"จาตุรนต์" แกนนำพรรคเพื่อไทย เล่าเกี่ยวกับตัวเองทำอะไรใน "เหตุการณ์14ตุลา" พร้อมวิเคราะห์ปชต.
แฟนเพจเฟซบุ๊คของนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับ "เหตุการณ์14ตุลา" ช่วงเช้าวันนี้ (14ต.ค.) ระบุว่ามีคำถาม ถามผมไว้ว่า อยากให้เล่าว่า วันที่ 6 ตุลา 2519 , 14 ตุลา 2516 ผมทำอะไร เมื่อวันที่ 6 ตุลา ที่ผ่านมาผมเล่าไปแล้วว่า วันที่ 6 ตุลา 19 ผมทำอะไร วันนี้ก็เลยต้องเล่าต่อว่าวันที่ 14 ตุลา 2516 ผมทำอะไร ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเลยเพียงแต่มีคนอยากให้เล่าก็เลยคิดว่าน่าจะเล่าได้ การวิเคราะห์แบบเป็นเรื่องเป็นราวมากๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ 14 ตุลา ก็ทำมามากแล้ว ปีนี้ก็เลยขอเล่าเรื่องแบบเล็กๆธรรมดาๆ มีเวลาก็อาจจะวิเคราะห์กันได้อีกบ้างด้วย
อารัมภบทเสียนาน ขอโทษด้วยครับ
เดือนตุลาคม ปี 2516 ผมเป็นนักศึกษา ปี 1 คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วงต้นเดือนตุลา มีการชุมนุมที่กรุงเทพฯ ที่มช.ก็มีการชุมนุมเหมือนกัน แต่เป็นการชุมนุมเล็กๆในมช. มีการตั้งเวทีปราศรัย ผมผ่านไปก็แวะฟังอยู่บ้างด้วยความสนใจ แต่ก็ไม่ถึงกับเข้าร่วมการชุมนุม ประมาณวันที่ 11 หรือ 12 ตุลา ก็ปิดเทอมแรกพอดี
ค่ำวันที่ 12 ตุลา ผมก็นั่งรถทัวร์กลับกรุงเทพฯเพื่อจะกลับแปดริ้ว ถึงกรุงเทพฯเช้าวันที่ 13 ตุลา เจอกับเพื่อนยังไงจำไม่ได้ แทนที่จะเดินทางต่อไปแปดริ้ว ผมก็ไปร่วมชุมนุมอยู่ที่ถนนราชดำเนิน จำได้ว่าจุดที่เจอเพื่อนเป็นจุดแรกที่เรียกได้ว่า เราเข้าไปร่วมการชุมนุมคือบริเวณใกล้ๆอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยฝั่งตรง ข้ามกับรร.สตรีวิทย์ฯ
บรรยากาศการชุมนุมวันนั้นเข้มข้น คึกคักมาก ได้เห็นการจัดขบวน การเตรียมการ ฟังการปราศรัยจากรถบัญชาการที่ปลุกเร้าใจอย่างมาก เสียงร้องตะโกน ร้องเพลง สลับกันไป ผู้คนที่แตกต่างหลากหลายมีจุดร่วมกันอยู่ที่ไม่พอใจหรืออาจจะพูดได้ว่า เกลียดชังผู้มีอำนาจในขณะนั้นอย่างมาก
ถึงบ่าย ตกเย็นก็เห็นประชาชนมากมายเต็มไปหมด มีความรู้สึกว่าคนมากจริงๆ มองไปต้นทาง ปลายทางเห็นแต่คนเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าขบวนไปสิ้นสุดที่ไหน เป็นความประทับใจไม่เคยลืมถึงความหมายและความยิ่งใหญ่ของคำว่า "พลังประชาชน"
ผมร่วมเดินขบวนไปเรื่อยๆจนค่ำ จนขบวนไปถึงข้างสวนจิตรฯ อยู่กับขบวนไปจนถึงเกือบรุ่งเช้า ผมออกจากขบวนไปนอนพักที่หอพักใกล้ๆนั้น แล้วตอนเช้าก็กลับบ้านที่แปดริ้ว ทราบในเวลาต่อมาว่ามีการปะทะกันระหว่างนักศึกษากับตำรวจ ผมติดตามสถานการณ์ได้บ้างไม่ได้บ้างอยู่ที่บ้าน จำได้ว่า มีเพื่อนบ้านเอาแถลงการณ์มาแบ่งกันดู ทั้งหนังสือพิมพ์ลงข่าวและข่าวลือหรือการพูดคุยของผู้คนเป็นไปในทางเดียวกันคือ เห็นใจนักศึกษาประชาชนที่ถูกปราบ ถูกฆ่า ไม่ชอบ ไม่พอใจผู้มีอำนาจในขณะนั้นอย่างมาก
ผมติดตามข่าวอย่างกระท่อนกระแท่น จนกระทั่งมีประกาศทางโทรทัศน์ว่า ผู้มีอำนาจในขณะนั้นได้ลาออกและเดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว อันเป็นฉากสุดท้ายของเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516
เหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และสภาพเหตุการณ์บ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างมาก ชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มีผลต่อความคิดและการใช้ชีวิตของนักศึกษา ประชาชนจำนวนมาก ซึ่งมีผมเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ได้เกิดการเรียนรู้ การทำกิจกรรม การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและการสร้างสรรค์สังคมที่ดีงาม การเคลื่อนไหวต่อสู้ในช่วงนั้นถ้ามองย้อนหลังไปก็จะพบว่า มีทั้งถูกและผิด ที่ผู้เข้าร่วมก็คงสรุปบทเรียนหรือเรียนรู้ในลักษณะที่ต่างๆกันไป
สังคมไทยอยู่ในสภาพที่เปิดให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากๆ อยู่ได้ไม่ถึง 3 ปีดี ความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดก็ทวีความแหลมคมมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดผู้มีอำนาจก็ได้ตัดสินใจใช้กำลังความรุนแรงเข้าจัดการกับปัญหาด้วยการเข่นฆ่านักศึกษาประชาชนจำนวนมาก และทำรัฐประหารยึดอำนาจในวันที่ 6 ตุลาคม 2519