ถ้าเป็นช่วงการเมืองปกติ ป่านนี้ได้ปิดถนนประท้วงวุ่นกันแล้ว
ตามปรากฏการณ์ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาป่าวประกาศช่วงนี้ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน มีแต่เสียงร้องเรียนเรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ำ
เพราะวันนี้ราคายางแผ่นตกลงไปเหลือกิโลกรัมละ 50 บาท ขี้ยางเหลือกิโลกรัมละ 22 บาท
เรียกร้องเป็นเชิงเหน็บๆ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไหนๆ ก็คืนความสุข ให้คนไทยมาหลายกลุ่มแล้ว น่าจะคืนความสุขให้ชาวสวนยางทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ด้วย
คนยี่ห้อประชาธิปัตย์ “ปล่อยของ” ลองเชิงกันล่วงหน้า
และมันก็คือปัญหาที่กองรอรัฐบาลเฉพาะกิจอยู่แล้ว
ในสถานการณ์ที่กระบวนการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเปิดโฉมหน้ากันภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม
ตามโปรแกรมประชุม สนช.นัดแรกถูกล็อกไว้ช่วงต้นเดือนสิงหาคม
และคิวต่อไปตามปฏิทินก็คือการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยการโหวตของ สนช. ที่ไม่ต้องลุ้นกันแล้วว่าจะชื่อ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมยังควบตำแหน่งหัวหน้า คสช.อีก 1 เก้าอี้
แต่นาทีนี้ดูเหมือนทิศทางข่าวจะไหลข้ามช็อตไปแล้ว
ล่าสุดตามกระแสการปล่อยโพย ครม.เฉพาะกิจออกมาล่วงหน้า มีทั้งสูตร 1 สูตร 2 ให้เดาตามกันไป
ที่แน่ๆทั้ง 2 สูตรมีชื่อของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ กับพี่รองอย่าง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.
สวนทางกับโพยที่ออกมาก่อนหน้า “พี่ป้อม-พี่ป๊อก” จะไปนั่งเป็น สนช. ซึ่งตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว จะไม่มีสิทธิ์มานั่งเป็นรัฐมนตรี
ตามกระแสนี้ “บิ๊กตู่” ก็ยังไว้ใจหมู่น้องพี่บูรพาพยัคฆ์มากกว่าคนนอก
เลือดย่อมข้นกว่าน้ำวันยังค่ำ
ที่สำคัญมันสะท้อนว่า คสช.เน้นความชัวร์ในการประคองเกมอำนาจมาก่อนอื่นใด
และน่าจะมองไปถึงการเตรียมสถานการณ์เผื่อรองรับเกมอำนาจในอนาคต ตามกระแสแว่วๆที่จะมีการตั้งพรรคการเมืองของทหาร แต่งตัวลงสนามเลือกตั้งตามกติกาประชาธิปไตย
ในจังหวะที่แชมป์ผูกขาดอย่างพรรคเพื่อไทยกำลังตกอยู่ในภาวะโดน “บอนไซ”
ตามรูปการณ์ที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างทัวร์พักผ่อนที่ยุโรป ล่าสุดพาลูกชายไปดูโรงเรียนในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลังเสร็จสิ้นภารกิจเบิร์ธเดย์อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และตามโปรแกรมจะบินต่อไปประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนกลับเมืองไทยในวันที่ 10 สิงหาคม
และทุกความเคลื่อนไหวก็ยังมีภาพข่าวส่งมาเมืองไทย เลี้ยงกระแสได้ตลอดเวลา
นัยว่า ยังเป็นจุดสนใจ ในฐานะนางเอกตามท้องเรื่องของฝ่าย “นายใหญ่”
แต่เรื่องของเรื่อง ประเมินสถานการณ์แล้ว หนทางการหวนคืนการเมืองในอนาคตของอดีตผู้นำหญิงคนสวย ดูท่าจะวิบากขึ้นตามลำดับ
กับชะตากรรมที่เห็นเค้าลางอยู่ตรงหน้า
ทั้งชนักปักหลังคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สั่งฟันคดีอาญา
โดยเงื่อนไขน่าจะสะเทือนต่อสถานะของผู้จะลงสมัครรับเลือกตั้ง
ล่าสุดยังส่อเค้าโดนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงดาบซ้ำ ฐานใช้ทรัพยากรของรัฐเอื้อการเลือกตั้ง จากรายการทัวร์นกขมิ้นช่วงรักษาการนายกฯ
แถมแรงตกกระทบอาจโยงถึงโทษยุบพรรคเพื่อไทย
สรุปโดนดักหน้าดักหลัง “ยิ่งลักษณ์” คงหมดสภาพที่จะมาทำหน้าที่ “นอมินี” ของพี่ชาย
แค่สู้คดีเอาตัวรอดให้ได้ ก็เหนื่อยแล้ว.
ทีมข่าวการเมือง