วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ปิดทางหวนคืนสนาม


ถ้าเป็นช่วงการเมืองปกติ ป่านนี้ได้ปิดถนนประท้วงวุ่นกันแล้ว
ตามปรากฏการณ์ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาป่าวประกาศช่วงนี้ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน มีแต่เสียงร้องเรียนเรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ำ
เพราะวันนี้ราคายางแผ่นตกลงไปเหลือกิโลกรัมละ 50 บาท ขี้ยางเหลือกิโลกรัมละ 22 บาท

เรียกร้องเป็นเชิงเหน็บๆ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไหนๆ ก็คืนความสุข ให้คนไทยมาหลายกลุ่มแล้ว น่าจะคืนความสุขให้ชาวสวนยางทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ด้วย

คนยี่ห้อประชาธิปัตย์ “ปล่อยของ” ลองเชิงกันล่วงหน้า

และมันก็คือปัญหาที่กองรอรัฐบาลเฉพาะกิจอยู่แล้ว

ในสถานการณ์ที่กระบวนการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเปิดโฉมหน้ากันภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม

ตามโปรแกรมประชุม สนช.นัดแรกถูกล็อกไว้ช่วงต้นเดือนสิงหาคม

และคิวต่อไปตามปฏิทินก็คือการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยการโหวตของ สนช. ที่ไม่ต้องลุ้นกันแล้วว่าจะชื่อ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมยังควบตำแหน่งหัวหน้า คสช.อีก 1 เก้าอี้

แต่นาทีนี้ดูเหมือนทิศทางข่าวจะไหลข้ามช็อตไปแล้ว

ล่าสุดตามกระแสการปล่อยโพย ครม.เฉพาะกิจออกมาล่วงหน้า มีทั้งสูตร 1 สูตร 2 ให้เดาตามกันไป

ที่แน่ๆทั้ง 2 สูตรมีชื่อของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ กับพี่รองอย่าง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.

สวนทางกับโพยที่ออกมาก่อนหน้า “พี่ป้อม-พี่ป๊อก” จะไปนั่งเป็น สนช. ซึ่งตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว จะไม่มีสิทธิ์มานั่งเป็นรัฐมนตรี

ตามกระแสนี้ “บิ๊กตู่” ก็ยังไว้ใจหมู่น้องพี่บูรพาพยัคฆ์มากกว่าคนนอก

เลือดย่อมข้นกว่าน้ำวันยังค่ำ

ที่สำคัญมันสะท้อนว่า คสช.เน้นความชัวร์ในการประคองเกมอำนาจมาก่อนอื่นใด

และน่าจะมองไปถึงการเตรียมสถานการณ์เผื่อรองรับเกมอำนาจในอนาคต ตามกระแสแว่วๆที่จะมีการตั้งพรรคการเมืองของทหาร แต่งตัวลงสนามเลือกตั้งตามกติกาประชาธิปไตย

ในจังหวะที่แชมป์ผูกขาดอย่างพรรคเพื่อไทยกำลังตกอยู่ในภาวะโดน “บอนไซ”

ตามรูปการณ์ที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างทัวร์พักผ่อนที่ยุโรป ล่าสุดพาลูกชายไปดูโรงเรียนในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลังเสร็จสิ้นภารกิจเบิร์ธเดย์อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และตามโปรแกรมจะบินต่อไปประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนกลับเมืองไทยในวันที่ 10 สิงหาคม

และทุกความเคลื่อนไหวก็ยังมีภาพข่าวส่งมาเมืองไทย เลี้ยงกระแสได้ตลอดเวลา

นัยว่า ยังเป็นจุดสนใจ ในฐานะนางเอกตามท้องเรื่องของฝ่าย “นายใหญ่”

แต่เรื่องของเรื่อง ประเมินสถานการณ์แล้ว หนทางการหวนคืนการเมืองในอนาคตของอดีตผู้นำหญิงคนสวย ดูท่าจะวิบากขึ้นตามลำดับ

กับชะตากรรมที่เห็นเค้าลางอยู่ตรงหน้า

ทั้งชนักปักหลังคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สั่งฟันคดีอาญา

โดยเงื่อนไขน่าจะสะเทือนต่อสถานะของผู้จะลงสมัครรับเลือกตั้ง

ล่าสุดยังส่อเค้าโดนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงดาบซ้ำ ฐานใช้ทรัพยากรของรัฐเอื้อการเลือกตั้ง จากรายการทัวร์นกขมิ้นช่วงรักษาการนายกฯ

แถมแรงตกกระทบอาจโยงถึงโทษยุบพรรคเพื่อไทย

สรุปโดนดักหน้าดักหลัง “ยิ่งลักษณ์” คงหมดสภาพที่จะมาทำหน้าที่ “นอมินี” ของพี่ชาย

แค่สู้คดีเอาตัวรอดให้ได้ ก็เหนื่อยแล้ว.



ทีมข่าวการเมือง