จี้ทุกกระทรวงร่วมวางแผน ปัดควบคุม-แต่ป้องละเมิด นายกฯ‘โต้คารม’นักข่าวอีก
“บิ๊กตู่” บ่นปวดหัวพวก สปช.ร้อนวิชา สั่งลดเจื้อยแจ้วลงบ้าง “วิษณุ” กระตุกชงสารพัด โมเดลยังเร็วเกินไป สวนหน้าที่ร่างพิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญเป็นของ 36 อรหันต์ กมธ.ยกร่างฯ แจกแจงยิบตารางเวลาทำงาน แบะท่าลากยาวเลือกตั้งอาจไปถึงต้นปี 59 “สมเจตน์”กางมุ้งจองโควตาของ สนช. ทีดีอาร์ไอย้ำต้องสกัดประชานิยม นายกฯปะทะคารมนักข่าวอีกรอบ ฉุนสื่อทำผิดรู้จักขอโทษกันบ้างไหม กำชับกลาง ครม.จี้หามาตรการจัดระเบียบสื่ออ้างอิงแหล่งข่าว-กลุ่มโซเชียล แจง คตร.สอบไมค์แพงยังไม่จบ โบ้ยไม่รู้เรื่องโฆษกรัฐบาลรับจ๊อบร้อยล้าน “ยงยุทธ” ยัวะถูกฉีกหน้า ลั่น “ทำแบบนี้มีปัญหาแน่” “ปนัดดา” รอผลสอบคุณภาพข้าวจากห้องแล็บ พณ. “วิษณุ” ชี้ถอดถอน “ปู” คดีจำนำข้าวไม่ง่ายกฎหมายไม่กำหนดโทษไว้
หลังจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เพิ่งเข้ารายงานตัวต่างโชว์ภูมิความรู้เรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปในแต่ละด้าน จนทำให้สังคมเกิดความสับสน ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. บ่นปวดหัว พร้อมสั่งเสียงเข้มไปยัง สปช.ให้พูดน้อยลงหน่อย
“บิ๊กตู่” ปวดหัวสั่ง สปช.ลดเจื้อยแจ้ว
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงโรดแม็ปขั้นที่ 3 โดยเฉพาะระยะเวลา ที่จะมีการเลือกตั้งหลังมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรว่า มีการกำหนดไว้แล้วสิ้นปีนี้ต้องมีรัฐธรรมนูญ และต้องใช้เวลาเตรียมการเลือกตั้ง 3-4 เดือน แต่เรื่องการปฏิรูป 11 เรื่องจะออกมาได้ไม่ได้ นี่ยังไม่ได้เปิดสภาฯเลยเถียงกันจนเละไปหมดแล้ว คนหนึ่งพูดขยายตรงนั้นตรงนี้กันไป ไม่รู้ ตนสั่งไปแล้ว สปช.พูดให้น้อยลงยังไม่ทำงานเลย การเสนอความคิดของตัวมันก็เป็นร้อยเรื่องพันเรื่อง ยกกันมาต้องเลือกตั้งแบบนี้แบบนั้น จะเป็นแบบประธานาธิบดี ไปกันใหญ่ ปวดหัว
“วิษณุ” กระตุกพวกร้อนวิชาเบาๆ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้าน กฎหมาย กล่าวถึงการตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จะเป็นคนนอก เอารัฐมนตรีไปเป็นไม่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวบังคับไว้ และต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.ก่อน ส่วนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเป็นคนในหรือคนนอกก็ได้ โดยคสช.จะเสนอ 6 คน เป็นประธานกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ 1 คน และเป็นกรรมาธิการยกร่างฯ อีก 5 คน เสนอไปพร้อมกันทีเดียว โดยตัวประธานจะเลือกจากคนนอกคนใน สนช. หรือ สปช.ก็ได้ ขณะนี้ ครม.และ คสช.ยังไม่ส่งรายชื่อ รอ สนช.และสปช.ส่งชื่อเรียบร้อยก่อน ไม่อย่างนั้นต่างคนต่างส่งไปเดี๋ยวซ้ำกัน ยังมีเวลาบวกไปจากวันที่ 21 ต.ค.อีก 15 วัน เมื่อถามว่าเร็วเกินไปหรือไม่ที่ สปช.บางคนเริ่มออกมาแสดงความเห็นถึงประเด็นการร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ ที่มานายกรัฐมนตรี นายวิษณุตอบว่า เร็วไป ควรฟังอะไรให้หลากหลายก่อนฟัง สปช. 250 คน ด้วยแล้วโหวตกัน การร่างรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่กรรมาธิการยกร่างฯ 36 คน สปช.แค่กำหนดกรอบกว้างๆในเวลา 2 เดือน
ปัดถ่วงเวลาลากเลือกตั้งไปปี 59
เมื่อถามว่าถ้าไม่สามารถร่างรัฐธรรมนูญเสร็จตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด อาจต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว นายวิษณุตอบว่า คำตอบอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแล้ว หากร่างรัฐธรรมนูญไม่เสร็จ ต้องยุบ สปช. ยุบกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และตั้งต้นใหม่ ไม่ใช้กระบวนการอย่างเก่า แต่เร็วขึ้น เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการเลือกตั้งในปี 2559 ตามที่นายคำนูณ สิทธิสมาน สปช.ระบุ
นายวิษณุตอบว่า ต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้วเสร็จภายใน 1 ปี คือราวเดือน ก.ย. 2558 ตาม รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนด แต่คำว่ารัฐธรรมนูญเสร็จไม่ได้หมายความว่าจะเลือกตั้งได้ทันที ต้องบวกเวลาออกกฎหมายลูกอย่างน้อย 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งไม่รู้ กกต.จะมีหรือไม่ เมื่อ พ.ร.บ.ออกมาแล้วต้องให้เวลาตั้งพรรค หาเสียง เลือกตั้ง ต้องบวกไปจะใช้เวลานานเท่าไร ก็ไม่แปลกถ้าเวลาจะล้ำไปถึงต้น ม.ค. 59 และร่างกฎหมายลูกเข้าสภาใช้เวลา 2 เดือน จึงไปอีกพอสมควร มันไม่ใช่เรื่องถ่วงเวลาหาเรื่องอยู่นาน
สนช.จ่อเคาะ กมธ.ยกร่างฯ 5 คน
ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะ กรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงว่า ที่ประชุมวิป สนช.วางหลักเกณฑ์คัดเลือกบุคคลทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน ตามสัดส่วน สนช. 2 รูปแบบ คือ ทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิ และเปิดรับสมัคร สนช.ที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่ง สนช.จะเลือกคนในก่อนแล้วค่อยพิจารณาคนนอก จากนั้นลงมติเลือกให้เหลือ 5 คนในวันที่ 30 ต.ค. ซึ่งที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่าถ้า สนช.คนใดไปทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างฯ อาจต้องลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการสามัญ เพื่อทุ่มเทเวลาทำงานในกรรมาธิการยกร่างฯเต็มที่ ต้องมีเวลาทำงานเต็มเวลา แต่ไม่ต้องลาออกจาก สนช. ขณะนี้มี เพียง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. ที่แสดงความ ประสงค์ แต่มีการทาบทามนางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ สนช. และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550
“ปนัดดา” กวักมือร่วมวงปฏิรูป
ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน มูลนิธิ 14 ตุลา จัดงานรำลึกครบรอบ 41 ปี 14 ตุลา 16 โดยช่วงเช้ามีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 14 รูป มีพิธีวางพวงมาลาจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดย ม.ล.ปนัดดากล่าวสดุดีว่า พลังพี่น้องประชาชนและนิสิตนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ มีความมุ่งมั่นในหลักคิดประชาธิปไตย เราจะร่วมกันจารึกเหล่าวีรชนผู้เสียสละต่อสู้กับอำนาจการปกครองประเทศที่ไม่ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล อยากให้ เราทุกคนร่วมกันปฏิรูปประเทศ และปลูกฝังประชาธิปไตยอย่างสร้างสรรค์
“วิทยากร” หนุนเลือกนายกฯตรง
จากนั้นนายวิทยากร เชียงกุล คณบดีกิตติคุณวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวปาฐกถาเรื่อง “ขบวนการประชาชนปัญหาและทาง ออกของประเทศไทย” ว่า หลัง 14 ตุลาฯทำให้เกิดการตื่นตัวในระบอบประชาธิปไตย ต่อให้คณะทหารจะทำรัฐประหารยึดอำนาจได้หลายครั้ง แต่ก็อยู่ได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ แม้จะทำลายการผูกขาดจากอำนาจทหาร แต่กลายเป็นการเปิดช่องทางให้ ชนชั้นนำอื่น เช่น นายทุน ข้าราชการระดับสูงเข้า มามีอำนาจแทน ประชาชนจึงควรเริ่มปฏิรูปตนเอง เปลี่ยนวิธีคิดแบบสองขั้วสุดโต่ง ไม่ควรเลือกเข้าข้างชนชั้นนำคนใดคนหนึ่งด้วยศรัทธาอย่างแคบๆ ส่วนประชาธิปไตยแบบตัวแทน ตนเสนอว่าควรเลือก นายกฯและ ครม.โดยตรง ส่วนผู้แทนควรมีการเลือกสองรอบ เพื่อให้ได้ผู้ชนะด้วยคะแนนเสียงมากกว่าร้อยละ 50 ขึ้นไป รวมถึงควรมีการเลือกผู้แทนแบบกลุ่มอาชีพทำงานร่วมกับผู้แทนจากท้องที่ โดยควรทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเดียว ไม่ควรอยู่ฝ่ายบริหาร
“คำนูณ” ไม่เอา ส.ส.สังกัดพรรค
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดงานรำลึก 14 ตุลาฯ เช่นกัน ภายใต้หัวข้อ “จาก 14 ตุลา 16 ถึงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย” โดย นายคำนูณ สิทธิสมาน สปช. กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2517 เป็นต้นมา ให้พรรคการเมืองมีอำนาจเหนือ ส.ส. คือ 1.บังคับผู้สมัครต้องสังกัดพรรคการเมือง 2.ต้องปฏิบัติตามมติพรรค 3.บังคับนายกฯต้องมาจาก ส.ส.เท่านั้น เป็นรัฐธรรมนูญประเทศแรกและประเทศเดียวในโลกมีบทบัญญัติบังคับนี้ จึงอยากฝากให้กรรมาธิการยกร่างฯนำไปคิดต่อ เราต้องไม่เอาเผด็จการพรรคการเมือง เพราะเป็นสาเหตุไปสู่ การรัฐประหาร กลับเป็นเผด็จการทหารเหมือนเก่า การปฏิรูปต้องขจัดการผูกขาดกลุ่มทุนเจ้าของพรรค การเมืองให้ได้
อัดรัฐซื้อโฆษณาสื่ออวยบุคคล
นายมานิจ สุขสมจิตร สปช. กล่าวว่า หลัง 14 ตุลาฯ 16 ขับไล่ 3 ทรราชไปแล้ว แต่ก็เกิดทรราช มากมายกดขี่ข่มเหงกอบโกยผลประโยชน์ประชาชน การมีปฏิรูปเป็นโอกาสดีที่จะแก้ไขปัญหาความล้า หลังของประเทศ ถ้าไม่สามารถแก้รากฐานได้คงลำบากกันไปอีกนาน สังคมไทยเป็นสังคมทางดิ่ง ผู้มีอำนาจใช้อำนาจมากกว่าใช้ความรู้ มีการเข้าหาผู้อุปถัมภ์ คิดแต่เรื่องตัวเอง ความไม่เป็นธรรมจาก การใช้ทรัพยากร กระบวนการยุติธรรม ระบบสื่อสาร มวลชนไม่เป็นเพื่อให้สติปัญญาของคน รัฐต้องใช้ เงินภาษีอากรซื้อโฆษณากิจการตัวเองในพื้นที่สื่อมวลชน แต่ความจริงคือโฆษณาตัวบุคคล ทำให้สื่อ ขาดเสรีภาพ
กสทช.ย้ำต้องปฏิรูปโครงสร้างสื่อ
ที่มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดสัมมนาเรื่อง “ปฏิรูปประเทศไทย-ปฏิรูปอะไร และอย่างไร” โดย น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า การปฏิรูปสื่อมวลชนต้องปฏิรูปโครงสร้าง เปิดพื้นที่ให้สื่อเสรีและเป็นธรรม จะยึดคลื่นความถี่เดิมไม่ได้ต้องสร้างคลื่นใหม่ เพื่อสร้างตัวเลือกให้ประชาชน เรื่องจริยธรรมจรรยาบรรณสื่อ ต้องเพิ่มความรับผิดชอบอย่างมีเสรีภาพควบคู่กัน เพราะสื่อทำหน้าที่แทนประชาชน
ทีดีอาร์ไอย้ำต้องสกัดประชานิยม
ด้านนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า การปฏิรูปธรรมาภิบาลภาครัฐ แม้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 57 จะป้องกันนโยบายประชานิยมไม่ให้เกิดขึ้น อาจก่อให้เกิดปัญหาความชอบธรรมในระบบประชาธิปไตยคือ 1.เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจว่านโยบายใดเป็นประชานิยม เพราะไม่มีคำจำกัดความ 2.เป็นการจำกัดเสรีภาพรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชนในการนำเสนอนโยบาย ทางออกคือต้องเพิ่มกลไกตรวจสอบถ่วงดุลโดยรัฐสภา ควบคู่การสร้างกติกา เช่น แก้กฎหมายเลือกตั้งกำหนดให้พรรคการเมืองแจ้งต้นทุนการคลังของนโยบาย หรือมีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่เป็นธรรมนูญการคลัง กำหนดให้การจ่ายเงินแผ่นดินใดๆ ต้องทำตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณ ตรากฎหมายเพื่อกำหนดกรอบวิจัยทางการคลังด้านต่างๆ และจัดตั้งสำนักงบประมาณแห่งรัฐสภาขึ้น เป็นหน่วยวิเคราะห์งบประมาณและการคลังรัฐสภาที่อิสระจากฝ่ายบริหาร
วาดหวัง “บิ๊กตู่–บิ๊กป้อม” นำปฏิรูป
นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า หลังจากตั้ง สปช.เงาติดตามการทำงานของ สปช.แบบคู่ขนาน เสนอความเห็นผ่าน KhonthaiReset.com เพื่อให้กระบวนการปฏิรูปนำ พาประเทศ ชาติให้อยู่รอด ลดความเหลื่อมล้ำ หยุดคอร์รัปชัน ขจัดสองมาตรฐาน วางกติกาประเทศที่เป็นธรรม ป้องกันการสืบทอดอำนาจของฝ่ายการ เมือง รวมทั้งการเข้ามาแทรกแซงของอำนาจนอกระบบ ในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ และ รมว.กลาโหม มีบทบาทสำคัญยิ่งเมื่อ ต้องเจอโจทย์ท้าทายอย่างการปฏิรูป คนทั้งประเทศฝากความหวังไว้ หากทำสำเร็จประเทศไทยคงไม่ตกอยู่ในวังวนของการปฏิวัติอีกต่อไป ส่วนที่มี สนช.บางคนเสนอจะให้มีการเลือกตั้งนายกฯโดยตรง ขอให้ระมัด ระวังในข้อเสนอดังกล่าว เพราะจะมีผลเสียหายต่อการปกครองมากกว่าที่คิด เนื่องจากประเทศไทยมีการปกครองแบบประชาธิปไตยที่นายกฯต้องถูกเลือกจากสภา ส่วนข้อเสนอจะให้ยกเลิก อบจ. อบต.นั้น เห็นด้วย ให้เหลือเพียงการปกครองส่วนภูมิภาค มีเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด มีวาระแค่ 3 ปี ไม่ควรให้อยู่ยาวกว่านี้ จะได้แข่งกันทำดี
นายกฯปะทะคารมนักข่าวอีกรอบ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวตอบโต้กับผู้สื่อข่าว หลังผู้สื่อข่าวถามว่าเวลาให้สัมภาษณ์ตอบไม่ตรงประเด็นและไม่สรุป ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ใช่ เวลาสรุปก็ต้องสรุปให้จบต้องอธิบาย ต้องการให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ เมื่อถามว่านักข่าวมีพื้นฐานอยู่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ตอบเสียงดังอย่างมีอารมณ์ว่า “แล้วท่านมีพื้นฐานบริหารราชการแบบผมไหม ท่านเขียน คิด เขียนแล้วพูดแค่นั้น ผมทำอะไรบ้าง คิด เขียน สั่งงาน กำกับดูแล เขียนแผนทั้งหมด ใครเขียนได้เขียนมาๆยืนตรงนี้เลยมา”
ถามสื่อผิดรู้จักขอโทษบ้างไหม
ผู้สื่อข่าวเตือนว่าอย่าๆโมโหๆ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็พี่พูดดูถูกผมอย่างนี้ไม่ได้” ผู้สื่อข่าวอธิบายว่าไม่ได้ดูถูก หมายถึงว่านักข่าวก็ต้องไปแสวงหาข้อมูลเพิ่มเติม พล.อ.ประยุทธ์ตอบสวนกลับว่า “แล้วมันถูกไหม แล้วเวลามันไม่ถูกขอโทษผมบ้างไหมเวลามันผิด” เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า นสพ.ก็รับผิดชอบไปเอง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่รู้ ทุกคนต้องรับหมด คือพี่พูดอย่างนี้ไม่ได้ พี่ต้องไปปฏิรูปสื่อให้ผมโน่น จะดูแลกันใครอย่างไร สื่อประเภทมีเดีย นักข่าว แล้วทุกวันมันก็ไม่ทะเลาะกัน ผมยอมรับท่านอยู่แล้ว ให้เกียรติ อย่าโกรธผม”
บอก คตร.สอบไมค์แพงยังไม่จบ
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการจัดซื้อไมโครโฟนห้องประชุม ครม.ว่า ต้องแยกผลสอบให้ออก ไม่ใช่สอบปุ๊บแล้วบอกทุจริต มันมีขั้นตอน เช่น ส่อทุจริต ทุจริต และมีเจตนาหรือไม่ ขณะนี้มีหลายคณะที่สอบอยู่ทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) การตรวจสอบยังไม่สิ้นสุดกระบวนการ อยากให้ทุกคนมองเห็นภาพว่า คนที่ทำเขาต้องการให้เกิดความทันสมัย เพราะในอนาคตจะต้องมีการประชุมร่วมกับต่างประเทศ ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมี ไม่ใช่ว่า ครม.มาใหม่แล้วต้องใช้ไมค์ใหม่ แต่เมื่อมีปัญหาก็ตรวจสอบกันไป ต้องดูก่อนว่ามีการทุจริตหรือยัง มีการไปรับเงินรับทองตรงไหน อย่ามองว่า ครม.จะต้องมาใช้ไมค์ใหม่ หรือมาเปลี่ยนเก้าอี้ให้ตนนั่งซึ่งตนไม่ได้อยากนั่งเลย นั่งกับพื้นก็ได้ ไม่เห็นจะต้องมานั่งดีอะไรนักหนา ที่ทำก็เพื่อหน้าตาของหน้าตาของประเทศทั้งนั้น ไม่ใช่หน้าตาตน ปัญหาเรื่องนี้เกิดจากมาตรฐานที่ไม่มีราคากลางเท่านั้น
โบ้ยไม่รู้โฆษกรัฐรับจ๊อบร้อยล้าน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสำนักข่าวอิสราเปิดเผยข้อมูล บริษัทเอกชนที่มีความเกี่ยวพันกับ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐมากกว่า 100 ล้านบาท พล.อ. ประยุทธ์ตอบโดยมี ร.อ.นพ.ยงยุทธยืนอยู่ด้านข้างว่า เดี๋ยวจะลองไปดู มาจับผิดจับถูกกันตรงนี้ เดี๋ยวไปว่ากันข้างนอกโน่น ที่พูดไม่ให้เกียรติเขาต่อหน้ากันตรงนี้ ตอบไม่ได้หรอก เดี๋ยวไปดู เดี๋ยวไปตรวจสอบ นำหลักฐานมา ผิดหรือเปล่า ถ้าผิดก็ฟ้องกันขึ้นมา และเข้ากระบวนการ ทุกคนมีปัญหาหมดเลยตอนนี้จะช่วยตนตามของเก่าก่อน ทุจริตผิดกฎหมายคอร์รัปชันตามหรือยังถึงไหน แต่เริ่มมาเอาตนแล้วทุจริตอีกแล้ว
แจงแก้ข้อห้ามแค่ดึงคนทำงาน
เมื่อถามถึงกรณีที่ ครม.มีมติแก้ไขอำนาจผู้ช่วยรัฐมนตรีให้ไม่สามารถเข้าไปเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐได้เหมือนเดิม พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มติครั้งแรกต้องการให้มันเร็ว มันต้องบริหาร คสช.โดยหลักต้องการให้คนเข้ามาทำงาน วันนี้ไม่ใช่วาระปกติ วาระคือการควบคุมอำนาจ บอกให้เลยไม่มีใครอยากทำงานกับตน ไม่มีหรอก อย่ามองว่าเวลาปกติไม่ใช่ คนที่เป็นรัฐมนตรียังไม่อยากมาทำงานกับตนเลย เพราะยึดอำนาจมา เข้าใจหรือเปล่าและเป็นปีเดียว เขาต้องทิ้งตรงนั้นตรงนี้มา ขอไม่มาขอสู้อยู่ข้างนอก ถ้าเป็นรัฐบาลยุ่งวุ่นวาย ตนจึงบอกอนุโลมตรงนี้ไปก่อน พอได้ระยะเวลาจะแก้ไข เราต้องมองในภาพรวม ประเทศชาติไปก่อน มันมีปัญหาตรงไหนจากนั้นมาดูว่าใครจะทำงานอย่างไร ถ้าบอกไอ้นี่ ผิดๆก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว กลับไปใหม่ก็แล้วกัน ทะเลาะกัน ตนกลับบ้าน
“ยงยุทธ” ยัวะสื่อซักต่อหน้านายกฯ
หลังจบการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รีบชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า พูดแบบนี้ทำให้ทุกคนในบริษัทตนเสียหาย หากมีหลักฐานตรวจสอบได้ แต่ทำไมต้องมาพูดแบบนี้ต่อหน้านายกฯ เรื่องที่ถามผ่านมาตั้ง 8 ปีแล้ว การพูดแบบนี้ทำให้บริษัทถูกมองว่าส่อไปในทางทุจริต เป็นการเปิดประเด็นให้คนเข้าใจผิด เพราะเป็นการพูดตัวเลขในภาพรวม ใครจะไปเข้าใจ เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวในปัจจุบัน ตนได้เปลี่ยนให้พี่สะใภ้เข้ามาบริหารงานแทน ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว บริษัทตนทำงานสุจริตมาตลอด มีลูกน้องมากมาย บริษัทเราทำสัมปทานหลายหน่วยงาน บาง หน่วยงานก็ทำมาต่อเนื่อง ทำงานด้วยความจริงใจมาตลอด “คุณควรมาถามผมโดยตรง ไม่ใช่ไปถาม นายกฯ เพราะเท่ากับไปเปิดประเด็น ทำแบบนี้มีปัญหาแน่”
กำชับกลาง ครม.เร่งตีปี๊บผลงาน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำเรื่องการสร้างความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่เอาแต่ทำกันอย่างเดียว ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องอธิบายได้ว่ากำลังทำอะไร ประชาชนจะได้อะไร โดยนายกฯเห็นว่าแผนปฏิบัติงานของแต่ละกระทรวงยังดูกว้างไป ประชาชนจับต้องลำบาก จึงให้เวลาไปทบทวนสัปดาห์หน้าต้องมารายงาน โดยมีรายละเอียดมาตรการหลักมาตรการรองเป็นอย่างไร แผนระยะสั้น แผนระยะ ยาวทำอย่างไร โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติถอดแผนเหล่านี้ออกมาเพื่อให้สังคมรับทราบโดยง่าย นอกจากนี้ ยังสั่งการแต่ละกระทรวงว่าหากมีการปรับโครงสร้าง ต้องมาชี้แจงต่อ ครม.ว่ามีปัญหาอะไร ปรับแล้วปัญหาจะเป็นอย่างไร เพราะมีผลผูกพันต่องบประมาณ
จี้หามาตรการจัดระเบียบสื่อ
พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า นายกฯยังให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไปดูแลสื่อโซเชียลมีเดียที่แม้จะมีประโยชน์แต่ก็มีโทษเยอะ บางครั้งกระทบต่อความมั่นคง โดยให้ไปดูว่าจะมีมาตรการดูแลการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างไร แต่ไม่ใช่การควบคุม ท่านบอกว่าต้องไม่มีการละเมิดซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกับการเสนอข่าวโดยอ้างเพียงแหล่งข่าวในสื่อทั่วไป พอเกิดผลกระทบก็หาที่มาที่ไปไม่ได้ และบางครั้งมีผลกระทบไปถึงความมั่นคงด้วย แต่พอเวลาผ่านไปพิสูจน์ว่าเรื่องที่อ้างจากแหล่งข่าวไม่เป็นความจริง นายกฯจึงเป็นห่วงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และอยากให้กำหนดแนวทางที่ชัดเจน วางแผนกันทั้งระบบ ให้แต่ละกระทรวงไปคุยกันเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม ห้ามเกี่ยงกัน เพราะบางเรื่องคาบเกี่ยวหลายกระทรวง
รอผลคุณภาพข้าวจากแล็บ พณ.
วันเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคุณภาพข้าวจากห้องปฏิบัติการ ว่า ห้องแล็บของกระทรวงพาณิชย์ได้ขอตรวจทานเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อจำแนกเกรดข้าวให้ถูกต้อง จากนั้นจะรายงานคณะกรรมการนโยบาย และบริหารจัดการข้าว (นบข.) และนายกรัฐมนตรีต่อไป คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ต.ค. จากนั้นจะนำข้าวที่คัดแล้วที่มีคุณภาพเต็มร้อยนำมาจำหน่ายทั้งในและนอกประเทศ ส่วนข้าวที่คุณภาพต่ำจะจำแนกออกไป โดยนายกฯให้ตนทำรายงานตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มปฏิบัติจนถึงปิดขั้นตอนการทำงาน เพื่อป้องกันความผิดพลาด ส่วนผลลัพธ์ตัวเลขความเสียหายจากปริมาณข้าว กระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้รายงาน แต่ยังไม่ได้รับการประสานจาก ป.ป.ช.ขอข้อมูลเพื่อนำไปประกอบคดี
แจงถอดถอน “ปู” ก.ม.ไม่ชี้โทษไว้
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งสำนวนถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีรับจำนำข้าว ให้ สนช.ถอดถอนว่า เป็นเรื่องระหว่าง ป.ป.ช.และ สนช. ต่างคนต่างรู้ว่าจะต้องทำอะไร เมื่อถามว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่ ป.ป.ช.ใช้ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นกฎหมายที่ยังบังคับใช้อยู่ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ใช้มาตั้งแต่ปี 34 กำหนดฐานความผิดต้องเอาไปใช้ ส่วนเอาผิดได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เคยใช้ได้ในอดีต ซึ่ง สนช.ต้องนำไปพิจารณา พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กำหนดนายกฯมีอำนาจกำกับดูแลการบริหารทุกกระทรวง ซึ่ง ป.ป.ช.เอาฐานตรงนี้มาใช้ เมื่อนายกฯต้องกำกับดูแลทุกกระทรวง แต่เมื่อคุณไม่กำกับและเกิดปัญหาขึ้นก็คงถือว่าผิด ตรงนี้คือสิ่งที่ ป.ป.ช.อธิบาย ซึ่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้มีการกำหนดโทษ เพราะเป็นกฎหมายปกครอง
วิป สนช.โยนที่ประชุมใหญ่ตัดสิน
ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. แถลงว่า ที่ประชุมวิป สนช. มีมตินำสำนวนยื่นถอด ถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ออกกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม สนช. วันที่ 17 ต.ค. โดยจะเปิดให้สมาชิกอภิปรายและเสนอญัตติ ว่า สนช.มี อำนาจถอดถอนหรือไม่ ซึ่งจะลงมติเป็นความเห็นของ สนช. ขณะนี้ยังมีความเห็นที่แตกต่างเรื่องการถอดถอนบุคคลที่กระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งถูกยกเลิกได้หรือไม่ หากที่ประชุมมีมติให้ถอดถอนได้ ก็ไม่ได้เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาคดีถอดถอนอื่น ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ เนื่องจากแต่ละเรื่องมีความผิดตามกฎหมายไม่เหมือนกัน หากที่ประชุมไม่เห็นด้วยก็ถือว่าคดีเป็นที่ยุติ
แทงกั๊กตีกัน ป.ป.ช.ส่งศาล รธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเริ่มการประชุมวิป สนช. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ในฐานะประธานวิป สนช. กล่าวต่อที่ประชุมว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ตนเป็นคนร่างมากับมือได้อุดช่องโหว่ไว้หมดแล้ว เห็นว่า สนช.ควรรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา เพราะถ้าไม่รับเรื่องจะเป็นช่องทางให้ ป.ป.ช.ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เมื่อ สนช.รับเรื่องไว้ ป.ป.ช.ก็ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ และเมื่อเข้าสู่วาระดังกล่าวได้ 10 นาที นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ได้ขอให้เป็นการประชุมลับและให้เจ้าหน้าที่ออกจากห้อง
ป.ป.ช.เลื่อนฟันถอดถอน 39 ส.ว.
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงการพิจารณาส่งสำนวนถอดถอนอดีต 39 ส.ว.กรณีร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ยังไม่พิจารณาเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.สรุปรายงานให้ที่ประชุมพิจารณาไม่ทัน ดังนั้นที่ประชุม ป.ป.ช.จึงให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไปเป็นวันที่ 16 ต.ค. ส่วนสำนวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำข้าว ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนดังกล่าวให้ประธาน สนช.เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 14 ต.ค. โดยเป็นสำนวน 11 แฟ้ม มีเนื้อหากว่า 3,000 หน้า หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุม สนช.จะพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่
เมิน “จารุพงศ์” ปลุกเร้าเสื้อแดง
อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเลขาธิการองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก โดยใช้เหตุการณ์เสียชีวิตของ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาฯ ระดมคนเสื้อแดงให้ได้ 5 หมื่นไปร่วมงานศพ เพื่อแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองว่า “ท่านจะเผา พระราชทานเพลิงอยู่แล้ว ปลุกขึ้นไหมล่ะ ถ้าสื่อไม่ขยายความมันก็ไม่มีใครเท่าไหร่หรอก ให้เกียรติคนตายด้วย ผมไม่ได้เป็นศัตรูกับท่าน ท่านเป็นรุ่นพี่ผมด้วย เป็นอาจารย์สอนหนังสือโรงเรียนนายร้อย เรียนเก่งเป็นด็อกเตอร์ แต่ท่านมีชีวิตของท่าน เรื่องความผิดคดีความ เป็นเรื่องของท่าน ผมก็ยังเป็นน้องของท่านเสมอ ท่านตายไปแล้ว ก็เสียดาย”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีต รมว.แรงงาน วิจารณ์โดยชื่นชมนายกฯมีความสามารถทำงานเก่งว่า “ท่านเฉลิมก็แบบนี้แหละ ผมไม่ฉลาดหรอก โง่จะตายอยู่แล้ว” ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นกำลังใจหนึ่งได้หรือไม่ นายกฯตอบว่า ได้ๆ จะเอาบวกหรือลบ เอาขึ้นแล้วกัน
นปช.ย้ำไม่มีแผนระดมคนต้าน คสช.
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีกระแสการใช้เฟซบุ๊กระดมคนไปงานศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัยว่า ประชาชนที่มาร่วมงานศพ 5 หมื่นคน หรือ 1 แสนคนล้วนเกิดจากความศรัทธา พ.อ.อภิวันท์ที่เป็นผู้รักในระบอบประชาธิปไตยเหมือนกัน และต้องการมาส่งดวงวิญญาณ พ.อ.อภิวันท์เป็นครั้งสุดท้าย ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่มีนัยยะใดๆทั้งสิ้น กระแสข่าวที่จะเอางานศพของ พ.อ.อภิวันท์มาปลุกระดมต้าน คสช. ขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน และเราได้ประกาศไปแล้วว่าจะไม่เคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นที่มีการออกข่าวห้ามคนนั้นคนนี้ อย่าทำเลย ให้ประชาชนมาด้วยใจของเขาเถิด
บี้ “พรเพชร” โชว์ผลงานรัฐสภา จว.
นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการรัฐสภา (ก.ร.) มีมติให้ยุบสำนักงานรัฐสภาจังหวัดทั้ง 6 จังหวัดนำร่อง ที่เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี พระนครศรีอยุธยาและชลบุรี เพราะไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินและไม่คุ้มค่างบประมาณและบุคลากรว่า โครงการนี้ริเริ่มจัดตั้งขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านของ ส.ส.มาแต่ต้นว่าไม่คุ้มค่า ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานราชการที่มีอยู่แล้ว ดังนั้น ขอเรียกร้องให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.สั่งการให้เปิดเผยข้อมูลโดยแถลงรายละเอียดของผลการประเมินว่า สำนักงานรัฐสภาจังหวัดทั้ง 6 แห่งใช้งบประมาณแผ่นดินไปทั้งหมดเท่าไร มีผลงานใดที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรากฎหมายกี่ฉบับ
“บิ๊กตู่” แจงมาตรการช่วยชาวนา
เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ถึงมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจว่า ได้ตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกร มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ เป็นประธาน เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเร่งด่วน โดยกำลังดูกรอบการช่วยเหลือการทำนาปี และติดตามดูแลมาตรการช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ต้องไม่มีการทุจริต ถ้าเกิดขึ้นต้องมีคนรับผิดชอบ โดยใช้บทเรียนที่ผ่านมาว่ามีการทุจริตอย่างไร จะแก้ไขอย่างไร ต้องไม่เอามาปะปนกัน คิดว่าเมื่อสอบสวนจะเห็นผลได้เร็ว เพราะที่ผ่านมามีปัญหาสอบเร็ว จบเร็วเลยตีกันทั้งประเทศ เราต้องสร้างการยอมรับให้ได้ คือ ใครทำผิดต้องยอมรับผิดด้วยหลักฐานและกฎหมาย ยืนยันถ้าหลักฐานชัดเจนตน ไม่เอื้อประโยชน์ให้ใครอยู่แล้ว
กุมขมับแก้ไม่ตกยางล้นสต๊อก
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการบริหารยางพาราในสต๊อกมี 2 ประเภท คือ ในส่วนภาครัฐและของเอกชน ต้องหาทางจำหน่ายที่ไม่ทำให้ราคาในท้องตลาดตกลง ถ้าเราสร้างเสถียรภาพในประเทศได้ และต่างชาติเชื่อมั่นคุณภาพก็พร้อมที่จะซื้อจากเรา ต้องใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้ใช้ยางพารามากๆ วันนี้ราคายางในตลาดกิโลกรัมละไม่เกิน 50 บาท จะให้ทำอย่างไร เราต้องอุดหนุนช่วยเหลืออีกหรือถ้าช่วยเหลือแบบนั้นยางจะกองในประเทศ 5-6 แสนตัน ถ้าจะกองไว้ในสต๊อกก็เกิดความเสียหายแบบข้าวที่มีอยู่โกดังตอนนี้ 18 ล้านตัน ขาย 3 ปียังไม่หมดเลย ดังนั้น เราจะบริหารจัดการอย่างไรกับของเหล่านี้ ขอให้ใจเย็นๆ โดยอาจจะเป็นมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ส่วนที่ชาวสวนยางเรียกร้องให้ตรวจสอบสต๊อกยางทั่วประเทศ เป็นหน้าที่ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่ต้องเข้าไปจัดการ ส่วนกรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหานี้ไม่มีรัฐบาลไหนอยากแก้ ทำไปคนก็เกลียด แต่รัฐบาลต้องทำเพื่อประเทศ โดยจะเข้าไปดูแลทั้งระบบ มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงเป็นประธาน
สิ้นปีลุ้นคลอด พ.ร.บ.ภาษีมรดก
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดกว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดกใกล้เสร็จแล้วประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ เหลือปรับแต่งถ้อยคำสุดท้าย ส่วนร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดิน เดิมอยากให้ตามเข้ามาด้วย แต่ปรากฏว่าต้องรอจนกว่าจะมีการประเมินราคาที่ดินทั่วประเทศก่อน ถ้าประเมินไม่ถูกจะทะเลาะกันตาย
นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้กรมสรรพากรพิจารณาเรื่องภาษี “รับให้ก่อนตาย” ว่าจะต้องมีการจัดเก็บอย่างไร ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอาจไม่กล้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก ขอยืนยันต้องมีร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดกออกมาบังคับใช้อย่างแน่นอน เพราะ ครม.ให้ความสำคัญมากและถามถึงความคืบหน้าทุกครั้ง มั่นใจว่าจะเสร็จก่อนสิ้นปี 57 แน่นอน
“สิทธิชัย” นั่งที่ปรึกษา “หม่อมอุ๋ย”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุม ครม.ยังอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายตำแหน่ง อาทิ แต่งตั้ง น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นางกานดา วัชราภัย ผู้แทนไทยด้านสิทธิสตรีในคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก ให้ดำรงตำแหน่งต่ออีก 1 วาระ เป็นเวลา 3 ปี ระหว่างวันที่ 7 ต.ค.57 ถึง 7 ต.ค.60 พล.ต.วิทูล บัณฑิตย์ เป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ นายสิทธิชัย โภไคยอุดม อดีต รมว.ไอซีที สมัยรัฐบาลขิงแก่ เป็นที่ปรึกษา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ นายนพดล กรรณิกา เป็นที่ปรึกษา รมว.แรงงาน ม.ล.พัชรภากร เทวกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.พ. สำนักงาน ก.พ. เป็นรองเลขาธิการ ก.พ.
อนุมัติร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาล รธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังมีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญและวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ตามที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้ สนช.ต่อไป โดยมีสาระสำคัญ อาทิ กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจออกข้อกำหนดของศาล เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว เที่ยงธรรม พร้อมกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคดีตามรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และยังกำหนดวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญให้ใช้ระบบไต่สวน
“ยิ่งลักษณ์” ร่วมงานศพ “สวัสดิ์”
เมื่อเวลา 17.30 น. ที่วัดเขาจอมคีรีนาคบรรพต ต.นครสวรรค์ออก อ.เมืองนครสวรรค์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนายสวัสดิ์ คำประกอบ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ 12 สมัย มีนักการเมือง ข้าราชการและพ่อค้าประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก เจ้าภาพจัดทำหนังสือรวบรวมประวัติแจกเป็นของที่ระลึก โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เข้ามาแสดงความเสียใจกับนายวีระกร คำประกอบ และครอบครัว พร้อมเข้าทักทายกับแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นกันเอง หลังเสร็จพิธี น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางกลับทันทีโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
เล็งปัดฝุ่นไมค์เก่าแทนไมค์แพง
นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้สัมภาษณ์กรณีที่ คตร.สรุปผลสอบเบื้องต้นกรณีติดตั้งไมโครโฟน ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลว่าไม่พบการทุจริตเพียง แต่มีราคาส่วนต่างค่อนข้างมากว่า ขณะนี้ทราบว่าคตร.สรุปผลการตรวจสอบส่งไปยังนายกฯ และได้ส่งหนังสือมาถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยแล้ว ตนยังไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว คงต้องรอความชัดเจนจากเบื้องบนว่าจะมีคำสั่งให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป หากผู้ใหญ่ไม่เอาไมโครโฟนชุดนี้ก็พร้อมจะยกเลิก และใช้ไมโครโฟนของเดิม แต่ต้องซ่อมแซม เพราะใช้งานมานาน 7 ปีแล้ว ยืนยันขณะนี้ยังไม่มีการเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา เชื่อบริษัทคู่สัญญาจะไม่ฟ้องร้องเอาผิดกับทางกรมโยธาฯ เพราะเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น และต่างฝ่ายต่างไม่มีเจตนากระทำทุจริต คิดไม่ดี
“ณรงค์” หนักใจเจองานหิน
ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่สำนักงานตรวจการแผ่นดิน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังรับฟังข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาชาติทั้งระบบว่า ข้อเสนอจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นโมเดลในอุดมคติ บางเรื่องก็เห็นด้วย บางเรื่องก็ไม่เห็นด้วย ได้ประโยชน์จากโมเดลที่เสนอ ทั้งนี้ กำลังดำเนินการลดขนาดกระทรวงฯ ยอมรับว่าหนักใจที่มารับงานปฏิรูปการศึกษา แต่ถือเป็นเรื่องท้าทาย ใน 1 ปีคงไม่สามารถปฏิรูปการศึกษาได้ทั้งหมด อย่างน้อยต้องทำให้ผลการประเมินของเด็กเพิ่มขึ้น