1
เยอรมนีจะส่งอาวุธหนักไปช่วยชาวเคิร์ดในอิรัก ต่อสู้กับกลุ่มไอเอส
1 ก.ย. 57 กระทรวงกลาโหมของเยอรมนี แถลงว่า เยอรมนีจะส่งเครื่องยิงจรวดปราบรถถัง , ปืนไรเฟิล และระเบิดมือ ไปสนับสนุนกองกำลังชาวเคิร์ดในอิรัก ที่กำลังสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธญีฮัด ที่พยายามตั้งรัฐอิสลาม หรือ กลุ่ม IS
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีที่กรุงเบอร์ลิน โดยมีนายกรัฐมนตรีหญิงแองเกล่า แมร์เคิล เป็นประธาน ที่เออร์ซูล่า ฟอน แดร์ ไลย์น รัฐมนตรีกลาโหม ได้อธิบายถึงสถานการณ์ในอิรัก ในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับแฟรงค์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ รัฐมนตรีต่างประเทศว่า เป็น "วิกฤตขั้นสูงสุด" และการกระทำของกลุ่ม IS โหดร้าย และไร้ความปรานี เธอบอกด้วยว่า ประชาคมนานาชาติจะต้องสนับสนุนการจัดการกับกลุ่ม IS ที่เป็นอันตรายต่อประชาชนหลายแสนคน
ยุทโธปกรณ์ที่เยอรมนี ส่งไปให้กับกองกำลังชาวเคิร์ด จะมีอยู่ 3 ระดับ ที่รวมถึงขีปนาวุธปราบรถถัง 30 ลูก , ปืนไรเฟิล 16,000 กระบอก , ปืนสั้น 8,000 กระบอก รวมถึงเครื่องยิงจรวดปราบรถถังด้วย // นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น เต็นท์ , หมวกเหล็ก และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร
ยุทโธปกรณ์เหล่านี้ มาจากกองพลสำรองของเยอรมนี มีมูลค่า 70 ล้านยูโร และอาวุธชุดแรกที่ติดให้ทหารเคิร์ดราว 4,000 นาย จะไปถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้
เยอรมนี ระบุเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมว่า พร้อมจะส่งอาวุธไปสนับสนุนชาวเคิร์ดในอิรัก ขณะที่ปัจจุบัน กลุ่ม IS และพันธมิตร ได้ยึดครองพื้นที่ทั้งทางเหนือ และตะวันตกของอิรัก รวมถึงในซีเรียที่เป็นเพื่อนบ้าน ซึ่งมีการกระทำที่โหดร้ายช็อกโลก
การส่งยุทโธปกรณ์หนักไปช่วยชาวเคิร์ด ถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกตินักสำหรับเยอรมนี ที่ต้องแบกรับภาพลักษณ์ผู้รุกรานในสงครามโลกถึง 2 ครั้ง และมักหลีกเลี่ยงเข้าไปพัวพันกับการส่งทหารไปต่างประเทศ และไม่ยอมส่งอาวุธไปยังพื้นที่มีการปะทะกันด้วย
บรรดานักวิจารณ์ได้ต่อต้านการส่งอาวุธไปยังเขตสมรภูมิ ที่นักรบ และอาวุธสามารถเปลี่ยนข้างได้ แต่การตัดสินใจของรัฐบาลเยอรมนีในครั้งนี้ เหมือนกับหลายประเทศ รวมทั้ง สหรัฐ อิตาลี ฝรั่งเศส และอังกฤษ // นายกรัฐมนตรีแมร์เคิล ได้เตรียมจะแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร หรือ บุนเดสท้าก ในวันนี้ หลังการลงมติของบรรดา ส.ส. // จากผลสำรวจความเห็นของชาวเยอรมัน ที่จัดทำโดยสถานีโทรทัศน์ ARD ระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม และเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ พบว่า ผู้ถูกสำรวจ 60 เปอร์เซ็นต์ ต่อต้านแนวคิดส่งอาวุธไปช่วยชาวเคิร์ด และมีผู้เห็นด้วยเพียง 34 เปอร์เซ็นต์