สำรวจหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันจันทร์ เริ่มต้นสัปดาห์ม็อบยึดหน้าหนึ่ง
ช็อตแรกเลย เครือข่ายภาคประชาชน 77 จังหวัด ภายใต้การขับเคลื่อนของคนหน้าเดิมแต่เปลี่ยนเสื้อใหม่ ทั้ง “บักใส” นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน อดีตแกนนำม็อบพันธมิตรฯ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำขาใหญ่ม็อบเสื้อเหลือง นัดรวมตัวกันที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วางแผนปลุกม็อบต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับ “เหมาเข่ง”
ลงมตินัดชุมนุมใหญ่ทันทีหลังร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯผ่านวาระ
อีกด้านหนึ่ง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หัวขบวนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นำแนวร่วมคนเสื้อแดงจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แสดงพลังคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม “เหมาเข่ง” ที่บริเวณแยกราชประสงค์
ประกาศจะนำม็อบเสื้อแดงเรือนหมื่นคนมาทวงถามสัจจะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไฟเขียวนิรโทษกรรมฯล้างโทษให้คนสั่งฆ่าประชาชนเสื้อแดง
หันไปอีกช็อต “มหาไชยวัฒน์” นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำแนวร่วมคนไทยรักชาติรักแผ่นดิน นำม็อบมาปิดปากซอยโยธินพัฒนา 3 ทางเข้าบ้านนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรียกร้องให้รัฐบาลถอนตัวจากการพิจารณาคดีปราสาทพระวิหารของศาลโลก
โดนตำรวจสกัด นัดมาใหม่วันที่ 3 พฤศจิกายน
และวันเดียวกันเลย ม็อบเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน ชุมนุมปิดถนนเพชรเกษมทั้งขาขึ้นขาล่อง บริเวณอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ขู่ตัดเส้นทางลงใต้ ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามข้อเสนอชดเชยยางพารากิโลกรัมละ 100 บาท
ม็อบเหลืองต้านนิรโทษกรรมล้างโทษ “นายใหญ่” ม็อบแดงขวางการยกโทษให้คนสั่งปราบประชาชน 91 ศพ ม็อบปราสาทพระวิหาร ม็อบยางพารา
4 ปมสารพัดความเคลื่อนไหว แต่มองให้เป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” ได้
ตามปรากฏการณ์ม็อบกระจาย เป้าหมายใครเป้าหมายมัน แต่เมื่อถึงจุดสุกงอมก็พร้อมผสมโรง โยงเงื่อนไขสร้างแรงกดดันให้ตกอยู่ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เต็มๆ
ในอารมณ์ที่ทั้ง “แดง-เหลือง” เริ่มรู้สึกตรงกัน หมั่นไส้ “ทักษิณ”
ไม่เอาด้วยกับลากเกมนิรโทษกรรมเหมาเข่ง “สุดซอย”
อย่างไรก็ตาม ในอารมณ์ชิวชิว ล่าสุดพระเอกตามท้องเรื่องอย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็ยังสบายๆ โพสต์อินสตาแกรม ขณะกำลังช็อปปิ้งช่วยซื้อของเข้าร้านแต่งเล็บ@ thesisters_nails ให้ลูกสาว “เอม-อุ๊งอิ๊ง” ระหว่างบินโฉบมาแถวเกาหลีใต้กับสิงคโปร์
เหมือนมั่นใจในเกม “เซตซีโร่”
และก็โป๊ะเชะ มาได้จังหวะพอดี ตามคิวที่นายนันทศักดิ์ พูลสุข โฆษกประจำสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงผลที่ประชุมอัยการมีความเห็นให้สั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯในฐานะประธาน ศอฉ. ตามสำนวนการ สอบสวนคดีสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง นปช.เมื่อปี 2553 จนมีผู้เสียชีวิต 91 ศพ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เสนอมา
อัยการสูงสุดเห็นว่า เป็นคดีที่เกี่ยวกับความผิดต่อชีวิตประชาชนจริง
จึงมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันออกคำสั่งหรือก่อให้เกิดการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐในการฆ่าผู้อื่นจนเสียชีวิต หรือพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59, 80, 83, 84 และ 288
“อภิสิทธิ์-สุเทพ” โดนลากเข้าคุกไปอีกหนึ่งขา
ตามสถานการณ์เร้าๆที่นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ระบุได้ตรวจสอบความถูกต้องของร่าง พ.ร.บ.เรียบร้อยแล้ว พร้อมจะส่งเรื่องให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบรรจุระเบียบวาระ 2 และ 3 ต่อไป คาดว่าจะยื่นต่อประธานได้ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนจะนัดประชุมวันใดนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของประธาน
หน่วย “แหย่ไฟ” ก็จ่อชนวน เร้านาทีประจันหน้ากระชั้นเข้ามาทุกขณะ
เหมือนล่อให้อีกฝ่ายเปิดไต๋ โชว์แต้มในเกมสกัดด่านสุดท้ายออกมา
ตามอารมณ์ที่แกนนำม็อบฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ที่ระดมพลกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ยังไม่กล้าผลีผลามตามใจมวลชนแนวร่วมที่เร้าให้นำม็อบออกมาลุยตั้งแต่ตอนนี้เลย
กลัวพลาด “หลงเหลี่ยม” แล้วกู่ไม่กลับ
ในขณะที่จอมเขี้ยวยี่ห้อประชาธิปัตย์ที่ “กำไพ่ใบสุดท้าย” อยู่ในมือ ตามการประกาศของ “ขาใหญ่” ระดับ “เทพเทือก” ถ้ากฎหมายนิรโทษผ่านสภา จะถอดสูทนำม็อบลุยนอกสภาเองเลย
งานนี้ยิ่งต้องคิดหลายชั้น เพราะเดิมพัน “คุก” เหมือนกัน.
ขอบคุณ ทีมข่าวการเมือง ไทยรัฐ