วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

ศอ.รส.ใช้กำลังผสมทหาร - ตำรวจ คุมสถานการณ์


กรมสอบสวนคดีพิเศษขอศาลอนุมัติหมายจับ 33 แกนนำ กปปส. พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับนักเคลื่อนไหวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเรียกว่าแกนนำแถวที่ 3 อีก 15 คน ขณะที่ ศอ.รส.จัดกำลังผสมทหาร และตำรวจ ประมาณ 20,000 นาย รักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญรับมือการเคลื่อนไหวใหญ่ในวันที่ 13 มกราคมนี้
นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ผู้อำนวยการ ศอ.รส.เปิดเผยถึงแผนรับมือการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 13 มกราคมนี้ โดยระบุว่าจะมีการใช้กองกำลังผสมระหว่างตำรวจ และทหารประมาณ 20,000 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัย และควบคุมดูแลในสถานที่สำคัญ

สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ยังคงอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่หากมีความจำเป็นอาจต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งมีการเตรียมไว้ แต่ยังต้องรอประเมินสถานการณ์ เพราะกฎหมายดังกล่าวต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันการปะทะ ลดความสูญเสียการบาดเจ็บล้มตายที่อาจจะเกิดขึ้น

ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำ กปปส.จำนวน 33 ราย ที่ดีเอสไอออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่มาตามหมายเรียก โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอ้าง เพียงแต่ติดภารกิจชุมนุม หรือติดธุระปีใหม่

นอกจากนี้ แกนนำ กปปส.ทั้งหมดยังร่วมกันกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง ลุกลามถึงขั้นจะปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 มกราคม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ

สำหรับในวันนี้ (7 ม.ค.) พนักงานสอบสวนจะประชุมชุดปฏิบัติการย่อย 10 ชุด เพื่อเตรียมยื่นคำร้องขอหมายจับแกนนำ กปปส.ทั้ง 33 ราย ภายในวันที่ 8 มกราคมนี้ และจะออกหมายเรียกแกนนำ กปปส.แถวที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นนักเคลื่อนไหวประมาณ 15 คน มารับทราบข้อกล่าวหา

ส่วนแกนนำ กปปส.ที่เคยเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเป็นผู้ต้องหาในคดีปิดสนามบินจำนวน 9 ราย ที่ดีเอสไอเคยขอศาลถอนประกัน เนื่องจากฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัว และศาลได้นัดพิจารณาในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ดีเอสไอจะยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนถอนประกันเร็วขึ้น เนื่องจากแกนนำชุดดังกล่าวยังมีพฤติกรรมกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเคลื่อนไหวในวันที่ 13 มกราคมนี้