วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

ตั้งใจแหย่เพื่อกระตุก


ทันทีทันควันเหมือนกันกับปรากฏการณ์ที่มีขบวนการนำป้ายไวนิล “คนเชียงใหม่จะไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแยกแผ่นดินไทยโดยเด็ดขาด” ไปติดตามสะพานลอยข้ามถนน แยกถนนต่างระดับทั่วเมืองเชียงใหม่
พึ่บพั่บภายในคืนเดียว
โดยไม่มีการแสดงตัวแสดงตนว่าเป็นของกลุ่มไหน มีแค่จุดน่าสังเกตพื้นหลังเป็นลายธงชาติไทย สัญลักษณ์เดียวกับแนวร่วมเวที กปปส.

และก็เป็นอะไรที่สอดรับกัน กับคิวที่นางแน่งน้อย อัศวกิตติกร นายจรัญ โสพรรณตระกูล พร้อมด้วยเครือข่าย กปปส.พิษณุโลก รวมตัวกันที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมชูป้ายข้อความ “กบฏแบ่งแยกดินแดน มึงออกไปจากแผ่นดินกู คนพิดโลกไม่ต้องการพวกมึง” เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดดำเนินคดีกลุ่มบุคคลที่มาติดป้ายข้อความขอแบ่งแยกประเทศล้านนา

พร้อมแจ้งความเอาผิดกับนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่ปราศรัยเป็นทำนองรับมุกการแยกประเทศ

แนวร่วมม็อบกำนันสายเหนือขยับ ตามยุทธศาสตร์ก็ชัดเจน มันคือยุทธการเบิ้ลบลัฟกับปรากฏการณ์ “สปป.ล้านนา”

ชิงกระแสมวลชนกับป้าย “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กูขอแยกเป็นประเทศล้านนา”

ในสถานการณ์เข้มๆที่กองทัพภาคที่ 3 ส่งนายทหารพระธรรมนูญเดินหน้าแจ้งความเอาผิดกับนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เด้งรับคำสั่ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่สั่งให้ไล่บี้ขบวนการเบื้องหลังปลุกกระแส

และก็ได้จังหวะเปลี่ยนเกมเหมือนกัน นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงานเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แนวร่วมสายฮาร์ดคอร์ม็อบ กปปส. ฉวยจังหวะปรับยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวมาเน้นเรื่องการปกป้องแผ่นดินไทยไม่ให้มีการแบ่งแยกประเทศ

ยกเป็นเหตุไล่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยต่อเนื่อง

ตามท้องเรื่อง กปปส.โหนกองทัพ แนวร่วมฝ่ายต้านรัฐบาลได้ชนวน “แยกประเทศ” เป็นหัวเชื้อจุดไฟไล่เครือข่ายระบอบทักษิณ จัดการกองทัพแดง

น่าจะประเมินแล้วว่า ปมนี้แรงถึงขั้นทำให้พลิกคว่ำพลิกหงายแน่

แต่ก็นิ่งผิดคาด ไม่มีอาการตื่นตูมกับปมแหลมๆเสียวๆแต่อย่างใด กับบทที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกตัวนิ่มๆเลยว่า รัฐบาลไม่สนับสนุนแนวคิดแยกประเทศ และขอให้กองทัพดำเนินการตรวจสอบขบวนการเบื้องหลังอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อลดดีกรีความขัดแย้ง

แปลไทยเป็นไทย นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องการบอกว่า ในเมื่อ “บิ๊กตู่” สั่งทหารเล่นงานคนเสื้อแดงที่น้อยใจขึ้นป้ายขอแยกประเทศฐานเป็นกบฏ ก็ต้องเดินหน้าไล่บี้ “กำนันเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่มีหมายจับของศาลคดีกบฏเหมือนกัน

ย้อนคอหอยกันแบบแสบลึก

ส่งมุกด้วยคิวของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธาน ศรส.ที่พูดออกอากาศชัดเลยว่า กระแสเสื้อแดงแบ่งแยกประเทศ อาจมาจากอารมณ์ขุ่นข้องหมองใจกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน

ขอให้ ผบ.ทบ.ดำเนินการอย่างเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายเสื้อแดงและฝ่ายของ “กำนันเทพ”

พลิกจากข้อหากบฏแยกดินแดนมาเป็นการขยายผล สุมไฟปมยุติธรรมสองมาตรฐาน

อ่านกันตามเกม งานนี้น่าจะเป็นความตั้งใจกระตุก “ฝ่ายคุมเกมประเทศไทย” กันซึ่งๆหน้า

อย่างน้อยๆ เบื้องต้นเลย ปมแยกประเทศก็ทำให้หูผึ่งไปตามๆกัน กองทัพต้องเทกแอ็กชั่น จ่าฝูงท็อปบูต อย่าง “บิ๊กตู่” ต้องส่งไล่บี้ขบวนการปั่นกระแส

และล่าสุดศาลอาญายกคำร้อง ไม่รับอุทธรณ์ที่นายสุเทพขอให้เพิกถอนหมายจับข้อหากบฏ

ตามเหลี่ยมกดดัน คนเสื้อแดงคงใช้เป็นปมเปรียบเทียบไปเรื่อยๆ.



ทีมข่าวการเมือง