นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยัน ส.ส.ปชป.ไม่ลาออกแน่ แจงต้องใช้สภาฯ ต้าน พ.ร.บ.นิรโทษฯ แต่พร้อมอ้าแขนต้อนรับ พธม. หากยินดีเข้าร่วม...
วันนี้ (25 ส.ค. 56) ที่ห้องประชุมกิจจาทร 1 อาคาร 20 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่มีการลาออกตามเงื่อนไขของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ต้องการให้พรรคออกมานำมวลชน เพราะการทำหน้าที่ในสภาฯ ยังมีความหมายและมีความจำเป็น มีหลายเรื่องที่รัฐบาลพยายามผลักดัน เช่น กฎหมายนิรโทษกรรม ที่ต้องใช้เวที่สภาฯ คัดค้านก่อน เนื่องจากทำให้มีส่วนชะลอ หรือหยุดยั้งเรื่องต่างๆ ได้ และเห็นได้ว่ารัฐบาลปรับยุทธวิธีผลักดันกฎหมายตางๆ จึงทำให้พรรคต้องทำหน้าที่นี้ และต้องใช้สิทธิ ส.ส. ในการยื่นเรื่องหลายประเด็นอย่างที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ พรรคก็เคารพการตัดสินใจของแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ยุติการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอาจจะมีความเห็นแตกต่างกันในแง่ยุทธวิธีการต่อสู้กับพรรค ถ้ามวลชนกลุ่มพันธมิตรฯ เห็นว่าแนวทางนี้สมควรมาร่วมกับพรรค ก็พร้อมยินดีต้อนรับ แต่ถ้าไม่สบายใจก็พร้อมรับการตัดสินใจ ส่วนมวลชนของพรรคยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน เพราะการต่อสู้จะทำคู่ขนานทั้งในและนอกสภาฯ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า กรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง มาประท้วงหน้าเวทีผ่าความจริงฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นการฟ้องอีกครั้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ไม่จริงใจเรื่องปรองดองและปฏิรูปการเมือง ทั้งที่จะตั้งเวทีสภาปฏิรูปการเมือง แต่กลับพยายามสร้างเวทีเพื่อสร้างความชอบธรรมให้พ้นผิด โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกินรวบอำนาจ ซึ่งเวทีปฏิรูปการเมืองที่รัฐบาลจัดขึ้นวันนี้ (25 ส.ค.) ยังไม่สามารถคาดหวังอะไรได้ เพราะเป็นคนกลุ่มเดียวกับรัฐบาล และการที่รัฐบาลรอให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมเวทีปฏิรูปในภายหลังนั้น ยืนยันว่าตนไม่เปลี่ยนจุดยืน หรือเปลี่ยนใจเข้าร่วมเวทีสภาปฏิรูปการเมือง ในขณะที่ยังมีการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะตนสนับสนุนการปฏิรูปการเมืองและปรองดองแท้จริง โดยจะรอว่าเมื่อไรรัฐบาลจะทำตามที่พูดไว้เท่านั้น เพราะที่ผ่านมา ปฏิเสธทุกข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระชุดต่างๆ ที่เสนอเพื่อลดความขัดแย้ง แต่สร้างเงื่อนไขความขัดแย้งเพิ่มเติมแบ่งแยกประชาชน รวมทั้งสนับสนุนกลุ่มมวลชนของตัวเองที่เคลื่อนไหวแบบก่อกวนฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเชื่อว่าเป้าหมายสุดท้ายของเวทีปฏิรูปการเมือง คือการรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ดังนั้น ยืนยันต้องคัดค้าน อย่างไรก็ตาม กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สงวนท่าทีในการเข้าร่วมเวทีดังกล่าวนั้น ตนไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะร่วมเวทีได้อย่างไร เพราะขณะนี้ยังหาที่อยู่ไม่ได้
อัดรัฐเมินช่วยพยุงราคายางพารา
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐบาลไม่ช่วยเหลือพยุงราคายางพารา ว่า ตนไม่อยากให้รัฐบาลเพิกเฉยความรู้สึกประชาชน ทั้งที่รัฐมนตรีในรัฐบาลก็เติบโตมาจากสวนยางพารา ที่ผ่านมามีการสัญญากับเกษตรกรว่า จะทำให้ราคายางพาราถึงกิโลกรัมละ 120 บาท แต่ขณะนี้ก็ทำไม่ได้แล้ว จนกระทบความเป็นอยู่เกษตรกรชาวสวนยางอย่างมาก ซึ่งอย่าลืมว่ารายได้ชาวสวนยาง ขณะนี้เมื่อเทียบกับรัฐบาลชุดที่แล้ว เหลือรายได้เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น อีกทั้งยังมีปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงถือว่ารัฐบาลซ้ำเติมประชาชน
ส่วนการที่รัฐบาลอ้างว่า ราคาตลาดโลกอยู่ที่กิโลกรัมละ 70 บาท จึงไม่แทรกแซงราคานั้น เห็นว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริง รัฐบาลคงไม่ทบทวนเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ต้น ซึ่งสมัยที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก็แทรกแซงราคายางพารา แต่วันนี้รัฐบาลทิ้งความรับผิดชอบไม่ได้ ทั้งนี้ ตนสงสัยว่าเหตุใดผลผลิตการเกษตรอื่น เช่น ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง รัฐบาลมีมาตรการรับจำนำได้ แต่ทำไมยางพารากลับไม่ช่วยเหลืออะไร ซึ่งไม่ทราบว่าเหตุใดรัฐบาลต้องเลือกปฏิบัติกับชาวสวนยาง รวมทั้งคนที่เป็นเจ้าของสวนยางในพื้นที่ต่างๆ ทั้ง ส.ส. แกนนำรัฐบาลจะรู้สึกอย่างไรกับการที่รัฐบาลตัดสินใจทอดทิ้งประชาชน ซึ่งรัฐบาลต้องพูดคุยกับชาวสวนยางเพื่อทำให้ราคายางขยับขึ้น แต่การที่รัฐบาลประกาศไม่ช่วยเหลืออะไรจะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น.