วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เหตุผลที่กลางก.ค.ต้องตั้งนายกฯ


เหตุผลที่กลางก.ค.ต้องตั้งนายกฯ : ศรายุทธ สายคำมี ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับการขับเคลื่อนประเทศในภาวะที่ปัญหารุมเร้าจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งในและนอกประเทศจนถึงขั้นต้องเชิญเอกอัครราชทูต 23 คน จาก 17 ประเทศมาฟังข้อมูล รวมทั้งโรดแม็พ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นกรณีพิเศษ

ถึงแม้ว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะ หัวหน้า คสช. จะอธิบายหลายครั้งว่า มีโรดแม็พในการขับเคลื่อนประเทศเป็น 3 ระยะ นับจากนี้ไปก็จะมี นายกรัฐมนตรี มีคณะรัฐมนตรีมาบริหารประเทศภายใต้กฎอัยการศึก มี สนช. จากนั้นเข้าสู่ระยะที่สอง มีธรรมนูญปกครองชั่วคราว และระยะที่ 3 เป็นช่วงที่เข้าสู่การเลือกตั้ง

เพียงแต่ไม่เคยมีการระบุว่า แต่ละห้วงเวลาที่ตระเตรียมเอาไว้นั้น จะเริ่มขึ้นเมื่อใด และกรอบเวลาที่ว่านั้นจะอธิบายได้อย่างไรเพราะยังจับต้องไม่ได้ถึงกรอบที่ว่านั้นอยู่ตรงไหน

ความจริงแล้ว กรอบเวลาคร่าวๆ นั้นมีอยู่อย่างน้อยก็กำหนดวันเกษียณอายุราชการของ พล.อ.ประยุทธ์ ...อย่างน้อยก็ยังมีกรอบเวลาที่ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 นั้นจะต้องมีผลบังคับใช้ทันทีที่เดือนกันยายนพ้นไป

ถ้าหากจับเอากรอบเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ เกษียณ นั่นก็จะต้องไปพูดถึงว่า "รัฐบาลเฉพาะกาล" หรือ "รัฐบาลชั่วคราว" ที่จะตั้งขึ้นนั้น ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี และใครจะก้าวขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. แทน พล.อ.ประยุทธ์

จะว่าไปในสถานการณ์ที่ยังคงต้องบังคับใช้กฎอัยการศึกอยู่ จะหาพลเรือนที่มีความเชี่ยวชาญด้านไหนเข้ามาบริหารประเทศ ถ้าหากไม่ใช้บริการจากคนของกองทัพ หรืออดีตคนในกองทัพ

เมื่อพิเคราะห์ในประเด็นนี้ ชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงยังคง "แรง" ไม่มีตก

ส่วนผู้ที่จะมาแทนในตำแหน่ง ผบ.ทบ.นั้นยังคงเป็นนายทหารที่เรียนโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 14 หรือไม่ก็ 15 ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงอยู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ.

คำถามถัดมาที่ไม่ใช่แค่ต่างชาติที่ต้องการความชัดเจน แม้แต่ในประเทศก็อยากจะรู้ว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชั่วคราวนั้นจะมีขึ้นเมื่อใด และใครจะเป็น

หากเอาเรื่องของ พ.ร.บ.งบประมาณมาเป็นกรอบเวลาที่รัฐบาลใหม่จะต้องรับหน้าที่จัดทำเป็นเรื่องเร่งด่วนก็เป็นไปได้ว่า การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีน่าจะมีขึ้นไม่เกินกลางเดือนกรกฎาคม เพื่อมีเวลาให้นายกฯ คนใหม่ทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อคณะรัฐมนตรีได้ในช่วงถัดมา

จากนั้นการสรรหาสมาชิกสภานิติบัญญัติ จะมีคำว่า "แห่งชาติ" ต่อท้ายหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่จะเริ่มขึ้นโดยเร็ว โดยคุณสมบัติจะเป็นอย่างไร มาจากองค์กรใดบ้าง ก็คงจะมีคำสั่ง หรือแนวทางปฏิบัติประกาศออกมา เพื่อให้ได้สมาชิกนิติบัญญัตติโดยเร็ว

ที่ต้องมีรัฐบาลเร็ว มีสนช.เร็ว ก็เพราะการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณนั้น ส่วนราชการจะต้องเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา จากนั้น ครม.จะส่ง ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณให้ สนช.พิจารณา เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการที่ใกล้เคียงกับช่วงที่มีสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง

ปัญหาก็คือ สนช.ที่คาดว่าจะมีจำนวน 150 คนนั้น จะต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ อย่างละเอียดรอบคอบภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด เพราะร่างพ.ร.บ.งบประมาณนี้จะต้องมีผลบังคับใช้ทันทีหลังสิ้นเดือนกันยายน

หาก สนช.รับหลักการวาระแรก (คาดว่าจะไม่เกินวันที่ 6 ส.ค.) แล้ว จะเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 2 เพื่อแปรญัตติ ซึ่งจุดนี้ ยังคงเป็นข้อกังวลว่า จะใช้เวลานานเท่าใด จะมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหามากน้อยแค่ไหน และภายใต้กฎอัยการศึก แต่แน่นอนว่าจะต้องมี คสช.เป็นเกราะให้แก่รัฐบาลอยู่ คสช.จะวางตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้กลายเป็นท่าทีที่สร้างภาพลบให้แก่ประเทศและตัว คสช.เอง

ขณะเดียวกัน สถานการณ์การเมืองที่แม้จะดูสงบราบคาบ ภายหลัง "ขอนแก่นโมเดล" ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่ "การข่าว" นั้นชัดเจนว่า มีการติดต่อสั่งการจากนอกประเทศจริง และมีกลุ่มที่พร้อมจะก่อเหตุอยู่จริง เกี่ยวโยงกันเป็นเครือข่าย เพียงแต่ว่า คำสั่งจากนอกประเทศที่จะส่งถึงกลุ่มต่างๆ นั้นยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับเมื่อปี 2549 ที่มีการยึดอำนาจ กลุ่มก้อนกว่าจะมีการขยับก็ล่วงไป 3-4 เดือนหลังจากนั้นแล้ว

อย่างไรก็ดี ทางการข่าวยังไม่วางใจนักสำหรับ "แกนนำ" ที่ถูกเรียกมารายงานตัว ถึงแม้หลายคนจะยืนยันว่า เลิกแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแล้วก็ตาม

เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูท่าทีช่วงที่รัฐบาลรักษาการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ยืนกรานที่จะไม่ลาออกจากตำแหน่ง โดยอ้างว่า ไม่มีกฎหมายรองรับ ขณะที่เสียงเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการถอยออกไปเพื่อเปิดทางให้ประเทศได้เดินหน้าต่อไปได้

นั่นเป็นเพราะมีการประเมินกันแล้วว่า หากกองทัพยึดอำนาจ "โลก" ก็จะรุมประณาม และปฏิเสธที่จะร่วมสังฆกรรมด้วย และนั่นจะนำมาซึ่งความชอบธรรมในการต่อสู้ และนำไปสู่โอกาสที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับมาต่อสู้อีกครั้ง ภายใต้เหตุผลที่ว่า คดีความที่ถูกพิพากษาไปแล้วและที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมนั้นเกิดจาก คตส.ซึ่งมีกรรมการ เป็นปฏิปักษ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ

แต่หากว่า สถานการณ์ยาวไปจนกระทั่งมีการเลือกตั้ง ด้วยฐานเสียงที่เคยมีอยู่ก็เชื่อว่า คะแนนนิยมในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ จะนำชัยชนะมาให้เขาได้

การประเมินสถานการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ดูเหมือนจะผิดพลาด (อีกครั้ง) ไม่เพียงประเทศอาเซียนที่ไม่ได้แสดงท่าทีชิงชังรังเกียจ หากแต่ประเทศจีนเอง ก็แสดงตัวเป็นพี่เบิ้มแห่งเอเชีย อ้าแขนเปิดรับประเทศไทยอย่างเต็มที่

"โลก" ก็เลยไม่อาจล้อมประเทศไทย ขณะที่เครือข่ายที่จะป่วนประเทศก็โดนบล็อกจนอยู่หมัด ยังคงเหลืออีกราว 60 รายชื่อที่ค้นได้เมื่อครั้งทลายแก๊งขอนแก่นโมเดล ที่ยังมีอิสระ โดยที่รับรู้ว่า หากเดินออกจากเส้นทางที่ควรจะเป็นก็คงจะมีสภาพไม่ต่างจากเพื่อนร่วมแก๊ง

สถานการณ์นับจากนี้ไปจนถึงก่อนการเลือกตั้งจึงเป็นช่วงที่เป็นใจให้กองทัพแสดงฝีมือสร้างความปรองดอง และขจัดมาเฟียที่หากินกับคนรากหญ้า เพื่อขจัดเงื่อนไขไม่ให้เบี่ยงเบนไปพึ่งพิงสิ่งที่อยู่นอกระบบได้อีก

นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญของ คสช.ที่จะพิสูจน์ว่า การยึดอำนาจนั้น โดยระบอบแล้วเป็นที่น่าชิงชังเสมอไปหรือไม่ !

.................

(หมายเหตุ : เหตุผลที่กลางก.ค.ต้องตั้งนายกฯ : ศรายุทธ สายคำมี ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)