ที่ประชุมร่วมรัฐสภาได้ผ่านความเห็นชอบร่างแก้ไข รธน.ว่าด้วยที่มา ส.ว.ในวาระที่ 3 แล้ว
ทั้งนี้ก่อนลงมติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ว.สรรหาบางส่วนได้ลุกขึ้นเสนอให้ที่ประชุมเลื่อนการลงมติในวันนี้ออกไป เพื่อรอคำวินิจฉัยของศาล รธน.ว่า การแก้ไขครั้งนี้เป็นไปในวิถีทางที่บัญญัติไว้ใน รธน.หรือไม่ ท่ามกลางการคัดค้านและลุกขึ้นประท้วงของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กระทั่งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานที่ประชุมตัดสินใจเดินหน้าลงมติวาระ 3 ด้วยวิธีการขานชื่อ ทำให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ว.สรรหา วอล์คเอ้าท์ออกจากห้องประชุมทันที รวมทั้งนำพวงหรีดมาให้นายสมศักดิ์ ที่บริเวณหน้าบังลังก์ ท่ามกลางการประชุมที่ยังดำเนินอยู่ต่อไป และมีมติเห็นชอบชอบร่างแก้ไข รธน.ว่าด้วยที่มา ส.ว. ด้วยคะแนน 358 ต่อ 2 เสียง และงดออกเสียง 30 เสียงหลังลงมติเสร็จสิ้นประธานวิปฝ่ายค้าน และกลุ่ม 40 ส.ว.ได้ใช้สิทธิตรวจสอบกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 เข้าชื่อยื่นคำร้องต่อรองประธานรัฐสภา ให้ส่งคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยว่า ร่างแก้ไข รธน.ฉบับนี้ ขัด รธน.หรือไม่ ทั้งเรื่องเนื้อหาสาระและกระบวนการตรากฎหมาย
และในงานเสวนาทางออกประเทศไทย ซึ่งจัดโดยสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ผู้ร่วมเสวนาส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ประเทศไทยมีปัญหาในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ระบบการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม นักการเมืองไม่มีอุดมการณ์ ทำให้กลายเป็นคำถามว่าสภาฯเป็นทางออกในการแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ จนถึงความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งต้องมีการแก้ไขกันทั้งระบบ รวมทั้งเรื่องการศึกษา ขณะที่สื่อต้องเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น