การเมืองมาทีหลัง ความทุกข์ของประชาชนมาก่อนตามภาพข่าวที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นรถ ลงเรือ เดินลุยน้ำเยี่ยมชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดปราจีนบุรี ต่อเนื่องด้วยจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี นี่แหละยุทธศาสตร์ของเซียนการตลาดฉลาดเล่นกระแส ที่แน่ๆมันคือการสลัดตัวเองออกจาก “เผือกร้อน” กระบวนการทูลเกล้าฯถวาย ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา
ทำให้แรงกดดันที่พุ่งถึงตัวผู้นำหญิง ลดโทนลงโดยอัตโนมัติ
ท่ามกลางเกม “จัดหนัก” ของฝ่ายต่อต้าน ที่โหมรัวเกราะเคาะไม้ กระตุกต่อมผวากันเป็นแพ็กเกจ
ไล่ตั้งแต่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา เครือข่ายกลุ่ม 40 ส.ว. แถลงขู่นายกฯยิ่งลักษณ์ให้ระวังถูกกล่าวโทษว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 157
และยังมีการยื่นหนังสือถึงราชเลขาธิการว่ามีการยื่นหนังสือถึงนายกฯแล้ว เพื่อขอให้ระงับการดำเนินการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯถวายไว้ก่อน
เร้าด้วยการเคลื่อนไหวของ พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา นำทีมกรรมาธิการฯที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 40 ส.ว. แถลงข่าวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีชะลอการนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มาของ ส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯถวาย
เพราะน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เป็นการผลักภาระให้เบื้องสูง
กดดันกันเป็นเชิง ขอได้โปรดพิจารณาไตร่ตรองเพื่อแสดงภาวะความเป็นผู้นำตัดสินใจเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเอง เพื่อถวายความจงรักภักดี รวมทั้งปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มิให้มาเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งโดยที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่วินิจฉัย
ตบท้ายด้วยลีลาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่สอนเชิงเป็นนัย เรื่องที่ยังมีข้อโต้แย้งอยู่ และรอการพิจารณาของศาล ไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นอะไรที่นายกรัฐมนตรีจะต้องเร่งนำเรื่องนี้ขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพราะมีเวลาถึง 20 วัน การที่นายกฯ นำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯถวายไปในขั้นตอนที่ต้องทรงลงพระปรมาภิไธย หรือมีพระบรมราชวินิจฉัย คิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
ฝ่ายต้านแปรรูปขบวนต้านการทูลเกล้าฯถวาย อ้างอย่ากดดันเบื้องสูง
ทั้งๆว่ากันไป ทุกฝ่ายก็มีส่วนลากเข้าเงื่อนไข “มิบังควร” ด้วยกันทั้งนั้น
และใส่เกียร์ 5 มาถึงนาทีนี้ ไม่มีแตะเบรกอยู่แล้ว
ล่าสุด นายกฯยิ่งลักษณ์ยอมรับภายหลังการประชุม ครม. ได้ดำเนินการขั้นตอนทูลเกล้าฯถวายร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.แล้วเรียบร้อย
โดยฝ่ายเลขาฯ ครม.ได้ตรวจสอบร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ขั้นตอนทุกอย่างถูกต้อง เป็นไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญแล้ว
ยืนยันเป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่นายกฯต้องปฏิบัติตาม
เพราะต้องแยกงานกันในส่วนของฝ่ายบริหาร และหน่วยงานของรัฐสภา ส่วนนี้เป็นอำนาจที่จะต้องตัดสินใจของรัฐสภา หน้าที่นายกฯก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น
“ยิ่งลักษณ์” อิงกติกา นัยว่า ทำหน้าที่เป็นแค่ไปรษณีย์
ที่แน่ๆนอกจากไม่กลัวเสียงรัวเกราะเคาะไม้ขู่ ยังมีการเชิดฉิ่งเบิ้ลบลัฟ ตามจังหวะที่นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์ฯ มือกฎหมายพรรคเพื่อไทย จุดพลุเลยว่า ควรลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ค้างโหวตวาระ 3 อยู่ในสภา
เปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญโละทั้งฉบับ
ไหนๆก็ไหนๆ ยุให้ “หักด่าน” ทีเดียวไปเลย
ตามข่าววงในลูกข่าย “ทักษิณ” มั่นใจในเกมยาวยังไงก็เข้าทาง ว่ากันถึงขนาดประเมินสถานการณ์ที่เลวร้ายสุดสำหรับพรรคเพื่อไทย ในกรณีถ้าศาลรัฐธรรมนูญฟันธงการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์และเครือข่ายฝ่ายต้านยื่นให้ลงโทษยุบพรรคเพื่อไทย
ก็จะมีการจัดดอกไม้ช่อใหญ่ๆไปให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อแสดงความขอบคุณ
เพราะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ คะแนนมาล้นเข่งแน่.
ทีมข่าวการเมือง