วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557

'สื่อเทศ'เกาะติด!สถานการณ์'ปิดกรุงเทพฯ'


'สื่อเทศ'เกาะติด!สถานการณ์'ปิดกรุงเทพฯ'
BBC-CNN รายงานสถานการณ์ 'ปิดกรุงเทพฯ' ขับไล่'รัฐบาลยิ่งลักษณ์' ด้าน'รบ.'วางกำลัง'ตร.-ทหาร'รับมือเข้ม
13 ม.ค.57 สำนักข่าว BBC รายงานสถานการณ์ " ปิดกรุงเทพฯ " ว่า เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ขับไล่รัฐบาล ก่อนการเลือกตั้งที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ขณะที่ รัฐบาลวางกำลังตำรวจและทหารไว้คอยรับมือ 18,000 นาย แต่ผู้ประท้วงก็สร้างเครื่องกีดขวางและยึดสี่แยกสำคัญไว้หมดแล้ว

ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ขอให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก 3 เดือน ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง แต่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ได้บอกกับ BBC ว่า เป็นไปไม่ได้ โดยผู้ประท้วงต่างบอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นเพียงร่างทรงของพี่ชาย คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกโค่นอำนาจ เมื่อปี 2549

BBC รายงานด้วยว่า โรงเรียนในกรุงเทพฯ ต่างปิดการเรียนการสอน เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียน ซึ่งนายนิวัฒน์ธำรง บอกว่า รัฐบาลยังคงพยายามที่จะเจรจากับผู้ประท้วงเพื่อความเป็นไปได้ที่จะประนีประนอม และนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ได้สั่งบุคลากรทั้งตำรวจและทหารให้อดทนอดกลั้น ไม่ใช้อาวุธทุกชนิดในการรับมือกับผู้ประท้วง

ด้านสำนักข่าว CNN รายงานว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนและกลุ่มอื่น ๆ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยและผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่กำลังเตรียมพร้อมจัดการชุมนุมใหญ่ในหลายจุดในกรุงเทพฯ ให้เคารพสิทธิมนุษยชน และหลีกเลี่ยงความรุนแรง

คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือกปปส. ที่หวังจะบีบให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงจากอำนาจ ได้ขู่ว่าจะปิดกรุงเทพฯ ยาวนานนับเดือน และเริ่มต้นแล้วในวันนี้ โดยพวกเขาวางแผนที่จะบรรลุเป้าหมาย ด้วยการปิดสี่แยกที่สำคัญ 7 แห่ง ในมหานครใหญ่และวุ่นวายแห่งนี้ และยังจะไปปิดล้อมบ้านของน.ส.ยิ่งลักษณ์ และรัฐมนตรีบางคน รวมทั้งตัดน้ำตัดไฟบ้านคนเหล่านี้และสถานที่ราชการบางแห่งด้วย

รายงานยังอ้างตัวเลขของทางการด้วยว่า มีผู้เสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บ 470 คน นับตั้งแต่เริ่มต้นการประท้วงเมื่อเดือนพฤศจิกายน โดยองค์การนิรโทษกรรมสากล ได้เตือนเมื่อวันศุกร์ว่า อาจจะเกิดความรุนแรงครั้งใหม่ โดยอิซาแบล อาร์ราดอน รองผู้อำนวยการฝ่ายเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศไทยตึงเครียด ผันผวน และไม่อาจคาดการณ์ได้

อาร์ราดอน ยังบอกด้วยว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ เว้นแต่ว่าจะมีการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่ กองกำลังรักษาความมั่นคงจะต้องมั่นใจว่า ได้คำนึงถึงสิทธิในการประท้วงอย่างสันติ แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็มีหน้าที่จะต้องปกป้องความปลอดภัยของสาธารณชนด้วย เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายควรจะใช้วิธีการที่ไม่รุนแรงก่อนจะใช้กำลัง และจะต้องใช้ความอดกลั้นด้วยเสมอ

องค์การนิรโทษกรรมสากล ยังได้เรียกร้องให้บรรดาแกนนำการประท้วง เตือนบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุม ไม่ให้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นกัน