นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเชิญผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง พรรคการเมือง และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองทางออกประเทศไทย ว่า ภายหลังที่ตนและนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้มีการหารือกับนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังชลนั้น ขณะนี้พรรคพลังชนได้ตอบรับที่จะเข้าร่วมเวทีปฏิรูปในครั้งนี้ด้วย หลังจากนี้ตนจะจัดทำจดหมายเชิญไปยังบุคคลต่างๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะส่งจดหมายได้ทั่วถึงภายในสัปดาห์นี้
สำหรับในส่วนของพรรคฝ่ายค้านก็ได้มีการติดต่อไปหลายพรรค เช่น พรรคภูมิใจไทย ก็จะมีการประชุมพรรควันนี้(13 ส.ค.) แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการประสานไปหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับมา ทั้งนี้ เชื่อว่าเมื่อมีการประชุมครั้งแรก เราทุกฝ่ายเห็นว่าเวทีแห่งนี้ สามารถขับเคลื่อนไปเองได้ เพียงแต่รัฐบาลเป็นหัวเรือใหญ่ในการเปิดเวทีให้ จากนั้นก็เป็นเรื่องของผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมในเวทีนี้ ซึ่งเป็นผู้หวังดีกับประเทศในการพิจารณาต่อไป เชื่อว่าหลายฝ่ายที่ลังเลในช่วงแรกคงจะเข้ามาร่วมกันมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ตั้งใจไว้ว่าจะประชุดนัดแรกวันที่ 16 ส.ค.นี้ แต่ขณะนี้มีเรื่องของการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ที่ต้องรอดูว่าสภาผู้แทนราษฎร จะมีการพิจารณาต่อเนื่อง 3 วันหรือไม่ ซึ่งจากเดิมกำหนดว่าจะพิจาณาเพียง 2 วัน คือวันที่ 14-15 ส.ค. ทั้งนี้ หากไม่ทันภายในวันที่ 16 ส.ค. ก็คาดว่าจะสามารถนัดหารือได้ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนจะมีการเชิญพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เข้าร่วมเวทีสภาปฏิรูปนี้ ตามแนวคิดของนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่ง ชาติ (คอ.นธ.) หรือไม่นั้น ตนเข้าใจว่าแนวคิดของนายอุกฤษ เป็นแนวคิดที่เสนอให้ตั้งสภาที่ปรึกษา ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการตั้งเวทีปฏิรูป
"ผมเข้าใจดีว่า ด้วยสถานะและตำแหน่งท่านมีภารกิจมาก เข้าใจว่าความสะดวกของท่านเหล่านั้นอาจจะไม่สะดวกเหมือนพวกเราที่เข้าร่วมกัน แต่อย่างไรก็ตามหารมีการหารือแล้ว คาดว่าในที่ประชุมก็น่าจะหยิบยกแนวคิดของนายอุกฤษ ขึ้นมาประกอบการพิจารณาก็ได้"นายพงศ์เทพกล่าว
จากที่ไปพบพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้พูดถึงการทำงานของคณะกรรมการต่างๆในอดีต ซึ่งมีแนวคิดและผลการสรุปต่างๆมาใช้เป็นประโยชน์ได้นั้น เราต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อยู่แล้ว ยืนยันว่า เมื่อได้ผลสรุปจากเวทีสภาปฏิรูปการเมือง เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นพ้องด้วยกันพอสมควร ดังนั้น ขอให้มั่นใจได้ว่า รัฐบาลจะนำผลสรุปของสภาปฏิรูปไปขับเคลื่อนอย่าง เพราะรัฐบาลเป็นผู้เปิดเวทีและมีนโยบายหลักในเรื่องการปฏิรูป และการปรองดองสมานฉันท์มาสู่ประเทศไทย
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าเวทีนี้ปูทางไปสู่แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เรามองอนาคตของประเทศ ส่วนอนาคตของประเทศต้องทำอะไรบ้างเป็นเรื่องของเวทีแห่งนี้ที่คนจะมาร่วมกันคิด