สื่อนอกตีข่าวม็อบ กปปส. ยึดกรุงเทพฯ คุกคามอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
หนังสือพิมพ์วอสส์สตรีทเจอร์นัล รายงาน เหตุชุมนุมประท้วงครั้งล่าสุดของไทย ที่อาจเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศนั้น กำลังกลายมาเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย
รายงานระบุว่า ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย มักไม่ค่อยให้ความสนใจกับเหตุชุมนุมประท้วงมากเท่าใดนัก เห็นได้ชื่อเล่นของไทยที่ว่า "เทฟลอน ไทยแลนด์" ซึ่งหมายความเป็นประเทศที่ไม่ค่อยจะยึดติดกับอะไรมากนัก โดยการทอ่งเที่ยวไทยยังมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะเกิดเหตุรัฐประหารโค่นอำนาจพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2549 และเหตุปะทะนองเลือดระหว่างฝ่ายรัฐบาล กับกลุ่มผู้ประท้วงเมื่อปี 2553
เมื่อปีที่แล้ว มาสเตอร์การ์ด คาดการณ์ว่า กรุงเทพมหานครจะกลายเป็นเมืองที่มีคนเดินทางมาเยือนมากที่สุดในโลก ทั้งศูนย์การค้าต่างๆ ในกรุงเทพฯ ก็กลายมาเป็นสถานที่ที่มีคนถ่ายรูป นำมาเผยแพร่บนอินสตาแกรม เว็บไซต์แบ่งปันรูปภาพมากที่สุด แซงหน้าคู่แข่ง อย่าง หอไอเฟล ในฝรั่งเศส และทัช มาฮาล ของอินเดีย
แต่รายงานชี้ว่า แผนจัดชุมนุมประท้วงครั้งล่าสุดนี้ อาจทำให้สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป
จนถึงขณะนี้ บรรดานักท่องเที่ยวนักเดินทางเริ่มถอยห่างจากกรุงเทพฯ แล้ว โดยเมื่อวานนี้ (5 ม.ค.) สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ระบุว่า จะยกเลิกเที่ยวบินมายังเมืองหลวงของไทย 19 เที่ยวบิน ระหว่างวันที่ 14 ม.ค. - 25 ก.พ. เนื่องจากความต้องการที่ลดลงขณะที่นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย เผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดจองห้องพักโรงแรมในกรุงเทพฯ ลดลงเหลือเพียง 70-75% เท่านั้น เทียบกับช่วงเวลาปกติที่จะมีอัตราการจองห้องพักราว 80%
ทั้งนี้ รายได้จากภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วนราว 7% ของเศรษฐกิจไทย ซึ่งในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนธ.ค.2556 นั้น จำนวนผู้เดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินหลักของประเทศ ลดลง 15% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ แม้ว่ายอดรวมนักท่องเที่ยว ช่วง 11 เดือนแรกของปีที่แล้ว จะเพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2555 มากกว่า 20% ก็ตาม
แม้จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ยังไม่คิดเปลี่ยนแผนเดินทางมายังประเทศไทย แต่กลุ่มธุรกิจต่างกังวลถึงผลกระทบจากการประท้วงที่จะเกิดต่ออุตสาหกรรมอื่นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากการประท้วงเกิดรุนแรงขึ้น หรือหากในอนาคต กลุ่มผู้ประท้วงตัดสินใจเข้ายึดสนามบินใน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นนานร่วมสัปดาห์ ในการประท้วงเมื่อปี 2551
ยิ่งไปกว่านั้น การที่กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก ทำให้การยึดพื้นที่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองที่ยืดเยื้ออยู่นั้น อาจทำให้การจัดส่งสินค้าเกิดความล่าช้าขึ้น และทำให้กระบวนการนำเข้า และส่งออกต้องยุ่งยากมากขึ้น ซึ่งนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการ หอการค้าไทย ได้แนะนำให้สมาชิกทำการสำรองวัตถุดิบ และสินค้าอื่นๆ ไว้ตามโกดัง หรือสถานที่อื่นๆ ของบริษัท ที่อยู่นอกเมืองหลวง
ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การประท้วงในสัปดาห์หน้า อาจทำให้เศรษฐกิจเสียหายมากถึง 20,000 ล้านบาท โดยนายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมระบุว่า มูลค่าความเสียหายโดยรวมอาจสูงกว่านั้น หากการประท้วงบานปลายจนเกิดความรุนแรงขึ้นมา
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์