ผวาแดงจุดกระแส คดีถอดถอนยังวุ่น
วิป สนช.รอ “พรเพชร” ชี้ขาดเคาะสำนวนถอด ถอน “ขุนค้อน-นิคม” เลขาฯ วิป สนช.ปฏิเสธลั่น สนช.เสียงแตกเถียงกันไม่จบ ประเด็นฐานความผิด อ้างแค่เห็นต่างทางกฎหมาย โต้ สนช.ไม่ได้ล็อกเป้าถล่มตัวบุคคล “หมอเจตน์” ฟันธงไม่เกินสัปดาห์นี้ชงวาระเข้าวิปฯ หารือ “ปานเทพ” ลงนามส่งสำนวนสอย “ปู” คดีจำนำข้าวถึงมือ สนช. “ป.ป.ช.” นัด 14 ต.ค.สรุปคดีเชือด 39 อดีต ส.ว.แก้ รธน.มิชอบ สปช.คึก 5 วันตบเท้ารายงานตัวแล้ว 209 ราย “สมบัติ” ชูโมเดลป๊อปปูลาร์โหวต ไม่เอาด้วยเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง “พะจุณณ์” เล็งรื้อ ก.ม.เพิ่มโทษฟันคนโกง แกนนำ พท.-นปช.พร้อมมวลชนคนเสื้อแดงร่ำไห้แห่ร่วมอาลัยรดน้ำศพ “อภิวันท์” คสช.ส่งกำลังทหารประกบติด ห้ามเด็ดขาดแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง
ขณะที่หลายฝ่ายยังถกเถียงกันไม่จบว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีอำนาจในการพิจารณาเรื่องการถอดถอนนักการเมืองที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดก่อนที่รัฐธรรมนูญปี 2550 สิ้นสภาพหรือไม่ ล่าสุดคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำ สนช. (วิป สนช.) คาดว่านายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.จะนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมวิป สนช.ไม่เกินสัปดาห์นี้
วิป สนช.โยน “พรเพชร” ดูถอดถอน
เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำ สนช. หรือวิปกล่าวถึงการพิจารณาสำนวนการถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เรื่องที่มา ส.ว.ว่า ขณะนี้สำนวนยังไม่เข้ามายังวิป สนช. ซึ่งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. และประธานวิป สนช. จะใช้ดุลพินิจเสนอให้วิป สนช. พิจารณาหรือไม่ก็ได้ หากไม่นำเข้าวิป สนช. นายพรเพชรสามารถนำเรื่องบรรจุวาระการประชุม สนช. ให้ที่ประชุม สนช.พิจารณาเลยก็ได้
ปัดเสียงแตก แค่เห็นต่างข้อ ก.ม.
นายสมชายกล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวต้องดูสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก่อน ซึ่งฐานความผิดนั้นหากรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ แต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) บัญญัติฐานความผิดไว้ก็จะผิด ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ซึ่งการถอดถอนเป็นไปตามหลักการกฎหมาย สนช.ไม่ได้ดูที่ตัวบุคคล ถ้าทำผิดตาม พ.ร.บ.หรือรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ส่วนการที่มีกระแสข่าวว่า สนช.เสียงแตกมีความเห็นว่าถอดถอนได้กับไม่ได้นั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง สนช.มีความเป็นเอกภาพมาก แต่ถ้าเป็นความเห็นต่างเรื่องกฎหมายนั้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
คาด ปธ.ชงวิปฯถกสัปดาห์นี้
ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช. ในฐานะโฆษกวิป สนช. กล่าวว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. จะใช้เวลาพิจารณาสำนวนถอดถอน จากนั้นจะส่งให้วิป สนช. พิจารณาคาดว่าไม่เกินสัปดาห์นี้ เนื่องจากมีเงื่อนไขของเวลาที่ต้องบรรจุวาระประชุม สนช.ใน 30 วัน ก่อนส่งให้ที่ประชุม สนช.วินิจฉัยจะถอดถอนได้หรือไม่ ขณะนี้ภายใน สนช.ยังถกเถียงกันในประเด็นฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญอยู่ว่าสามารถถอดถอนได้หรือไม่ และถ้าใช้ฐานความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ตนเห็นว่าถอดถอนได้ ทั้งนี้สำนวนที่ ป.ป.ช.ส่งมาให้ ยังอยู่ที่นายพรเพชรและยังไม่ส่งให้วิป สนช.พิจารณา จึงต้องแล้วแต่ดุลพินิจของ นายพรเพชรแล้วว่าจะวินิจฉัยอย่างไร
ป.ป.ช.ส่งสำนวนสอย “ปู” 13 ต.ค.
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงการพิจารณาส่งสำนวนคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำข้าว ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาถอดถอนว่า คาดว่าในวันที่ 13 หรือ 14 ต.ค. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะนำหนังสือและเอกสารสำนวนถอดถอนคดีดังกล่าวมาให้ตนเซ็นลงนาม เพื่อส่งไปให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ดำเนินการถอดถอนต่อไป ส่วนการถอดถอนอดีตสมาชิกวุฒิสภา 39 ราย กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบนั้น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะรายงานสำนวนดังกล่าวให้ที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาในวันที่ 14 ต.ค. เพื่อพิจารณาส่งสำนวนดังกล่าวไปให้ สนช.ต่อไป
“นิพิฏฐ์” แนะยึด ม.5 ตามประเพณี
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สนช.สามารถถอดถอนบุคคลได้ แม้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ถูกยกเลิกแล้ว แต่กฎหมาย ป.ป.ช. ยังคงอยู่ ไม่ได้ถูกยกเลิก และ สนช. จะมีสิทธิถอดถอนได้หรือไม่ต้องดูรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 มาตรา 5 ที่บัญญัติว่าเมื่อไม่มีบท บัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ประเพณีการปกครอง ดังกล่าวต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งประเพณีการปกครองของไทยคือสิ่งที่ปฏิบัติเกิน 10 ปี ดังนั้นการถอดถอนที่ปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2540 จนถึงขณะนี้ 17 ปีแล้วถือเป็นประเพณี อีกทั้งข้อบังคับ สนช.เขียนไว้ชัดเจนว่าถอดถอนได้ เชื่อว่าสุดท้ายแล้วการถอดถอนจะเกิดขึ้น
5 วัน สปช.รายงานตัว 209 คน
อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 08.30 น. ที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดให้สมาชิก สปช.เข้ารายงานตัวเป็นวันที่ 5 มีผู้มารายงานตัวตลอดทั้งวันที่ 11 ต.ค. จำนวน 23 คน อาทิ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ และนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมสมาชิกที่มารายงานตัวแล้ว 5 วัน จำนวน 209 คน ยังเหลืออีก 41 คน โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สปช.จะเปิดรับรายงานตัว สปช.ไปจนถึงวันที่ 15 ต.ค.
“สมบัติ” ชูป๊อปปูลาร์โหวตไม่เอา ลต.นายกฯ
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สมาชิกสภา สปช.อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวภายหลังเข้ารายงานตัวว่า การทำงานของสปช.ควรเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกฝ่าย เพื่อให้กระบวนการปฏิรูปสำเร็จ ซึ่งอยากผลักดันการปฏิรูปการศึกษา เพื่อยกระดับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนการปฏิรูปการเมือง ต้องทำให้พรรค การเมืองเข้มแข็งเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงปลอดจากนายทุน ให้กระบวนการเลือกตั้งบริสุทธิ์ ไม่มีการซื้อเสียงเลือกตั้งทุกระดับ โดยเฉพาะการเลือกตั้งท้องถิ่น ปัจจุบันมีการจ่ายเงินซื้อเสียงระดับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มากกว่าการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ส่วนการให้เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ไม่ใช่แนวความคิดของตน ส่วนตัวเสนอแนวคิดป๊อปปูลาร์โหวตให้ประชาชนเลือกพรรคการเมือง ถ้าพรรคไหนได้คะแนนเสียงเกินครึ่งก็จัดตั้งรัฐบาล แล้วให้หัวหน้าพรรคการเมืองพรรคนั้นเป็นนายกฯ
ปัดนั่ง กมธ.ยกร่างเวลาสั้นไป
นายสมบัติกล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวที่มีรายชื่ออาจเข้ามาเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะไม่รับ เนื่องจากมีเวลายกร่างเพียง 4 เดือนเท่านั้นสั้นเกินไป จึงอยากเข้ามาทำงานด้านการปฏิรูปมากกว่า สำหรับบุคคลที่เหมาะสมจะมาเป็นประธาน สปช.ยังไม่มีใครอยู่ในใจ และยังไม่มีใครมาพูดคุย
“พะจุณณ์” คันมือดัน ก.ม.ฟันคนโกง
“พะจุณณ์” คันมือดัน ก.ม.ฟันคนโกง
ขณะที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสปช.กล่าวว่า อยากจะผลักดันกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันต้องหาทางแก้ไขกฎหมาย ทำลายวงจรนี้ให้หมดไป เห็นได้ชัดว่าข้าราชการตำรวจ ทหาร และนักการเมือง ส่วนใหญ่เข้ามาเพื่อแสวงหาอำนาจ จึงควรมีกฎหมายที่มีบทลงโทษอย่างรุนแรง เพื่อป้องกันปัญหาจุดนี้ จะได้ไม่ต้องมีการออกมาเรียกร้องตามท้องถนน เมื่อถามว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้แนะนำแนวทางการปฏิรูปมาบ้างหรือไม่ พล.ร.อ.พะจุณณ์กล่าวว่า ไม่เคย ส่วนตัวไปพบ พล.อ.เปรมประมาณเดือนละครั้ง ส่วนใหญ่พูดคุยสอบถามเรื่องสุขภาพมากกว่า โดย พล.อ.เปรมมีสุขภาพแข็งแรง และคิดว่าท่านคงไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว คงดูเฉยๆ
ปลดแอกการเมืองแทรกย้าย ขรก.
นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ สปช. อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็นเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) อยากจะเข้ามาปฏิรูประบบราชการให้ข้าราชการปลอดจากฝ่ายการเมือง มีคุณธรรม สุจริต โปร่งใส นายดำรงค์ พิเดช สปช.และอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เห็นควรจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแห่งชาติขึ้นมาประจำกระทรวงต่างๆ 20-30 คน เพื่อพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) และให้อำนาจคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ มีสิทธิเสนอปรับเปลี่ยนหากว่าข้าราชการประจำกระทำผิดหรือวางตัวไม่เหมาะสม เพื่อป้องกันกระบวนการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย
“ทนายปู” ชง 2 ช่องทางร้องสอบ ป.ป.ช.
นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สมาชิก สปช.และอดีตทนายความคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงแนวคิดการปฏิรูปองค์กรอิสระว่า อยากเสนอแนวทางการคานอำนาจ โดยเฉพาะป.ป.ช.ต้องถูกตรวจสอบการทำงานได้มากกว่าที่ผ่านมา ปัจจุบันการร้องเรียนเรื่องปฏิบัติหน้าที่ของป.ป.ช. ต้องยื่นต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น จึงจะเสนอ 2 แนวทางคือ 1.ให้ผู้เสียหายจากการทำหน้าที่ของป.ป.ช. ร้องเรียนต่อรัฐสภา ให้ตั้งคณะไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากมีมูลให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาฯต่อไป 2.ให้ผู้ร้องเรียนยื่นเรื่องฟ้อง ป.ป.ช.ต่อศาลยุติธรรมโดยตรง รวมทั้งจะเสนอให้ขยายอายุความการเอาผิดกรรมการ ป.ป.ช.จาก 15 ปี เป็นไม่มีอายุความ ที่ผ่านมาบางคดีกว่าผู้ถูกกล่าวหาจะไปสู้คดีหลุดในชั้นศาล เสียเวลาสิบกว่าปี พอจะฟ้องกลับ ป.ป.ช.เรียกร้องความเป็นธรรม กลับทำไม่ได้ เพราะคดีหมดอายุความ 15 ปีไปแล้ว สิ่งที่เสนอไม่ได้มีอคติหรือโกรธ อยากกลั่นแกล้ง ป.ป.ช. และไม่ได้ทำในฐานะทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะนี้ไม่ได้เป็นทีมทนายความแล้ว แต่ต้องการให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจ ป.ป.ช.ให้ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องร้องป.ป.ช.เป็นจำเลยง่ายขึ้น ป.ป.ช.ไม่ต้องเกรงกลัวอะไร ถ้าทำหน้าที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา ศาลจะให้ความเป็นธรรม เมื่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบคนอื่นได้ก็ต้องยอมรับการถูกตรวจสอบเช่นกัน
ป.ป.ช.โต้มีกลไกถ่วงดุลอยู่แล้ว
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สปช.และอดีตทนายความคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เสนอให้มีการปฏิรูปการทำงานของ ป.ป.ช.ว่าการปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของสปช. เรื่องใดทำแล้วทำให้ประเทศดีขึ้นไม่มีปัญหา ผู้เสนอสามารถเสนอได้ทุกเรื่อง แต่ควรเสนอในสิ่งที่ทำให้อะไรๆดีขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์กว่า
น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.เคารพในมุมมองที่สะท้อนมา แต่การจะปรับปรุงอะไร ต้องขอฟังทั้งด้านบวกและลบ อย่าเพิ่งไปคิดมากว่านายบัญชามีอคติกับ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตามคนมีหน้าที่ปฏิรูป ต้องมองด้วยความเป็นกลาง ไม่มีธง ที่ผ่านมากลไกการตรวจสอบป.ป.ช.มีอยู่แล้ว ในอดีตมี ป.ป.ช.ชุดหนึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตรวจสอบการเพิ่มค่าตอบแทนตัวเอง ขณะที่ ป.ป.ช. เมื่อพิจารณาเรื่องต่างๆ จะดูกฎหมายกันระวังมาก หากกระบวนการตรวจสอบ ป.ป.ช.ไม่มีปัญหาก็ไม่จำเป็นต้องปฏิรูป
ก๊วน กทม.พท.เอาด้วยเลือกตั้ง ผอ.เขต
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ สปช.บางคน มีแนวคิดจะเสนอให้เลือกตั้ง ผอ.เขตว่า เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุน เพราะอนุกรรมการปกครองส่วนท้องถิ่นสภาผู้แทนราษฎรเคยศึกษา และทำประชาพิจารณ์ ทั้ง 50 เขตใน กทม. มีผลโพลพบว่า 80 เปอร์เซ็นต์คนกรุงเทพฯเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง ผอ.เขต ที่จะได้ตัวแทนซึ่งรู้ปัญหาในพื้นที่ ประชาชนจะมีส่วนร่วมพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง
นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยในคณะอนุกรรมการปกครองท้องถิ่นของสภาฯเห็นด้วย จะให้เลือกตั้ง ผอ.เขต และส่งร่างกฎหมายไปแล้วอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย รวมทั้งส่งหนังสือไปถึง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่มีคำตอบ จึงอยากให้ พล.อ.ไพบูลย์ในฐานะประธานดูแลกฎหมายการปฏิรูปท้องถิ่นช่วยเร่งพิจารณาด้วย
“ก่อแก้ว” ไล่ “เจิมศักดิ์” ปฏิรูปตัวเอง
ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช.กล่าวถึงกรณีที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิก สปช.ระบุว่าสามารถยกร่างรัฐธรรมนูญกีดกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯออกจากการเมืองว่า เป็นการติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรกในการแก้ปัญหาประเทศ สปช.ควรเสนอแนวคิดแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่พุ่งเป้ากีดกันหรือทำลายล้างใคร ใครจะได้รับเลือกตั้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาชนยอมรับ การตั้งโจทย์หรือวางโครงสร้างกีดกัน พ.ต.ท.ทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์หรือแก้ปัญหาประเทศ ถ้าจะตั้งโจทย์แบบนี้ ต้องถามประชาชนที่ชอบ พ.ต.ท.ทักษิณว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าประชาชนไม่ยอม รับการทำงานของ สปช.จะหมดความชอบธรรม ทุกคนมีสิทธิเสนอแต่ไม่ใช่เสนอแนวคิดทำลายล้างหรือกีดกันใคร คนที่คิดเช่นนี้ควรปฏิรูปตัวเองก่อนปฏิรูปประเทศ
บี้สอบเงินราชการลับ “จักรทิพย์”
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบเงินราชการลับของ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.รอง ผบ.ตร. สืบเนื่องจาก ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิก สนช.แล้ว ปรากฏว่า พล.ต.ท.จักรทิพย์ได้แสดงรายได้ต่อปีเป็นรายได้ประจำ (3) เงินราชการลับ จำนวน 720,000 บาท ทำให้เกิดประเด็นต้องพิจารณาว่าเงินราชการลับเหตุใดจึงปรากฏเป็นรายได้ของข้าราชการประจำ และการเบิกจ่ายเงินราชการลับดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร มีเจ้าหน้าที่ของรัฐรายใดได้รับเงิน ราชการลับลักษณะนี้อีกหรือไม่ และการใช้จ่ายเงินราชการลับของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปตามภารกิจ ระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่
จี้ขยายผลต้องเสียภาษีหรือไม่
นายเรืองไกรกล่าวว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2542 มาตรา 40 และระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินราชการลับหรือเงินที่มีลักษณะคล้ายกับเงินราชการลับ พ.ศ.2545 ข้อ 4 กำหนดว่าการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินราชการลับ หรือเงินที่มีลักษณะคล้ายกับเงินราชการลับ ให้กระทำเป็นเรื่องลับ โดยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ดังนั้น ควรมีการตรวจสอบเงินราชการลับที่ได้แสดงไว้เป็นรายได้ในแบบบัญชีแสดงรายทรัพย์สินและหนี้สินของ สนช.รายดังกล่าว ให้ทราบว่ามีการใช้เงินราชการลับถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงตามกฎหมาย จึงควรรีบเข้าตรวจสอบเงินราชการลับโดยเร็ว และขอให้ขยายผลการตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยรับตรวจต่างๆที่มีการใช้เงินราชการลับหรือเงินที่มีลักษณะคล้ายกับเงินราชการลับต่อไปโดยเร็ว และขอให้ตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยว่าผู้ที่ได้รับเงินราชการลับต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่
ชาวบ้านเชื่อปฏิรูปพาชาติเปลี่ยน
วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,459 คน เรื่อง “บ้านเมือง ณ วันนี้ ในสายตาประชาชน” พบว่าสถานการณ์ทางการเมือง ร้อยละ 87.05 กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีการปฏิรูปครั้งใหญ่ ร้อยละ 84.24 ยังคงมีความขัดแย้ง ความแตกต่างทางความคิด ร้อยละ 64.08 รัฐบาลมีนโยบายในการทำงานที่ชัดเจน ตั้งใจแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ เมื่อเปรียบเทียบ “การเมืองไทย” ณ วันนี้ กับก่อนที่ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ ร้อยละ 73.54 ระบุว่าดีขึ้น ร้อยละ 20.70 ระบุเหมือนเดิม และร้อยละ 5.76 มองว่าแย่ลง ส่วนด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 74.02 ระบุว่าค่อนข้างดีขึ้น แต่ยังเป็นห่วงการท่องเที่ยวและการเกษตร ร้อยละ 73.75 ค่าครองชีพสูง ราคาสินค้ายังมีราคาแพง และร้อยละ 62.85 ยังคงมีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจน
ชี้ยุค คสช.การเมือง–ศก.–สังคมดีขึ้น
ด้านมาสเตอร์โพล เผยผลสำรวจ เรื่องข่าวทุกข์ ข่าวสุขและทิศทางการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศการเมือง สังคม และเศรษฐกิจยุค คสช.และรัฐบาลชุดปัจจุบันในทรรศนะของแกนนำชุมชนทั่วประเทศ 625 ชุมชน พบว่า ข่าวที่ทำให้ทุกข์ใจ กังวลใจมากที่สุด 3 อันดับแรก คือร้อยละ 27.8 ได้แก่ ข่าวฆาตกรรม ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เช่น ข่าวแรงงานต่างชาติฆ่าข่มขืนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ข่าวเด็กถูกข่มขืน ข่าวฆาตกรรมอื่นๆ ร้อยละ 15.4 ข่าวลดพื้นที่ทำนา ผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ร้อยละ 13.9 ข่าวโจมตีรัฐบาล ก่อม็อบ ความแตกแยกของคนในชาติ ส่วนข่าวที่ทำให้สุขใจ 3 อันดับแรก ร้อยละ 21.8 ข่าวเกษตรกรได้รับการดูแลช่วยเหลือ ร้อยละ 15.3 ข่าวบรรยากาศการเมืองดีขึ้น ร้อยละ 13.7 ข่าวความรักความสามัคคีของคนในชาติ เมื่อถามถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศการเมือง สังคม และเศรษฐกิจที่ดีขึ้น หลังมี คสช.และรัฐบาลชุดปัจจุบัน เสียงส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.1 ระบุด้านการเมืองดีขึ้น ร้อยละ 61.5 ระบุด้านสังคมดีขึ้น ร้อยละ 60.5 ระบุด้านความเป็นธรรม กระบวนการยุติธรรมดีขึ้น ร้อยละ 59.7 ระบุการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันดีขึ้น
หวัง สปช.พลิกโฉมระบบราชการ
ขณะที่นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “มุมมองของประชาชนต่อระบบราชการและการปฏิรูประบบราชการไทย” จากประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,249 คน พบว่า ร้อยละ 54.12 ระบุค่อนข้างศรัทธาต่อระบบราชการไทย ร้อยละ 23.54 ไม่ค่อยศรัทธา ร้อยละ 16.33 ศรัทธามาก และร้อยละ 5.13 ระบุว่า ไม่ศรัทธาเลย เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อความคุ้มค่าของภาษีอากรที่ประชาชนจ่ายไปกับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการไทย ร้อยละ 39.63 ตอบว่าค่อนข้างคุ้มค่า ร้อยละ 30.51 ระบุไม่ค่อยคุ้มค่า ร้อยละ 14.89 ระบุไม่คุ้มค่าเลย และร้อยละ 12.41 ระบุว่าคุ้มค่ามาก สำหรับความมั่นใจของประชาชนต่อความสามารถของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในการปฏิรูประบบราชการไทย ร้อยละ 37.63 ตอบว่าค่อนข้างมั่นใจ ร้อยละ 24.98 ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 19.77 มั่นใจมาก มีเพียงร้อยละ 9.61 ไม่มั่นใจเลย
“ปู” โพสต์สดุดี “มาลาลา–ไกรลาศ”
วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ต.ค. 2557 ที่ผ่านมา เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ น.ส.มาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) เด็กสาวชาวปากีสถานอายุเพียงแค่ 17 ปี ผู้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิการศึกษาของเด็กและสตรี และนายไกรลาศ สัตยาธี (Kailash Satyarthi) ชาวอินเดียผู้เคลื่อนไหวต่อสู้กับการกดขี่เพื่อสิทธิเด็กและเยาวชน ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้เคยกล่าวไว้ว่าทุกวันนี้ เกือบทุกภูมิภาคของโลก ผู้หญิงยังคงต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศ ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ขอชื่นชมความอดทน มุ่งมั่น กล้าหาญของ “มาลาลา” แม้จะเกือบแลกด้วยชีวิต และขอเป็นกำลังใจให้ “มาลาลา” ตลอดจนเด็ก ผู้หญิงและผู้คนอีกมากมายที่ต้องยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิและเสรีภาพ ขอให้การได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพของ “มาลาลา” และ “ไกรลาศ” เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลกได้รับรู้ว่ายังมีผู้คนอีกมากมายที่พร้อมจะต่อสู้เพื่อให้เด็กๆได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
ให้กำลังใจ “กัปตันชัชวาลย์”
ช่วงเย็น น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวให้กำลังใจกัปตันชัชวาลย์ แท่นทอง ที่ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่ประเทศพม่า ระบุว่าทราบว่ากัปตันชัชวาลย์ แท่นทอง กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ เลยถือโอกาสนี้ขอส่งกำลังใจ ความ ปรารถนาดีให้กัปตันผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้และมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่แข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ว เพราะจริงๆแล้วก็เคยร่วมบินกับกัปตันชัชวาลย์ช่วงรับตำแหน่งนายกฯใหม่ๆ ในเดือน ส.ค.54 จำได้ว่าลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมที่จังหวัดน่านแล้วเฮลิคอปเตอร์มีปัญหาเล็กน้อย แต่กัปตันก็ได้ใช้ความเชี่ยวชาญและความสามารถที่มีอยู่แก้ปัญหาไม่นาน ก็นำดิฉันและคณะกลับมายังกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ได้อย่างปลอดภัย
“เฉลิม” โต้ข่าวลือล่อเสือออกจากถ้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่ข่าวสะพัดว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เสียชีวิตลงแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงโทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องดังกล่าวโดย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เป็นข่าวลือ ตอนนี้สบายดี ออกกำลังกายทุกวัน ข่าวลือแบบนี้ออกมา 4-5 รอบแล้ว เข้าใจว่าคนปล่อยข่าวคงอยากล่อให้ตนออกมาพูด แต่ไม่สนใจ แม้จะมีข้อมูลแน่น สามารถวิเคราะห์การเมืองได้เป็นฉากๆ แต่ไม่อยากพูด ทุกวันนี้มีคนเชิญไปออกงานต่างๆ มากมาย แต่ต้องขอไว้ไม่อยากเคลื่อนไหวอะไร เล่นการเมืองมาถึงวันนี้คิดไม่ออกหรืออย่างไรจะเอาไข่ไปต้านหินทำไม ทั้งนี้ในวันที่ 16 ต.ค.จะเดินทางไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และในวันที่ 19 ต.ค.จะไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.อ.อภิวันท์ด้วย
มวลชนเสื้อแดงแห่รดน้ำศพ “อภิวันท์”
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลา 2 วัดบางไผ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีพิธีรดน้ำศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาฯ และแกนนำ นปช. บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าสลด มีกลุ่มคนเสื้อแดงหลายพันคนเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยเนืองแน่น พร้อมยืนต่อแถวเข้าร่วมพิธีรดน้ำศพกันยาวเหยียด หลายคนร่ำไห้เสียใจกับการจากไปของหนึ่งในแกนนำ นปช.ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ทหารของ คสช.ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ที่ขอความร่วมมือห้ามการแสดงออกหรือแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองใดๆ
แกนนำ พท.–นปช. ร่วมอาลัยคับคั่ง
ขณะที่มีบุคคลสำคัญของพรรคเพื่อไทย ทั้งอดีตรัฐมนตรี และ ส.ส.เข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.คลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีต รมว.ศึกษาฯ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ. และ ผบ.ทหารสูงสุด นายเสนาะ เทียนทอง
ส่วนแกนนำ นปช.มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายสมหวัง อัสราษี นายวรชัย เหมะ เป็นต้น ด้านนอกศาลามีพวงหรีดจากบุคคลสำคัญส่งมาร่วมแสดงความอาลัยจำนวนมาก อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายจักรภพ เพ็ญแข เป็นต้น
“ยิ่งลักษณ์” ปธ.สวดพระอภิธรรม
ต่อมาเวลา 15.40 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังอัญเชิญโกศ 8 เหลี่ยมประดับเกียรติยศพระราชทาน มาประดิษฐานบนศาลา 2 ต่อมาเวลา 16.00 น.มีพิธีอัญเชิญน้ำหลวงอาบศพพระราชทาน โดยนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานรดน้ำหลวงอาบศพ กระทั่งเวลา 19.00 น. มีพิธีสวด พระอภิธรรมเป็นคืนแรก มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาเป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ พิธีบำเพ็ญกุศลศพ พ.อ.อภิวันท์ในพระบรมราชานุเคราะห์ จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 12-14 ต.ค. โดย พระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรม เริ่มเวลา 19.00 น. จากนั้นวันที่ 15 ต.ค. อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยภาคกลางและภาคใต้ เป็นเจ้าภาพ วันที่ 16 ต.ค. อดีต ส.ส.ภาคอีสาน และภาค กทม. เป็นเจ้าภาพ วันที่ 17 ต.ค. อดีต ส.ส.ภาคเหนือเป็นเจ้าภาพ วันที่ 18 ต.ค. กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยและอดีต ส.ส. เป็นเจ้าภาพ ส่วนวันที่ 19 ต.ค.จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ เวลา 16.00 น.