วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

"เลาะรั้ว คสช."เปิดโผ ครม."ประยุทธ์"



ที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เวลา 49 วัน ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ เป็นนายกรัฐมนตรีไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และผู้บัญชาการทหารบก ก็ใช้เวลา ปฏิบัติการ 61 วัน นับจากวันที่ 22 พ.ค.-21 ส.ค.2557 วันที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เทคะแนนให้ชนิดท่วมท้น 191 จาก 194 เสียง (งดออกเสียง 3 ลาป่วย 3) ที่ร่วมประชุมในวันนั้น "ม้วนเดียวจบ" แบบ"ไร้คู่แข่ง"ให้"บิ๊กตู่" ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของประเทศ นายกฯ คนที่ 29 ของไทย ตามที่สื่อฯ ต่างๆ คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า แม้ต้องยอมรับว่า เส้นทางที่ขึ้นสู่อำนาจของทั้งสองจะแตกต่างกัน มีทั้งจุดดี-จุดด้อยไม่เหมือนกัน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
คนหนึ่งมองว่า มาจาก"ประชาธิปไตย"อีกคน ถูกมองมาจาก "รัฐประหาร" แต่หากเจาะลึกเข้าไปจริงๆ แล้ว ต้องยอมรับทั้ง 2 ฝ่าย มี"เบื้องหน้า-เบื้องหลัง"อย่างฝ่ายที่ระบุว่ามาจากประชาธิปไตย ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า มีพี่ชาย อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นกำลังสำคัญ อยู่เบื้องหลังที่ผลักดันให้น้องสาว ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกสำเร็จ และบริหารประเทศมากว่า 2 ปี ซึ่งบางครั้งก็ยากปฏิเสธจุดด้อยว่า อำนาจการบริหารประเทศที่แท้จริง อยู่ที่ใครกันแน่ ขณะที่คนทั้งประเทศเอง ก็ได้เห็น"ฝีไม้ลายมือ"บริหารกันมาแล้วว่า"อดีตนายกฯ หญิง"มีความสามารถมาก-น้อย เพียงใดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

มาถึง"ลุงตู่" วันนี้(25ส.ค.) เวลา 10.39 น.จะทำพิธีรับพระบรมราชโองการ ที่บก.ทบ.เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของไทยแล้ว ทั้งนี้ไม่ว่า ใจจริงจะอยากมานั่งตำแหน่งนี้ หรือไม่? แต่โชคชะตาบวกกับความจำเป็นก็นำพาให้มาเป็น นายกรัฐมนตรีจนได้ แถมยังต้องขึ้นสู่อำนาจในสภาวะพิเศษของประเทศ กลายเป็น"ซุปเปอร์นายกฯ"ผู้มีอำนาจเต็ม แน่นอนมีกำลังสำคัญ คือ"บูรพาพยัคฆ์คอนเน็กชั่น"ที่เป็น"ขุมข่าย 3 ป." อยู่เบื้องหลัง และแม้จะมาจากรัฐประหาร แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก นั่นเพราะ สามารถหยุดสภาวะที่ใกล้เข้าสู่"รัฐล้มละลาย" จากความแตกแยกกันของประเทศชาติ ค่อยๆ เริ่มกลับเข้ารูปเข้ารอยได้ รวมทั้งกลายเป็นความหวังทำให้ไทยเดินหน้าปฏิรูปในทุกด้านจนประสบสำเร็จตามแผนโรดแม็ป คสช.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ฉะนั้น ไม่อยากไป"ฟื้นฝอยหาตะเข็บ"เรื่องขัดแย้งเก่าๆ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร หากเป็นไปได้ปล่อยให้เป็นความหลัง และเก็บไว้เป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อไม่ให้อนาคตความขัดแย้งหวนกลับมาเกิดได้อีก จะดีกว่า

อย่างที่เคยบอก ถนนการเมืองทุกสายในตอนนี้ พุ่งความสนใจ มาที่ รายชื่อ"ครม.ประยุทธ์"ที่จะออกมาว่า หน้าตาจะหล่อ-สวย หรือ ดีแค่ไหน คาดการณ์กันไปต่างๆ นานา จะมีบุคคลใดบ้างได้รับเชิญเข้าร่วม ครม.ชุดประวัติศาสตร์ครั้งนี้ โดยโจทย์ยากที่สุด คือ ทำอย่างไร หลังมี นายกฯ-ครม. เข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะสามารถฟื้นฟู ความเชื่อมั่น ทั้ง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เดินหน้าประเทศไทยไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ให้คนไทย อยู่ดีมีสุข เพื่อไม่ให้สิ่งที่อุตส่าห์ทำมาต้อง"เสียของ"

ลองมาดูรายชื่อโผ ครม.ในโค้งสุดท้ายกันซึ่งตอนนี้โผ ครม.ที่ออกมาสับสนวุ่นวาย ชนิดคาดการณ์ความน่าจะเป็นกันแบบเป็นรายวันเลยทีเดียว...

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่ากันว่าจะควบ รมว.กลาโหมอีกตำแหน่ง ทั้งยังเป็น หัวหน้า คสช.ด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ส.ส.รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ควบ รมว.การต่างประเทศพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร

ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ ควบ รมว.คมนาคมพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง

พล.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ ดูงานสังคมจิตวิทยา ควบ รมว.ศึกษาธิการพล.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองนายกฯ กำกับดูแล งานปลัดสำนักนายกฯพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ควบ รมว.คลัง/ผู้กล้าออกมาตำหนิ คัดค้านนโยบายมหากาพย์จำนำข้าว ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่มีผลออกมาว่าขาดทุนถึง 5 แสนล้านบาทม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ รมช.คลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย /พี่รอง บูรพาพยัคฆ์คอนเน็กชั่น ขุมข่าย 3ป. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผช.ผบ.ทบ. รมว.พาณิชย์ นายทหารเพื่อนรุ่นเดียวกัน กับ หัวหน้า คสช.ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไว้วางใจ อดีต ผอ.สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง5พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีตรอง ผบ.ทบ. เลขาธิการนายกรัฐมนตรี (นายกฯ น้อย) หรือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม/คู่หู เพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.ประยุทธ์ "บิ๊กตู่" มักมอบหมายงานสำคัญให้ทำเสมอ ว่ากันว่า เป็น เสธ.คิดแผนในเหตุการณืสลายชุมนุม นปช.ปี 2553พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คสช. เป็น รมว.ยุติธรรม/พลาดหวังจากตำแหน่งจ่าฝูงกองทัพบก ได้รับรางวัลเป็น รมต. ครม.ประยุทธ์พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น รมว.แรงงานพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์

นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ICTพรชัย รุจิประภา

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรมจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยงยุทธ ยุทธวงศ์

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. ขึ้นชั้นเป็น รมว.สธ./ที่ผ่านมา มีความชัดเจนและมั่นคง ในการต่อต้านระบอบทักษิณ ตั้งแต่ครั้งลุงกำนัน นำ กปปส.ออกมาขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นข้าราชการ ระดับปลัดกระทรวงคนแรก และเพียงคนเดียว ที่มีท่าทีกล้าออกมาสนับสนุน มวลมหาประชาชน อย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่รัฐบาลเก่ายังมีอำนาจอยู่นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์

แน่นอน หากสังเกตดู สเปกของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกใช้คนในกองทัพเป็นส่วนใหญ่ มานั่งในตำแหน่ง ครม.ที่มีความใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ก็เพื่อนร่วมรุ่นทหารด้วยกัน เป็นหลักมาพิจารณาก่อน เพราะ คุ้นเคย เห็นฝีไม้ลายมือ และมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันมาก่อน แต่หากเห็นว่า ไม่มีผู้ที่เหมาะสมในตำแหน่ง ครม.ที่เหลือแล้ว จึงมาใช้บริการ เหล่าข้าราชการพลเรือน อย่าง ปลัดกระทรวงฯ ก็จะได้มีโอกาสขึ้นรั้งตำแหน่ง รมว.หรือ รมช.ได้ เนื่องจากถือว่าเป็น ลูกหม้อ และเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในสายงานนั้นๆ อยู่แล้วพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร

ขณะอีกตำแหน่งที่ลืมไม่ได้ ไม่เกี่ยวกับ ครม. แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะดูแลความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก คือ ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร รอง ผบ.ทบ. น่าจะได้ขึ้นนั่ง เพราะเป็นน้องรักของ"บิ๊กตู่"ที่ได้รับการวางเป็นตัวเต็งที่หมายตาไว้แต่แรก ที่จะนั่งตำแหน่ง"จ่าฝูงกองทัพบก"อยู่แล้ว หลัง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. คว้าเก้าอี้เบอร์ 1 ของตำรวจไปครอง ชนิดไร้คู่แข่ง ก่อนหน้า.


ที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เวลา 49 วัน ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ เป็นนายกรัฐมนตรีไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และผู้บัญชาการทหารบก ก็ใช้เวลา ปฏิบัติการ 61 วัน นับจากวันที่ 22 พ.ค.-21 ส.ค.2557 วันที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เทคะแนนให้ชนิดท่วมท้น 191 จาก 194 เสียง (งดออกเสียง 3 ลาป่วย 3) ที่ร่วมประชุมในวันนั้น "ม้วนเดียวจบ" แบบ"ไร้คู่แข่ง"ให้"บิ๊กตู่" ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของประเทศ นายกฯ คนที่ 29 ของไทย ตามที่สื่อฯ ต่างๆ คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า แม้ต้องยอมรับว่า เส้นทางที่ขึ้นสู่อำนาจของทั้งสองจะแตกต่างกัน มีทั้งจุดดี-จุดด้อยไม่เหมือนกัน