ไทยโพสต์ / 26 ส.ค. 2556 ปชป.เผยมวลชน พธม.ทั่วประเทศเริ่มประสาน ส.ส.ปชป.ในพื้นที่ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เชื่อหากร่วมมือกันจะสกัดระบอบทักษิณและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี "นิพิฏฐ์" ยันสู้ในสภาถึงที่สุดแล้ว พร้อมลาออกกับ "เทพเทือก" นำม็อบ แพลมอาจถึงขั้นแบบอียิปต์ โวมวลชนมากขึ้นเรื่อยๆ ถึง 12กลุ่ม ไม่ต่ำกว่า 2แสน เพื่อแม้วเย้ย ปชป. คาดการเมืองในสภาจะร้อนแรง นอกสภาเบาลง ม็อบสวนลุมฯ คึกคัก นักศึกษาอาชีวะ 800คนประกาศหนุน
เมื่อวันอาทิตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)ประกาศยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า พรรคน้อมรับข้อเสนอและความเห็นต่างๆ ของ พธม.ด้วยความเคารพ แม้วันนี้แกนนำจะประกาศยุติความเคลื่อนไหว แต่เชื่อว่าจิตใจการต่อสู้ยังดำรงอยู่ และเมื่อใดก็ตามที่มีเงื่อนไขที่พันธมิตรฯ คิดว่าพร้อมจะออกมาต่อสู้เพื่อประชาชน แกนนำและมวลชนก็คงจะออกมายืนเคียงข้างประชาชนในการต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง
"หลังการประกาศจุดยืนดังกล่าว มีมวลชนและพันธมิตรฯ ทั่วประเทศไทยทั้งใน กทม. ในภาคกลาง และภาคใต้ เริ่มมีการประสานงานระดับแกนนำกับ ส.ส.ปชป.ในหลายพื้นที่ที่จะร่วมมือกันทำงานต่อสู้กับระบอบทักษิณต่อไป ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และเชื่อว่าหากประชาชนได้ร่วมมือกันอย่างแท้จริงแล้ว ระบอบทักษิณคงไม่สามารถขยายตัวออกไปได้มากกว่าที่เป็นอยู่ และการรวมพลังของประชาชนทุกภาคส่วนจะมีส่วนสำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าในประเทศไทย" นายองอาจกล่าว
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ปชป. กล่าวขอบคุณแกนนำพันธมิตรฯ ที่ประกาศยุติบทบาทเพื่อเปิดโอกาสให้มวลชนได้เคลื่อนไหวกับ ปชป.อย่างเต็มตัว ซึ่งหลายคนยอมรับกับตนว่ารู้สึกสบายใจ ตนจึงบอกว่าต่อไปนี้เวทีการชุมนุมจะเป็นการต่อสู้ระหว่าง ปชป.กับพันธมิตรฯ จากการรวมตัวของเสรีชนที่ไม่ต้องผูกพันกับกลุ่มใด แต่เป็นประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้ไปเราจะได้มวลชนมาร่วมขับเคลื่อนกันมากขึ้น
ส่วนกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ตั้งเงื่อนไขว่าจะกลับมาร่วมต่อสู้อีกครั้ง ถ้าไม่ใช่แค่โค่นล้มระบอบทักษิณ แต่เป็นการปฏิรูปการเมืองนั้น นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ในขณะนี้เหมือนกับเราเดินบนถนนคนละเส้น คือพรรคก็เคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ แต่กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องการให้ปฏิรูปการเมือง แต่ถนนสองเส้นนี้มันไปจบที่ปลายทางเดียวกัน ยืนยันว่าเรายังจำเป็นต้องอยู่ในสภาพของ ส.ส.เพื่อต่อสู้ในเวทีสภา เพราะจะเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ทำให้ประชาชนได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐบาลพยายามดำเนินการในขณะนี้
“ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง ส.ส. พรรคไม่ได้ต้องการเปลี่ยนขั้วการเมือง เพราะแม้จะลาออกไปเล่นการเมืองนอกสภา รัฐบาลก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เราก็แพ้อยู่ดี แต่เราต้องการต่อสู้ให้ถึงที่สุดก่อน เมื่อถึงจุดนั้นแล้ว ปชป.พร้อมนำมวลชนแน่นอน ที่แน่ๆ มีผมและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่พร้อมจะลาออกจากการเป็น ส.ส.เพื่อมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน ตอนที่คุยกันคือถ้าเราออกมาแล้ว นำเอามวลชนมาแล้ว จะยังไงต่อ เพราะเราเคลื่อนไหวแบบสงบภายใต้กฎหมาย การขับเคลื่อนจะเป็นอย่างไรจากนั้น มันต้องถึงขั้นอียิปต์นะถึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แล้วเราจะเอายังไง รับตรงนี้ได้ไหม ซึ่งตรงนี้แกนนำพันธมิตรฯ ก็ยังตอบไม่ได้ การพูดคุยกันตอนนั้นมันยังไม่ตกผนึกในเรื่องนี้ ก็พอดีพันธมิตรฯ ออกมาแถลงการณ์ยุติบทบาทเสียก่อน” นายนิพิฏฐ์กล่าว
นายนิพิฏฐ์เชื่อว่า การเผยแพร่ความจริงผ่านเวทีผ่าความจริงจะเริ่มมีมวลชนเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลในขณะนี้มีถึง 12กลุ่ม แต่กระจัดกระจายกันอยู่ หากมารวมกัน จะมีมวลชนไม่ต่ำกว่า 2แสน ทั้งจากพันธมิตรฯ หน้ากากขาว คณะเสนาธิการร่วม ฯลฯ ตอนนี้ผู้ใหญ่ในพรรคกำชับสมาชิกทุกคนว่าจากนี้ไปอย่าได้ตอบโต้หรือพูดจากระแนะกระแหนกระทบกระทั่งกับมวลชนพันธมิตรฯ ส.ส.คนไหนออกมาด่าหรือวิจารณ์รุนแรงจะต้องโดนตบปาก เพราะเราต้องสำนึกในบุญคุณของเขาที่ยอมปล่อยมวลชนในมือมาให้เราขนาดนี้แล้ว
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ยืนยันว่า ส.ส.ปชป.จะไม่มีการลาออกตามเงื่อนไขของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ต้องการให้พรรคออกมานำมวลชน เพราะการทำหน้าที่ในสภายังมีความหมาย และมีความจำเป็น มีหลายเรื่องที่รัฐบาลพยายามผลักดัน เช่น กฎหมายนิรโทษกรรม ที่ต้องใช้เวทีสภาคัดค้านก่อน เนื่องจากทำให้มีส่วนชะลอหรือหยุดยั้งเรื่องต่างๆ ได้ และเห็นได้ว่ารัฐบาลปรับยุทธวิธีผลักดันกฎหมายต่างๆ จึงทำให้พรรคต้องทำหน้าที่นี้ และต้องใช้สิทธิ์ ส.ส.ในการยื่นเรื่องหลายประเด็นอย่างที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ พรรคยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน เพราะการต่อสู้จะทำคู่ขนานทั้งในและนอกสภา
นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจแกนนำพันธมิตรฯ เพราะมีจุดยืนชัดเจนที่ไม่อยากออกมาขับเคลื่อนให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เป็นรัฐบาล หากล้มรัฐบาลได้ แต่ต้องการให้ประเทศถูกปฏิรูปด้านโครงสร้างตามแนวทางของพันธมิตรฯ เอง พันธมิตรฯ เคยได้รับบทเรียนมาแล้ว หลังสามารถล้มรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แล้ว ปชป.ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ซึ่งแทนที่จะช่วยเหลือ แต่กลุ่มพันธมิตรฯ กลับถูกดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้าย ดังนั้นสิ่งที่ได้คือความเจ็บปวด เสียทั้งเงินและเวลาในการต่อสู้ กลับไม่ได้อะไรเลย จึงเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นเหตุผลที่พันธมิตรฯ ยอมยุติบทบาทก่อน ซึ่ง ปชป.เป็นพรรคการเมืองที่คบไม่ได้ จ้องเอาประโยชน์ทางการเมืองจากความขัดแย้งของประเทศชาติและประชาชน
"หลังจากนี้ ปชป.จะตีรวนในสภามากขึ้น เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ประชาชนเห็นว่า รัฐสภาโดยการนำของพรรคเพื่อไทยเดินหน้าไปไม่ได้ ขณะเดียวกันก็จะขับเคลื่อนเวทีผ่าความจริงต่อไป เพราะอาศัยคนอื่นทำให้ยากแล้ว ดังนั้น การเมืองในสภาจะร้อนแรงมากขึ้น ในขณะที่การเมืองนอกสภาจะเบาลง" นายวรชัยกล่าว
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ระบุว่าหลังจากแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศยุติบทบาท จะมีมวลชนพันธมิตร 80%เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับ ปชป.ว่า เป็นการจินตนาการไปเอง เชื่อว่ามวลชนพันธมิตรฯ จะไม่เข้าร่วมกับ ปชป. เพราะรู้ธาตุแท้ ปชป.ดี ตอนที่เขาต่อสู้จนสามารถทำให้ ปชป.เป็นรัฐบาล ก็ไม่เคยได้อะไร หนำซ้ำยังถูกดำเนินคดี รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ไม่เคยให้ความช่วยเหลือ
สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่สวนลุมพินี แม้มีฝนตกลงมา แต่ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมหน้ากากขาวและกลุ่มนักศึกษาอาชีวะจากสถาบันต่างๆ ประมาณ 800คน ในชื่อกลุ่ม "รวมพลังอาชีวะ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์" เดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมจนแน่นบริเวณพื้นที่การชุมนุมที่สวนลุมพินี โดยกลุ่มนักศึกษาอาชีวะได้มีการแสดงเชิงสัญลักษณ์ ทั้งการชูธงชาติไทยและป้ายข้อความคัดค้านการออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นกลุ่มตัวแทนนักศึกษาอาชีวะจากสถาบันต่างๆ ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า จะขอร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม กปท. โดยมีเจตนารมณ์เพื่อปกป้องชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ และโค่นล้มระบอบทักษิณที่เกาะกินประเทศชาติมานานหลายปีให้สิ้นซาก โดยการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นไปตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ ฉะนั้นไม่อยากให้กลุ่มฝ่ายการเมืองมองพวกตนในทางเสียหาย
นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำ กทป. เปิดเผยว่า กรณีที่แกนนำพันธมิตรฯ ยุติบทบาท จะทำให้มีมวลชนมาร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปท.มากขึ้น เพราะ กปท.เป็นกลุ่มเดียวที่ยังคงต่อสู้กับระบอบทักษิณ และในคืนนี้ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ จะมาขึ้นเวทีปราศรัยกับกลุ่ม กปท.ด้วย.