
คสช.โร่จับ7คน ต้านเกมยื้อลต.
“ประยุทธ์” โอดรับศึกหนักเหลือเกิน แจงมุ่งมั่นทำงานต่อเนื่อง อย่ามองว่าสืบทอดอำนาจ “อนุพงษ์” เผย 21 ก.พ. ดีเดย์ปฏิบัติการไทยนิยม จัดงบ 2 พันล้านลงพื้นที่พบประชาชน “ดอน” ยันไม่มีต่างชาติจุ้นโรดแม็ปเมืองไทย “องอาจ” ซัดนายกฯแทรกแซงการบังคับใช้ ก.ม. โกหกไร้ใบสั่งยื้อกาบัตรกลายเป็นตัวตลกนานาชาติ “อภิสิทธิ์” บี้ คสช.แจงเหตุผลที่แท้จริง สนช.ไม่ขัดตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายสแกน 2 กฎหมายลูกเลือกตั้ง กกต.เห็นแย้ง 6 ประเด็น อัดจัดมหรสพหาเสียงขัด รธน. “เรืองไกร” บี้นายกฯสั่งศุลกากรยึดนาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม” สอบเสียภาษีนำเข้าถูกต้องหรือไม่ คสช.ส่งนายทหารแจ้งความ 7 แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ฐานชุมนุมปลุกปั่นฝืนคำสั่ง หน.คสช. “ศรีวราห์” สาวต่อหาท่อน้ำเลี้ยง “จ่านิว” เย้ยมุกเดิมยัดข้อหาปิดปาก ลั่น 10 ก.พ. มาอีกแน่
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายการเมือง และภาคประชาสังคมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และแม่น้ำห้าสาย พยายามทุกวิถีทางเพื่อการสืบทอดอำนาจ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงตอกย้ำว่าตนเองมุ่งมั่นจะทำงานต่อเนื่อง อย่ามองว่าสืบทอดอำนาจ
นายกฯโอดรับศึกหนักเหลือเกิน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำคณะเข้าพบนายกฯ เพื่อแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์ เนื่องในวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2561 โดยนายกฯได้เยี่ยมชมบูธต่างๆ โดยชิมกาแฟ “สไปซี่ คอฟฟี่” ปรุงสำเร็จชนิดผงผสมพริกสกัดช่วยเร่งเผาผลาญพลังงานและไขมัน ทดลองใช้ไม้เท้าพยุงเดินปรับระดับอัตโนมัติ ของนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จากนั้นคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นำคณะเข้าพบนายกฯเพื่อมอบและจำหน่ายดอกป๊อปปี้ เนื่องในวันทหารผ่านศึกวันที่ 3 ก.พ. โดยนายกฯกล่าวว่า วันนี้ เรามีหลายภารกิจ อาจไม่ใช่แบบเดิมๆไม่ใช่การสู้รบ แต่เป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ยาเสพติด ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ โรงเรียนเตรียมทหารสอนให้เราทำเพื่อคนอื่น จนบางทีลืมความปลอดภัยของตัวเอง ทำให้เกิดบาดเจ็บสูญเสีย ขณะที่คุณหญิงแสงเดือนกล่าวว่า ขอให้กำลังใจนายกฯ ประเทศเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว ขอให้ดูแลบ้านเมือง ส่วนมูลนิธิจะดูแลครอบครัว โดยนายกฯกล่าวว่า “ผมเป็นทหารผ่านศึกเหมือนกัน แต่ศึกยังไม่จบนะ เป็นศึกหนักเหลือเกิน”
ไม่หวั่นขาลงมันเรื่องธรรมชาติ
เมื่อเวลา 13.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองที่ถูกมองเป็นช่วงขาลงของรัฐบาลว่า ตนมองเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นแบบนี้ทุกรัฐบาลเมื่อเข้าสู่ปีที่ 4 ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด ตนไม่ปิดกั้นประชาชน สื่อ คอลัมน์วิพากษ์วิจารณ์ แต่การทำอะไรที่กระทบความสงบเรียบร้อยกับบ้านเมือง ต้องใช้กลไก อย่าสร้างความเข้าใจที่ไม่ ถูกต้องเพราะจะไปถึงต่างประเทศ ต้องมองสองด้าน ตนไม่ขัดแย้งกับใคร หลายคนอยากให้ใช้กฎหมายแรงๆเพื่อยุติให้ได้ และหลายพวกเห็นว่าใช้แรงๆดี จะได้ขยายความขัดแย้ง มันมีสองฝ่ายเสมอ การ ทำงาน 3 ปี อาจมีความขัดแย้งสูง มีคนได้ประโยชน์เสียประโยชน์ กลุ่มที่เดือดร้อนอาจเป็นตัวตั้งตัวตี แต่คงไม่ไปขัดแย้งด้วย
มุ่งมั่นทำงานต่อเนื่องไม่ใช่สืบอำนาจ
“ผมมุ่งมั่นจะทำงาน อย่ามองว่าสืบทอดอำนาจ มันเป็นการทำงานต่อเนื่อง และยังไม่เห็นประโยชน์ที่ได้รับจากการเลื่อนหรือไม่เลื่อน ยืนยันตามโรดแม็ปที่กำหนดไว้ หากไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้นกระบวนการทางกฎหมายก็เป็นไปตามนั้น ไม่ก้าวล่วงใครทั้งสิ้น จำได้ว่าใครเป็นคนถามเรื่องสัญญา ตามเนื้อเพลงสัญญาคืนความสุข ผมคืนให้ประชาชนทุกกลุ่ม แต่บางความสุขยังคืนไม่ได้ เป็นกลไกที่จะทำต่อไปในรัฐบาลนี้และรัฐบาลหน้า มาโจมตีกันวันนี้แล้ววันหน้าได้อะไรไหม ขอเวลาวางรากฐานประเทศอีกสักระยะหนึ่งก่อนเท่านั้น มันจะมากจะน้อยก็เป็นไปตามกฎหมาย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
“ดอน” ยันไม่มีต่างชาติจุ้นจี้ถาม
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อหารือเรื่องการแก้ไขร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ที่เลื่อนบังคับใช้ออกไป 90 วันว่า เท่าที่ทราบมีความเข้าใจ การประกาศวันเลือกตั้งจะชัดเจนในเดือน มิ.ย.61 กต.จึงยังไม่ต้องไปชี้แจงช่วงนี้ ขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดสอบถามเหตุผลการเลื่อนเลือกตั้งมาถือเป็นเรื่องภายในประเทศเป็นเหตุผลของเรา เขาไม่ได้ติดใจอะไร ยืนยันว่าไม่มีใครเป็นห่วง อะไรที่เดินตามครรลองของกฎหมายและของประเทศอื่นไม่มีใครมาใส่ใจอะไรทั้งสิ้น
21 ก.พ. ปูพรมปฏิบัติการไทยนิยม
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะกรรมการและเลขานุการกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนฯ มีตัวแทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ ปลัดกระทรวงต่างๆในฐานะกรรมการเข้าร่วม จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เปิดเผยว่า วันที่ 9 ก.พ.ที่เมืองทองธานี นายกฯจะมอบนโยบายให้กับตัวแทนตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง และวันที่ 12-19 ก.พ.ชุดที่รับฟังนโยบายจากนายกฯ จะไปทำความเข้าใจกับชุดปฏิบัติการระดับตำบล เพื่อเริ่มปฏิบัติการจริงระดับหมู่บ้านพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 21 ก.พ.จะใช้เวลา 3-4 เดือนลงพื้นที่ 4 ครั้ง พร้อมจัดงบประมาณไว้ 2 พันล้านบาท เป็นค่าอาหารสำหรับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 4 ครั้ง ในครั้งแรกเพื่อรับทราบความต้องการของประชาชน
“องอาจ” จับโกหกผู้นำปัดสั่งยื้อ ลต.
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่นายกฯบอกว่าโรดแม็ปเลื่อนเป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับท่านว่า ไม่เป็นความจริง เพราะข้ออ้างเหตุผลขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ออกไป 90 วัน ที่เกรงว่าพรรคการเมืองจะปฏิบัติตามกฎหมายไม่ทัน เกิดขึ้นจากในฐานะหัวหน้า คสช.ไม่ปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าตามกฎหมายพรรคการเมืองถึง 2 ครั้งคือ 1.เมื่อกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้แล้ว นายกฯไม่ยอมปลดล็อกประกาศ คสช. ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม 2.หัวหน้า คสช.ประกาศคำสั่งที่ 53/2560 ทำให้การทำตามกฎหมายพรรคการเมืองต้องเปลี่ยนแปลงไป เอื้อพรรคใหม่บอนไซพรรคเก่า มีการรีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมืองเดิมทั้งหมด เท่ากับนายกฯใช้อำนาจหัวหน้า คสช.มาบังคับกฎหมายพรรคการเมืองให้เป็นไปตามที่ต้องการ ใช้อำนาจหัวหน้า คสช.บังคับกฎหมายไม่ให้ปฏิบัติได้ และเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายตั้งแต่ต้น จนทำให้ สนช.นำไปเป็นข้ออ้างขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ออกไป 90 วัน จึงเท่ากับนายกฯเข้ามาแทรกแซงการบังคับใช้กฎหมาย
อ้างข้างๆคูๆเป็นตลกนานาชาติ
นายองอาจ ยังกล่าวถึงกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.พูดว่าบางพรรคให้ยกเลิกการทำไพรมารีโหวต อ้างว่าทำไม่ทันและที่ สนช.ช่วยขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ไป 90 วัน จะช่วยทำไพรมารีโหวตได้ทันตามกฎหมายว่า ข้ออ้างของประธาน สนช.ฟังไม่ขึ้น ถ้าปล่อยให้พรรคการเมืองทำตามกฏหมายเสียตั้งแต่แรกโดยไม่มีประกาศคำสั่ง คสช.มาบีบบังคับไว้การทำไพรมารีโหวตก็ทำได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไม่มีปัญหา ประธานสนช.ในฐานะหนึ่งในแม่น้ำ 5 สายของ คสช. ควรบอกให้หัวหน้าคสช. คลายล็อกเพื่อให้พรรคการเมืองทำตามกฎหมาย เมื่อกฎหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้จะได้ไม่ต้องหาเหตุผลข้างๆคูๆย้อนแย้งกันเองมาเป็นข้ออ้างจนทำให้นายกฯกลายเป็นตัวตลกในสายตาของนานาชาติและคนไทยส่วนหนึ่ง ถ้าผู้มีอำนาจทุกฝ่ายทำทุกอย่างตรงไปตรงมาไร้วาระซ่อนเร้น จะไม่เกิดปัญหาตามมา แต่ถ้ามีวาระซ่อนเร้นจะเพิ่มปมปัญหาไม่รู้จบ ทางที่ดีบอกตรงๆดีกว่า ว่าต้องการอะไร ถ้ามีเหตุผลที่ดีพอ เชื่อว่าคนจะรับได้ แต่ถ้ายังอ้างข้างๆคูๆ จะดูไม่จืดแบบนี้ไปอีกนาน
“มาร์ค” บี้ คสช.แจงเหตุยื้อเลือกตั้ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯกล่าวว่า ปัญหาใหญ่เริ่มต้นจากการไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง ทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ เช่น รับสมัครหาสมาชิกใหม่ ไม่ให้ประชุมพรรค เพิ่มขั้นตอนให้ยืนยันสมาชิกภาพของสมาชิกพรรค หาก คสช.ยังไม่ทบทวนปัญหาในปัจจุบัน เพื่อแก้ไขให้ประชาชนเชื่อมั่น คาดว่าจะมีปัญหาต่างๆตามมาอีกมากมาย แม้จะขยายเวลาการเลือกตั้งก็ตาม ปัญหาปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะให้ขยายเวลาไปกี่วัน แต่อยู่ที่ความเชื่อมั่นความน่าเชื่อถือและความตรงไปตรงมา คสช.ไม่เคยอธิบายสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมถึงยังไม่ปลดล็อกอนุญาตให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้ อ้างเพียงว่าสถานการณ์ของประเทศยังไม่เข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังไม่ระบุว่าอะไรคือความไม่ปกติ รวมถึงยังไม่เห็นว่า คสช.กำลังแก้ไขปัญหาความไม่ปกติดังกล่าวหรือไม่ หรือแก้ไขอย่างไร
ดักทางบางฝ่ายอ้างเป็นเหตุป่วน
“ผมขอให้ คสช.สร้างความชัดเจนและความแน่นอนให้กับสังคม เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันปัญหาต่างๆที่จะตามมาที่บางฝ่ายอาจจะนำกรณีดังกล่าวมาเพื่อเป็นข้ออ้างเคลื่อนไหว ที่นำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศ” นายอภิสิทธิ์กล่าวและว่า ส่วนกรณีร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ผ่านการพิจารณาของ สนช.ไปแล้ว จะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ตามกฎหมายต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอยู่แล้วว่าขัดหรือไม่ เชื่อว่าทุกฝ่ายจะเคารพผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
“พลังพลเมือง” ลั่นไม่ใช่นอมินีใคร
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่บ้านพักของนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ถนนราชวิถี มีการหารือการจัดตั้งพรรคพลังพลเมือง โดยมีอดีตนักการเมืองและอดีตรัฐมนตรีส่วนใหญ่เป็นอดีตสมาชิกพรรคความหวังใหม่เข้าร่วม อาทิ นายเอกพร รักความสุข อดีต รมช.แรงงาน นายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ อดีต รมช.อุตสาหกรรมและอดีต รมช.มหาดไทย นายกริช กงเพชร อดีต รมช.เกษตรฯ และ อดีตรองประธานสภาฯ นพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล อดีต รมช.พาณิชย์ จากนั้นนายสัมพันธ์แถลงว่า พรรคมีอดีต ส.ส.จะมาร่วมประมาณ 30 คน เกือบครึ่งเคยมีตำแหน่งด้านบริหาร ทุกคนในพรรคเคยอยู่ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ความหวังใหม่ พลังประชาชน เพื่อไทย กิจสังคม ตนก็เคยอยู่มาหลายพรรคเช่นกัน ส่วนจะอยู่ฝ่ายใดต้องตอบว่าเราขออยู่ฝ่ายประชาชน เร็วไปว่าจะอยู่ฝ่ายใคร และขอให้จดทะเบียนพรรค หาสมาชิกพรรคเสร็จ หลังจากวันที่ 1 มี.ค. จะชี้แจงอีกที
เมื่อถามว่าพรรคนี้เป็นนอมินีของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสัมพันธ์กล่าวว่า เราเบื่อหน่ายท้อแท้กับพรรคที่มีเจ้าของ เราไม่เป็นนอมินีใคร แต่เป็นนอมินีประชาชน และเร็วไปว่าเราจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ เมื่อถามอีกว่า อยากเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน นายสัมพันธ์กล่าวว่า นักการเมืองจะอยู่ฝ่ายใดก็รับใช้ประชาชน ถ้าเป็นรัฐบาลก็รับใช้ประชาชน ถ้าฝ่ายค้านก็ช่วยเป็นปากเสียงให้ประชาชน ส่วนตัวขอสนับสนุนคนดีมีจริยธรรมเป็นผู้บริหารสูงสุด เมื่อถามว่า จะสนับสนุนทหารหรือไม่ นายสัมพันธ์กล่าวว่า แล้วแต่มุมมอง ไม่อยากยุ่งไม่อยากอยู่ในวังวนเก่าๆ จึงออกมาตั้งพรรคใหม่ ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น ยังไม่ได้หารือกัน ทุกคนเป็นได้ถ้าหารือเสร็จแล้วจะชี้แจงอีกที
ฝันเป็นทางเลือกผ่าทางตัน
ด้านนายเอกพร รักความสุข อดีต รมช.แรงงาน กล่าวว่า พรรคจะแก้ปัญหาทางตันทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2540-2561 ประมาณ 20 ปีของการเมือง เรามีทั้งเลือกตั้ง ยึดอำนาจ มีรัฐธรรมนูญหลายฉบับ มีการเลือกตั้ง 4-5 ครั้ง และอีกส่วนไม่อยากเลือกตั้ง จึงไม่อยากให้ถึงทางตัน เลยคิดถึงคำว่าสวิตเซอร์แลนด์โมเดลขึ้นมา เพราะเป็นประเทศที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยากให้ประชาชนไม่จำนนต่อภาวะรวยกระจุก จนกระจาย ทำอะไรยั่งยืน มีระบบเศรษฐกิจไม่เอารัดเอาเปรียบตามกฎหมาย การสร้างความเท่าเทียม ส่วนความมั่นคงทางการเมือง จะเดินไปข้างหน้าต้องทำให้การเมืองเป็นการเมืองที่คนเข้าใจ เห็นพ้องต้องกัน ถ้าเป็นรัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชน หลังจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเรา จะสร้างความเชื่อมั่นทางการเมืองไว้วางใจได้ เป็นพลังคนไทย ก้าวต่อไปที่มั่นคง
สนช.ไม่ขัดตั้ง กมธ.แย้ง ก.ม.ลูก
ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงผลการประชุมวิป สนช.ว่า สนช.ยังไม่ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ไปให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาจะตั้ง กมธ.ร่วมทบทวนเนื้อหากฎหมายหรือไม่ ส่วนกรณี กรธ.เป็นห่วงร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.ที่แบ่งผู้สมัครเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผู้สมัครอิสระ และผู้สมัครในนามองค์กรอาจขัดรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญนั้น ต้องรอคำตอบจาก กรธ.และ กกต.ก่อน หากเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย ซึ่ง สนช.ก็พร้อม เพราะเคยมีประสบการณ์การตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมาแล้ว ส่วนความคืบหน้าการสรรหา กกต. ทั้ง 7คนนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัคร กกต.คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ในวันที่ 22 ก.พ.นี้
กกต.ค้าน 6 ข้อ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.–ส.ว.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม กกต.วันที่ 30 ม.ค. ที่ประชุม กกต.รับทราบกรณีที่สำนักงาน กกต.รายงานความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ผ่านความเห็นชอบของ สนช. โดย กกต.คาดว่าจะได้รับร่างกฎหมาย 2 ฉบับ อย่างช้าไม่เกินต้นสัปดาห์หน้า และสำนักงานจะเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาทันทีในวันที่ 6 ก.พ.เบื้องต้นที่ประชุม กกต.มีความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างน้อย 5-6 ประเด็นน่าจะไม่ตรงตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ อาทิ มาตรา 35 (4) (5) ที่ตัดสิทธิบุคคลซึ่งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งว่าไม่มีสิทธิสมัครรับราชการ พนักงาน ลูกจ้างของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา และสิทธิในการได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
อัดจัดมหรสพไม่สอดคล้อง รธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า มาตรา 49 การสมัครรับเลือกตั้งที่ให้ผู้สมัครแต่ละพรรคในแต่ละเขตได้รับหมายเลขประจำตัวแตกต่างกัน อาจเพิ่มภาระให้ประชาชน มาตรา 75 ที่ตัดเรื่องการห้ามทำการหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงๆ ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้เลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม มาตรา 139 เกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และการสั่งเลือกตั้งใหม่หลังประกาศผลการเลือกตั้ง ที่ กกต.ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เนื้อหาตามบทบัญญัติมีทั้งที่อาจเขียนไม่ครบ เขียนเกินกว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 225 และมาตรา 226 บัญญัติ ส่วนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่าการยกเลิกการเลือกไขว้ จะทำให้เกิดการบล็อกโหวตได้ง่ายขึ้นหรือไม่ อาจมีผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม จึงขอให้สำนักงานฯ ไปเขียนเหตุผลประกอบแต่ละประเด็นให้ชัดเจนหนักแน่นว่าไม่ตรงตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญอย่างไร และให้เสนอในการประชุม กกต.วันที่ 6 ก.พ.
“เรืองไกร” บี้นายกฯ สั่งอายัดนาฬิกาหรู
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง ก.พ.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.เร่งรัดให้นายกฯ สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรยึดหรืออายัดนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม มาตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาว่า มีการเสียภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มครบถ้วนหรือไม่ ให้เทียบเท่ากับกรณีกรมศุลกากรตรวจสอบกระเป๋าและนาฬิกาของดาราบางคน รวมทั้งกรณีรถยนต์หรูเพื่อตรวจสอบการสำแดงภาษีนำเข้าเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า ป.ป.ช.ระบุว่ามีข้อเท็จจริงที่เชื่อได้ว่านาฬิกาหรู 25 เรือนของ พล.อ.ประวิตรมีอยู่จริง แม้จะอ้างว่ายืมเพื่อนมาใส่ และเป็นสินค้าราคาแพง ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งแบบถูกต้องโดยบริษัทนำเข้า ที่ตรวจสอบเอกสารนำเข้าหรือใบเสร็จรับเงินหรือแบบหลบเลี่ยงภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มจะไม่มีเอกสารมาแสดง ทำให้รัฐเสียหายเก็บภาษีไม่ได้ขาดรายได้หลายล้านบาท ต้องตรวจสอบให้ชัด แต่เจ้าหน้าที่คงไม่กล้าจะไปเรียกอายัดเอง จึงเรียกร้องให้นายกฯสั่งการโดยด่วน และควรสั่งให้ พล.อ.ประวิตรให้ความร่วมมือส่งมอบนาฬิกา หรือชี้เบาะแสเพื่อนำไปสู่การยึดนาฬิกามาตรวจสอบด้วย
“เอกชัย” ตื๊อมอบนาฬิกา“ประวิตร”
ขณะที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง เดินทางมามอบนาฬิกาให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม แต่เจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล ได้เชิญตัวนายเอกชัยไปพูดคุยที่ศูนย์ บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. ก่อนให้เดินทางกลับ โดยนายเอกชัยกล่าวว่า จะเดินทางมามอบนาฬิกาให้กับ พล.อ.ประวิตรทุกวันที่ท่านมาร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และถ้าทราบว่า พล.อ.ประวิตรเดินทางไปภารกิจที่ไหน จะตามไปมอบนาฬิกาต่อไป
นายกฯย้ำไม่บังอาจสั่งเด้ง ผอ.นิด้าโพล
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.กล่าวถึงกรณี ผอ.นิด้าโพลลาออกว่า ยืนยันไม่รู้จักใครทั้งสิ้น ไม่บังอาจไปสั่งใคร ไม่ว่าจะเป็น ผอ.จัดทำโพลที่ลาออกไป หรืออธิการบดีนิด้าก็ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่ว่าสื่อหรือการทำโพล ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง เมื่อมีผลโพลทุกสัปดาห์ก็อ่านดูเท่านั้นและอ่านคำถามพอจะได้คำตอบว่าโพลนั้นทำมาเพื่ออะไร เจตนาบริสุทธิ์หรือไม่ แต่ไม่ก้าวล่วงอะไรอยู่แล้ว ช่องทางการรับฟังความเห็นมีหลายช่องทาง ทั้งศูนย์ดำรงธรรม หรือคำถาม 4 บวก 6 ความเห็นเข้ามา 1.4 ล้านคนแล้ว และเป็นคำถามปลายเปิด เชื่อว่าทุกคนมีเจตนาดี แต่ขอร้องว่าอย่ามาโยนว่ารัฐบาลไปบังคับใคร บังคับใครไม่ได้ สำหรับกรณีโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ที่พบปัญหาเงินลงไปไม่ถึงเกษตรกรมีข่าวมาตลอดเรื่องการแบ่งเค้กระหว่างทางอย่างไรยังไม่รู้ เพราะงบฯยังไม่โอนไปถึงข้างล่างอยู่ระหว่างตรวจสอบ
“บิ๊กป้อม” ยืดอกดูความเรียบร้อยเอง
อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการดูแลการเคลื่อนไหวของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่ประกาศชุมนุมต่อเนื่อง แม้มีบางส่วนถูกแจ้งข้อหาไปแล้วว่า เราต้องการความ สงบหรือไม่ ถ้าต้องการความสงบก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงที่จะดูแล ต้องยึดกรอบตามกฎหมายและคำสั่งของ คสช. ตอนนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์จะมาอะไรล่ะ เมื่อถามว่าการประกาศชุมนุมต่อเนื่องเกรงจะลุกลามหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตอนนี้ยัง ไม่มีการชุมนุมคงไม่เป็นไร ส่วนมาตรการดูแลความเรียบร้อยไม่เป็นไรเดี๋ยวตนเตรียมเอง ทางการข่าวก็มีกลุ่มเดียวที่เห็น เมื่อถามว่า การชุมนุมจะไม่ลุกลามไปยังพื้นที่อื่นใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ได้พูด เป็นคำที่สื่อพูด มีกลุ่มเดียวไปได้แค่ไหนก็แค่นั้น เมื่อถามอีกว่า ทางการข่าวจะมีการรวมตัวจากต่างจังหวัด เพื่อมาชุมนุมในกรุงเทพฯหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สื่อคิดไปเอง การชุมนุมทางการเมืองรวมตัวได้ไม่เกิน 5 คน แล้วจะไปรวมตัวอะไรกัน
สมช.ยันดูแลได้กลุ่มเคลื่อนไหว
พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆที่มีมากขึ้นในช่วงนี้ว่า ตราบใดที่ยังอยู่ในกรอบกฎหมายไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนกรณีนายไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุอาจมี กลุ่มต่างประเทศสนับสนุนผู้เคลื่อนไหวในขณะนี้ ต้องสืบสวนกันต่อไป เมื่อถามว่ามีประชาชนออกมาร่วมด้วยเกรงว่าสถานการณ์จะลุกลามหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า อย่างที่ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวกันหลายกลุ่ม ถ้าเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของกฎหมายไม่มีอะไร มีสิทธิเสรีภาพทำได้ ปัจจุบันเรายังดูแลสถานการณ์ได้ ยังไม่พบว่ามีสถานการณ์ที่รุนแรง แต่ยังต้องมีการติดตามอยู่เรื่อยๆ ส่วนจะมีกลุ่มเคลื่อนไหวฮาร์ดคอร์เข้ามาร่วมด้วยหรือไม่ กำลังตรวจสอบอยู่
คสช.แจ้งความ 7 แนวร่วมฟื้นฟู ปชต.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ สน.ปทุมวัน พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำ บก.ทบ. ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมายส่วนงานการรักษาความสงบแห่งชาติ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมัคร ปัญญาวงศ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีนักเคลื่อนไหว 7 คนที่นัดมวลชนมาแฟลชม็อบ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. เวลา 21.00 น. และวันที่ 27 ม.ค.เวลา 19.00 น.ที่บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน ประกอบด้วย 1.นายรังสิมันต์ โรม 2.นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ 3.น.ส.ณัฎฐา มหัทธนา 4.นายอานนท์ นำภา 5.นายเอกชัย หงส์กังวาน 6.นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ 7.นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 และกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำ ภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ในหมู่ประชาชน
“ศรีวราห์” สาวต่อหาท่อน้ำเลี้ยง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. มีผู้มาร้องทุกข์จากการชุมนุมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่บริเวณแยกปทุมวัน จากนี้จะดำเนินการไปตามกระบวนการสอบสวน การชุมนุมครั้งนี้คาดว่าน่าจะมีการกระทำที่เข้าข่ายความผิด และผิดตามพ.ร.บ.ชุมนุมด้วย ต้องปฏิบัติให้ถูกตามกฎหมายชุมนุม ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายถือเป็นความผิด ส่วนเบื้องหลังการชุมนุมจะเป็นอย่างไรมีการสอบสวนกันอยู่ จะมีใครเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลัง ออกหมายเรียกใครออกหมายจับใครเดี๋ยวก็รู้ ที่ผ่านมาการชุมนุมแต่ละครั้งก็มีแต่หน้าเดิมๆ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะดำเนินการไปตามกบิลบ้านกบิลเมืองยืนยันได้แค่นี้ เพราะเราไม่ได้ออกหมายจับเอง ต้องไปขออนุมัติศาล และรอให้ศาลอนุมัติก่อนกระบวนการอื่นจึงเดินไปได้
ยืนยันเป็นพื้นที่ห้ามชุมนุม
ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้เชิญนางนวพร กลิ่นบัวแก้ว ผอ.เขตปทุมวัน และเจ้าหน้าที่เขตปทุมวัน มาสอบสวนประเด็นสะพานลอยฟ้าสี่แยกปทุมวัน ว่าเป็นพื้นที่สาธารณะหรือไม่ โดยนางนวพรพร้อมเจ้าหน้าที่ให้การยืนยัน พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เปิดให้ใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ และยืนยันว่าอยู่ห่างจากเขตพระราชฐานไม่เกิน 150 เมตร เป็นพื้นที่ห้ามตามพ.ร.บ.การชุมนุม มาตรา 7 โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า วันนี้ให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน รวบรวมพยานหลักฐานจากรูปภาพที่ปรากฏว่าบุคคลตามภาพได้เข้าร่วมชุมนุมนอกเหนือจาก 7 คน ที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปก่อนหน้านี้เพื่อขออนุมัติต่อศาล
ปลุกทุกสีรวมพลังต้านสืบอำนาจ
นายรังสิมันต์ โรม นศ.ปริญญาโท นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย กล่าวว่า การถูกแจ้งความจับไม่ใช่เรื่องผิดคาด เมื่อเรียกร้องให้ คสช.คืนอำนาจ เป็นธรรมดาที่ คสช.ต้องทำทุกวิถีทางที่จะรักษาอำนาจตัวเองไว้ แต่ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อการชุมนุมวันที่ 10 ก.พ. และอาจคึกคักมากกว่าที่คาดด้วยซ้ำ ช่วงนี้คงใช้สื่อโซเชียลรณรงค์มาร่วมชุมนุม อยากฝากผู้มาร่วมว่าไม่ว่าเสื้อสีไหน เรากำลังสู้เพื่อเปลี่ยนการปกครองเพื่อประชาชน ถ้ายังแบ่งฝักฝ่ายแบ่งสีเสื้อกันประชาชนจะยิ่งอ่อนแอ เข้าทางฝ่ายเผด็จการที่จ้องสืบทอดอำนาจ ส่วนที่มีข่าวว่าตำรวจอยากตรวจสอบเรื่องท่อน้ำเลี้ยงแกนนำ เห็นพูดมานานตนเคลื่อนไหวต่อต้านมาตั้งแต่ปี 57 ตรวจสอบไม่เจอสักที น่าจะตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยง คสช.บ้าง 4 ปี ที่บริหารประเทศ ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินรวยขึ้นทุกคน
เย้ย คสช.มุกเดิมปิดปากกลุ่มต้าน
นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา กล่าวว่า คสช.ใช้วิธีการเดิมนำกฎหมายพิเศษมาสร้างความกลัวให้คนที่คิดต่อต้าน ฝ่ายข่าวกรองคงประเมินว่าการชุมนุมวันที่ 10 ก.พ.น่าจะได้รับการตอบรับพอสมควร จึงใช้มาตรา 116 ข้อหาค่อนข้างรุนแรงมาปิดปาก ถ้าเราไม่ออกมาไล่คสช.ประชาชนที่เห็นต่างจะต้องโดนไล่บี้ต่อไป ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อไป โจทย์ใหญ่ก่อนถึงวันนัดหมายชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยวันที่ 10 ก.พ. จะหาแนวทางให้คนหน้าใหม่เข้ามาร่วมเพิ่มขึ้นได้อย่างไร เบื้องต้นการชุมนุมคงไม่ยืดเยื้อเพราะเป็นแค่การเริ่มต้น แต่ถ้ามีคนร่วมจำนวนมากหรือสะท้อนว่าคนรับไม่ได้กับ คสช.แล้วคงพิจารณาสถานการณ์เฉพาะหน้ากันอีกที
เชื่อพาเหรดล้อการเมืองถูกแบนอีก
นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตประธานสภานิสิตจุฬา หนึ่งในผู้ต้องหากล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติมากกว่าเสียใจ เหมือนคนได้รับรางวัลเพราะทำสิ่งถูกต้อง เพียงแต่ไม่ได้เป็นรางวัลที่ดี เนื่องจากประเทศขณะนี้ถูกคนเลวร้ายปกครองอยู่ จึงพยายามข่มขู่ไม่ให้คนเห็นต่างพูด ส่วนตัวไม่ได้อยู่กับกลุ่มไหน ไปร่วมเพราะใช้สิทธิ์ในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง สำหรับงานฟุตบอลประเพณีจุฬา ธรรมศาสตร์ วันที่ 3 มี.ค. เชื่อว่าขบวนพาเหรดล้อการเมืองจะถูกปิดกั้น ไม่สามารถทำได้อย่างอิสระเต็มที่เหมือนทุกปี จะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นภาพของประเทศไทยที่กำลังถูกเผด็จการทหารปกครองอยู่ได้เป็นอย่างดี
นายกฯ ส่อชะลอโรงไฟฟ้าเทพา
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวภายหลังประชุมครม.ถึงกรณีเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ยื่นหนังสือขอให้ทบทวนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.สงขลา และขอให้ยุติการดำเนินคดีการชุมนุมช่วงการประชุมสัญจร จ.สงขลา ว่า ได้สั่งการนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ไปดำเนินการ จะชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เท่าที่ทราบอาจจะต้องชะลอโครงการนี้ไปก่อนช่วงเวลาหนึ่ง ขณะเดียวกันต้องแก้ปัญหาขาดแคลนพลังงาน ปัญหาสายส่ง ปัญหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าทดแทนในพื้นที่ ฝากไปถึงพี่น้องที่คัดค้านอยู่ตอนนี้ ตราบใดที่ยังมี 2 ฝ่าย รัฐบาลก็ทำอะไรได้ยาก รัฐบาลไม่อยากใช้กฎหมายเต็มที่ แต่ต้องคำนึงความมั่นคงด้านพลังงานด้วย ต้องสอบถาม รมว.พลังงานว่าจะมีวิธีการอื่นหรือไม่ที่จะทำให้ไม่เกิดปัญหาขาดแคลนพลังงานในภาคใต้ รมว.พลังงานระบุว่ามีวิธีแก้ไขระยะสั้นๆ แสดงว่ารัฐบาลฟังทุกประเด็น ส่วนคดีความต้องไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรม เป็นคดีความแล้วแก้ยากแต่จะให้ความเป็นธรรม และพร้อมช่วยเหลือ
ม็อบต้านยืนกรานให้ยกเลิก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าสำนักงาน ก.พ.เมื่อเวลา 10.00 น. เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เดินทางมาปักหลักชุมนุมอีกครั้ง เพื่อรอคำตอบจากนายกฯ โดยนายมัธยม ชายเต็ม ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ กล่าวว่า เราต้องการให้ยกเลิกโครงการ ไม่ใช่ให้ชะลอ คนส่วนมากไม่ต้องการพลังงานจากถ่านหิน พวกตนจะกลับไปพักผ่อน และต่อไปจะมาปักหลักชุมนุมอีกจนกว่าจะยกเลิก
ครม.เคาะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-22 บาท
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.วันนี้ได้รับทราบเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ส่วนมาตรการทางการเงินการคลัง ก็ต้องช่วยเหลือทางด้านภาษีให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี ทั้งนี้ตนยังกังวลเรื่องเศรษฐกิจระดับล่าง เนื่องจากมีหลายผู้ประกอบการไม่ได้ขึ้นทะเบียน ทั้งแรงงานต่ำกว่า 50 คน ไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยว เพราะเกรงจะเสียภาษี เช่นเดียวกับเอสเอ็มอี 3 ล้านราย แต่ขึ้นทะเบียนไม่ถึง 1 ล้านราย แต่ก็อยากได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ถ้าไม่มีบัญชีจะช่วยอย่างไร อยากให้อยู่ในระบบเป็นข้อมูลไว้ต้องช่วยกันทั้งสองฝ่าย
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ครม.รับทราบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศของคณะกรรมการค่าจ้าง จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในอัตรา 5-22 บาท ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2561 เป็นต้นไป ส่งผลให้ค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ระหว่างวันละ 308-330 บาท เพื่อสร้างความเสมอภาคและเป็นธรรมในสังคม หลังจากที่ผู้ใช้แรงงานไม่ได้รับการปรับค่าจ้างมาระยะหนึ่งแล้ว
“คลัง” เดินหน้ายึดทรัพย์ “ปู”
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวถึงการนำสืบทรัพย์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังศาลปกครองยกคำร้องขอทุเลาคำสั่งยึดทรัพย์ คดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า กระทรวงการคลังทำงานต่ออยู่แล้ว ไม่ได้หยุด เดินหน้าไปตามปกติ ไม่ได้ชะลออะไร
ที่มาไทยรัฐ