วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

ปฏิรูปการข่าว'แอ็คชั่นแพลน'กระชับ-รวดเร็ว-ทันใจ


ปฏิรูปการข่าว'แอ็คชั่นแพลน' กระชับ-รวดเร็ว-ทันใจ : ขยายปมร้อน โดยทีมข่าวความมั่นคง
"รัฐบาล-คสช." ยังคงเดินหน้าในการ "ปลดล็อก" ประเทศชาติ ตามโรดแม็พ 3 ระยะ ที่ได้วางเอาไว้ โดยเฉพาะการปฏิรูปงานด้านการข่าว ที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันต่อสถานการณ์บ้านเมือง และการรับมือภัยคุกคามในรูปแบบใหม่

ซึ่งการปฏิรูปงานด้านการข่าวในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความสนใจ เนื่องจากงานด้านการข่าวคือหัวใจหลักสำคัญในการชี้ชะตาประเทศ และ “รัฐบาล-คสช.”

โดยคำสั่งฉบับที่ 122/2557 ลงวันที่ 11 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา ในการแต่งตั้งสมาชิก คสช. จำนวน 15 คน ขึ้นมาครั้งนี้ เพื่อต้องการที่จะลดบทบาทอำนาจหน้าที่ของ คสช. ที่หลายคนมองว่าคับฟ้าอยู่ในเวลานี้ ให้เหลือแค่การดูแลงานด้านความมั่นคงในภาพรวม

รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ คสช. ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 42 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 โดยโครงสร้าง พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงทำหน้าที่เป็นหัวหน้า คสช. ควบคู่กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ส่วนตำแหน่งรองหัวหน้า คสช. มีการเพิ่มอัตราขึ้นมาใหม่คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้ามาเสริมทีม จากเดิมมีเพียง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งสมาชิก คสช. เพิ่มเติมด้วยการดึง ว่าที่ ผบ.เหล่าทัพมือใหม่เข้ามาเสริมทีมทั้ง พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ว่าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ว่าที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และว่าที่รองผบ.ทสส. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ว่าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ว่าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

รวมถึงการดึงมือกฎหมายและเศรษฐกิจ อย่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เพื่อหวังให้การแก้ไขปัญหางานด้านความมั่นคงให้เป็นไปอย่างเต็มระบบ และมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และว่าที่ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) คนใหม่ เป็นเลขาธิการ คสช. ตามเดิม ส่วน พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 1 จะเข้ามากำกับดูแลเป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการลดบทบาทของ คสช. เพื่อให้ดูแลงานด้านความมั่นคงโดยตรง เพื่อหวังให้มีการบูรณาการงานด้านข่าวในเป็นไปอย่างระบบ โดยให้ พล.อ.ประวิตร นั่งหัวโต๊ะในการประชุม มีหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงไอซีที กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สำหรับการปฏิบัติงานด้านการข่าวในรูปแบบของความมั่นคง จะใช้ชื่อว่า “แอ็คชั่นแพลน” ภายใต้แผน โดยการจัดตั้งศูนย์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ จาก 4 กระทรวงหลัก และ 1 กรม ไว้ที่กระทรวงกลาโหม

มี พล.อ.ประวิตร เป็น ผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว ทำหน้าที่แบบ “วันสต็อปเซอร์วิส” ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในส่วนของการปฏิบัติการวิเคราะห์ การเสนอแนะการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในระดับนโยบาย โดยจะเปิดทำการตลอด 24 ชม.

ปฏิบัติงานได้ในสัปดาห์หน้า เพื่อเน้นความรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ รวมถึงการติดกล้องวงจรปิดทั่วกรุง 283 จุด และจะมีการประเมินผลงานทุกๆ 3 เดือน

ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยน “รัฐบาล-คสช.” ยังมองไปถึงการเน้นหนักในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่ขณะนี้มีหลายรูปแบบที่หน่วยงานด้านความมั่นคงจะต้องรับมือให้ได้โดยเฉพาะแรงกระเพื่อมของกลุ่มใต้ดินที่พยายามรวมตัวกันลุกขึ้นมาต่อต้านการทำงานของ "รัฐบาล-คสช."

แม้ว่าขณะนี้จะยังคงประกาศกฎอัยการศึกที่ครอบคลุมทั่วประเทศอยู่ก็ตาม อัตราความเสี่ยงที่เป็นโจทย์ใหญ่ที่ "รัฐบาล-คสช." ก็ต้องพึงระวังเช่นกัน

การผ่าโครงสร้างใหม่ของหน่วยงานด้านการข่าว ถือเป็นการปรับครั้งใหญ่เพื่อให้เหมาะสมกับงานที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการคือ “กระชับ-รวดเร็ว-ทันใจ”

........................................

(หมายเหตุ : ปฏิรูปการข่าว'แอ็คชั่นแพลน' กระชับ-รวดเร็ว-ทันใจ : ขยายปมร้อน โดยทีมข่าวความมั่นคง)