เปรยกับทหารในพิธีสวนสนาม วอนขอนักวิชาการลดระดับก่อน ‘บิ๊กป๊อก’ชี้ปิดสปช.กลัวฝุ่นตลบ
“บิ๊กตู่” นำทีมนายพลทหารราบร่วมพิธีอำลาตำแหน่ง ผบ.ทบ. อ้อนขอกำลังใจจากทุกคน ครวญรัฐบาลอาการหนัก แต่สู้ไหว มีงานสารพัดรอให้แก้ปัญหา ขณะที่กระแสต่อต้านยังแรงมาก วอนทุกกลุ่ม-นักวิชาการลดระดับ อย่าเพิ่งเรียกร้องก่อไฟขัดแย้ง มั่นใจคุมรัฐมนตรีอยู่หมัด ไม่ปล่อยให้มีทุจริตซ้ำรอยรัฐบาลเก่า เปิดกว้างให้สื่อ-ประชาชนส่งข้อมูลสอบโกง โฆษก คสช.โต้ทหารปิดประตูตายจัดเวทีเสวนา อ้างขอสกรีนเนื้อหา ป้องกันผู้ไม่หวังดีฉวยจังหวะป่วน “วรชัย” จี้ “ประยุทธ์-ประวิตร” ปรับท่าทีปิดกั้นประชาธิปไตย ปล่อยผีเลิกกฎอัยการศึก “นายกฯตู่” ฉายซ้ำยันไม่มีล็อกสเปกสรรหา สปช. “บิ๊กป๊อก-ยงยุทธ” ปิดทางเปิดเผยชื่อว่าที่ สปช.ผวาเปิดช่องวิ่งล็อบบี้ฝุ่นตลบ ด้าน “สุรชัย” แนะ คสช.แต่งตั้งกลุ่มที่ไม่มีปัญหาก่อน
กรณีกลุ่มนักวิชาการแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยระบุว่ามีการละเมิดสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ ห้ามจัดเสวนาทางการเมือง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ออกมาขอความร่วมมือให้ทุกกลุ่ม รวมทั้งนักวิชาการยุติการเคลื่อนไหวไว้ก่อน
“บิ๊กตู่” ร่วมวันทหารราบ-อำลาตำแหน่ง
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 24 ก.ย. ที่ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะ ผบ.ทบ. เป็นประธานพิธีวันทหารราบและพิธีเทิดเกียรตินายทหารชั้นนายพลเหล่าทหารราบ ประจำปี 2557 ที่จะเกษียณอายุราชการ 89 นาย โดยมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน ในฐานะปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.จิระเดช โมกขะสมิต ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ที่จะเกษียณฯเข้าร่วม นอกจากนี้ ยังมีคณะนายทหารระดับสูงและอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ทบ. อาทิ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและรอง ผบ.ทบ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมและผู้ช่วย ผบ.ทบ. 1 พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.วิมล วงศ์วานิช อดีต ผบ.ทบ.ร่วมพิธีด้วย ทั้งนี้ ศูนย์การทหารราบจัดพิธีสวนสนามเทิดเกียรติจากกำลังพล 930 นาย พร้อมขบวนยานยนต์ และร่วมกันร้องเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” และเพลง “มาร์ชทหารราบ” ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้องเพลงคลอตามไปด้วย
ขอกำลังใจพ้อ รบ.อาการหนัก
พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เป็นประธานพิธีสงฆ์ และมอบสัญลักษณ์เชิดชูเกียรติให้นายทหารราบดีเด่น 24 นาย พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่กำลังพลตอนหนึ่งว่า ยินดีที่มาร่วมรำลึกถึงเกียรติ ประวัติ วีรกรรม ความกตัญญูของเหล่าทหารราบ และยังได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนทหารราบที่ปฏิบัติหน้าที่สมเกียรติแห่งการเป็นราชินีสนามรบ วันนี้สถานการณ์ประเทศเดินหน้าไปตามลำดับ มีปัญหาต้องได้รับการแก้ไข ต้องการกำลังใจจากทุกคน ขอให้กำลังใจกับรัฐบาลด้วย เพราะวันนี้รัฐบาลก็อาการหนัก งานมีจำนวนมาก แต่สู้ไหว ผ่านวันเวลาที่ยากลำบากมาแล้ว ดังนั้น จะทำเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองให้ได้ โดยไม่ได้มุ่งหวังผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่การทำงานที่ไม่มุ่งหวังอะไรเป็นสิ่งที่ยาก เพราะมีกระแสต่อต้านก็จะมาก แต่ก็จะทำให้ดีที่สุดและดูแลประเทศชาติ ภายหลังเสร็จพิธีฯ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับ กทม.ทันที ไม่ได้อยู่ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
มั่นใจไม่มีทุจริตซ้ำรอย รบ.เก่า
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลไม่ให้รัฐบาลมีการทุจริตว่า ตนคุมรัฐบาลและคุมรัฐมนตรีได้ เหมือนกับทหาร ผบ.ทบ.บังคับบัญชาแม่ทัพ และแม่ทัพไปบังคับบัญชาระดับกองพลและระดับล่าง ตนเป็นนายกฯต้องคุมรองนายกฯ รัฐมนตรี และคณะทำงานฝ่ายการเมืองให้ได้ ส่วนระดับราชการต้องไปควบคุมตามลำดับ ทุกอย่างมีความรับผิดชอบตามกฎหมาย เมื่อตนมีนโยบายชัดเจนอยู่แล้วต้องปฏิบัติ ถ้าไปทำทุจริตและผิดกฎหมาย ถือว่าผิดนโยบายทำไม่ได้อยู่แล้ว เรื่องใดก็ตามดูแล้วไม่ถูกต้องก็ต้องไปร้องเรียนหรือฟ้องร้อง เพื่อจะให้โอกาสสืบสวนสอบสวน ใช้ระยะเวลาตั้งคณะกรรมการสอบสวน ไม่ใช่สอบสวนแค่ 2-3 วันแล้วจบ เป็นไปไม่ได้ มีโทษจากเบาไปหาหนัก และจะถูกดำเนินคดีอาญาและแพ่ง เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจว่าจะไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยรัฐบาลชุดที่เเล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะซ้ำได้อย่างไร ตรงไหน ในเมื่อเจตนาตนไม่ทำ เจตนาของรัฐบาลคือ ตนไม่ต้องการผลประโยชน์แม้แต่นิดเดียว เท่าไหร่ก็ไม่ต้องการ และรัฐมนตรีทุกคนก็ไม่ต้องการ การจัดทำนโยบาย งบประมาณ รวมถึงการบริหารจัดการต่างๆ สั่งอย่างละเอียดและการประชุม ครม.ไม่ได้เเค่นำเรื่องเข้ามาแล้วอนุมัติ เราป้องกันการใช้จ่ายงบประมาณอย่างถูกต้อง ไม่มีการทุจริตและให้เกิดผลประโยชน์โดยตรงกับประเทศชาติ ถ้าสื่อหรือใครได้ข่าวการทุจริต ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และประชาชนต้องช่วยกันเฝ้าระวังเพื่อแจ้งขึ้นมา จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามขั้นตอนทุกอย่าง ถ้าผู้บริหารไม่ต้องการผลประโยชน์จบแล้ว
วอนนักวิชาการอย่าเพิ่งเรียกร้อง
เมื่อถามว่า รู้สึกกดดันหรือไม่ที่ถูกจับตามองจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กดดันเรื่องอะไร ไม่เคยกดดัน ใครจะมากดดันตนด้วยเรื่องอะไร ในเมื่อทำในสิ่งที่บริสุทธิ์ใจและจริงใจกับประเทศชาติ จะกดดันไปทำไม ตนฟังความคิดเห็นของทุกคน แม้กระทั่งกลุ่มต่อต้าน อยากเรียกร้องขอให้ดูสถานการณ์ของประเทศไปก่อนได้ไหม ให้ประเทศชาติผ่านวันเวลาที่ยากลำบากตอนนี้ไปก่อนได้ไหม เราต้องการแก้ไขปัญหาที่ต้องไม่เกิดขึ้นในอนาคต ช่วงก่อนวันที่ 22 พ.ค. มีปัญหาการบริหารราชการเเผ่นดินเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องอื่นเป็นเพียงแค่องค์ประกอบ ทั้งเรื่องการทุจริตต่างๆ ซึ่งมีกระบวนการอยู่แล้ว วันนี้จะทำอย่างไรให้ดีขึ้น วันนี้ดีขึ้นส่วนน้อย ส่วนที่ไม่ดียังเยอะอยู่ ดังนั้นขอให้ช่วยกันหน่อย ทั้งนักวิชาการหรือใครก็แล้วแต่ช่วยกันเถอะ ให้ลดระดับไปก่อนได้ไหม อย่างเพิ่งมาเรียกร้องอะไรกันมากมาย เพราะเรียกมาก็ตีกันอีก มันก็จะเกิดความวุ่นวาย ตนไม่ใช่คนไม่รักประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยต้องพร้อมก่อน ต้องแก้ไขประชาธิปไตยของเราให้ได้ก่อน
ย้ำอีก ทำไม่ได้ล็อกสเปก สปช.
เมื่อถามว่า ไปนั่งทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลชินหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะชินได้อย่างไร เป็นทหารมาทั้งชีวิต ให้ใช้คำว่าชินกับปัญหาที่มีมายาวนานแล้ว เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำงาน ต้องแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ได้ ตนแฟร์กับทุกคน ขึ้นอยู่กับพวกเราที่ให้เวลารัฐบาลทำงานแค่ไหน รัฐบาลประกาศเจตนารมณ์แล้วว่าจะทำงานให้ดีและเร็วที่สุด อย่ากังวลเรื่องการปฏิรูป ไม่มีการล็อกสเปก สปช. จะไปล็อกสเปกทำไม จะได้คนไม่มีความรู้หลากหลาย ซึ่งทำไม่ได้ เมื่อคัดเลือกมาแล้ว 250 คน จะคัดเลือกให้เหลือ 173 คน บวก 77 คน แล้วมาจัดกันใหม่ว่าใครจะอยู่กลุ่มไหนใน 11 กลุ่ม ไม่ใช่ว่าสมัครกลุ่มไหนแล้วได้กลุ่มนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีแนวทางให้สปช.ให้ไปคิดกันเอง ทั้งนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯและ รมว.การต่างประเทศ จะเดินทางเยือนยูเอ็นชี้แจงรายละเอียดการดำเนินการ ซึ่งหลายประเทศเป็นห่วงเป็นใย ซึ่งเราเป็นประเทศไทย เราต้องทำอะไรเพื่อคนไทยก่อน ส่วนต่างชาติต้องใช้ระยะเวลา เราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ส่วนตนจะเดินทางไปประเทศใดเป็นประเทศแรกยังไม่บอก
ชู 2 นิ้วสู้ๆเรียก “อุ๋ย-สมหมาย” หารือ
กระทั่งเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จึงเดินทางกลับถึงกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ทันทีที่ลงจากเฮลิคอปเตอร์เดินตรงขึ้นรถทันที พร้อมโบกมือทักทายผู้สื่อข่าวก่อนลดกระจกรถลงแล้วชูสองนิ้วสัญลักษณ์สู้ๆ ให้กับผู้สื่อข่าวโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ จากนั้นเวลา 14.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางเข้าไปทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ต่อมาเวลา 14.55 น. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯพร้อมด้วยนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เข้าหารือเพื่อประเมินสถานการณ์และมาตรการด้านเศรษฐกิจ โดยใช้เวลาหารือประมาณชั่วโมงครึ่ง
ไตรมาสแรก 58 รุกกระตุ้น ศก.
จากนั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายกฯว่า หารือเรื่องเศรษฐกิจ แต่นายกฯ บอกว่าเรื่องใดที่ยังไม่ผ่านที่ประชุม ครม. ยังไม่ต้องพูด ส่วนปัญหาราคายางพาราที่เกษตรกรยังไม่พอใจมาตรการช่วยเหลือไม่ได้พูดคุยกันและนายกฯ ไม่ได้กังวลอะไร สำหรับมาตรการที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องให้ผ่านที่ประชุม ครม.ก่อน จึงจะเปิดเผยใน 3 เดือนแรกปี 2558 รัฐบาลจะมีมาตรการที่ดีมาก ออกมาเป็นชุด
“บิ๊กป๊อก” ผวาโชว์ชื่อวิ่งวุ่นฝุ่นตลบ
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีการเปิดประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ครั้งแรก มี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหารและ ส.ก. เข้าร่วม จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า ส.ก.ชุดนี้เข้ามาทำงานในภาวะไม่ปกติ มาจากการสรรหา จึงขอให้ทุกคนทำงานให้เต็มที่เพื่อชาวกรุงเทพฯ เชื่อมั่นในความโปร่งใสของทุกคน
ช่วงบ่าย พล.อ.อนุพงษ์ไปตรวจเยี่ยมมอบนโยบายแก่กรมการปกครอง โดย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า มอบนโยบายให้เน้นบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างความเป็นธรรม เรื่องศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ให้ไปสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเข้าใจจริงๆ มีบ้างบางพื้นที่ที่มีปัญหา แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนการคัดเลือก สปช.รอบสุดท้ายใน 11 ด้าน จะมีคนจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องนั้นๆในทุกกลุ่ม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หรือผลมาให้กรรมาธิการเขียนเป็นกฎหมายได้ คงไม่มีการล็อกสเปก เพราะแต่ละคณะต้องทำงานหนักและยาก เพราะต้องมีผลงานออกมา เมื่อถามว่าการไม่เปิดเผยรายชื่อทำให้หลายฝ่ายมองว่ามีการล็อกสเปก พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า “เปิดมาก็วุ่นนะ เดี๋ยวจะวิ่งเต้นกัน ท่านต้องเชื่อใจใครสักคน หากเปิดรายชื่อมาคงจะระส่ำระสาย เขาคงมีวุฒิภาวะที่จะคัดคนมาทำงานตามระบบคุณธรรม ต้องเชื่อใจกันว่า คสช.จะเลือกคนดีคนมีความสามารถ”
อ้างนโยบายปิดลับเลี่ยงโกลาหล
นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯ ในฐานะคณะกรรมการสรรหา สปช. ด้านการศึกษากล่าวถึงการเรียกร้องเปิดรายชื่อว่าที่ สปช.ทั้ง 11 ด้านเพื่อความโปร่งใสว่า การสรรหา สปช.ทั้ง 11 ด้านส่งรายชื่อเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไป คสช.จะคัดเลือกว่าอยากได้ใครแต่ต้องเป็นความลับ เพราะถ้าไม่เป็นความลับ คงโกลาหล อันนี้เป็นนโยบาย ต้องเก็บเป็นความลับให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนที่มีการร้องเรียนหลายจังหวัดล็อกสเปก คงไม่มีปัญหาไม่ทันวันที่ 2 ต.ค. คาดการณ์ไว้แล้วจะมีการร้องเรียนผัวเลือกเมีย เลือกคนรู้จัก ต้องดูว่าผิดจริงหรือไม่ ละเมิดกฎเกณฑ์หรือไม่ เมื่อถามว่า จะเป็นข้อครหา คสช.หรือไม่ เพราะ คสช.ย้ำความโปร่งใสในการสรรหา สปช.นายยงยุทธกล่าวว่า ผลอาจไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์อย่างที่ตั้งใจ เพราะมีเรื่องต่างๆ นอกเหนือการควบคุมอยู่บ้าง สำหรับแผนนโยบายด้านสังคมใน 1 ปี จะเน้นงานเจาะลึก 2 ด้านคือ ดูแลผู้พิการ 1.5 ล้านคน และผู้สูงอายุ 10 ล้านคน ให้มีงานทำและมีรายได้ สำหรับการปฏิรูปการศึกษาจะเน้นพัฒนาครูไม่เน้นแต่เทคโนโลยี สอดแทรกเนื้อหา 12 ค่านิยม ตามนโยบายนายกฯ และแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ออกจากกระทรวงศึกษาธิการ
คสช.ติงอย่ากังวลตีตนไปก่อนไข้
พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงการสรรหาสมาชิก สปช.ระดับจังหวัดที่ถูกกล่าวหามีการล็อกสเปกว่า ไม่ทราบว่าเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร อาจจะพูดกันเอง หรือเป็นการพูกันปากต่อปาก ผู้สื่อข่าวถามว่า การคัดเลือก สปช.เลือกเฉพาะกลุ่มหรือไม่ พ.อ.วินธัยตอบว่า อาจเป็นการกังวลกันไปก่อน ต้องรอเวลาให้เปิดเผยรายชื่อ ขณะนี้อยากให้ไว้วางใจและเชื่อมั่นผู้มีส่วนร่วมโดยตรง
อียูหนุนไทยลุยโรดแม็ปปฏิรูป
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน 7 ประเทศ รวมทั้งอุปทูตจากมาเลเซียและฟิลิปปินส์ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ เพื่อแสดงความยินดีที่เข้ารับตำแหน่งว่า ได้อธิบายแผนและจุดมุ่งหมายโรดแม็ปสร้างประชาธิปไตยยั่งยืน ซึ่งอยู่ระหว่างการตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทูตอาเซียนเห็นความจำเป็นที่ต้องเดินตามแผนโรดแม็ป ส่วนนายเฆซูส มิเกล ซานส์ เอกอัครราชทูตแห่งสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย พร้อมแลกเปลี่ยนไทยเรื่องการปฏิรูป และเข้าใจว่าโรดแม็ปมีจุดมุ่งหมายส่งเสริมประเทศไทยที่มีประชาธิปไตยยั่งยืน พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญช่วยสนับสนุนไทย ขณะที่นายอับดุลซาลาม อับดุลาห์ อะเลนาซิ อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เชิญไทยร่วมประชุมกรอบความร่วมมือเอเชีย (เอซีดี) ระดับรัฐมนตรีช่วง พ.ย.
“บิ๊กเจี๊ยบ” บินยูเอ็นแจง ปชต.ไทย
นายเสขกล่าวต่อว่า เย็นวันที่ 24 ก.ย. พล.อ.ธนะศักดิ์ เป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สมัยสามัญ ครั้งที่ 69 เพื่อขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันที่ 27 ก.ย.หัวข้อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในปี 2015 ซึ่งเน้นเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพูดถึงการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ การสร้างระบอบประชาธิปไตยให้ยั่งยืน และบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีต่างประเทศ นอกจากนี้ จะร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับเลขาธิการยูเอ็นและประธานสมัชชาสหประชาชาติ และจะพบปะหารือทวิภาคีกับเลขาธิการยูเอ็น รวมทั้งภาคเอกชนสหรัฐฯ รวมถึงจะพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีน และมีกำหนดการพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศต่างๆ รวมถึงจะร่วมเวทีการประชุมอาเซียน-สหรัฐอเมริกาด้วย
แนะ คสช.ตั้งกลุ่มไร้ปัญหาก่อน
ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการสรรหาสมาชิก สปช.ที่มีข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนว่า หากการสรรหา สปช. ระดับจังหวัดมีเรื่องดังกล่าวจริง เช่น เป็นเครือญาติระหว่างผู้สมัครกับกรรมการสรรหา คสช.ใช้ดุลยพินิจพิจารณาได้ แต่คงไม่ถึงขั้นต้องให้สรรหาใหม่ ส่วนข้อเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อผู้ได้รับการสรรหาเพื่อให้สังคมช่วยตรวจสอบ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ คสช.
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 กล่าวถึงการเลือก สปช.บางจังหวัดที่มีปัญหาจะรื้อสรรหาใหม่ได้หรือไม่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 28 ระบุว่า สปช. มีได้ไม่เกินจำนวน 250 คน ดังนั้น คสช.อาจแต่งตั้งส่วนที่ไม่มีปัญหาก่อนได้ ส่วนวิธีการต้องให้ คสช.พิจารณา
เผยอดีต ส.ว.โวยคู่ขัดแย้งเตะตัดขา
ด้านนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. คนที่ 2 กล่าวว่า ได้ข้อมูลจากอดีต ส.ว.หลายจังหวัดว่า การสรรหา สปช.มีปัญหาไม่โปร่งใส เช่น จ.พัทลุง พังงา สุรินทร์ ผู้มีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับสรรหารวมทั้งอดีต ส.ว. แต่อยู่คนละขั้วกับกรรมการสรรหา หรือผู้สมัครมีปัญหากับ กกต.จังหวัดรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะไม่ได้รับการคัดเลือกทั้งที่มีคุณสมบัติเหมาะสม จึงเลี่ยงมาลงสมัคร สปช.11 ด้านแทน เห็นว่าหากมีปัญหาสามารถร้องต่อ คสช.ได้ ซึ่งรายชื่อ สปช.ที่ผ่านการสรรหาแต่ละจังหวัด คสช.ควรเปิดเผยให้สังคมรับทราบเพื่อช่วยกันตรวจสอบ เพราะสังคมสนใจ
คสช.โต้ปิดประตูห้ามจัดเสวนา
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีทหารเข้าควบคุมและห้ามจัดเสวนาทางการเมืองของกลุ่มนักวิชาการว่า การดำเนินการทางวิชาการแต่ละองค์กรแตกต่างกัน จึงอยากทราบวัตถุประสงค์เสวนาเพื่อให้ได้รายละเอียด ไม่ถูกมอง ว่าเป็นเรื่องการเมือง คสช.จะดูเนื้อหาว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยพิจารณาไม่ให้กระทบกระทั่งกัน การที่นักวิชาการเข้าใจว่าห้ามจัดเสวนาคงไม่ถูกต้อง แสดงว่าได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน การเชิญนักวิชาการไปทำบันทึกข้อตกลง เพื่อให้แลกเปลี่ยนความเห็นมากกว่านี้ และอยากให้กำหนดจำนวนผู้เข้าฟังเสวนา เพราะหากมีผู้ไม่หวังดีไปตั้งคำถามพาดพิงบุคคลอื่นคงไม่เหมาะสม อาจเข้าข่ายเสวนาทางการเมือง ขั้นตอน การจัดหรือให้ยุติเสวนาเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในพื้นที่ แต่ คสช.ไม่ได้จับตามอง นักวิชาการกลุ่มใดเป็นพิเศษ
ปิดฉากรายการ “คืนความสุขฯ”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ว่า รายการคืนความสุขให้คนในชาติที่ออก อากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ทุกคืนวันศุกร์ เวลา 20.15 น. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ชี้แจงการดำเนินงานของ คสช. ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจจะบันทึกเทปไว้ออกอากาศเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 26 ก.ย. เวลา 20.15 น. ส่วนรายการใหม่ที่จะมาแทน ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะมีหรือไม่ แต่ถ้ามีอาจปรับเปลี่ยน เวลาออกอากาศ และออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) เท่านั้น
ขออาจารย์ทำใจงดจ้อชั่วคราว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รอง นายกฯ กล่าวถึงมาตรการควบคุมการจัดเสวนาทางวิชาการ และสิทธิเสรีภาพนักวิชาการว่า ต้องยอมรับ ว่าสภาวะของประเทศยังไม่ปกติดีนัก ดีขึ้นแต่ยังไม่ปกติ 100 เปอร์เซ็นต์ การดำเนินการอะไรต้องระวัง ต้องช่วยกันพยุง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสิทธิจะแสดงความคิดเห็นเลย เห็นยังแสดงความคิดเห็นกันอยู่ ฝ่ายความมั่นคงเป็นห่วงว่าจะบานปลายจะหยุดไม่อยู่ แต่เป็นแค่ระยะชั่วคราว เมื่อถามว่ารัฐบาลไม่ให้นักวิชาการล้ำเส้น แต่นักวิชาการระบุฝ่ายความมั่นคงล้ำเส้นวิชาการ นายยงยุทธตอบว่า ต้องคุยกันว่าความพอดีอยู่ตรงไหน สำหรับกรณี นพ. รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ยังมีเวลาเป็นสัปดาห์ ที่จะเลือกระหว่าง รมว.สาธารณสุขกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ขึ้นอยู่กับ นพ.รัชตะตัดสินใจเอง
ศธ.คุมเข้มเสวนาสุมไฟขัดแย้ง
ด้านนายกฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เสรีภาพทางวิชาการต้องมีความสมดุลกัน ระหว่างสิทธิเสรีภาพกับความรับผิดชอบทางกฎหมาย ขณะนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ หากมีการจัดเสวนาที่สุ่มเสี่ยงทำให้เกิดความแตกแยกคงไม่สามารถทำได้ ต้องขอให้อาจารย์ทุกคนทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) คงไม่ไปห้ามหรือกำชับใครเป็นพิเศษ ปล่อยให้สภามหาวิทยาลัยและประชาคมของมหาวิทยาลัยพูดคุยกันเอง ส่วนที่มีอาจารย์หลายมหาวิทยาลัยใส่ปี๊บคลุมหัวเพื่อประท้วงอธิการบดีเป็นสิทธิ มีทั้งผู้ที่สนับสนุนและไม่เห็นด้วย อาจารย์ที่กระทำดังกล่าวคงได้รับผลที่กระทำนั้น
“วรชัย” ติง “บิ๊กป้อม” ลุแก่อำนาจ
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรค เพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า คสช.ยึดอำนาจมาแล้ว 4 เดือน เพื่อมาแก้ปัญหาความขัดแย้ง แต่ ขณะนี้มีการปิดกั้นการแสดงออกตามแนวทางประชาธิปไตย ห้ามนักวิชาการจัดวงเสวนา ส่งทหาร ตำรวจไปควบคุม จำกัดสิทธิเสรีภาพ ทั้งที่ต้องปล่อยให้ไปเสวนากับชาวบ้านว่าต้องการรัฐธรรมนูญอย่างไร ไม่ใช่จำกัดสิทธิเสรีภาพความคิดทางวิชาการ แสดงว่าต้องการสืบทอดอำนาจใช่หรือไม่ เหตุการณ์จะบานปลายและอาจนำไปสู่การชุมนุมใหญ่ คนจะออกมาต่อต้าน คสช.ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯและ รมว.กลาโหม ทบทวนท่าทีเสียใหม่ และ เลิกใช้กฎอัยการศึกได้แล้ว พล.อ.ประวิตรลุอำนาจมากไปหรือไม่ที่บอกว่าอาจารย์อย่าล้ำเส้น
ป.ป.ช.รับทราบคืบหน้าคดีข้าว
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมสำนวนโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกฯ ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.รับทราบผลการประชุมคณะทำงานร่วมนัดแรก โดยหารือถึงข้อมูลทั้งสอง ฝ่าย โดยเฉพาะข้อมูลที่อัยการสูงสุดตั้งข้อสังเกต ส่วนพยานหลักฐานที่อัยการต้องการให้ ป.ป.ช.สอบเพิ่มเติมนั้น พยานบางรายที่ ป.ป.ช.ไม่อนุญาตให้สอบเพิ่มเพราะไม่เกี่ยวข้องกับคดี แต่ถ้าอัยการสูงสุด ยืนยันให้สอบเพิ่มเติม ต้องหารือกันอีกครั้งในการประชุมคณะทำงานร่วมวันที่ 10 ต.ค. สำหรับการตรวจสอบกรณีการจัดซื้อไมโครโฟนห้องประชุม ครม. ราคาแพงเกินจริง มอบให้สำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช. แสวงหาข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่จะรายงานข้อมูล ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบ เพื่อพิจารณาว่ามีข้อมูล เพียงพอจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนได้หรือไม่
ลุ้น ต.ค.อัยการสั่งฟ้องหรือไม่
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในการประชุมคณะทำงานร่วมนัดแรก คณะทำงาน ป.ป.ช.ยืนยันว่าสำนวนคดีจำนำข้าวของ ป.ป.ช. มีหลักฐานครบถ้วนแล้ว อัยการขอกลับไปดูอีกครั้ง ว่าข้อมูล ป.ป.ช.เพียงพอรับฟังได้หรือไม่ ก่อนนำกลับมาถกกันอีกครั้งวันที่ 10 ต.ค. และจะประชุมอีก 2 ครั้ง เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ ยกเว้นว่าต้องสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมจะขยายเวลาได้เล็กน้อย คาดว่าไม่เกินเดือน ต.ค. จะได้ข้อสรุปว่าอัยการจะเป็นผู้ส่งฟ้องคดีให้หรือไม่
“วิชา” โวมีหลักฐานเด็ดมัด “บุญทรง”
นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนการทุจริตขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในโครงการรับจำนำข้าวของนายบุญ– ทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ว่า อยู่ระหว่าง การสรุปข้อมูล เนื่องจากมีพยานต้องการมาให้ถ้อยคำ เพิ่มเติมอีก เป็นกลุ่มข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. บอกว่ามีข้อมูลหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะให้ ป.ป.ช. จะส่งข้อมูลให้ภายใน 1-2 วัน จึงต้องรอผลการไต่สวนคนกลุ่มนี้ เพื่อดูว่าจะมีข้อมูลใดเสริมบ้าง ขณะนี้มีข้อมูลเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนการสรุปสำนวนคดีนี้ คาดว่าในเดือน ก.ย. อาจสรุปสำนวนชี้มูลความผิดได้บางรายก่อน รายใดยังไม่เสร็จต้องไต่สวนต่อไป ไม่จำเป็นต้องรอสรุปสำนวนพร้อมกันหมดทุกคน ป.ป.ช.จะพยายามสรุปสำนวนคดีนี้ให้เสร็จทั้งหมดภายในเดือน ต.ค.
ปชป.ดัน 5 ข้อเร่งด่วนแก้ยางตก
ที่พรรคประชาธิปัตย์นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกยาง พารา ร่วมแถลงถึงมาตรการพยุงราคายางพาราของรัฐบาลว่า 1.รัฐบาลต้องประกาศให้ชัดเจนว่าจะไม่ ขายยางพาราในสต็อก 2.1 แสนตัน แต่จะนำมาใช้ในประเทศทั้งหมด 2.ให้รัฐบาลนำยางพาราใหม่มาเป็นส่วนประกอบการทำถนนไม่น้อยกว่า 5% 3.ให้รัฐบาลกำหนดนโยบายนำยางพารามาทำพื้นสนามกีฬาของส่วนราชการและอุปกรณ์สนามเด็กเล่นในโรงเรียนรัฐบาลทั่วประเทศ 4.ให้รัฐบาลนำ ยางพารามาเป็นวัสดุกันสะเทือนในโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่และระบบขนส่งทางรางทุกชนิด 5.ให้เร่งแก้ปัญหาอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราให้คล่องตัว เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน
“พรเพชร” บี้สภาฯเร่งสาง 3 ปัญหา
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธานมอบนโยบายแก่ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยนายพรเพชรกล่าวว่า มีเรื่องสำคัญให้ดำเนินการ 3 เรื่องคือ 1.การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่หยุดชะงัก คืบหน้าเพียง 6-7% ต้องเร่งรัดการก่อสร้าง 2.ค่าตอบแทนอดีต ส.ส.และ ส.ว. ตาม พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ที่ถูกระงับต้องดูแลให้อดีต ส.ส.และ ส.ว.ได้สิทธิประโยชน์ แต่ปรับแก้ระเบียบเพื่อลดอัตราเงินบางส่วนให้เหมาะสม และไม่แก้ไขเนื้อหาให้ สนช.ได้สิทธิประโยชน์ 3.การร้องเรียนทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภายในรัฐสภา ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ดูแลให้เรียบร้อย
ร้อง สนช.ตามงบเขื่อนลำพระเพลิง
เมื่อเวลา 12.45 น. ที่รัฐสภา นายมงคล ประยูรหงส์ นายกเทศมนตรีเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พร้อมผู้นำท้องถิ่น อ.ปักธงชัย ยื่นหนังสือต่อนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. คนที่ 2 เพื่อขอให้ ช่วยติดตามประสานงานการอนุมัติงบประมาณปรับปรุงเขื่อนลำพระเพลิง จ.นครราชสีมา ที่อนุมัติงบฯผูกพัน 3 ปี และปี 2558 อนุมัติงบเพียง 75 ล้านบาท ซึ่งชาวบ้าน ต้องการให้ปรับปรุงเสร็จภายใน 1 ปี หากใช้เวลา 3 ปี ชาวนาจะทำนาไม่ได้ เนื่องจากเขื่อนต้องปล่อยน้ำออกในช่วงปรับปรุง อีกทั้งสำนักงานชลประทานที่ 8 ยืนยันว่าดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปีได้ ทั้งนี้หากใช้เวลา 3 ปีจะเกิดผลกระทบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งนาน
“ศุภชัย” โล่งอก กกต.ไม่ถูกยุบ
ช่วงบ่าย ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการจัดงานเชิดชูเกียรติให้แก่พนักงาน กกต.ที่เกษียณอายุราชการ 59 คน มีนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. พร้อม กกต. 4 คน และผู้บริหารระดับสูง ร่วมงานโดยนายศุภชัยกล่าวเชิดชูเกียรติผู้เกษียณอายุว่า ทุกคนเป็นบุคลากรที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน เมื่อรับราชการและอยู่จนเกษียณได้โดยไม่มีมลทิน ผู้ที่เกษียณส่วนใหญ่อยู่มาตั้งแต่รุ่นก่อตั้งสำนักงาน ทำงานกว่า 16 ปี ผ่านวิกฤติต่างๆ ด้วยกันหลายครั้ง ล่าสุดร่วมกันจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ฝ่าฟันอุปสรรคมาได้ เป็นผลให้สำนักงาน กกต. อยู่ยงคงกระพันจนวันนี้ ถ้าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เป็นกลางคงต้องถูกยุบแน่นอน
เมินต่างชาติบี้ปล่อยตัว “สมยศ”
วันเดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายสมยศ พฤกษา–เกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง และเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากขัดกฎหมายสากลว่า รัฐบาลไทยเข้าใจ ต้องเคารพสิทธิมนุษยชน แต่เรื่องนี้ต้องมีกรอบ ขึ้นอยู่กับกฎหมายประเทศนั้นๆ และยอมไม่ได้จะให้ใครมาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
อัยการยื่นอุทธรณ์คดี 99 ศพ
นายวันชัย รุจนวงศ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นอุทธรณ์ คดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือพระสุเทพ ปภากโร อดีตรองนายกฯ และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในความผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลตามประมวลกฎหมายอาญามาตราว่า อัยการยื่นอุทธรณ์แล้วเมื่อวันที่ 17 ก.ย. โดยอุทธรณ์ประเด็นข้อกฎหมายเนื่องจากคดีดังกล่าว อัยการยื่นฟ้องความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 288 ไม่ได้ฟ้องในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ป.อาญา มาตรา 157 หลังจากนี้ต้องรอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา