เลขาธิการสมช.เตรียมรายงานต่อที่ประชุมครม. ถึงการประเมินสถานการณ์ทางการเมือง ที่ยังคงเห็นว่าสถานการณ์ ในวันที่ 13 มกราคมยังไม่มีความรุนแรง และไม่จำเป็นต้องประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะที่ครม.ย้ำต่อทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และดูแลอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ที่อาจได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี มีวาระหารือถึงการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กปปส. ที่ประกาศปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 มกราคมนี้ โดยมีหน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และดูแลอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการเดินทาง การติดต่อสถานที่ราชการ และการใช้ชีวิตประจำวัน
ก่อนการประชุม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช.ย้ำว่า สถานการณ์ยังไม่จำเป็นต้องประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากกลุ่มที่เห็นต่างๆกัน ชุมนุมกันอยู่คนละพื้นที่ และยังอยู่ในภาวะควบคุมได้
ส่วนวาระการประชุมครม. เรื่องอื่นๆที่กกต.พิจารณาให้ครม.สามารถดำเนินการได้ โดยกระทรวงการคลังเตรียมแจ้งที่ประชุมให้รับทราบกรอบการกู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อนำไปจ่ายให้เกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าว ให้หมดภายในกลางเดือนนี้ และรับทราบผลกระทบทางการเมืองต่อโครงการขนาดใหญ่ ที่ไม่ดำเนินการต่อเนื่อง อาจกระทบต่อภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เหลือเพียงร้อยละ 3 ถึง ร้อยละ 3.5
ด้านความคืบหน้าการตั้งสภาปฏิรูปประเทศ นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนกันของทุกภาคส่วน เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญ แต่ยังคงมีความเห็นต่างกันอยู่ ซึ่งหากได้กลไกนี้เมื่อไร รัฐบาลก็พร้อมดำเนินการทันที
ขณะที่ วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เริ่มประชุมพิจารณาคดีถอดถอน 383 ส.ส. และ ส.ว. ที่ร่วมลงชื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มาของส.ว. กระทำการส่อไปในทางทุจริต ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 หรือไม่ โดยจะมีการลงมติว่า จะแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดหรือไม่ อย่างไร และจะแถลงข่าวในเวลา 15.00 น.