ปชป.เปิดเกมรุกต้านคอร์รัปชั่น ย้ำรัฐบาลนี้ทุจริตคอร์รัปชั่นทำประเทศสูญเสียเงิน 2.3 แสนล้านบาท
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่ารัฐบาลได้ทำงานมาครบ 2 ปี หรือครึ่งทางของสภาชุดนี้ ซึ่งการทำงาน 2ปีพบว่า ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองรุมเร้าประเทศ โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญผิด เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองของพวกพ้อง ก่อนประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติ ดังนั้นสิ่งที่พรรคจะดำเนินการในช่วง 2 เดือนข้างหน้า คือ การรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าทิศทางที่รัฐบาลกำลังบริหารประเทศ และจัดลำดับความสำคัญอย่างนี้ผิด และมีปัญหาใดบ้างที่เป็นปัญหารุนแรง ที่จำเป็นจะต้องมีการร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ไข เพื่อให้เป็นทางเลือกของประชาชน โดยเปิดให้ประชนได้แสดงความคิดเห็นผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือทางเครือข่ายทางสังคมออนไลน์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจทางการชี้ให้เห็นว่า การขยายตัวของ GDP ติดลบ 2 ไตรมาสซ้อน ซึ่งทางเทคนิคถือว่าเป็นภาวะที่ถดถอย ทั้งที่ไม่ได้เกิดวิกฤติปัญหาในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรณีต้มยำกุ้ง วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ วิกฤติน้ำท่วม ซึ่งตัวเลขการติดลบครั้งนี้สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการของภาครัฐ เพราะเครื่องยนต์ที่สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจทุกตัวนั้น ขณะนี้ไม่ทำงาน และสาเหตุสำคัญของปัญหามาจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่รัฐบาลมุ่งทำนโยบายทำโครงการ ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อคนบางกลุ่ม และสุ่มเสี่ยงต่อภาวะการทุจริตคอร์รัปชั่น ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ โครงการรับจำนำข้าว ที่ทำให้ต้องสูญเสียเงินไปนับแสนล้านบาท และข้าวไทยไม่สามารถแข่งขันได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน รัฐบาลนี้พยายามหลีกเลี่ยงกระบวนการการตรวจสอบ และการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นไปตามระเบียบอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท แทนที่จะทำงบลงทุนตามปกติ หรือไม่ว่าจะใช้วิธีพิเศษในการหาคนมาทำงานในโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำรวจความรุนแรงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น พบว่า ตัวเลขของการที่ต้องจ่ายสินบน หรือที่มีการรั่วไหลในแต่ละโครงการ สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ คือประมาณร้อยละ 30 - 40 โดยในแต่ละปีเราสูญเสียเงินไปจากการทุจริต คอร์รัปชั่น ถึง 235,000 ล้านบาท
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จำนวนเงินที่รั่วไหล 235,000 ล้านบาทนี้เราสามารถสร้างรถไฟฟ้าได้ถึง 4 สายสาย คือส่วนต่อขยายของ BTS ทั้งหมด บวกกับสายสีน้ำเงิน ท่าพระ - บางแค สายสีชมพู แคราย - มีนบุรี และสายสีม่วง บางใหญ่ - บางซื่อ สร้างถนนไร้ฝุ่นได้เป็นแสนกิโลเมตร จ้างครูได้เพิ่ม 1 ล้านคน หรือสร้างโรงพยาบาลได้ถึง 2,000 แห่ง ตรงนี้คือความสูญเสียที่กำลังเกิดขึ้นจากปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น ซึ่งเกิดขึ้นในยุคของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเป็นการสูญเสียโอกาสของเศรษฐกิจของประเทศ และของประชาชน ถ้าเรายังไม่ตื่นตัวเรื่องนี้หรือต่อต้านต่อต้านหยุดยั้งการคอร์รัปชั่น ที่จะกู้เงินอีก 2.2 ล้านล้านบาท ที่จะทำให้คนไทยเป็นหนี้อีก 50 ปี จะต้องสูญเสียอีกเท่าไหร่ ซึ่งจะเป็นเงินมากมายมหาศาล ส่งผลให้ฐานะของประเทศไทยที่จะแข่งขัน ที่จะเติบโต ที่จะสร้างความเจริญนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์