โยนปปช.ไต่สวน อปท.ฉุนปนัดดา 2ก.ย.บุกทำเนียบ
“ประยุทธ์” เรียกความเชื่อมั่นต่างชาติ กล่อมนักธุรกิจญี่ปุ่นเพิ่มการลงทุน ยาหอม อนาคตการเมืองไทยดีขึ้นแน่ โผ ครม.ประยุทธ์ 1 ใกล้คลอด จัดทัพใหม่ 5 รองนายกฯ “ประวิตร-รองนายกฯ มั่นคงควบ กห. ธนะศักดิ์-รองนายกฯ ควบ กต. ปรีดิยาธร-รองนายกฯ เศรษฐกิจ วิษณุ-รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ยงยุทธ-รองนายกฯ ฝ่ายสังคม” ส่วน “ประจิน” นั่ง รมว.คมนาคม “ณรงค์” ไป รมว.ศึกษาฯ “อดุลย์” เหลือแค่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ “กอบกาญจน์” คุมท่องเที่ยว ด้าน “อาคม” ทิ้งเก้าอี้ สนช. เสียบ รมต.ประจำสำนักนายกฯ อีกราย “สมหมาย” ยิ้มรับขุนคลังส่งเอกสารให้ สลค.ตรวจประวัติแล้ว เครือข่าย อปท.ฉุน “ปนัดดา” เล่นไม่เลิก เฉ่งยับจุดไฟแตกแยก 2 ก.ย. ระดมพลบุกทำเนียบฯ เคลียร์ให้ชัด อปท.ฮั้วญาติรับงานประมูล ศาลอาญาตัดฟ้องคดี “อภิสิทธิ์-สุเทพ” สั่งสลายม็อบแดง ระบุไม่อยู่ในเขตอำนาจ โยน ป.ป.ช.ไต่สวน อสส.-ทนาย นปช. งัดความเห็นแย้งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญายื่นอุทธรณ์
หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี เดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นในเสถียรภาพการเมืองไทยในสายตาเอกชนต่างชาติ ล่าสุดการจัดทำโผ ครม.ใกล้จะแล้วเสร็จ โดยมีบุคคลที่ถูกทาบทามให้เข้ามาเป็นรัฐมนตรี ทยอยส่งเอกสารให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ตรวจสอบประวัติแล้ว
“บิ๊กตู่” กล่อมเอกชนญี่ปุ่นลงทุนเพิ่ม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ส.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช.และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.นำคณะนายชิเงะโนบุ นางะโมริ (MR.SHIGENOBU NAGAMORI) ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทนิเด็ค คอปอเรชัน (Nidec Coporation) ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่น ซึ่งมีฐานการผลิตใหญ่ในไทยและเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือนโยบายส่งเสริมการลงทุนและยุทธศาสตร์การลงทุน
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต้อนรับ และมอบของขวัญวันคล้ายวันเกิดผู้บริหารบริษัทเอกชนญี่ปุ่น และหารือถึงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคการดำเนินธุรกิจในไทย เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีรองรับการลงทุนในไทยต่อไป เช่น การปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกต่อนักลงทุน การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน
โปรยยาหอมอนาคตจะดีขึ้น
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการหารือว่า นายชิเงะโนบุ นางะโมริ บอกว่ายินดีจะลงทุนในประเทศไทย ยินดีจะถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการวิจัยและพัฒนาและส่งเสริมให้ไทยเข้มแข็งในทุกด้าน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ จะมาลงทุนในไทยโดยไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น และได้แสดงความยินดีที่ตนได้รับการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ส่วนตนก็แสดงความยินดีวันคล้ายวันเกิดของนายชิเงะโนบุ นางะโมริ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน ที่ผ่านมามีปัญหาความล่าช้าในการติดต่อราชการจะแก้ไขปัญหาทั้งหมด เพื่อรองรับการเข้ามาลงทุนของนักธุรกิจญี่ปุ่น และปรับปรุงการส่งเสริมการลงทุนทุกด้านใหม่หมด ทั้งนี้ได้ฝากแสดงความเคารพถึงสมเด็จพระจักรพรรดิและพระราชินีแห่งญี่ปุ่นที่ผูกพันใกล้ชิดตลอดรัชกาล ส่วนระดับรัฐบาลจะเพิ่มความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นในทุกด้าน ระดับประชาชนไทย-ญี่ปุ่นจะมีการแลกเปลี่ยนการค้าการลงทุนการท่องเที่ยว เชื่อว่าสถานการณ์ในอนาคตน่าจะดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อถามว่านายชิเงะโนบุ นางะโมริ สอบถามถึงการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไรเลย วันนี้พูดคุยเกี่ยวกับการค้าการลงทุน เรื่องอื่นเป็นเรื่องภายในของเรา อย่านำมาพันกัน
ขณะที่นายชิเงะโนบุ นางะโมริ กล่าวว่า นอกเหนือจากการลงทุนที่สำคัญมากกว่านั้น คือเสถียรภาพของประเทศนั้นๆ ถ้าหากประเทศนั้นมีความสงบ และมีเสถียรภาพ ทางบริษัทมีความยินดีที่จะมาลงทุน
สนช.ยื่นไขก๊อกแล้ว 5 ราย
เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวก่อนเข้าประชุม สนช.ว่า ขณะนี้นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ยื่นหนังสือลาออกแล้ว ให้เหตุผลว่าไม่สะดวกในการทำหน้าที่ สนช.มีผลตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. และทราบจากข่าวว่าจะมี สนช.คนอื่นลาออกด้วย แต่ไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของ สนช. ส่วนการแต่งตั้ง สนช.เข้ามาเพิ่มเติมเป็นดุลพินิจของ คสช.
ต่อมาเวลา 10.15 น.ที่รัฐสภา ในการประชุม สนช.ครั้งที่ 4/2557 มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นนางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. แจ้งต่อที่ประชุมว่าขณะนี้มีสมาชิก สนช.ยื่นหนังสือลาออก 3 คน ประกอบด้วยนายณรงค์ชัย อัครเศรณี นางกอบกาญจน์ สุริยสัตย์ วัฒนวรางกูร และ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน มีผลตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.เป็นต้นไป จากนั้นก่อนปิดการประชุมนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. แจ้งว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ สนช.และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทำหนังสือลาออกจาก สนช.แล้ว
ล่าสุดเวลา 17.00 น. กลุ่มงานสื่อมวลชน สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แจ้งว่า พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ สนช.และรองเสนาธิการทหารบก ยื่นหนังสือขอลาออกจาก สนช. มีผลตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.เป็นต้นไป ทำให้มี สนช.เหลือ 192 คน
“ฉัตรชัย” เหนียมถูกถามนั่ง รมต.
ที่รัฐสภา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. กล่าวถึงกระแสข่าวมีรายชื่อแคนดิเดตเป็น รมว.พาณิชย์ว่า ส่วนตัวไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ยังไม่มีใครมาทาบทาม ตอนนี้ขอตั้งใจทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทุกเรื่องก่อน เรื่องการช่วยเหลือชาวสวนยาง ที่ผ่านมามี 6 กลุ่มเข้าหารือ แต่ยังไม่มีการรับปากเรื่องใด เพียงแต่รายงานมติที่ประชุม คสช.ให้เกษตรกรทราบถึงมาตรการช่วยเหลือ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โดยรัฐบาลชดเชยอัตราดอกเบี้ย กำหนดพื้นที่ปลูกยาง ทั้ง 6 กลุ่มยืนยันว่าไม่ต้องการชุมนุมกดดัน เพียงแต่อยากพบ คาดว่าถ้ามีเวลาจะหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอีกครั้ง
“ปนัดดา” ปัดอำลา อสมท ร่วม ครม.
ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวยื่นใบลาออกจากคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) อสมท เพื่อมาเป็นรัฐมนตรีว่า ยังเป็นรองประธานกรรมการบริหาร อสมท ข่าวอาจสับสนเนื่องจาก พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ลาออกจากประธาน บอร์ด อสมท ตำแหน่งปลัดสำนักนายกฯที่ดำรงอยู่ปัจจุบัน เป็นเกียรติยศที่สูงยิ่งแล้ว เมื่อถามว่าถ้ามีผู้ใหญ่ขอร้องมาให้รับตำแหน่งรัฐมนตรี จะตัดสินใจหรือไม่ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ไม่ขอตอบเรื่องนี้
“สมหมาย” ส่ง สลค.เช็กประวัติ
เวลา 15.30 น. นายสมหมาย ภาษี อดีต รมช. คลัง กล่าวถึงกระแสข่าวได้รับการทาบทามให้เป็น รมว.คลัง ในรัฐบาลประยุทธ์ 1 ว่า เมื่อชื่อออกมากันถึงขนาดนี้จะปฏิเสธได้อย่างไร ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง วันที่ 28 ส.ค.ได้ส่งประวัติให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ตรวจสอบแล้ว ส่วนเรื่องที่ศาลอาญาเคยตัดสินจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาในปี 2550 จากกรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบสั่งพักงานนายทัศพงษ์ วิชชุประภา ผู้บริหารบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด สมัยดำรงตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง ได้อุทธรณ์คดีดังกล่าวและชนะคดีชั้นศาลอุทธรณ์อย่างใสสะอาดมา 2 ปีแล้ว จึงไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่กับการมารับตำแหน่ง รมว.คลัง นายสมหมาย กล่าวว่า ไม่มีปัญหา รู้จักคนในกระทรวงการคลังหลายคน มีลูกศิษย์ลูกหาในกระทรวงการคลังหลายคน คิดว่าสามารถประสานงานกันได้เป็นอย่างดี
สับคนหนุน รปห.กระสันตำแหน่ง
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากฝากถึงกลุ่มพันธมิตรฯและทุกภาคส่วนให้อยู่ในความสงบ เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตลอดจน ครม.ได้บริหารประเทศอย่างราบรื่น ม็อบต่างๆที่จะเดินขบวนร้องเรียนตามท้องถนนคงไม่เหมาะสม ควรยื่นเรื่องร้องเรียนตามขั้นตอนจะดีกว่า เพื่อให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เชื่อว่าไม่เกินสัปดาห์จะเห็นหน้าตา ครม.คิดว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะคนที่สนับสนุนการเดินขบวนที่ทำให้มีการปฏิวัติรัฐประหาร ก็อยากได้ตำแหน่ง แต่นายกฯคงมีความเด็ดขาด ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ไม่เห็นด้วยกับการสรรหาผู้เข้าทำงานใน อปท.และอยากให้ คสช.ปลดล็อกให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นได้แล้ว
“บิ๊กตู่” เขย่าใหม่ 5 รองนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดโผ ครม.ประยุทธ์ 1 ล่าสุด มีการปรับเปลี่ยนอีกบางตำแหน่ง โดยมีการจัดโผรองนายกฯที่จะมีทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษา คสช.เป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายต่างประเทศ เป็นรองนายกฯฝ่ายต่างประเทศ นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย เป็นรองนายกฯฝ่ายกฎหมาย นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาเป็นรองนายกฯฝ่ายสังคม และ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองประธานคณะที่ปรึกษา คสช.เป็นรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งวันที่ 28 ส.ค.ได้แจ้งผู้ถือหุ้นลาออกจากประธานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์แล้ว
“บิ๊กป้อม” ทุบควบ รมว.กห.จนได้
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรจะเป็นรองนายกฯควบ รมว.กลาโหม หลังจากมีการเจรจาต่อรองกับ พล.อ.ประยุทธ์จนหัวหน้า คสช.เห็นคล้อยตาม เพราะไม่ต้องการให้เกิดภาพความขัดแย้งในหมู่พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ และที่ปรึกษาหัวหน้า คสช.ก็เห็นว่าเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นทั้งนายกฯและหัวหน้า คสช.ซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่แล้ว ในแง่การกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงก็ไม่น่าจะมีปัญหา ขณะที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ก่อนหน้านี้ มีชื่อมาตลอดเป็นรองนายกฯควบ รมว.คมนาคม ล่าสุดจะเป็น รมว.คมนาคมตำแหน่งเดียว เพื่อรับผิดชอบดูงานการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก ขณะที่ พล.อ.ธนะศักดิ์จะเป็นรองนายกฯควบ รมว.ต่างประเทศ โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็น รมช.ต่างประเทศ ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ จะเป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว
“ณรงค์” ลุ้นเก้าอี้ รมว.ศธ.
ขณะที่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร.เบื้องต้นมีชื่ออยู่ที่ รมว.ศึกษาธิการ แต่หลังจากนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ มานั่งเป็นรองนายกฯฝ่ายสังคมคุมกระทรวงศึกษาโดยตรง จึงยื่นเงื่อนไขให้ คสช.จัดบุคลากรจากวงการศึกษามาเป็น รมว.ศึกษาเท่านั้น จึงต้องจับตาดูอีกครั้งว่าจะต้องขยับกันอีกบางตำแหน่งหรือไม่ ขณะที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.เป็น รมว.พาณิชย์แน่นอน มีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ เป็น รมช.พาณิชย์ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.ซึ่งลาออกจากเป็นบอร์ด ปตท.แล้วมาเป็น รมว.ยุติธรรม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น รมว.แรงงาน
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ปรึกษา คสช.เป็นรมว.มหาดไทย โดยมีนายสุธี มากบุญ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็น รมช.มหาดไทย และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็น รมว.เกษตรฯ นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ส่วนกระทรวงวัฒนธรรม มีชื่อของนายอภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม อาจมาดำรงตำแหน่ง
“กอบกาญจน์” ยึดท่องเที่ยว
ในส่วนของสมาชิก สนช.ที่ลาออกทั้ง 5 คน ประกอบด้วย 1.นายณรงค์ชัย อัครเศรณี จะมาเป็น รมว.พลังงาน 2.ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็น รมว.สาธารณสุข 3.นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหารบริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เป็นไปได้สูงที่จะมาเป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่ง คสช.ต้องการให้มากระตุ้นตลาดด้านการท่องเที่ยว 4.นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะเป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ 5.พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงษ์ คาดว่าจะเป็น รมช.ศึกษาธิการ แทนนางกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดต รมช.ศึกษาธิการก่อนหน้านี้
อปท.ระดมพลบุกทำเนียบฯ
อีกเรื่อง นายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร ในฐานะนายกสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกฯออกมาระบุล่าสุดว่า อปท.บางแห่งมีการนำบริษัทที่เป็นของญาติพี่น้องมาเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง หลังจากก่อนหน้านี้ได้โพสต์เฟซบุ๊กแฉพฤติกรรมนายก อบจ.บางแห่งใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรูหราว่า ไม่เข้าใจว่า ม.ล.ปนัดดามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ คิดว่าเรื่องจะจบแล้วตั้งแต่โทรศัพท์มาขอโทษเรื่องคราวก่อน มาคราวนี้กลับสร้างปัญหาเพิ่มอีก รู้สึกเหมือนท่านกำลังชวนทะเลาะ จากการหารือกับนายก อบจ.ทั่วประเทศ และมีมติว่าตนพร้อมด้วยนายก อบจ.ทั่วประเทศ สมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย สมาคม อบต.แห่งประเทศไทย และอยู่ระหว่างประสานกับสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย จะเดินทางมาพบกับ ม.ล.ปนัดดาในวันที่ 2 ก.ย. เวลา 09.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยกันให้รู้เรื่อง
ฉะยับเอาดีใส่ตัวจุดไฟแตกแยก
นายชัยมงคลกล่าวต่อว่า ข้อมูลที่ ม.ล.ปนัดดาพูดออกมาอาจจะผิดหรือถูก แต่ต้องการให้เปิดเผยข้อมูลออกมา หากมี อบจ.เข้าไปเกี่ยวข้องจริงจะได้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ใช่พูดโดยไม่ระบุตัวบุคคล ทำให้องค์กรเสียหาย หรือนำข้อมูลไปเสนอต่อ สปช.เพื่อให้เกิดการปฏิรูป ไม่ใช่การพูดแบบรายวัน รู้สึกว่า ม.ล.ปนัดดากำลังจุดไฟให้ลุก สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นทั้งๆที่ควรไปปัดกวาดบ้านของท่านก่อนจะดีกว่า อย่างกรณีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ผวจ.22 จังหวัดกรณีการจัดซื้อยาปราบศัตรูพืช เวลาผ่านมาตั้งนานแล้ว ยังไม่เห็นเอาผิดอะไรกันเลย ดังนั้นอย่าพูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น ทำสังคมกระเพื่อม นอกจากคำขอโทษแล้วรับผิดชอบอะไรบ้าง
นายก อบจ.ตรังโวยอย่าเหมารวม
ด้านนายกิจ หลีกภัย นายก อบจ.ตรัง กล่าวว่า คิดว่า ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกฯ จะจบปัญหาคาใจกับ อปท.ไปแล้ว แต่สุดท้ายยังให้สัมภาษณ์ปมปัญหาอยู่ น่าจะเป็นเรื่องฝังใจสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งใน อปท. ปัญหาโกงกินทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะรัฐบาลชุดก่อนโกงกินเรื่องข้าวอย่างโจ่งแจ้ง เหตุใดไม่พูดถึงบ้าง อปท.หลายแห่งมีเรื่องฮั้วประมูลอยู่จริง เพราะนายก อบจ.หลายคนเคยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างมาก่อน จึงไม่แปลกที่อาจจะให้ญาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ได้รับผลประโยชน์ทับซ้อน แต่จะเหมารวมว่า อปท. ทั้งหมดไม่ได้
“ปนัดดา” อ้างตามงานที่ร้องเรียนมา
ที่ทำเนียบรัฐบาล สหพันธ์องค์การข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นแห่งประเทศไทย เข้าให้กำลังใจ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในการปฏิบัติหน้าที่ จากนั้น ม.ล.ปนัดดาให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 2 ก.ย. อบจ.สกลนคร พร้อมคณะจะมาพบเพื่อเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจว่า การเป็นข้าราชการ พูดจาไม่มีสิทธิไปเหมารวมใคร ตนถอดหมวกผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ทุกวันนี้เหมือนพนักงานธุรการ นั่งอ่านหนังสือร้องเรียน หลังยึดอำนาจประชาชนส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามามากขึ้นถึง 4 เท่า จึงอยากให้การดูแลรับใช้ประชาชนอย่างมีคุณภาพ ต้องติดตามงาน ในวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.รับราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นนายกฯได้กำชับตนว่าขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการ
มท.ส่ง อสถ.–อดีตรองปลัดชิง สปช.
เมื่อเวลา 15.30 น.ที่กระทรวงมหาดไทย มีการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) มีนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน มีวาระการพิจารณาบุคคลที่จะเสนอเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.ในสัดส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยที่ประชุมมีมติเสนอชื่อนายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายพินัย อนันตพงศ์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
โค้งสุดท้ายต่อคิวแน่นเสนอชื่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่าบรรยากาศเปิดรับการเสนอชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วันที่ 15 พบว่าช่วงเช้าก่อนเปิดรับการเสนอชื่อในเวลา 08.30 น. มีบุคคลมารอเสนอชื่อตั้งแต่เช้า จนทำให้บางด้านมีคนมารอจำนวนมากต้องแจกบัตรคิว เนื่องจากเป็นช่วง 6 วันสุดท้ายของการรับเสนอชื่อส่งผลให้ในช่วงเช้ามียอดผู้เข้าเสนอชื่อสูงถึง 100 คน โดยมีบุคคลน่าสนใจ อาทิ มูลนิธิเราจะเป็นดีของ พล.ต.อ.เสรี เตมียาเวส เสนอชื่อนายประพันธ์ คูณมี เข้าสรรหาด้านการเมือง สมาคมประมงรักษ์อำเภอปากพะยูน จ.สงขลา เสนอชื่อนายนัสเซอร์ ยีหมะ อดีตหัวหน้าการ์ด คปท. เข้าสรรหาด้านอื่นๆมหาวิทยาลัยรามคำแหง เสนอชื่อนายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตนายกสภาทนายความและ สสร.40 และ 50 เข้าสรรหาด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
“หญิงเป็ด–ไพบูลย์” ไม่ตกขบวน
สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เสนอชื่อ นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ อดีตผู้อำนวยการ อสมท เข้าสรรหาด้านสื่อสารมวลชน วัดราชสิงขรพระอารามหลวง เสนอชื่อนายจรูญพงศ์ อินทจาร อดีตอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าสรรหาด้านการเมือง สำนักงาน กกต.เสนอนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้าเสนอคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑะกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และ ส.ว. กทม. เข้าสรรหาด้านการปกครองท้องถิ่น มูลนิธิวีพีเอธรรมศาสตร์นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.สรรหา รับการสรรหาด้านการเมือง
“ประมนต์–จิรเดช แห่ตบเท้า
โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เสนอชื่อ พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก เข้าสรรหาด้านอื่นๆ สมาคมไทย-จีน เสนอชื่อ ม.ร.ว.วุฒิเลิศ เทวกุล อดีต ส.ว. เข้าสรรหาด้านการศึกษาสมาคมดับบ้านดับเมือง เสนอชื่อ นายจรัส สุวรรณมาลา และนายวีระศักดิ์ เครือเทพ อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตแกนนำ กปปส. เข้าสรรหาด้านปกครองท้องถิ่น มูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เสนอชื่อนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรฯ เข้าสรรหาด้านบริหารราชการแผ่นดิน
โอ่ปิดรับยอดพุ่ง 5 พันคน
นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. แถลงสรุปยอดการเปิดรับเสนอรายชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.ว่า ตลอดทั้งวันมีผู้เสนอชื่อเข้ารับการสรรหา 414 คน มายื่นเอง 216 คน และส่งไปรษณีย์ 94 คน จังหวัดมี 104 คน รวม 15 วัน มีผู้เสนอชื่อแล้ว 3,609 คน แบ่งเป็นนิติบุคคล 1,613คน จังหวัด 1,996 คน ส่วนปัญหาอุปสรรค พบว่าการเสนอชื่อ โดยส่งไปรษณีย์มีเอกสารไม่ครบ บางรายก็ส่งเอกสารผิด ซึ่งจะส่งเอกสารกลับไปให้ดำเนินการให้เรียบร้อย รวมทั้งให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติม
นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยการเปิดรับการเสนอชื่อ พร้อมกับกล่าวว่าพอใจกับการเปิดรับการเสนอชื่อตลอด 15 วัน คาดว่าเมื่อถึงวันปิดรับเสนอชื่อจะมียอดถึง 5,000 คน
ศาลอาญาวินิจฉัยคดีสลายแดง
อีกด้าน เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ศาลนัดประชุมคดีและฟังคำสั่งการวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมาย คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือพระสุเทพ ปภากโร อดีตรองนายกฯและอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา สืบเนื่องจากการออกคำสั่ง ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมบริเวณ ถนนราชดำเนิน และแยกราชประสงค์ จากกลุ่ม นปช.ที่ชุมนุมตั้งแต่เดือน เม.ย.-19 พ.ค.53 จนมีผู้เสียชีวิตหลายรายคดีนี้นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ออกคำสั่งฟ้องด้วยตนเองว่าเป็นคดีวิสามัญฆาตกรรม
คดีนี้จำเลย เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ถ้าไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลต้องยกฟ้องเพราะคดีจะอยู่ในอำนาจของศาลอื่น หรือเรียกกันในวงการทนายความว่า ยื่นตัดฟ้องโจทก์
ตัดฟ้องไม่อยู่ในอำนาจพิพากษา
ต่อมาศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้อัยการโจทก์จะกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองออกคำสั่ง ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธและกระสุนจริง รวมทั้งพลแม่นปืนผลักดันผู้ชุมนุม หรือกระชับพื้นที่ หรือสลายการชุมนุม นปช.ในปี 53 โดยเจตนาประสงค์ต่อผลที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวนั้นเกี่ยวพันกับการที่จำเลยทั้งสองใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ราชการในฐานะนายกฯและรองนายกฯรวมทั้ง ผอ.ศอฉ.ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ด้วย ไม่ใช่การกระทำทางอาญาที่กระทำโดยส่วนตัวหรือนอกเหนือหน้าที่ราชการ ดังนั้นจึงเป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะไต่สวน และหาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดต้องยื่นฟ้องคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลนี้ อัยการโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง เมื่อไม่มีฟ้องของอัยการโจทก์ ผู้เสียหายจัดการแทนที่เป็นญาติผู้ตาย จึงไม่อาจเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้
อธิบดีผู้พิพากษาเห็นแย้งชี้ตัดสินได้
ขณะที่นายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีความเห็นแย้งไว้ในท้ายคำสั่งศาลว่า ศาลอาญามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และญาติผู้ตายที่เป็นผู้เสียหายไม่อาจเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ เนื่องจากมูลเหตุที่นำมาฟ้องคดี ซึ่งเกิดจากการไต่สวนชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุม และพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สอบสวน ตามมาตรา 120 กระทั่งอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง ตามมาตรา 143 เป็นการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย แต่การฟ้องหากคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีเฉพาะข้อหากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น ดังนั้นเมื่อมีการกล่าวหาจำเลยทั้งสองในความผิดอาญาฐานร่วมกันมีเจตนาฆ่าผู้อื่น กรณีนี้จึงไม่ใช่เรื่องศาลทั้งสองมีอำนาจขัดแย้งกัน อีกทั้งปัจจุบันคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกล่าวหาจำเลยทั้งสอง ก็ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งยังไม่มีคำสั่งไปทางหนึ่งทางใด หากไต่สวนได้ข้อยุติว่าไม่มีมูลก็ย่อมมีผลเฉพาะต่อข้อกล่าวหาทำผิดในตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อความผิดใช้หรือก่อให้ฆ่าผู้อื่นตามฟ้องอัยการโจทก์นี้ เห็นควรว่าศาลอาญามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้
“มาร์ค–พระสุเทพ” มาฟังคำสั่งเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ และพระสุเทพ มาศาลตามนัด พร้อมนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความ และ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ และ กปปส. มาร่วมฟังคำสั่งและให้กำลังใจ ภายหลังฟังคำสั่งนายอภิสิทธิ์ และพระสุเทพ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยนายอภิสิทธิ์รีบเดินทางกลับไปที่พรรคประชาธิ-ปัตย์หารือกับทีมทนายความ
ด้านนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความของนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อศาลมีคำสั่งชี้ว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจ จะนำคำสั่งดังกล่าวไปประกอบเป็นพยานหลักฐานนำสืบคดีที่ได้ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอกับพวก ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่มิชอบต่อศาลอาญาด้วย ขณะที่คำสั่งชี้อำนาจฟ้องของโจทก์ ฝ่ายอัยการโจทก์ ก็ยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้อีกตามขั้นตอนกฎหมาย
อสส.เช็กคำพิพากษาก่อนอุทธรณ์
ขณะที่นายวันชัย รุจนวงศ์ รักษาการอธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คณะทำงานอัยการที่รับผิดชอบสำนวนคดีนี้ ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอคัดสำเนาคำพิพากษาและความเห็นแย้งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อนำมาพิจารณารายละเอียด ประกอบการตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ โดยมีเวลาพิจารณา 1 เดือนตามกรอบกฎหมาย
นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ที่ปรึกษาอัยการสูงสุด ในฐานะอดีตอัยการสูงสุด ที่สั่งให้ฟ้องคดีดังกล่าวตามสำนวนของดีเอสไอ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับคำสั่งศาลดังกล่าว
ทนายแดงเล็งอุทธรณ์สู้ต่อ
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนาย นปช.กล่าวว่า เบื้องต้นจะนำเอาคำวินิจฉัยมาศึกษา และต้องอุทธรณ์ต่อไปในความเห็นที่เราเห็นแย้งกับศาล และยังมีความเห็นแย้งระหว่างอธิบดีศาลอาญาอยู่ด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุดจะว่าอย่างไร เราจับตาเรื่องนี้มาตลอด เพราะว่ามีความพยายามที่จะไม่ให้คดีนี้ขึ้นสู่ศาลอาญา ทีมทนายฝั่งนั้นต่อสู้มาตลอดว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลอาญา
ถาม ป.ป.ช.จะไต่สวนได้แค่ไหน
นายวิญญัติกล่าวว่า จากการหารือร่วมกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.แล้ว เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการ เพราะไม่ได้เป็นการทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ แต่เป็นการกระทำความผิดในประมวลกฎหมายอาญาเรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลที่กระทำ ไม่ได้ฟ้องตามมาตรา 157 แต่ฟ้องตามมาตรา 288 ถึง 289 ที่เป็นการกระทำโดยตรงจากการกระทำของบุคคลทั้งสอง ดังนั้นนายจตุพรจึงเห็นว่า ถ้าไม่ขึ้นศาลอาญาหรือขึ้นศาลยุติธรรมแล้ว จะไปขึ้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถามว่าจะสามารถไต่สวนได้แค่ไหนอย่างไร
ทำใจถึงมือ ป.ป.ช.ลงท้ายพ้นผิด
นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช.กล่าวว่า คดีนี้ไต่สวนมานาน และเคยมีคำสั่งศาลระบุว่า การเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปี 53 เกิดจากกระสุนจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหาร และผู้ตายไม่มีอาวุธ จึงมีคำถามว่าการไต่สวนต่างๆที่ผ่านมากลายเป็นหมันไปเลยหรืออย่างไร ที่ศาลระบุว่าอำนาจการไต่ส่วนคดีนี้เป็นของ ป.ป.ช.หากเห็นว่ามีมูลให้ยื่นต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คงเป็นเรื่องยาก จากคดีที่ผ่านๆมา ของนายอภิสิทธิ์ ที่อยู่ใน ป.ป.ช. มีความล่าช้า หรือยกฟ้องไปเลย จึงคาดว่าประชาชนจำนวนมากคงไม่สบายใจ และคนที่ไม่สบายใจเป็นอย่างมากคงเป็นญาติของผู้เสียชีวิต คิดว่าเขาคงต่อสู้หรือยื่นอุทธรณ์ต่อไป
สนช.ผ่านวาระแรก ก.ม.5 ฉบับ
เมื่อเวลา 10.15 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ครั้งที่ 4/2557 มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมพิจารณาเรื่องด่วน ร่าง พ.ร.บ.การถวายความปลอดภัย พ.ศ. ...เพื่อปรับปรุงกฎหมายการรักษาความปลอดภัย สำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ แล้วมีมติเห็นชอบรับหลักการวาระแรกและตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ 15 คนพิจารณาแปรญัตติ ส่วนร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. ... มีมติให้เลื่อนออกไป เนื่องจากซ้ำซ้อนกับกฎหมายหลายฉบับ จึงตั้งกรรมการมาศึกษาหนึ่งชุดก่อนเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาต่อไป จากนั้นมีมติเห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.เร่งด่วนอีก 4 ฉบับรวด ได้แก่ 1. ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อกำหนดการค้ำประกันหนี้ในอนาคต 2. ร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร กำหนดหลักเกณฑ์การนำของเข้าเพื่อการผ่านแดน หรือออกนอกราชอาณาจักรให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล 3. ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.กำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 ให้อำนาจ รมว.คลังประกาศเพิ่มหรือลดอัตราศุลกากรตามราคาหรือสภาพได้ 4. ร่าง พ.ร.บ.การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494
เคาะตั้ง กมธ.สามัญ 15 คณะ
นายตวง อันทะไชย สนช.ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสนช. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กมธ.มีมติว่าให้มีคณะกรรมาธิการสามัญประจำ สนช.ทั้งหมด 15 คณะ แบ่งเป็น 11 คณะ เป็นไปตามมาตรา 27 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ว่าด้วยการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ตามโรดแม็ปของ คสช. และอีก 4 คณะมาจากภารกิจเดิมของวุฒิสภา ส่วนร่างข้อบังคับหมวดของการถอดถอน โดยเฉพาะเรื่องการพ้นสมาชิกภาพ สนช. กรณีไม่มาแสดงตน จะยึดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 9 (5) เพื่อแก้ปัญหาองค์ประชุมล่มจะนำเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาวันที่ 29 ส.ค.เวลา 08.00 น. จากนั้นนำเข้าสู่ที่ประชุม สนช.พิจารณาลงมติเห็นชอบวันที่ 4 ก.ย.
กมธ.หั่นงบฯ กห.40 ล้านบาท
ที่รัฐสภา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 กล่าวว่า กมธ.ปรับลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมลงกว่า 40 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้ปรับขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ส่วนภาพรวมการปรับลดงบฯยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ผ่านไป 17 กระทรวง เหลืออีก 2 กระทรวง และ 7 หน่วยงานที่ไม่ได้ขึ้นกับกระทรวง คาดว่าจะเสร็จประมาณวันที่ 3 ก.ย. ปัจจุบันปรับลดได้ 3,200 ล้านบาท หัวหน้า คสช.สั่งการทุกกระทรวง ทบวง กรมว่าการจัดทำแผนงานในปีนี้ จะไม่อนุมัติให้เปลี่ยนแผนงานที่ต่างหมวดกัน ต้องมีแผนชัดเจน ตั้งลอยๆหรือเปลี่ยนภายหลังไม่ได้ พร้อมทั้งกำชับต้องรายงานแผนงานที่จัดทำไว้ในคำของบประมาณทั้งหมด เพื่อจัดทำงบและตรวจสอบทำได้ง่ายขึ้น
ให้จำกัดงบดูงาน ตปท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.พิจารณางบฯกระทรวงกลาโหม วงเงิน 193,499,805,500 บาท โดยปรับลด 2 หน่วยงานคือ กองทัพเรือ ที่เสนอมา 37,587,312,500 บาท ปรับลด 20,442,500 บาท กองบัญชาการกองทัพไทย เสนอมา 14,811,976,600 บาท ปรับลด 25,310,000 บาท สรุปปรับลดทั้งสิ้น 45,752,500 บาท ทั้งนี้ กมธ.มีข้อห่วงใยการใช้จ่ายงบฯเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ ให้เดินทางเฉพาะประเทศที่มีพันธะสัญญาและควรพัฒนาด้านการข่าวให้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปใช้แก้ไขสถานการณ์แรงงานต่างด้าว
จับตายืดคดี “ปู” จำนำข้าว
วันเดียวกัน นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำ ว่า ได้รับรายงานความเห็นจากคณะทำงานอัยการ ที่มีนายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน พิจารณาสำนวนจาก ป.ป.ช.แล้ว คณะทำงานของ อสส.กำลังตรวจดูรายงานเพื่อเสนอตนตามขั้นตอน จะให้อิสระไม่ก้าวล่วงการทำงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคดีนี้ ป.ป.ช.สรุปสำนวนพยานหลักฐานให้อัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ตามกฎหมาย อสส.มีเวลาพิจารณาสำนวนและทำคำสั่งภายใน 30 วัน จะครบกำหนดวันที่ 4 ก.ย.นี้ หาก อสส.พิจารณาแล้วเห็นว่าสำนวนของ ป.ป.ช.ยังไม่สมบูรณ์สามารถตั้งผู้แทนสำนักงาน อสส.เป็นคณะทำงานร่วมกับ ป.ป.ช. ภายใน 14 วัน เพื่อพิจารณาสำนวนให้สมบูรณ์เพื่อมีความเห็นยื่นฟ้องหรือไม่
ปลัด ทส.ยกเลิกคำสั่งย้าย ขรก.
เมื่อเวลา 20.00 น. นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีคำสั่งยกเลิกการโยกย้ายข้าราชการระดับ 9 จำนวน 39 ตำแหน่ง จากที่เคยลงนามไปเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งคสช. ห้ามไม่ให้มีการโยกย้ายข้าราชการจนกว่าจะมีรัฐมนตรีคนใหม่