วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ย้าย‘ธงทอง’อีกคน ปล่อย‘ตู่’ เต้น-วีระฯ-ธิดา-เหวง


เด้งเลขาฯกฤษฎีกา-ผวจ.อีก5 ‘อ๋อย-จาตุรนต์’ขึ้นศาลทหาร วืดประกันส่งฝากขังเรือนจําฯ
คสช.ปล่อยตัวแกนนำ นปช.แล้ว สั่งห้ามเคลื่อนไหว ไม่ ให้ออกนอกประเทศ หยุดจ้อการเมือง “เต้น” ซึ้งเมีย-ลูกมารอรับกลับบ้าน กลุ่ม “สันธนะ-จ่ามานัส” ไม่กล้าเบี้ยวมารายงานตัวตามนัด สห.คุมตัว “จาตุรนต์” ขึ้นกองปราบฯแจ้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช. ยุยงปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง โดยไม่ให้ประกันตัวก่อนนำขึ้นศาลทหาร หัวหน้าสำนักตุลาการศาลทหารระบุจำเลยตั้งทนายแก้ต่างได้ แต่ในระหว่างพิจารณาคดีสามารถฝากขังได้ 7 ครั้ง ครั้งละ 12 วัน ชี้ “อ๋อย” เป็นพลเรือนคนแรกที่ถูกนำขึ้นศาลทหาร คณะ คสช.เจาะเส้นทางอิเล็กทรอนิกส์ตามล่า “จารุพงศ์-จักรภพ” ให้เจอ “ประยุทธ์” นัด 10 กุนซือแบ่งงานด่วน จ่อยกเครื่องโครงสร้าง ตร.สู่ยุคจิ๋วแต่เจ๋ง
จากกรณีทหารเข้าควบคุมตัวนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะผู้ฝ่าฝืนที่ไม่เข้ารายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งขั้นตอนการพิจารณาคดีต้องนำขึ้นศาลทหาร ล่าสุดนายจาตุรนต์ได้ขอเลื่อนศาลออกไป

สำนักตุลาการศาลทหารแจงคดี “อ๋อย”

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พ.ค. ที่กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม พล.ร.ท.กฤษฎา เจริญพานิช หัวหน้าสำนักตุลาการศาลทหาร กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีนายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่ไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าเหมือนกับคดีอาญาทั่วไป แต่ขณะนี้เป็นพิจารณาของศาลทหารในเวลาไม่ปกติ โดยจำเลยสามารถมีทนายความแก้ต่างได้ตามธรรมนูญศาล ถ้ารับสารภาพก็ไม่ต้องรอสืบพยาน สามารถตัดสินคดีได้เลย แต่ถ้าปฏิเสธขอต่อสู้คดีก็ต้องใช้เวลาในการพิจารณาเพื่อให้ฝ่ายโจทก์ยื่นพยานนำสืบตาม ป.วิอาญา ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่าใช้เวลากี่วันถึงจะพิจารณาเสร็จสิ้น แต่จะให้รวดเร็วที่สุด

ชี้ฝากขังผลัดละ 12 วันได้ 7 ครั้ง

พล.ร.ท.กฤษฎากล่าวอีกว่า ในระหว่างพิจารณาคดี สามารถฝากขังได้ครั้งละ 12 วัน จนครบ 84 วัน ซึ่งคาดจะใช้เรือนจำของกรมราชทัณฑ์ในการควบคุมตัว ยอมรับว่าหลังจากนี้คงมีคดีความจำนวนมากเข้าสู่การพิจารณาของศาลทหาร ซึ่งศาลก็ต้องทำงานหนักขึ้น แม้จะมีตุลาการศาลทหารจำกัด แต่ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุดและเร็วที่สุด ซึ่งคดีความที่ฝ่าฝืนหรือขัดคำสั่ง คสช. ต้องระวางโทษ จำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกรณีนายจาตุรนต์ถือเป็นพลเรือนคนแรกที่ถูกนำขึ้นศาลทหาร

จำเลยมาไม่ได้–เมียจูงลูกสาวรอเก้อ

พ.อ.กิตติยุทธ กิตติยุทธโยธิน ผู้อำนวยการกองกลาง กรมพระธรรมนูญ กล่าวว่าได้รับการประสานอย่างไม่เป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ทหารที่ควบคุมตัวนายจาตุรนต์ว่า วันนี้ไม่สามารถนำตัวมาขึ้นศาลได้ แต่ไม่ได้ให้เหตุผลในรายละเอียด แต่สาเหตุคงเกิดจากเจ้าหน้าที่ทหารเพิ่งควบคุมตัวได้ช่วงเย็นวันที่ 27 พ.ค. ทั้งนี้ การนำตัวนายจาตุรนต์ ขึ้นศาลภายใน 7 วันตามการประกาศกฎอัยการศึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภรรยาและบุตรสาวของนายจาตุรนต์ได้เดินทางมารอที่กรมพระธรรมนูญด้วย

สห.คุมตัวมาสอบที่กองปราบ

ต่อมาเวลา 16.45 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารได้ควบคุมตัวนายจาตุรนต์ขึ้นรถตู้สีขาว ทะเบียน ฮธ 9337 กรุงเทพ-มหานคร มีกำลังทหาร 8 นายเฝ้ารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เดินทางมายังกองปราบปราม ทันทีที่มาถึง นายจาตุรนต์มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้มีแววตาของความวิตกกังวล ลงจากรถมาพบ พ.ต.อ.ประสพ-โชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. ที่รอรับอยู่ จากนั้นขึ้นไปห้องประชุมสุรสีหนาท ชั้น 2 โดยไม่ให้สัมภาษณ์ โดยมีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยาของนายจาตุรนต์ พร้อมทนายความ เดินทางตามมาที่ บก.ป.เพื่อเตรียมประสานเกี่ยวกับการยื่นขอประกันตัว

พาขึ้นศาลทหารไม่ให้ประกันตัว

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนรอสอบปากคำนายจาตุรนต์พร้อมแจ้งข้อหาความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช.และยุยงส่งเสริมให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน นายจาตุรนต์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนแจ้งข้อหา สารวัตรทหารร่วมกับพนักงานสอบสวน บก.ป.ควบคุมตัวนายจาตุรนต์ไปขึ้นศาลทหารทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายจาตุรนต์เดินไปขึ้นรถตู้ นายจาตุรนต์กล่าวว่า “สบายดี แต่ไม่ทราบว่าเมื่อคืนเจ้าหน้าที่ทหารพาไปที่ไหน เป็นเหมือนที่คุมขัง เพราะมีการผูกตาไป ฝากบอกประชาชนทั่วไปว่า ไม่ต้องเป็นห่วง” ก่อนจะเดินขึ้นรถตู้ โดยมี พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. และเจ้าหน้าที่ทหารขึ้นรถคันเดียวกันออกไป

ทีมงานโชว์ภาพเด็ด “จารุพงศ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่มารายงานตัวตามคำสั่งของ คสช.ได้โพสท์ข้อความ “กำลังใจที่ประชาชนส่งมาโดยไม่ขาดสาย” พร้อมทั้งเผยแพร่ประมวลภาพของนายจารุพงศ์ตั้งแต่ภาพการลงพื้นที่หาเสียง ภาพการขึ้นเวทีเสื้อแดงร่วมกับกลุ่ม นปช.ภาพที่ถ่ายร่วมกับประชาชนตามพื้นที่ต่างๆ รวมถึงข้อความที่ประชาชนโพสต์ให้กำลังใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายจารุพงศ์ประกอบเพลงกำลังใจ ความยาวประมาณ 3.40 นาที โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนทยอยเข้ามาคอมเมนต์และกดไลค์อย่างต่อเนื่อง

กักครบ 7 วันคุม นปช.-รมต.เข้า ทบ.

สำหรับความเคลื่อนไหวของผู้ที่ถูก คสช.เรียกมารายงานตัวรายอื่นๆ เมื่อเวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายนิสิต สินธุไพร นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร พร้อมด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีต รมว.แรงงาน ไปหอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ หลังครบกำหนด 7 วัน ในอำนาจการควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกจากการประกาศยึดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.และมีคำสั่งให้บุคคลต่างๆเข้ารายงานตัว

แยก “ขวัญชัย-นิสิต” ขึ้นรถตู้

จากนั้นเวลา 09.10 น. เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวนายขวัญชัยที่ยังคงนั่งรถวีลแชร์ พร้อมด้วย นายนิสิตและนายเผดิมชัยขึ้นรถตู้เดินทางออกไป ขณะที่นายนายณัฐวุฒิ นายจตุพร นพ.เหวง นายวีระกานต์ และ พล.ต.อ.ประชายังถูกควบคุมตัวอยู่ในหอประชุมกองทัพบก เทเวศร์

ปล่อย “ตู่-เต้น” นปช.ยกก๊วน

กระทั่งเวลา 16.40 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการสอบปากคำแกนนำ นปช.ที่ถูกควบคุมตัวมายังหอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ เป็นที่เรียบร้อย รวมถึงนายขวัญชัย นายนิสิต และนายเผดิมชัยที่ก่อนหน้านี้ถูกนำตัวออกไปจากหอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ และนำตัวกลับมาสอบปากคำอีกครั้งในช่วงบ่าย ได้รับการปล่อยตัวกลับทั้งหมด ทั้งนายจตุพร นายณัฐวุฒิ นายวีระกานต์ นพ.เหวง นางธิดา นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายนิสิต นายขวัญชัย นายพายัพ ปั้นเกตุ นายมานิต จิตจันทร์กลับ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ โดยทั้งหมดเดินทางกลับด้วยรถส่วนตัว ขณะที่นายณัฐวุฒิมีภรรยาและบุตรชายมารับกลับ

สั่งห้ามเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.

จากนั้น เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารยังได้ปล่อยตัว พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีต รมช.คมนาคม และนางจารุพรรณ กุลดิลก อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย บุตรสาว โดยมีนางวิมลรัตน์ กุลดิลก ภริยา มารอรับหลังเข้ารายงานตัว และได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 27 พ.ค. โดย พล.ต.ท.ชัจจ์เปิดเผยหลังได้รับการปล่อยตัวว่า ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวทหารดูแลเป็นอย่างดี โดย คสช.ขอความร่วมมือไม่ให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้าน คสช. ส่วนนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ยังถูกควบคุมตัวที่ค่ายทหาร จ.ราชบุรี ขณะที่นางจารุพรรณกล่าวว่า ถูกนำตัวมาที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา แม่ทัพภาค 1 มานั่งสัมภาษณ์และชี้แจง ทหารไม่ได้มุ่งหวังที่จะได้อำนาจ เพียงแต่อยากให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ซึ่ง คสช.ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง ห้ามประชุมเกี่ยวกับการเมือง ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และไม่ให้สัมภาษณ์สื่อประเด็นเกี่ยวกับการเมือง หากฝ่าฝืนจะตัดการทำธุรกรรมทางการเงิน

กลุ่ม “สันธนะ-จ่ามานัส” มาตามนัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนผู้ที่ คสช.มีคำสั่งที่ 25/2557 เรียกให้มารายงานตัวเพิ่ม 7 คน ในวันเดียวกัน เวลา 10.00-11.00 น. ประกอบด้วย พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ จ.ส.ต.มานัส เติมธนะ-ศักดิ์ นายสุวัฒน์ วุฒิศักดิ์ นายวิชา พร้อมเพรียงชัย นายธนิก มาสีพิทักษ์ นายกฤษณะ มานะการ มารายงานตัวตามนัด ขาดเพียงนายอิทธิพล สุขแป้น ไม่ได้มารายงานตัว ส่วนนายมาลัยรักษ์ ทองชัย โฆษกกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ซึ่งถูกเรียกให้มารายงานตัววันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 23/2557 แต่ไม่ได้มารายงานตัว ได้เดินทางมารายงานตัวในวันนี้เช่นเดียวกัน

คุมโฆษก กวป.ไปไว้ค่ายทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายอนันต์ อัศวโภคิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.แลนด์แอนเฮ้าส์ ซึ่งไม่ได้เข้ารายงานตัวเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ตามคำสั่ง คสช.ที่ 14/2557 แต่ได้ยื่นคำร้องผ่อนผันไว้ว่า ติดภารกิจต่างประเทศ ได้เดินทางเข้ารายงานตัว ส่วนนายมาลัยรักษ์ ทองชัย โฆษก กวป.ที่เดินทางมารายงานตัวในวันเดียวนี้เช่นเดียวกัน หลังไม่ได้มารายงานตัวตามที่กำหนดในวันที่ 27 พ.ค. ถูกควบคุมตัวไปยังค่ายทหาร

“ลูกหมอเหวง” ขอเยี่ยมพ่อกับแม่

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน นพ.สลักธรรม โตจิราการ บุตรชาย นพ.เหวง โตจิราการ และนางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นปช. เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะ คสช. เรื่องขอทราบสถานภาพความเป็นอยู่และขอเข้าเยี่ยมผู้ถูกกันตัวโดยคำสั่งคสช. โดยมี พ.ต.บุญลือ สะอาดดี นายทหารเวรเป็นตัวแทนรับหนังสือ

แกะรอยล่า “จารุพงศ์–จักรภพ”

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช.แถลงว่าขณะนี้ได้มีการปิดกั้นเส้นทางทางอิเล็กทรอนิกส์ที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งเพื่อไม่ให้ไปสู่สาธารณะ โดยมีการปิดเว็บไซต์ไปแล้วกว่า 100 เว็บ และถ้าหากสืบทราบไปถึงบุคคลก็ถือว่ามีความผิดด้วย นอกจากนี้ยังมีการจับตาการแสดงความคิดเห็นทางโซเชียลมีเดียของบุคคลที่อยู่ต่างประเทศที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง เช่น นายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงการเคลื่อนไหวของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทยก็มีคณะทำงานติดตามอยู่และอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ

10 กุนซือ “บิ๊กตู่” เลือกเองกับมือ

ผู้สื่อข่าวถามถึงรายชื่อ 10 บุคคลที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อที่ปรึกษาของหัวหน้า คสช. พ.อ.วินธัย ตอบว่า การคัดเลือกที่ปรึกษา คสช.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ คัดเลือกจากดุลพินิจส่วนตัวเพื่อที่จะให้คำปรึกษาที่สำคัญๆในด้านต่างๆ โดยเสนอความเห็นผ่านทางสำนักเลขาธิการ คสช.เพื่อเสนอหัวหน้า คสช.ต่อไป ทั้งนี้รายชื่อทั้ง 10 คนที่ปรากฏนั้นตนเห็นมาจากสื่อเท่านั้น

โชว์คลิป นปช.สบายดีอีกชุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นทีมโฆษก คสช.ได้เปิดภาพวีดิโอซึ่งเป็นภาพความเป็นอยู่ของบุคคลต่างๆที่ถูกควบคุมตัว อาทิ แกนนำ นปช. ได้แก่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมทั้งนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในบ้านพักแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ระบุสถานที่ โดยในภาพพยายามแสดงให้เห็นว่ามีความเป็นอยู่ที่ดีไม่ได้ถูกกักขัง ในห้องมีเครื่องปรับอากาศ มีเตียงนอน มีโทรทัศน์ให้ชม และทุกคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มปรับทัศนคติ “จตุพร” อยู่สบาย

สรุปมีผู้ไม่มารายงานตัว 53 ราย

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ตัวเลขผู้ที่ถูกเรียกตามประกาศของ คสช.นั้น ล่าสุด ณ วันที่ 27 พ.ค.มีอยู่ 253 คน จำนวนนี้รวมผู้เข้าเจรจา 7 ฝ่ายในวันที่ 22 พ.ค. โดยมีผู้มารายงานตัวและเข้าสู่กระบวนการต่างๆ 200 คน ปล่อยตัวไปแล้ว 124 คน และมีผู้ยังไม่มารายงานตัวอีก 53 คน

ระงับธุรกรรมการเงิน 4 คน

สำหรับบุคคลที่แสดงให้เห็นว่าขัดขืนจริงๆนั้น บางส่วนได้มีมาตรการดำเนินการทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว โดยผู้ที่ถูกระงับธุรกรรมทางการเงินแสดงให้เห็นว่าเราเริ่มดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งมี 4 คน ประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ และ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ ส่วนบุคคลที่ปล่อยถูกตัวแล้วนั้นเราได้มีการลงนามในหนังสือว่าได้รับการปล่อยตัวจริง มีการลงนาม มีการบันทึกที่อยู่ว่าจะพำนักที่ไหนเพื่อการประสานงาน และเป็นข้อตกลงและความเข้าใจร่วมกันว่า ขอให้งดการแสดงความคิดเห็นที่ทำให้เกิดความสับสนในสังคมหรือการยุยงปลุกระดม หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศต้องแจ้ง คสช.ให้รับทราบ

เลขาฯ คสช.เรียกประชุมฝ่ายมั่นคง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพบกว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช.ให้กำกับดูแลส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. ประกอบด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงบประมาณ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เป็นประธานการประชุม ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช.เพื่อชี้แจงแนวทางการกำกับดูแล และขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายของหัวหน้า คสช.

ลุยปรับโครงสร้าง ตร.ให้จิ๋วแต่แจ๋ว

ทั้งนี้ในที่ประชุมให้ส่วนราชการที่มาประชุมนำเสนอภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการปัญหาสำคัญเร่งด่วน โดยเฉพาะที่ต้องการให้ คสช.ดำเนินการแก้ไขแผนการปฏิบัติงานของหน่วยทั้งระยะสั้นและระยะยาว แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมีประเด็นสำคัญการปรับโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ให้องค์กรมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของสำนักงานข่าว กรองแห่งชาติ ขอให้พิจารณาบรรจุกำลังพลเพิ่มเติม เพื่อรองรับงานด้านการข่าวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้จะมีการปรับโครงสร้างองค์กรและบริหารจัดการกำลังพลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งอาจมีความจำเป็นที่ต้องแก้กฎหมายบางฉบับ

“ประยุทธ์” นัด 10 กุนซือแบ่งงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 29 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เชิญคณะที่ปรึกษา คสช.ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธาน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รอง หน.คสช. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายณรงค์ชัย อัคร–เศรณี นายวิษณุ เครืองาม นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ พล.อ.นพดล อินทปัญญา ที่ปรึกษา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ที่ปรึกษาและเลขานุการ เพื่อประชุมจัดส่วนงาน กำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้การบริหารงานของ คสช.เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ

“วัชรพล” ฮึ่มท้องที่ไหนป่วนเด้งอีก

ที่ สตช. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ ผบก.และ ผกก.ว่า นายตำรวจที่ถูกโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้มีความผิด และจะไม่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เหตุผลที่โยกย้ายเป็นเรื่องของความเหมาะสมในตำแหน่งหน้าที่ ที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดียิ่งขึ้น และไม่เกี่ยวข้องกับที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า เป็นการแบ่งพรรคแบ่งพวกตามขั้วอำนาจทางการเมือง หลังจากนี้หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ไหนที่ไม่สามารถควบคุมรักษาความสงบในพื้นที่ของตนได้ ก็จะพิจารณาโยกย้ายต่อไป แต่เบื้องต้นตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งโยกย้ายเพิ่มเติม

เร่งปิดเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูง

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าเรื่องการดำเนินคดีกับเว็บหมิ่นเบื้องสูง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อดำเนินคดีโดยเร็ว ขณะที่มีรายงานว่า นายตั้ง อาชีวะ ที่โพสต์ข้อความหมิ่นเบื้องสูง อาจจะหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

เด้งรับปรับโครงสร้าง ตร.

พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวด้วยว่า ยังคงมีหน่วยงานตำรวจอยู่ในประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยจะปฏิรูปโครงสร้างตำรวจให้มีรูปแบบการจัดองค์กรที่เป็นสากล มีสายการบังคับบัญชาที่สั้นลง เน้นด้านการกระจายอำนาจไปในระดับภูมิภาค มีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด แต่ยังไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนได้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและปรับแก้รายละเอียดใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ให้สอดคล้องกัน

รับเรื่องถอดยศ “แม้ว” ฟื้นคดีเอกยุทธ

พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวถึงกรณีหนังสือถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า สำนักงานเลขาได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและพิจารณานำเสนอขึ้นมา เพื่อพิจารณาเสนอสั่งการ เมื่อมีคนมายื่นหน่วยที่เกี่ยวข้องก็คงต้องไปตรวจสอบดูความเป็นมาเป็นไป ข้อกฎหมายต่างๆให้ดำเนินการตามขั้นตอน ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียด คงต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนกรณีการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ต้องถามฝ่ายป้องกันปราบปราม เพราะการฟื้นคดีต้องมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้ฝ่ายกฎหมายไปดูว่า มีพยานหลักฐานใหม่ หรือเข้าเงื่อนไขอะไรหรือไม่

“จักรทิพย์” ห้ามทุกท้องที่มีอบายมุข

พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. กล่าวว่า คสช.มีการประกาศเรื่องการคุมเข้มเรื่องการพนัน พล.ต.ท.จักรทิพย์กล่าวว่า ตนสั่งการไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วห้ามมีบ่อน ตู้ม้า และการพนันต่างๆ ถ้าพบจะจับกุมและพิจารณาข้อบกพร่องหรือปรับย้าย ส่วนจะเป็นเรื่องของท่อน้ำเลี้ยงหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้ว

กรมการกงสุลเปิดทำวีซ่าเต็มพิกัด

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธงชัย ชาญสวัสดิ์ อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ มีความพร้อมจะเปิดให้บริการประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.เป็นต้นไป เมื่อเข้าสู่ระบบปกติ ก็จะผลิตเล่มหนังสือเดินทางได้ตามจำนวนปกติ คือราว 8,000 เล่มต่อวัน แต่หากมีประชาชนขอรับบริการมากกว่านั้นก็ไม่มีปัญหา เนื่องจากกำลังการผลิตของเครื่องสามารถรับได้ถึง 20,000 เล่ม แต่ด้วยยังมีข้อจำกัดเรื่องเวลาตามคำสั่งเคอร์ฟิว จะทำให้สามารถจ่ายเล่มสำหรับผู้ที่มารับด้วยตนเอง 4 วันทำการสำหรับ กทม. และในต่างจังหวัด 5-7 วันทำการ ส่วนการให้บริการจองคิวออนไลน์ที่ศูนย์การค้าเอสพลานาด ที่ได้รับการตอบรับดีมากนั้น ก็จะมาให้บริการที่กรมการกงสุล ชั่วคราว จนกว่าจะหาสถานที่ใหม่เพื่อเปิดเป็นศูนย์ให้บริการในเขตชุมชน โดยรับจองทางออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 4 เดือนในการจัดหาสถานที่และจัดเตรียมอุปกรณ์

“สุรชัย” ในวันอำลา ขรก.วุฒิฯ

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถนนประชาชื่น นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา ได้กล่าวในงานเลี้ยงอำลาข้าราชการวุฒิสภาว่า วันนี้จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป แต่มันมาเร็วไปนิดนึง ทั้งที่ได้พยายามอย่างสุดกำลังตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมให้เป็นประธานวุฒิสภา ก็พยายามหาทางออกให้กับประเทศ ทันที แต่ที่สุดแล้วทุกฝ่ายไม่มีใครยอมกัน ที่ผ่านมาได้ทำงานทั้งในทางที่เปิดเผยและไม่ได้เปิดเผย เพื่อหาทางออกให้ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ ไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตประชาชน อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะกลับคืนมาในไม่ช้านี้

ป.ป.ช.จ่อเค้น “นิวัฒน์ธำรง” คดีข้าว

ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.จะตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีต ครม.รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพื่อขยายผลโครงการรับจำนำข้าวว่า เป็นผลจากการที่ ป.ป.ช.ไต่สวนคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว 3.3 แสนล้านบาท แต่ต่อมาในการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ครั้งที่ 3 มีความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 5 แสนล้านบาท ป.ป.ช.จึงต้องไต่สวนต่อเนื่อง โดยจะตรวจสอบความเสียหายช่วงระหว่างที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ และนายยรรยง พวงราช เป็น รมช.พาณิชย์ หากพบว่าบุคคลทั้งสองเกี่ยวข้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ก็สามารถตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนในคดีอาญาเพิ่มได้ การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ครม.เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.อยู่แล้ว จะเน้นการตรวจสอบในทุกโครงการของรัฐบาล

ปลัด มท.สั่งเด้ง 5 ผวจ.เข้ากรุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 10 ตำแหน่งดังนี้ 1.นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 2. นายเกรียงเดช เข็มทอง ผวจ.จันทบุรี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 3.นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 4.นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 5.นายวันชัย สุทธิวรชัย ผวจ.อุบลราชธานี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 6.นายภุชงค์ โพธิกุฎสัย ที่ปรึกษาด้านการปกครอง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็น ผวจ.กาฬสินธุ์ 7.นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผวจ.จันทบุรี 8.นายธานี สามารถกิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผวจ.ระยอง 9.นายสมศักดิ์ จังตระกุล ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็น ผวจ.ร้อยเอ็ด 10.นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผวจ.อุบลราชธานี ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. 2557 เป็นต้นไป

ย้าย “ธงทอง” พ้นปลัดสำนักนายกฯ

ต่อมาคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 27/2557 เรื่องการแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ 1.ให้นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกฯ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ปลัดสำนักนายกฯ แต่ยังคงปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน 2.ให้หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย มาปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีอีกหน้าที่หนึ่ง โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อนทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปสั่ง ณ วันที่ 28 พ.ค.57

เลขาฯกฤษฎีกาโดนโยกอีกคน

จากนั้นมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 28/2557 เรื่องการแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ 1.ให้นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน 2.ให้นายดิสทัต โหตระกิตย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปสั่ง ณ วันที่ 28 พ.ค.57

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 29/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงให้นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ มารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบกเทเวศร์ ในวันที่ 29 พ.ค.57 เวลา 10.00-10.30 น.

“อ๋อย” เจอหนักยั่วยุ–ปลุกปั่น

เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม ได้นำตัวนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ มาขออำนาจศาลทหารกรุงเทพพิจารณาฝากขัง ภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าควบคุมตัวเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่สมาคมนักข่าวต่างประเทศ เนื่องจากไม่ได้มารายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกทั้งยังถูกแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากนายจาตุรนต์ได้ไปกล่าวปาฐกถาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศนั้นมีเนื้อหาในลักษณะที่ปลุกปั่น ยั่วยุให้เกิดความไม่สงบสุขในราชอาณาจักร เข้าข่ายผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

ศาลทหารไม่ให้ประกันตัว

ต่อมาเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายจาตุรนต์ไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยศาลได้คัดค้านการประกันตัวและอนุมัติฝากขังครั้งที่ 1 เป็นเวลา 12 วัน อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะยื่นสำนวนส่งอัยการทหาร เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป

ฝากขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ขณะที่นายจาตุรนต์กล่าวภายหลังการพิจารณานานกว่า 2 ชั่วโมงว่า ขอขอบคุณทุกคนที่มารอ ตนไม่หนักใจไม่เครียด และไม่ได้กังวลใดๆขณะนี้อยู่ระหว่างการฝากขัง และจะไปรายงานตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขั้นตอนความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลทหาร โดยขั้นตอนศาลทหารตามประกาศฉบับที่ 37 เมื่อจับผู้ที่กระทำความผิดจะต้องส่งให้พนักงานสอบสวน ณ สน.ฟเกิดเหตุเป็นผู้รวบรวมสำนวนหลักฐานว่าเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่ จากนั้นจะส่งให้อัยการในเขตพื้นที่เพื่อตรวจสอบสำนวนและหลักฐานว่ามีเพียงพอหรือไม่ และขั้นตอนต่อไปถึงดำเนินการส่งตัวไปพิจารณาที่ศาลทหาร และจากนั้นจะส่งตัวไปที่เรือนจำพลเรือนต่อไป ทั้งนี้ภายใต้กฎอัยการศึกไม่สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาได้ แต่สามารถตั้งทนายเพื่อสู้คดีความไ