‘ปนัดดา’ลั่นเริ่มงาน จะแฮปปี้ถ้าได้คุมทีวี แดงโผล่รุมโต้‘ถาวร’ สร้างละครชายชุดดำ
“ประยุทธ์” เรียกประชุมระดับปลัดกระทรวง-ผวจ. 17 ก.ย. มอบนโยบายเริ่มนับหนึ่งรัฐบาล คสช.“ปนัดดา” จองงานคุมสื่อรับ แฮปปี้ถ้าได้ดูแลช่อง 9 ช่อง 11 ลั่นหมดช่วงฮันนีมูน เริ่มต้นทำงาน สั่งเลิกโยนกลองปมจัดซื้อไมค์ฉาว “วิษณุ” ชัดเจนดูกฤษฎีกา ย้ำชัดเรื่องเร่งด่วนออกกฎหมายรื้อโครงสร้างภาษี “พรเพชร” ยอมรับมีผู้สมัคร สปช.ส่งประวัติแนะนำตัว แต่เลี่ยงบาลีไม่ได้ล็อบบี้แค่ธรรมเนียมแบบไทยๆ คสช.คุมเข้มรายชื่อ สปช.ห้ามรั่วไหล พท.ปูดผู้มีบารมีเดินเกมหวังล้ม “บิ๊กตู่” เป็นตุเป็นตะ เผด็จศึกก่อนจัดโผผู้พัน โพลชี้แกนนำชุมชนชอบรูปแบบ คสช.มากกว่ารัฐบาล จี้เงินทุกบาทต้องบริหารโปร่งใส “เมียร่มเกล้า” ดีใจคดีสามีถูกรื้อ มั่นใจศาลพิสูจน์แพะได้ แกนนำ นปช.ดาหน้าโต้ ผลชันสูตรศพไปคนละทางกับคำสารภาพ รุมถล่ม “ถาวร” ดราม่า สร้างสตอรี่ชายชุดดำให้สมบูรณ์
การทำงานของรัฐบาล คสช. เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่ สัปดาห์นี้ เมื่อ ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศหมดเวลาฮันนีมูนแล้ว โดยวันที่ 17 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เข้ารับฟังนโยบายเพื่อเดินหน้าทำงาน
“ปนัดดา” รับแฮปปี้ถ้าได้คุมสื่อ
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 14 ก.ย. ที่โรงแรมโกลว์ ตึกชิบูยา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างเปิดงานมอบทุนการศึกษา “เอกอัครราชทูต ม.ร.ว.สังขดิศ ดิศกุล” ถึงการแบ่งงานในตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีให้แบ่งงานตามความชำนาญการ โดย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความชำนาญเรื่องงานข่าวกรองและความมั่นคง ก็คงดูแลในส่วนนั้น แต่ขอให้รอข้อสั่งการอย่างชัดเจนภายในต้นสัปดาห์อีกครั้ง ส่วนหน้าที่การกำกับดูแลสื่อมวลชนช่อง 9 และช่อง 11 นั้น ที่ผ่านมาอยู่ในความรับผิดชอบของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องมีความผูกพันอย่างมาก ถ้าได้รับมอบหมายให้ดูแลจะมีความสุขอย่างมาก
ผลสอบข้าวเน่าเสร็จปลาย ก.ย.
ม.ล.ปนัดดากล่าวถึงความคืบหน้าการลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพข้าวในห้องแล็บว่า ผลน่าจะออกมาไม่เกินปลายเดือน ก.ย.นี้ ตัวเลขสุดท้ายที่ห้องแล็บได้เผยแพร่ไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว มีทั้งข้าวที่มีคุณภาพและไม่มีคุณภาพ ข้าวที่ไม่มีคุณภาพเราสามารถนำมาปรับปรุงมาตรฐานโดยอาจนำมาทำเป็นอาหารกระป๋องหรืออาหารสัตว์ ราคาอาจจะถูกลง ส่วนข้าวที่มีคุณภาพจากการสุ่มสำรวจขณะนี้มีอยู่ที่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์
สั่งเลิกโยนกลองปมไมค์ฉาว
ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ส่วนการเดินหน้าตรวจสอบการทุจริตที่ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลจะอยู่รอดและเป็นที่ศรัทธาของประชาชน ต้องมีความสุจริต เป็นธรรม โปร่งใส แม้จะมีคนบอกว่าตนนำคำพูดมาย้ำจนเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง แต่จำเป็นต้องพูด เพราะถือเป็นการย้ำเตือนข้าราชการทั้งส่วนภูมิภาค ท้องถิ่นและส่วนกลาง ให้มีความสำนึก ส่วนการตรวจสอบทุจริตกรณีระบบเครื่องเสียงในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขณะนี้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เข้ามาตรวจสอบแล้ว ไม่อยากให้ส่วนราชการขัดแย้งกันเอง โดยตำแหน่งของตนถือเป็นหน่วยงานที่ยืนอยู่ตรงกลางในทำเนียบรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) มีหน่วยงานมากมายที่ขึ้นตรงต่อนายกฯ เป็นธรรมดาที่จะมีปัญหาเกิดขึ้น หลังการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจะได้เห็นว่าความเป็นจริงคืออะไร ตนแม้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ขอให้ทุกหน่วยงานมุ่งมั่นทำงานด้วยความสุจริต อย่าโยนความรับผิดชอบกันตามที่เป็นข่าว ซึ่งจะพยายามเข้าไปไกล่เกลี่ย เพื่อให้เกิดความเป็นสุขในทำเนียบรัฐบาล
หมดช่วงฮันนีมูนเริ่มต้นทำงาน
ม.ล.ปนัดดากล่าวด้วยว่า วันที่ 17 ก.ย. รัฐบาลจะเชิญปลัดกระทรวงทุกกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ารับฟังนโยบายรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ สปน.ประสานงานแล้ว ในสัปดาห์นี้ทุกภาคส่วนต้องเริ่มทำงานอย่างเต็มที่ โดยรัฐมนตรีหลายคนเริ่มเข้ากระทรวงทำงาน บางส่วนเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.นี้ ถือว่าขณะนี้ช่วงเวลาฮันนีมูนสำหรับรัฐบาลได้จบไปนานแล้ว
“วิษณุ” เผยรอแบ่งงานรองนายกฯ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม ครม.วันที่ 16 ก.ย. ถือเป็นการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนัดแรก โดยจะพิจารณาหลายเรื่อง อาทิ การแต่งตั้งบุคคลต่างๆ ตลอดจนการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แจ้งให้รองนายกฯทราบคร่าวๆแล้ว แต่ยังไม่รู้รายละเอียด เพราะถึงเวลาปฏิบัติจริงมีหลายระดับ ทั้งระดับกำกับ ควบคุม และสั่งการ ส่วนกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รวมถึงงานด้านความมั่นคงอื่น ถ้าดูจากภาพใหญ่ที่แต่ละคนรับผิดชอบก็พอจะเห็นคร่าวๆกันแล้ว อย่างตนที่ดูแลเรื่องกฎหมาย อาจต้องไปดูสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น
ก.ม.รื้อโครงสร้างภาษีเรื่องเร่งด่วน
นายวิษณุกล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายการเสนอร่างกฎหมายเพื่อปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลนั้น การปรับปรุงโครงสร้างภาษี จัดอยู่ในกฎหมายที่ต้องพิจารณาในระยะเร่งด่วน โดยกระทรวงการคลังจะเป็นผู้รับผิดชอบ จากนั้นจะเสนอเข้า ครม.ให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป
มท.จ่อชงโผโยกย้าย ผวจ.เข้า ครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 16 ก.ย. กระทรวงมหาดไทยจะเสนอรายชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับบริหารสูง ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัด โดยจะมีการเสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการ แต่ยังไม่ได้นำเข้า ครม. และนำเสนอทูลเกล้าฯที่มีการดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือน มิ.ย.และจะมีการโยกย้ายในระนาบเดียวกันทั้งหมด เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่างลงจากการเกษียณอายุราชการจำนวน 22 ตำแหน่ง เช่น จะมีการย้าย ผวจ.เป็นรองปลัดกระทรวง หรือผู้ตรวจ และย้ายอธิบดีเป็นรองปลัดกระทรวง ส่วนรอง ผวจ.ที่จะแต่งตั้งขึ้นเป็น ผวจ.นั้น ต้องผ่านกระบวนการสอบตามระเบียบของ ก.พ. โดยมีกำหนดให้เสร็จภายใน 40 วัน
อดีตบิ๊ก มท.ตบเท้าร่วมทีม รมต.
นอกจากนี้จะมีการเสนอรายชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ได้แก่ พล.ต.ต.ธารา ปุณศรี เป็นเลขานุการ รมว.มหาดไทย นายอนุชา โมกขะเวส อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย นายจาดุร อภิชาตบุตร อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ช่วยเลขานุการรมว.มหาดไทย นายศิวะ แสงมณี อดีตอธิบดีกรมการปกครอง เป็นที่ปรึกษา รมช.มหาดไทย นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี อดีต ผวจ.ฉะเชิงเทรา และนายประชา เตรัตน์ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นทีมสตาฟฟ์ของ รมว.มหาดไทย
สนช.รอรัฐบาลชง ก.ม.ภาษีมรดก
ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ทราบว่าขณะนี้รัฐบาลกำลังร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า อาทิ ภาษีที่ดิน ภาษีมรดกอยู่ เพื่อเสนอให้ สนช.พิจารณา ซึ่งต้องถามรายละเอียดจากกรมสรรพากรด้วย คิดว่าจะไม่มีการสกัดร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ตกไปเหมือนที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แน่นอน สำหรับการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ที่ตุลาการศาลปกครองจำนวน 101 รายยื่นหนังสือคัดค้านนั้น ทราบเรื่องแล้ว สนช.จะให้ความเป็นธรรม โดยปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้เกิดความยุติธรรมให้เหมาะสม และจะเปิดโอกาสให้ 2 ฝ่ายเข้าชี้แจงในช่วงการพิจารณากฎหมาย ยืนยันว่า สนช.ไม่ได้ลักไก่ตามที่วิพากษ์วิจารณ์
ปัดร่างข้อบังคับขยายอำนาจ
นายพรเพชรกล่าวถึงกรณีที่ประชุม สนช.มีมติผ่านร่างข้อบังคับประชุม สนช. หมวดว่าด้วยการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า สนช.จะพิจารณาถอดถอนได้หรือไม่นั้น ไม่ได้เกี่ยวกับข้อบังคับ เบื้องต้นต้องพิจารณาว่าเป็นสิทธิจะนำเรื่องเข้าสู่ สนช.เพื่อนำไปสู่การถอดถอนหรือพ้นตำแหน่งหรือไม่ ดังนั้นเป็นเรื่องกฎหมายที่ต้องว่ากันเป็นเรื่องๆ เพราะข้อบังคับเป็นแค่วิธีการปฏิบัติ การถอดถอนหรือการพ้นจากตำแหน่งยังมีบัญญัติไว้ในกฎหมายหลายฉบับ ทั้งรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายทั่วไป แต่การถอดถอนตามกฎหมายฉบับอื่นไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมมาก่อน ยกเว้นกฎหมายว่าด้วยกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับสภา สนช.มากกว่าการเขียนอำนาจการถอดถอนไว้ในข้อบังคับ สนช. ไม่เกี่ยวกับการขยายหรือลดอำนาจ สนช. เพราะการมีอำนาจหรือไม่อยู่ที่กฎหมายกำหนด
อย่ามโนจะเอาไปถอดถอนใคร
นายพรเพชรกล่าวต่อว่า การที่มีสมาชิก สนช.บางคน แนะให้นำเรื่องยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ ก็ถือเป็นสิทธิ แต่ไม่ขอให้ความเห็น ยืนยันว่าที่ สนช.ยกร่างขึ้นมา ไม่ได้ทำเพื่อรับหรือไม่รับกับเรื่องการถอดถอนที่ค้างอยู่ แต่เป็นการสร้างความชัดเจนในวิธีการปฏิบัติ หากมีคำร้องเรื่องถอดถอนเข้ามาให้ สนช.พิจารณา ก็ต้องดูว่า สนช.มีอำนาจถอดถอนได้หรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องที่ชัดเจนไม่ซับช้อน ประธานสภาอาจใช้ดุลพินิจว่าเป็นเรื่องที่นำไปสู่การถอดถอนได้ แต่หากไม่ชัดเจนที่ประชุมจะตัดสิน ดังนั้นอย่าไปตีความว่าร่างเพื่อรองรับใคร ต้องดูที่กฎหมายให้อำนาจไว้หรือไม่ เพราะมีข้อบังคับแต่กฎหมายไม่ให้อำนาจก็ดำเนินการไม่ได้
เลี่ยงบาลีแค่ส่งประวัติไม่ได้ล็อบบี้
นายพรเพชรกล่าวอีกว่า ในฐานะประธานคณะ กรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การสรรหา สปช.ขณะนี้ไม่มีอุปสรรคและปัญหาอะไร เพราะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งข้อมูลให้ดีมาก ส่วนกระแสข่าวเรื่องการล็อบบี้นั้น ยืนยันว่าไม่มีการดำเนินการลักษณะนี้ คำว่าล็อบบี้หมายความว่าการชักจูง แต่ที่เกิดขึ้นตอนนี้คือให้พิจารณาประวัติบุคคล โดยส่งทางไปรษณีย์หรือฝากเพื่อนๆ มาเป็นกระดาษที่มีรายละเอียดของประวัติแนะนำตัวให้พิจารณา คาดว่าเป็นการอยากให้กรรมการได้ทราบประวัติ และมีเพียงไม่กี่คนที่ทำแบบนี้ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนไทยอยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าจะไม่มีผลต่อการพิจารณาสรรหาบุคคลเป็น สปช.
คสช.เข้มรายชื่อ สปช.ห้ามรั่วไหล
ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า วันที่ 15 ก.ย. เวลา 09.00 น. คณะกรรมการสรรหา สปช.ทั้งหมด ยกเว้นคณะกรรมการสรรหาด้านการเมือง จะประชุมอีกครั้ง โดยแต่ละคณะต้องคัดเลือก 50 รายชื่อเสนอต่อ คสช. ตามเวลาที่กำหนดคือวันที่ 22 ก.ย. ส่วนคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดตอนนี้ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอการประชุมเพื่อคัดเลือกรายชื่อจังหวัดละ 5 คน คาดว่าจะประชุมได้วันที่ 15 ก.ย. คสช.กำชับไม่ให้ความลับรั่วไหล เพราะจะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น กกต.ก็ได้เน้นย้ำให้คณะกรรมการสรรหาระมัดระวังมากที่สุดเมื่อได้ชื่อมาแล้ว ไม่ให้เปิดรายชื่อทั้งหมดจนกว่าจะส่งให้ คสช. ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องความลับรั่วไหล แต่เชื่อว่าทุกคณะคงไม่ทำให้เกิดข้อบกพร่อง
สธ.ปฏิรูปต่อยอดวิจัยชิ้นโบแดง
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แนวทางปฏิรูปตามนโยบายรัฐบาล เน้นปฏิรูประบบสุขภาพ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในสังกัดทุกระดับทั่วประเทศ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค 6,000 คน ร่วมประชุมเพื่อให้นำองค์ความรู้ใหม่ๆที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้าวิจัย เผยแพร่สู่บุคลากร ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพของตนเอง ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานบริการการรักษาพยาบาล เตรียมต่อยอดผลงานวิจัยวิชาการที่ผ่านการคัดเลือกจาก 1,009 เรื่อง นำไปเผยแพร่องค์ความรู้ ประยุกต์ใช้ได้ในพื้นที่ อาทิ เรื่องผลลัพธ์และต้นทุนของการใช้ยาคอลิสติน และไตกีไซคลีน หรือเรื่องการพัฒนารูปแบบแก้ไขปัญหาการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรอย่างมีส่วนร่วม เป็นต้น
“มาร์ค” เตือนอย่าให้เกิดฉาวซ้ำ
ที่มูลสตาร์สตูดิโอ 1 ซอยสถานทูตลาว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 วาระ 2-3 ของ สนช.ว่า เท่าที่ติดตามก็มีการปรับลดอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ประชาชนสนใจคือการใช้จ่ายงบประมาณมากกว่า เพราะจะมีงบประมาณส่วนหนึ่งเป็นงบกลาง ที่เป็นอำนาจของนายกฯหรือคณะรัฐมนตรีอนุมัติ คนที่มีอำนาจต้องดำเนินการให้โปร่งใสและชัดเจนว่าจะตัดสินใจจัดสรรไปใช้ในโครงการใด และต้องเปิดเผยโครงการให้โปร่งใสทุกขั้นตอน ทราบว่านายกฯสั่งการให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณจัดซื้อไมโครโฟนและเครื่องเสียงในห้องประชุม ครม.แล้ว เห็นว่าควรทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าตรวจสอบจริงจัง และโครงการอื่นก็ต้องระมัดระวัง อย่าให้เกิดปัญหาลักษณะนี้อีก
แนะ กก.สรรหาฯเฟ้นคนให้ตรงด้าน
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนการคัดเลือก สปช. อยากให้คณะกรรมการสรรหาฯดูหลักเกณฑ์เรื่องความรู้ความสามารถให้ตรงกับด้านที่จะดำเนินการปฏิรูป อยากให้มีตัวแทนที่มีความหลากหลาย เช่น ด้านพลังงาน ด้านการศึกษา เพราะหากไม่ดึงทุกกลุ่มเข้ามาร่วมอาจมีปัญหาตามมาในอนาคตได้ ขณะเดียวกันเวลาที่มีกระบวนการสรรหามักมีข่าวเรื่องการล็อบบี้เกิดขึ้น ดังนั้นคณะกรรมการสรรหาฯต้องทำให้เกิดความชัดเจน ว่าบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกมีความรู้ความสามารถ มีความหลากหลาย จะทำให้เกิดการยอมรับมากขึ้น
พท.จี้ มท.เร่งอนุมัติงบฯท้องถิ่น
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากองค์กรบริหารส่วนตำบล (อบต.) เรื่องงบประมาณท้องถิ่นของ อบต.ที่ยังมาไม่ถึง ชาวบ้านเดือดร้อน ถนนเสียหาย สะพานขาด เข้าบ้านไม่ได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กระทรวงมหาดไทย กรม ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วยเร่งติดตามอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้ เพราะเข้ากลางเดือน ก.ย.แล้ว เกรงจะไม่ทันการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อซ่อมแซมและพัฒนาท้องถิ่นตามนโยบาย คสช.ที่ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 57 ขอตั้งข้อสังเกตว่าการที่เงินส่วนท้องถิ่นยังมาไม่ถึงมือ อบต. เป็นเพราะมีการนำเงินไปใช้ทำอย่างอื่นหรือไม่
ปูดผู้มีบารมีเดินเกมหวังล้ม “บิ๊กตู่”
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรค เพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ทราบข่าวว่าขณะนี้ได้เกิดความขัดแย้งภายใน ผู้มีบารมีไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงรัฐบาลชุดนี้ จึงต่อสายกับพรรคประชาธิปัตย์และเครือข่ายเดิม อย่างกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้รับ การประกันตัว และกรณีการไม่รับฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ของศาลอาญา ในคดีสลายการชุมนุมปี 53 ล้วนมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ทราบว่าจะมีการกดดันรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยองคาพยพเครือข่ายเดิมที่เคยออกมากดดันขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะใช้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ข้าว ยาง ราคาตกต่ำ ก่อม็อบเคลื่อนไหว ที่สำคัญที่สุดจะใช้ข้อกล่าวหาว่าเป็นพวกเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
เป็นตุเป็นตะเผด็จศึกก่อนจัดโผผู้พัน
นายวรชัยกล่าวอีกว่า ตอนนี้นายอภิสิทธิ์ออกมาวิจารณ์รัฐบาลต่อเนื่อง เช่น การจี้ให้สอบเรื่องจัดซื้อไมโครโฟนในห้องประชุม ครม. หรือกรณีนายสุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำปี๊บมาคลุมหัว แสดงความไม่เห็นด้วยที่ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะดำรงตำแหน่งควบ รมว.สาธารณสุข เหล่านี้คือกระบวนการขับเคลื่อนกระทบชิ่งไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ โดยจะมีการเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ จัดการให้เสร็จก่อนการโยกย้ายนายทหารระดับกองพันที่คุมกำลังในกองทัพ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ควรทำคือการยืนยันจุดยืนอย่างเข้มแข็ง ว่าจะอยู่เป็นรัฐบาลเพียง 1 ปี จะช่วยลดแรงเสียดทาน ลดกระแสกดดันทั้งจากต่างชาติ และฝ่ายประชาธิปไตยต้องใช้โอกาสนี้ปฏิรูปรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย อย่าให้เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2550 และต้องปฏิรูปคน ด้วย ถ้ายังมีแต่คนหน้าเดิมๆ ความขัดแย้งก็จะเหมือน เดิมไม่จบสิ้น ขณะเดียวกัน ต้องรีบแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน รัฐมนตรีที่เข้ามาต้องทำงานทันที ตอนนี้ ชาวบ้านเดือดร้อนจะตายกันหมดแล้ว
โพลชี้คนไม่เอาคู่ขัดแย้งนั่ง สปช.
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คณะกรรมการสรรหาฯ ควรเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อย่างไร?” โดยร้อยละ 60.55 เห็นว่า สปช. ควรมีอายุเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 35-50 ปี ร้อยละ 30.31 เห็นว่าควรมีอายุระหว่าง 51-60 ปี สำหรับระดับการ ศึกษา ร้อยละ 59.10 เห็นว่าควรเป็นผู้จบระดับปริญญาตรี ร้อยละ 16.20 เห็นว่าควรจบระดับปริญญาโท ขณะที่ร้อยละ 8.90 บอกว่าได้ทุกระดับ ขอให้เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ทำงาน เป็นคนดี มีคุณธรรมและซื่อสัตย์ นอกจากนี้ ความคิดเห็นส่วนใหญ่ต้องการให้มาจากทุกสาขาอาชีพเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ ร้อยละ 50.92 เห็นว่า สปช.ไม่ควรประกอบไปด้วยคู่ขัดแย้งทางการเมือง เพราะต่างฝ่ายต่างยึดติดในความคิดหรือทัศนคติที่ขัดแย้งกันในอดีต ทำให้เกิดความขัดแย้งกันและปัญหาไม่จบสิ้น
ผู้นำชุมชนขอบริหารงานโปร่งใส
ขณะที่นายเชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล รองประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลเรื่อง แกนนำชุมชนคิดอย่างไรต่อการทำงานในรูปแบบ คสช.กับการทำงานในรูปแบบรัฐบาล และความคิดเห็นต่อการจัดระเบียบชายหาด กับไมค์แพงที่ทำเนียบรัฐบาล จากแกนนำ ชุมชนทั่วประเทศ 600 ชุมชน ระหว่างวันที่ 11-13 ก.ย. โดยร้อยละ 57.3 ระบุว่าการให้ คสช.และรัฐบาล เข้ามาบริหารงานแทนรัฐบาลชุดก่อน เพื่อแก้ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ รองลงมาร้อยละ 32.6 อยากให้แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และร้อยละ 98.0 ต้องการให้เปิดเผยรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณทุกเม็ดเงินในโครงการขนาดใหญ่ ให้ชาวบ้านทั่วไปแกะรอยตรวจสอบได้ละเอียดในสื่อมวลชนและเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล
ชอบรูปแบบ คสช.มากกว่ารัฐบาล
สิ่งที่แกนนำชุมชนอยากบอกกับรัฐบาล คสช. มากที่สุด ร้อยละ 27.5 ให้ระวังหลุมพรางที่อยู่ในระบบราชการ ทำให้ล่าช้าต่อการแก้ปัญหาชาวบ้าน ร้อยละ 20.6 ให้ระวังการหยิบยื่นอำนาจ เงินตรา นารี การยกย่องเชิดชูจากกลุ่มข้าราชการ นายทุน และคนแวดล้อม ร้อยละ 17.4 บอกว่าไม่มีเวลาฮันนีมูนหาความสุขจากตำแหน่ง แต่ให้ทำงานลงพื้นที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านทันที ทั้งนี้ร้อยละ 84.6 มองว่าการทำงานรูปแบบ คสช. ดูดีกว่า จริงจังมากกว่าแบบรัฐบาล โดยประชาชนส่วนใหญ่พอใจกับนโยบายจัดระเบียบชายหาดของ คสช. แต่ที่น่าเป็นห่วงคือความรู้สึกของแกนนำชุมชน ต่อกรณีการจัดซื้อไมโครโฟนราคาตัวละนับแสนบาทที่ทำเนียบรัฐบาล โดยร้อยละ 50.8 รู้สึกเคลือบแคลงสงสัย ร้อยละ 49.2 ไม่รู้สึกเคลือบแคลงสงสัย ทั้งนี้ ร้อยละ 47.2 บอกให้ยกเลิกโครงการและจบกันไป ขณะที่ร้อยละ 35.2 บอกไม่ต้องทำอะไรให้เดินหน้าต่อ ร้อยละ 17.6 ให้ยกเลิกโครงการและผู้บริหารระดับสูงของทำเนียบรัฐบาลรับผิดชอบด้วยการลาออก
ร้องสอบ 3 ส.ส. ปชป.ปกปิดบัญชี
อีกเรื่องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน พ.อ.วินัย สมพงษ์ นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้าข่ายปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหนี้สินที่ควรแจ้งให้ทราบ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 34 หรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่านายอภิรักษ์ไม่ได้แจ้งเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ พ.อ.วินัยไม่ได้แจ้งข้อมูลเงินบริจาคหรือเงินบำรุงพรรคไว้ในบัญชีแสดงรายการหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี ส่วนนายวิรัช มีการแจ้งรายจ่ายเงินบำรุงพรรคไว้ แต่ ไม่ได้แจ้งข้อมูลเงินบริจาคหรือเงินบำรุงพรรคไว้ในบัญชีแสดงรายการหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี จึงขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ว่าบุคคลทั้ง 3 เข้าข่ายปกปิดการยื่นบัญชีแสดงรายการ
ทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่
“เมียร่มเกล้า” ปลื้มคดีสามีถูกรื้อวันเดียวกัน นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.21 รอ.) กล่าวถึงการจับกุมผู้ต้องหา 5 คนที่เกี่ยวข้องกับการสังหาร พล.อ.ร่มเกล้าเมื่อปี 53 ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะรัฐบาลชุดที่ผ่านมาคดีของทหารที่ถูกกระทำเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาดำเนินการให้มีความคืบหน้า แม้เคยดำเนินการในช่วงแรกหลัง พล.อ.ร่มเกล้าเสียชีวิต ตรงกันข้ามกับคดีที่ทหารถูกกล่าวหา กลับดำเนินการตลอด ขอขอบคุณที่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ต่อ และหวังว่าจะมีการขยายผลต่อไป เหตุการณ์ปี 53 เป็นเหตุการณ์ใหญ่ มีผู้ได้รับผลกระทบมาก มีความซับซ้อน คิดว่าต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน ก็ขอฝากความหวังไว้
มั่นใจศาลพิสูจน์แพะรับบาปได้
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตและมีข้อครหาว่าผู้ต้องหาที่จับกุมมา อาจเป็นเพียงแค่แพะรับบาป นางนิชาตอบว่า ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานเพื่อพิสูจน์ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมให้กลับคืนมา วันนี้การเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่กระบวนการยุติธรรมจะต้องคงอยู่ เป็นเรื่องที่ทุกคนฝากความหวังและความเชื่อมั่น ถึงบอกมาตลอดว่านานแค่ไหนรอได้ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่อำนาจตุลาการนั้นยังคงอยู่ต่อไป
แกนนำ นปช.เชิดใส่ข้อมูล “ถาวร”
ด้าน นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีนายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ออกมาให้ข้อมูลกลุ่มชายชุดดำว่า เหตุการณ์ชุมนุมตั้งแต่ปี 53 ทำไมนายถาวรเพิ่งออกมาให้ข้อมูลช่วงนี้ พูดก็พูดได้แต่ความน่าเชื่อถือรับฟังไม่ได้ ถ้าชายชุดดำมีจริงควรจับได้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว ถ้าประเทศยังไม่ก้าวข้ามวังวนแห่งการใส่สีตีไข่ นโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ที่หวังให้เกิดความปรองดองคงยาก ขอฝากไปถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร. ขอให้ไปเร่งจับกุมการฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สมัยการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ตอนปี 56-57 ด้วย ทำไมถึงยังจับคนร้ายไม่ได้เสียที การกล่าวหาว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี สั่งเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนชายชุดดำออกทั้งหมด ถ้า ร.ต.อ.เฉลิมมีฤทธิ์มีเดชจริง คดีความของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยต้องเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ยังมีหลายคดีที่พวกเรายังโดนเล่นงานอยู่เลย
ชี้ผลชันสูตรคนละทิศคำสารภาพ
นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำ นปช. กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่ามีชายชุดดำปะปนในผู้ชุมนุมเดือน เม.ย.53 แต่ยืนยันได้ว่าแกนนำคนเสื้อแดงไม่เคยประชุมหรือสั่งการลักษณะให้ไปก่อความรุนแรง การที่ตำรวจจับกุมชายชุดดำ และพยายามเชื่อมโยงมานั้น ผลออกมาคนละทิศ เพราะผลชันสูตรพลิกศพ พล.อ.ร่มเกล้า ออกมาว่าตายด้วยแรงระเบิด แตกต่างจากที่ตำรวจแถลงข่าวและพาชายชุดดำไปทำแผนว่าเสียชีวิตจากอาวุธปืน และฝากถึง พล.ต.อ.สมยศ ให้เร่งจับผู้ที่ก่อเหตุระหว่างการชุมนุม กปปส.ด้วย ไม่ค่อยเห็นตำรวจติดตามสักเท่าไหร่ แต่เลือกที่จะไปขุดเรื่องตั้งแต่ปีมะโว้ ไปจับแพะชนแกะ ยังยืนยันความคิดเดิมการจะแก้ปัญหานำไปสู่ความปรองดองได้ ต้องนิรโทษกรรมเหมาเข่งสุดซอย ถ้าจะล้างผิดก็ต้องล้างบ้านกันทั้งหลัง ไม่ใช่มัวแต่จับไล่ล่าอีกฝ่าย เมื่อเขาอึดอัดก็ลุกขึ้นต่อสู้อีก แล้วความสงบจะเกิดขึ้นได้อย่างไร อยากฝากไปถึงท่านผู้นำ บอกจะไล่ล่าเดี๋ยวอีกพวกก็ก่อหวอด
ชี้บทชายชุดดำทำให้สตอรี่สมบูรณ์
นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวว่า ข้อมูลของนายถาวร เป็นเรื่องตลกขำๆ คนทำผิดกฎหมายแล้วยังกล้ามาเปิดเผยตัวเองกับนายถาวร เพื่อเรียกเงินเป็นขบวนการแบล็กเมล์ จึงเห็นว่าเป็นบทละครต่อเนื่อง เพื่อให้สตอรี่ชายชุดดำสมเหตุสมผลขึ้น แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมจับตา ตนจะรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมให้ความร่วมมือ ทั้งนี้สิ่งที่ไม่ต้องพิสูจน์และมีอยู่จริงคือชายใจดำ ตั้งแต่คนสั่งฆ่าประชาชน คนสนับสนุน หรือคนนิ่งเฉยที่ประชาชนถูกฆ่า
“มาร์ค” โชว์ฟอร์มซ้อมยิงจุดโทษ
ต่อมาเวลา 18.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดการแข่งขันฟุตซอลงานเดือนสิบ “เทพไทคัพครั้งที่ 10” ณ สนามฟุตซอลถนนคนเดิน เทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยมีนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช นายมาโนช เสนพงศ์ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับ หลังเสร็จพิธีเปิดมีการแข่งขันคู่พิเศษระหว่างทีม อบจ.นครศรีธรรมราช และทีมเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้เปลี่ยนชุดนักเตะทีมนิวคาสเซิลสีขาวดำ มายืนชมอยู่ริมขอบสนาม จนหมดเวลาครึ่งแรก นายอภิสิทธิ์ นายเทพไท และนายมาโนช ได้ผลัดเปลี่ยนกันเตะลูกโทษ โดยให้ชาวบ้านทั่วไปผลัดเปลี่ยนมาทำหน้าที่เป็นประตูรับลูกโทษ หากใครรับได้จะได้เงินคนละ 500 บาท สร้างความฮือฮาและสนุกสนานให้คนดูในสนามอย่างมาก ซึ่งหลายคนสามารถรับได้