นายกรัฐมนตรีย้ำ แก้ปัญหาราคายางพาราต้องแก้ทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำยันไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมคุยทุกกลุ่ม เพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างแท้จริง
รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนเช้าวันนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจัดรายการด้วยตนเองย้ำถึงแนวทางการแก้ปัญหาสินค้าด้านการเกษตรในระยะยาวว่า ต้องทำให้ demand และ supply มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งประเทศไทยมีการเกษตรกรรมที่ดี หากมีการทำโซนนิ่งที่เหมาะสม มีอุตสาหกรรมแปรรูป จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรได้เป็นอย่างดี
สำหรับการแก้ปัญหายางพาราต้องแก้ทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยในส่วนต้นน้ำเกษตรกรต้องปลูกต้นยางที่มีคุณภาพ ต้นทุนไม่สูง ในพื้นที่เหมาะสม ขณะที่กลางน้ำ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 15,000 ล้าน เพื่อทำให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา ส่วนปลายน้ำได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการยางรถยนต์ที่จะใช้ยางพารามากขึ้น
ขณะเดียวกันในส่วนของภาครัฐเองกระทรวงสาธารณสุขได้ออกกฎใหม่เรื่องการผลิตถุงมือยาง ทำให้บริษัทไทยสามารถผลิตถุงมือยางใช้ได้ทั้งทางการแพทย์และอุตสาหกรรมอื่น รวมทั้งนำมาใช้ทำถนน ฟุตบาท และการก่อสร้างอื่นๆ ทั้งในส่วนกระทรวงคมนาคมและกระทรวงกลาโหม นอกจากนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์นำงานวิจัย ไปร่วมกับเอกชน และบีโอไอ ในการสนับสนุนให้มีการใช้ยางพารามากขึ้นด้วย
ในช่วงที่ 2 เป็นการจัดรายการร่วมกันของพลตำรวจเอกประชา พรหมนอก,นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และนายยุคล ลิ้มแหลมทอง ซึ่งได้รับมอบหมายให้ลงไปเจรจากับกลุ่มเกษตรกร เมื่อวานนี้ ซึ่งยังมีหลายกลุ่มไม่พอใจและไม่ยอมรับราคา 90 บาทตามที่ตกลงกัน โดยพลตำรวจเอกประชายอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่การพูดคุยกับคนหมู่มากและมาจากหลายพื้นที่ จะมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ผลสรุปที่ออกมาเมื่อวานถือเป็นความเห็นร่วมกันของคนส่วนใหญ่ ซึ่งรัฐบาลรับไปดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมภายใน 10 วัน ส่วนผู้ที่ยังไม่พอใจและเตรียมชุมนุมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 14 กันยายนนั้น รัฐบาลก็พร้อมที่จะพูดคุย ทำความเข้าใจกันต่อไป โดยไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรงหรือนำมาตรการทางกฏหมายมาบังคับใช้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยและไม่ได้เลือกปฏบัติในการดูแลประชาชน
ขณะที่นายยุคลยืนยันว่ารัฐบาลไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงราคาได้เพราะจะส่งผลกระทบต่อกลไกตลาดและภาพรวมราคาตลาดโลก ทั้งนี้มองว่าเกษตรกรเองจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน พร้อมกับย้ำว่าสินค้าเกษตรในแต่ละตัวมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน การแก้ปัญหาจำเป็นต้องดูเป็นรายสินค้าและมีวิธีการที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ โดยเฉพาะกับข้าว ที่มีความพยายามทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งหากดูในเรื่องของราคาการรับประกันราคาข้าวตันละ 15000 บาท เท่ากับกิโกกรัมละ 15 บาทเท่านั้น ขณะที่ยางพาราราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 70-80 บาท
นายกิตติรัตน์ตั้งข้อสังเกตว่า บางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงเมื่อวาน ไม่ได้มีสวนยางและไม่ได้อยู่ในแวดวงยางพาราเลย