เปิดตัวตน'ไม้หนึ่ง ก.กุนที' ผ่านคำบอกเล่าหลบจำศีล
หลังจากห่างหายไปจากถนนการเมืองของ ไม้หนึ่ง ก.กุนที เป็นเวลา 2 ปี เมื่อเขาคืนสู่นครในงานวันนักเขียนเมื่อ 2 ปีก่อน ที่จัดขึ้นที่โรงแรมตรัง ไม้หนึ่ง ไม่เพียงเข้าร่วมงานธรรมดาๆ แต่ยังสร้างความฮือฮาไม่น้อยทีเดียว นอกจากรูปโฉมที่เปลี่ยนไป ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม จนมิตรน้ำหมึกร่วมรุ่นแทบจำไม่ได้แล้ว เขายังขึ้นเวทีอ่านบทกวีรำลึก จิตร ภูมิศักดิ์ ในแบบ 2 ภาษาอีกด้วย เริ่มจากภาษาเขมรชัดเปรี๊ยะ และจบด้วยเนื้อหาภาษาไทยที่เข้มข้น โอกาสนั้น "เนชั่นสุดสัปดาห์" เปิดใจกวีราษฎรผู้นี้ ผ่านบทสัมภาษณ์ ซึ่งมีบางช่วงตอนอธิบายถึงช่วงเวลาจำศีลของเขาเอาไว้
ถึงวันนี้แล้ว พอจะเล่าถึงช่วงที่ห่างหายไปได้ว่าอย่างไรบ้าง?
คืออยู่ในสภาพการณ์ที่ไม่สามารถออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอะไรได้มากเหมือนกับในช่วงก่อนหน้านั้น ก็ต้องยอมรับว่า สิ่งหนึ่งที่นักต่อสู้นักเคลื่อนไหวจะต้องยอมรับคือ สภาพการเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไป แน่นอนจิตสำนึกการต่อสู้มันไม่เคยจางหาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แวดล้อมว่า บางเวลาในฐานะราษฎร พลเมือง ประชาชนคนหนึ่งที่อาจจะมีพี่น้องเป็นหลักสิบหลักร้อย แต่ก็ไม่มีอาวุธไปสู้รบปรบมือตามไล่ล่าหรือกองกำลังรัฐสนับสนุนอย่างเต็มที่
ที่ผ่านมาก็จำเป็นต้องหลีกลี้หายไป ก็เพื่อที่จะสงวนรักษาพละกำลังไว้มาต่อสู้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็ถือว่าเป็น "ช่วงเวลาแห่งการจำศีล" ช่วงที่หายไปก็เป็น "การรักษาเยียวยาตัวเอง"
0 ช่วงจำศีลถือว่าเป็นช่วงชีวิตที่ดีหรือร้าย แล้วเรียนรู้อะไรบ้าง?
ต้องยอมรับว่า ช่วงจำศีล ผมอาจจะดูเหมือน "วัวงานที่เกียจคร้าน" สำหรับขบวนการประชาชนไทย มากกว่าสมัยที่ผมเริ่มออกมาต่อสู้ช่วงมีการชุมนุม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนตัวและส่วนรวม คือ วันนี้ผมมีความแข็งแรงมากขึ้น มีความพร้อม มีความสุขุม มีความนิ่ง มีการได้เรียนรู้ ในช่วงเวลาสองปีในหลายๆ ด้าน มีการคบหาสมาคมกับพี่น้องในวงกว้างมากขึ้น ผมรู้สึกว่า แน่นอนล่ะ สองปีที่ผ่านมาผมอาจจะมารับใช้พี่น้องในฐานะเป็นวัวเป็นควายไถนาน้อยกว่าก่อนหน้าการชุมนุม แต่วันนี้ผมกลับมาแล้ว "ผมจะกลับมาไถนาให้ดีกว่าเดิม"
0 มองย้อนกลับไปเกือบสองปีที่ผ่านมา คิดว่าผ่านช่วงเวลาจำศีลมาได้อย่างไร?
ส่วนหนึ่งก็ต้องบอก ทันทีที่คุณจริงใจกับประชาชน ประชาชนก็จะจริงใจกับคุณ โอบอ้อมและเลี้ยงดูคุณประหนึ่งเป็นบุตรธิดาของเขา ผมผ่านชีวิตช่วงนั้นมาได้เพราะพี่น้องเสื้อแดง
ความเป็นอยู่ มันก็แน่นอน ไม้หนึ่ง ก.กุนที แต่ก่อนมีงานการทำ อาทิตย์หนึ่งใช้เวลาไม่ถึงวันก็เขียนบทกวีได้บทหนึ่ง แล้วมีพื้นที่สื่อลงประจำ และได้ค่าตอบแทนประจำทุกเดือน และเป็นเจ้าของร้านอาหารที่ขายเป็ดย่างขายอาหารกวางตุ้ง แต่ก่อนผมก็ถือว่าเป็นนายทุนน้อยคนหนึ่ง เป็นคนที่มีอันจะกินคนหนึ่ง ชีวิตมันย่อมไม่เหมือนช่วงที่ไปอยู่ในการดูแลคนอื่น
เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ไม่ต้องถามเลยว่า มันไม่มีอะไรจะดีเท่ากับบ้านของตัวเอง แต่จริงๆ แล้ว สองปีที่ผ่านมา ทำให้ผมเป็นคนไม่ยึดติดกับบ้านเหมือนกัน
ผมอาจจะมองว่า โลกนี้เป็นหนึ่งเดียวกันไปแล้ว ทุกที่เป็นบ้านของเรา ประเทศในภูมิภาคนี้เป็นเครือญาติกันทั้งสิ้น มีจุดเริ่มต้นที่เดียวกัน หรือที่สุดแล้ว โลกทั้งใบก็เป็นมนุษย์เหมือนๆ กัน เพราะฉะนั้นทุกที่ทุกทาง ถ้าเราอยู่ได้ ก็เป็นบ้านของเราได้หมด
ผมเคยเห็น เคยได้รับฟังจากนักคิดนักต่อสู้ในตำนานที่เป็นรุ่นพี่ ถ้าเกิดพูดคนอื่นอาจจะหมั่นไส้ก็ได้ ที่ไปเปรียบเทียบตัวเองกับ เช เกวารา อย่างเช พอถึงระดับหนึ่งที่ปฏิวัติคิวบาสำเร็จ เขาไม่ต้องการหยุดอยู่แค่คิวบา แต่ต้องการไป โบลิเวีย อาร์เจนตินา เขารู้สึกว่ามันมีคนทุกข์ยากอยู่ทุกถิ่นที่ในโลกนี้ ถ้าคุณปัดกวาดแค่บ้านคุณสะอาด แต่ยังมีกองฝุ่น ยังมีงูเงี้ยวเขี้ยวขออยู่รอบๆ บ้าน วันหนึ่งฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเลอะเทอะเหล่านั้น ก็ย่อมปลิวเข้ามาบ้านคุณได้เหมือนกัน แต่ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงต้องการอภิวัฒน์ คุณก็ต้องควรที่จะปฏิบัติอภิวัฒน์ในโครงสร้าง ไม่ใช่มีทัศนะคับแคบทำเฉพาะที่บ้านของตัวเอง
0 บ้านอีกหลังที่อยู่ได้เพราะมิตรไมตรีของผู้คนด้วย?
ใช่ ถ้าคุณมีไมตรีคุณไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อทุกที่ทุกสถานที่คุณอยู่ คุณก็จะได้รับมิตรไมตรี เรายอมรับเขา เขาก็ยอมรับเรา การเคารพซึ่งกันและกัน สิ่งสำคัญคือว่า ถ้าเราเชื่อมโยงกันได้ หรือว่า ทั้งเราและพี่น้องที่ผ่านทาง มีต้นกำเนิดเดียวกัน จะไม่มองว่าเป็นศัตรูกันเป็นอันขาด สำหรับเรื่องพรมแดนในทัศนคติของผม ถือว่า มนุษย์ไม่มีพรมแดน แล้วคงไม่มีประเทศไหนที่บ้าก่อกำแพงเบอร์ลินขึ้นมาอีก หลังจากที่เยอรมันตะวันตก-ตะวันออก ได้ทุบมันทิ้งไปแล้ว
เฟนเพจโพสต์ไว้อาลัย "ไม้หนึ่ง ก.กุนที"
หลังการเสียชีวิตของ "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" เฟซบุ๊กของเขามีผู้เข้ามาแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปอย่างกะทันหันจำนวนมาก อาทิ "คุณบัวแดง เกิดแต่ตม" โพสต์ว่า "ไม้. ยังผลิ ดอกงาม ตามความฝัน หนึ่ง. ชีวัน อุดมการณ์ ขอสานต่อ สุคติ ที่ไปนั้น สวรรค์รอ ทอดร่างต่อ ตายเพื่อ เกื้อผองชน"
คุณ "Hathu Thuha" โพสต์บทกวี "สถาปนาสถาบันประชาชน" ของไม้หนึ่ง ก.กุนที ว่า "ความเป็นชาติของคุณอยู่ที่ตรงไหน...สิเนรุอำไพเผือกสิงขร เราคือฐานพีระมิดประชากร กัดกร่อนเราคุณก็ล้มลงระยำ!" พร้อมกับ R.I.P. ไม้หนึ่ง ก.กุนที"
คุณ" Pong Ids" บอกว่า "ขอแสดงความเสียใจกับ ไม้หนึ่ง ก.กุนที พี่เขาเป็นคนดี เป็นคนตรงๆ ครับ พี่เขาหลับไปอย่างไม่มีวันกลับมา...ทำกันกลางวันแสกๆ อย่างนี้ ผมว่าเขากำลังต้องการให้เราใช้ความรุนแรงแน่ๆ ครับ...รู้สึกเศร้าใจ"
คุณ "Ake Auttagorn" โพสต์ว่า ธาตุดินน้ำลมไฟสลายแยก สังขารแตกล่วงลับคือดับขันธ์ เกิดแล้วดับวิถีแห่งชีวัน ทุกชนชั้นเดินตามนิยามกรรม ขอ "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" ผู้ล่วงลับ เปลือกตาหลับประสบภพดื่มด่ำ
คุณ "อุษา แสงจันทร์" โพสต์ว่า ด้วยรักและอาลัย แด่ "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" พวกเราข้างหลัง สัญญาว่าจะสู้ต่อไป ปณิธาน และความเสียสละ ของท่าน จะเป็นพลังให้พวกเราข้างหลังขับเคลื่อนต่อไป
ไม้หนึ่ง ก.กุนที เป็นนามปากกาของ "กมล ดวงผาสุก" ชาว อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จบปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร สร้างชื่อเสียงจากการที่มีบทกวีตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ ขณะที่บทบาททางการเมืองนั้น ไม้หนึ่ง เป็นนักคิดนักเขียน กวีรายแรกๆ ที่ประกาศตัวเป็น “เสื้อแดง” และร่วมเคลื่อนไหวกับคนเสื้อแดงมาตลอด ผลงานของเขาสะท้อนภาพของคนระดับล่าง กรรมกร ชาวไร่ จนได้รับฉายา “กวีราษฎร”
หลังเหตุการณ์การสลายการชุมนุมปี 2553 ไม้หนึ่ง และแกนนำจำนวนหนึ่งได้หายหน้าไปจากเวทีการเคลื่อนไหวทางการเมืองพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาอีกครั้งและผนึกกำลังกับ ดร.สุดา รังกุพันธ์ อดีตอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขับเคลื่อนเรื่องการช่วยเหลือนักโทษทางการเมือง มีการจัดตั้งกลุ่ม "ปฏิญญาหน้าศาล" จัดเสวนาเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม จนกระทั่งมีการตั้งกลุ่ม “29 มกราหมื่นปลดปล่อย” เมื่อต้นปี 2556 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปล่อยนักโทษการเมือง และไม้หนึ่งยังจัดรายการทางช่องเอเชียอัพเดท ด้วย
.............
(หมายเหตุ : เปิดตัวตน'ไม้หนึ่ง ก.กุนที' ผ่านคำบอกเล่าหลบจำศีล)