ติดตามมา และเชื่อว่าติดอยู่ในใจของคนไทยทุกคน นั่นคือ เหตุใดรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ถึงได้ อาจหาญเป็น "หมูไม่กลัวน้ำร้อน" ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่เชื่อว่าหลายฝ่ายเห็นว่าน่าจะเป็นพ.ร.บ.เจ้าปัญหา และถือเป็นจุดตาย เข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาฯ เป็นลำดับแรก โดยไม่เกรงกลัว สารพัดม็อบตรงข้ามรัฐบาลที่ประกาศตัวเตรียมต่อต้านอย่างเต็มที่หากรัฐบาลตัดสินใจนำ พ.ร.บ.ฉบับนี้ เข้าสู่สภาฯ

และถึงแม้จะมีเหตุผลชี้แจงจากรัฐบาล ถึงสาเหตุการตัดสินใจฝ่าแรงต้าน นำพ.ร.บ.นิรโทษฯ ฉบับนี้ เข้าพิจารณาว่า ส่วนหนึ่ง เพราะ พ.ร.บ.รายจ่ายงบประมาณประจำปี 2557 ที่แต่เดิมว่ากันว่าจะเข้าสภาฯเป็นร่างแรก เสร็จไม่ทัน แต่เชื่อแน่ว่าก็ยังไม่สามารถไขข้อข้องใจของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ได้ที่เกรงกันว่า จะเป็นการช่วยทุกฝ่าย แกนนำผู้ชุมนุมทุกสีให้พ้นความผิดโดยเฉพาะคนสำคัญที่เป็นจำเลยอยู่ อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐทีวี ได้รับเกียรติ สัมภาษณ์พิเศษ จากนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และยังเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ อีกตำแหน่ง เป็นผู้ไขข้อข้องใจนี้...



- ทำไมถึงกล้าลองของ ดัน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม?

ในเชิงเหตุผล คิดว่าคงไม่มีอะไร เพราะว่า การดำเนินการเรื่องนี้ผลักดันกฎหมายนิรโทษฯ ในวาระแรกเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องที่เข้ามาแล้วและสามารถตอบสนองข้อคิดเห็นของสาธารณชน ที่อยากเห็นประชาชนที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ต่างๆ ทุกฝ่ายให้คลี่คลายไปก่อน แล้วค่อยไปสอบสวนความผิดต่างๆ ในเรื่องของแกนนำ ก็ว่ากันไปทีหลัง โดยเหตุผลก็ไม่น่าจะมีอะไร ทั้ง เสื้อแดง เสื้อเหลือง ประชาชนที่เกี่ยวข้อง-ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ก็ได้รับผลกระทบโดยทั่วกัน

คดียังติดข้างอยู่ และคดีก็ร้ายแรงไม่แพ้กัน ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ถูกข้อหา ก่อการร้าย การยึดสนามบิน เป็นข้อหาที่ร้ายแรงทั้งสิ้น ถ้าหากการดำเนินการยังมีต่อไป ความขัดแย้งในสังคมก็จะยิ่งบานปลาย และความสงบสุขก็จะไม่เกิดขึ้น ประเทศก็จะไม่สามารถที่จะพัฒนาและเดินต่อไปข้างหน้าได้ ต้องสะดุดกับการจัดการปัญหาความขัดแย้ง



ดังนั้น โดยเหตุผลการมุ่งให้การคลี่คลายสถานการณ์ การนิรโทษกรรมประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย โดยไม่พูดถึงแกนนำ คิดว่าไม่ควรจะมีเหตุผลความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ทีนี้หากเป็นเรื่องอื่นที่เกิดขึ้นจากส่วนที่มุ่งหวังประโยชน์ทางการเมือง คิดว่าคนส่วนใหญ่คงไม่ปล่อยให้ประเทศ คนเฉพาะกลุ่มเฉพาะฝ่าย มาทำให้ประเทศมีปัญหา ซึ่งความจริงก็ไม่กังวลอะไร คิดว่ากระบวนการปกติของฝ่ายรัฐบาล ก็น่าจะสามารถพูดคุยเจรจาได้ ชี้ให้เห็นเป็นทางออกของประเทศ ทุกอย่างก็น่าจะคลี่คลาย



มีมติฯ ออกมาเป็นแบบนี้ เพราะต้องการบริหารความรู้สึกของคนเสื้อแดง ที่ก่อนหน้านี้แสดงท่าทีไม่พอใจพรรคเพื่อไทย ที่ไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ใช่หรือไม่ ?

ความจริงต้องพูดถึงคนทุกฝ่าย ที่จริงสิ่งนี้มันติดค้างอยู่ในใจของคน บรรยากาศในสังคมที่มีความเกลียดชัง ปลุกปั่น จนทำให้ความรู้สึกของคนมันแตกแยก เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะคลี่คลายต้องเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรม คือยุติความขัดแย้ง ยุติปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากคนทุกๆ ฝ่ายก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า ไม่ได้เป็นการกระทำเพื่อตัวของพวกเรากันเอง หรือว่าฝ่ายแกนนำก็ไม่ได้รับประโยชน์จากตรงนี้ นี่เป็นเรื่องของประชาชนจริงๆ ที่ไม่มีสี ฝักฝ่าย มาแบ่งแยก ไม่ใช่เรื่องของการเยียวยาคนฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง คนเสื้อแดง ความจริงก็ต้องได้รับความเห็นใจ เพราะเป็นคนกลุ่มเดียวที่ต้องถูกให้ติดคุกติดตะราง

กรณีร่าง นิรโทษฯ นายวรชัย เหมะ ที่ อ.อุกฤษ มงคลนาวิน ประธาน คอ.นธ. เคยวิจารณ์ว่า อาจขัดต่อ รธน.มาตรา 30 เรื่องหลักความเสมอภาคล่ะ เห็นอย่างไร?

เป็นเรื่องที่สภาฯ ต้องไปพิจารณา เรายังไม่ได้พูดกันในเรื่องรายละเอียด ที่เกี่ยวกับ รธน. ซึ่งความเห็นของผู้รู้ ผู้ทรงคุณวุฒิทาง ก.ม. ก็มีสิทธิที่จะเสนอความเห็นต่างๆ แต่วันนี้เราพูดถึงเจตนา คือ ต้องการยุติความขัดแย้ง ต้องการให้คนทุกฝ่ายที่เป็นประชาชนได้รับประโยชน์ เจตนาเราต้องการให้ยุติเรื่องต่างๆ แต่จะทำอย่างไรในแง่ของเทคนิคกฎหมาย ต้องไปพิจารณาดู สิ่งที่ อ.อุกฤษ วิพากษ์วิจารณ์ เป็นเรื่องที่มีเหตุผล น่ารับไว้พิจารณา ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐสภาต้องพิจารณากัน

มีการเตรียมแผนสำรองไว้หรือไม่ หากไม่สามารถผลักดัน ก.ม.นิรโทษฯได้ หากมีการชุมนุม มีการปลุกระดมให้มีการต่อต้าน?

วันนี้เรามีหน้าที่ที่จะต้องชี้แจง ทำความเข้าใจกับประชาชนว่า การผลักดันร่างกฎหมายนี้ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงที่ไม่มีเหตุผล และทุกคนก็อยู่ในอารมณ์อย่างที่ได้เรียนไป การที่เราพยายามที่จะแก้ปัญหานี้ ด้วยการนำสิ่งที่เป็นการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งโพลทุกสำนักชี้ตรงกัน อยากให้ปัญหาคลี่คลาย ที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศ ทางกระทรวงมหาดไทยได้ประสานกับสถาบันพระปกเกล้า ในการออกไปสำรวจความเห็นทุกคน ก็อยากแก้ปัญหา

ดังนั้น ความกังวลใจ มันไม่น่าจะเกิดขึ้น อาจจะเป็นความรู้สึกของคนบางกลุ่ม บางฝ่ายที่อาจจะเห็นแตกต่างหรืออาจจะมีความคิดเห็นที่ไม่ยอมรับ หรือแตกต่างก็เป็นเรื่องธรรมดาของระบอบประชาธิปไตย

สุดท้ายหากมีการชุมนุมเกิดขึ้น จนทำให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ ไปต่อไม่ได้ รวมไปถึงกฎหมายต่างๆ ทั้งงบประมาณปี 57 และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องสะดุดลงไปด้วย จะมีทางออกอย่างไร?



คิดว่าสภาฯ มีทางออกในการพิจารณา ในเมื่อเราเรียงไว้แล้วว่า กฎหมายใดสามารถทำให้เกิดความเห็นพ้องต้องกันได้ก็ต้องเดินหน้าไป หากยังไม่เห็นพ้องต้องกัน ก็ต้องมาดูว่า ติดขัดตรงไหนและหาทางแก้ แต่ถ้ามีอะไรจำเป็นเร่งด่วนกว่า ก็ต้องสลับขึ้นมาพิจารณาซึ่งเป็นเรื่องของวิปรัฐบาลกับประธาน และรองประธานสภา เชื่อว่าหลายท่านที่เกี่ยวข้องหาทางออกได้



ไม่คิดว่าฝ่ายค้านจะผลักดันเจตจำนงของตน โดยไม่คำนึงถึงเหตุและผล ปัญหาและผลสะเทือนที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ ฝ่ายการเมืองจะเล่นการเมืองโดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่ตามมา สิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะเป็นเครื่องเตือนใจ และสะท้อนให้ฝ่ายค้านก็ดี หรือใครก็ดีเล่นอะไรที่เกินเลยกติกา

ถึงขั้นยุบสภาไหม?

"ยุบสภา" เป็นอำนาจของนายกฯ ถ้าฟังจากท่านนายกฯ ไม่ได้เห็นอะไรที่รุนแรง หรือขัดแย้งจนถึงขั้นต้องนำไปสู่การยุบสภา คิดว่าโดยความเห็นของฝ่ายรัฐบาลเอง วันนี้รัฐบาลกำลังเดินหน้าทำงาน มีเวลาในการทำงานอยู่ และความขัดแย้งยังเป็นเรื่องของกลุ่มคนเพียงบางส่วน ซึ่งไม่น่าจะนำไปสู่การยุบสภาได้ หรือการบังคับ หรือการผลักดันให้นายกฯ ต้องยุบสภา เชื่อว่า สภาฯ ยังเดินหน้าต่อไป และเป็นเวทีในการแก้ปัญหาต่างๆ

การเคลื่อนไหวของกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ ประเมินว่า จะสั่นคลอนหรือล้มรัฐบาลได้ หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวนั้นๆ ยืนอยู่บนฐานข้อเท็จจริงอะไร และยืนอยู่บนฐานที่สมเหตุสมผลอะไร วันนี้ สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ ยังเป็นเรื่องการมุ่งมั่นแก้ปัญหาประชาชน อาจจะมีข้อขาดตกบกพร่องไปบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขปัญหากันไป กองทัพปลดแอกประชาชนที่พยายามมาผลักดันอะไร ที่มันเกินเลยไปจากหลักเหตุผลและความเหมาะสมจะไม่เกิดขึ้น

"ผมไม่เชื่อว่า ลำพังการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "กองทัพปลดแอกประชาชน" จะสามารถทำอะไรในสิ่งที่รัฐบาลที่ยังยืนอยู่ บนพื้นฐานประโยชน์ของประชาชน จะได้รับผลสะเทือนอะไร" นายภูมิธรรม กล่าว...



แสดงว่า เพื่อไทย ประเมินว่า ระดับความรุนแรงของการชุมนุม รัฐบาลเอาอยู่ ?

ไม่ได้คิดว่าศักยภาพเราเอาอยู่ หรือเอาไม่อยู่ แต่คิดอยู่ว่า มันไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะมาเคลื่อนไหว ขับไล่ถึงขนาดนั้น คิดว่ารัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ที่มีบทเรียนการจัดการปัญหาความขัดแย้งที่ใช้ความรุนแรงไปจัดการ มันก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ฉะนั้นรัฐบาลนี้จะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา คิดว่าในระบอบประชาธิปไตยการอดทนที่ใช้ในการพูดคุยกันแก้ปัญหาได้ แม้จะช้าหน่อย

ในส่วนของมวลชนคนเสื้อแดงที่สนับสนุนเพื่อไทย เราจะทำความเข้าใจ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ม็อบชนม็อบหรือไม่?

อันนั้นไม่ใช่เจตนารมณ์พรรคเพื่อไทย และส่วนตัวก็เชื่อว่า ไม่ใช่เจตนารมณ์ของคนเสื้อแดงอยู่แล้ว เราไม่ได้ต้องการให้เกิดปัญหาเพื่อที่จะนำไปสู่การสร้างความรุนแรง ผมคิดว่าวันนี้มวลชนคนเสื้อแดงก็ดี ผู้รักประชาธิปไตยก็ดี เขาเริ่มดำเนินการ เริ่มต้นการสร้างประชาธิปไตย สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้ เนื่องจากความขัดแย้งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความไม่เห็นชอบระหว่างรัฐบาล กับ ประชาชน แต่เป็นความขัดแย้งที่ฝังลึกถึงรากลึกในสังคมไทย ถ้าไม่ช่วยแก้ตรงนี้ ปัญหาทุกอย่างก็จะไม่จบ

ดังนั้น ที่เราพยายามจะทำให้คลี่คลายก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราพิสูจน์ให้คนเสื้อแดงเห็นว่า รัฐบาลจริงจังและจริงใจในการที่จะทำ เนื่องจากโครงสร้างทางการเมืองในสังคมไทยยังซับซ้อนมาก และไม่สามารถผลักดันอะไรง่ายๆ อย่างที่ใจเราปรารถนา เพราะฉะนั้นเขายังเก็บสิ่งที่เป็นข้อจำกัดเขาอยู่ แต่เราต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ