วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

‘บิ๊กตู่’ ประกาศชัดๆ ลต.ไม่เกิน ก.พ.62

https://www.thairath.co.th/media/
ยันไม่‘ล้มก.ม.’ต่ออำนาจ! เฮหยุดยาวสงกรานต์5วัน


“บิ๊กตู่” ประกาศเลือกตั้งไม่เกิน ก.พ.2562 ย้ำไม่คิดล้มกฎหมายเล่นเกมยื้อเวลา มั่นใจไม่มีสุญญากาศ กกต.ยังหวั่นปลดล็อกการเมืองแล้ววุ่นวาย ขู่จัดการแน่ เมิน “พิน็อกคิโอ” ล้อเลียน สอนเด็กทำงานบริการห้ามหงุดหงิด-ใช้อารมณ์ “สมชัย” แจงสมัครเลขาฯ กกต. แต่ไม่ลาออกจากตำแหน่งเดิม ยันไม่คิดเดินเกมล็อบบี้ให้ กกต.ลงคะแนน “ศุภชัย” ห่วงเหลือ 3 คนทำงานไม่ได้ “มีชัย” สำทับเหลือ 3 ต้องหาเพิ่ม “เทพเทือก” กั๊กตั้งพรรคใหม่ แต่ใจยังหนุน “บิ๊กตู่” เต็มที่ “ไพบูลย์” ยันตั้งพรรคแน่ 2 มี.ค. ครม.เคาะวันหยุดสงกรานต์ 5 วัน นายกฯตั้งเป้าลดยอดตายให้น้อยที่สุด

สถานการณ์การเมืองคุกรุ่นขึ้นตามลำดับในช่วงโค้งสุดท้ายรัฐบาล คสช. บรรดานักการเมืองยังคงตั้งคำถามถึงโรดแม็ปวันเลือกตั้งอยู่เป็นระยะ หลังเกิดเหตุการณ์ติดขัดในการจัดทำกฎหมายลูก รวมทั้งล่าสุดที่เกิดการคว่ำกระดานผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. 7 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ออกมาระบุวันเลือกตั้งอีกครั้งจะมีขึ้นไม่เกินเดือน ก.พ. 2562

“บิ๊กตู่” สอนทำงานห้ามหงุดหงิด
เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ตลอดจนผู้บริหารกระทรวง นำนักเรียน นักศึกษาและสถานประกอบการ อาทิ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) บริษัทเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบิ๊กซี ที่เข้าร่วมโครงการประชารัฐรวมพลัง สร้างยุวแรงงาน เข้าพบนายกฯเป็นโครงการสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ 20 ปี เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้ใช้เวลาช่วงปิดเทอมเรียนรู้ทักษะการทำงาน โดยนายกฯกล่าวว่า การทำงานบริการสิ่งสำคัญคือ กริยา ท่าทาง อาการ ต้องไม่หงุดหงิดและไม่ใช้อารมณ์ เพราะลูกค้าคือเจ้านายเราต้องร่วมกันทำความดี นี่แหละไทยนิยม ทำความดีให้กับประเทศชาติ ตัวเองและครอบครัว ไม่ได้ทำให้ลุงทำเพื่อพวกเราทุกคน ต้องพัฒนาตัวเองไปเป็นผู้ประกอบการ

นิ่งไม่ตอบการ์ตูนล้อ “พิน็อกคิโอ”
ทั้งนี้ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินขึ้นตึกบัญชาการ ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นภาพการ์ตูนล้อเลียน “พิน็อกคิโอ” ของ ม.ธรรมศาสตร์แล้วหรือยัง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม เดินผ่านไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ยักไหล่ขอบคุณ “เทือก” ตั้งพรรคหนุน
ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการมูลนิธิมวลมหาประชาชน ประกาศตั้งพรรคการเมืองสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ว่า เป็นเรื่องของนายสุเทพ การตั้งพรรค การเมืองก็เห็นว่าตั้งกันเยอะแยะไม่ใช่หรือ ก็ตั้งกันไป ส่วนที่จะสนับสนุนตนเป็นรัฐบาลหรืออะไรต่างๆ ก็ขอขอบคุณ มีหลายคนพูดจาอย่างนั้น ต้องขอบคุณทุกคน ทั้งนี้จะเป็นไปได้อย่างไรอยู่ที่กฎหมายไม่ใช่หรือ ประชาธิปไตยหรือกฎหมายว่าอย่างไร ไม่ใช่สนับสนุนตนแล้ว ตนจะได้เป็นอะไรทำนองนั้น แล้วก็ไปขัดแย้งกันต่อไปอีก ด้วยคำว่าสนับสนุน ไม่สนับสนุน มันก็ขยายขายข่าวกันไปเรื่อย พอได้แล้ว

ประกาศเลือกตั้งไม่เกิน ก.พ.62
ผู้สื่อข่าวถามว่า 1 มี.ค.นี้ ที่เปิดให้พรรคการเมืองใหม่จดทะเบียนพรรค ทาง คสช.จะพิจารณาปลดล็อกให้มีการจัดประชุมพรรคเพื่อทำกิจกรรมการเมืองได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า วันที่ 1 มี.ค.นี้เป็นวันเริ่มต้นให้กลุ่มการเมืองจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ถือว่าพรรคการเมืองใหม่ยังไม่มีความพร้อมอะไรเลย ต้องให้ความเป็นธรรมตรงนี้บ้าง ส่วนการประชุมพรรคสามารถให้จัดประชุมได้ในกิจกรรมที่จำเป็นเพราะยังไม่มีอะไรเลย ขณะที่การจัดกิจกรรมทางการเมือง ต้องขออนุญาต คสช.เป็นครั้งคราว เป็นเรื่องเป็นราวไป บางอย่างอาจอนุมัติ แต่บางอย่างอาจไม่อนุมัติ ในส่วนนี้ให้สำหรับพรรคการเมืองใหม่เท่านั้น วันนี้พอจดทะเบียนแล้ว เพียงแต่ให้มีการประชุม 250 คน ในการจัดตั้งพรรคและเตรียมระเบียบต่างๆรองรับไว้ก่อน ให้ได้แค่นั้น อะไรอื่นๆ ต้องขออนุญาต คสช. ส่วนพรรคการเมืองเก่า วันที่ 1 เม.ย.นี้ ให้เริ่มสำรวจสมาชิก เพราะมีรายชื่ออยู่แล้ว แต่ยังประชุมพรรคไม่ได้ แต่หลังจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ส.ส.-ส.ว. ซึ่งจะเสร็จราวเดือน มี.ค.ก็จะทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงพิจารณาประมาณ 3 เดือน ก็จะออกมาประมาณ มิ.ย. เมื่อถึงเวลานั้นแล้วก็จะมีการประชุมหารือกันทั้งในส่วนแม่น้ำ 4 สาย 5 สาย รวมถึงพรรคการเมือง หารือกันว่าตามกติกาควรกำหนดวันเลือกตั้งเมื่อไหร่อย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนดคือไม่เกินเดือน ก.พ.62 เพราะได้มีการเลื่อนไปจากเดิม 90วัน หรือ 3 เดือน ตามกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ก็แค่นั้น


หวั่นปลดล็อกแล้วป่าช้าแตก
“ตอนนี้ผมตอบชัดเจนแล้วนะ การเลือกตั้งไม่เกินเดือนกุมภาฯ ปี 62 จะเอาอะไรกันอีก แต่จะวันเวลาไหนก็อยู่ในห้วงเวลาดังกล่าวนั่นแหละ ประมาณ 150 วัน แต่ใน 150 วันนี้ ก็ต้องพิจารณาดูว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร ผมไม่ได้ขู่นะ แต่ถ้าทุกคนยังออกมา เดี๋ยวคอยดูแล้วกัน พอเวลาปลดล็อกทางการเมืองมันจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ผมก็หวังให้มันเกิดสิ่งดีๆขึ้นมา หาเสียงกันโดยสงบ ไม่ใส่ร้ายป้ายสีกัน ไม่ยุยงปลุกปั่นอะไรทำนองนี้ มันจะได้เลือกตั้งได้ ผมก็อยากให้เลือกตั้งได้ ไม่ได้หมายความว่าจะให้เลือกตั้งไม่ได้ แล้วผมจะได้อยู่ต่อ ถ้าคิดแบบนี้ ก็ไม่อยากจะคุยด้วย พอแล้วนะเรื่องนี้ เรื่องล้มกฎหมาย ผมบอกแล้วไม่มีนโยบาย มันทำไม่ได้ มันไม่ควรจะล้มต้องไปหาทางกันให้ได้เพื่อให้เลือกตั้งได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

มั่นใจไร้สุญญากาศ กกต.
เมื่อถามว่า การพิจารณาปลดล็อกพรรคการ เมืองจะใช้อะไรเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า สื่อก็รู้อยู่แล้ว การปลดล็อกคือความพร้อมของกฎหมายต่างๆ เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นและการเลือกตั้งสนามใหญ่จะปลดล็อกกันได้อย่างไร ต้องไปดูหลังกฎหมายลูก ส.ส.-ส.ว. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว อย่างที่บอกเดือน มิ.ย.นี้ ก็จะเชิญทุกคนที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกันในการที่จะกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน ซึ่งอยู่ในกรอบเดือน ก.พ.62 ก็ไปวางแผนกันอย่างนั้นแล้วกัน สุญญากาศไม่มีหรอก กกต.มีตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อถามว่า หากเกิดสุญญากาศ กกต.จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ หรือจะตัดสินใจใช้ ม.44 แก้ปัญหานี้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เรื่อง กกต.มันไม่มีวันเกิดสุญญากาศ ถ้าสรรหา กกต.ใหม่ไม่ทัน กกต.เก่าก็ยังอยู่ แต่คิดว่าการสรรหาต้องทำให้ทัน ถ้าสรรหาใหม่ได้ ชุดใหม่ก็ทำไป ถ้าไม่ทันชุดเก่าก็จะเป็นคนจัดการเลือกตั้ง จบไหมล่ะ จบ พอได้แล้ว พาดหัวข่าวกันทุกวันเรื่อยเปื่อยไม่ต้องมาถามซ้ำอีก


“สมชัย” แจงเหตุสมัครเลขาฯ กกต.
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กล่าวถึงกรณีสมัครเข้าชิงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.ว่า ได้แจ้งเหตุผลในการตัดสินใจลงสมัครคัดเลือกเป็นเลขาธิการ กกต. ให้ กกต.อีก 4 คนได้รับทราบ และขอให้ กกต.ทั้ง 4 คนลงมติด้วยความอิสระสบายใจ ว่าไปตามเนื้อผ้า ไม่จำเป็นต้องเห็นชอบตน โดยวันลงมติตนจะไม่ขออยู่ในที่ประชุมด้วย ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเหตุใดถึงไม่ลาออกจาก กกต.ก่อนลงสมัครเลขาธิการ กกต.นั้น เรื่องนี้กฎหมายไม่ได้เขียนห้ามไว้ ผู้สมัครรายอื่น เช่น รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รองเลขาธิการ กกต. ก็ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งก่อนมาสมัครเช่นกัน ขณะนี้เหลือเวลาการรับสมัครอีก 1 วัน อยากให้บุคคลที่คิดว่ามีความพร้อม มีคุณสมบัติครบ ถ้วนมาสมัคร ไม่อยากให้มองว่าตนมาสมัครแล้วจึงไม่กล้ามาสมัคร ส่วนตัวเป็นเพียงแค่ผู้เข้าแข่งขันรายหนึ่ง อาจจะไม่ได้รับการพิจารณาจาก กกต.ก็ได้

ห่วงเหลือ กกต.3 คนทำงานลำบาก
ด้านนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวว่า กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ลงสมัครเลขาธิการ กกต. อยู่ที่ กกต.จะเห็นชอบหรือไม่ ยังตอบไม่ได้จะเทใจให้นายสมชัยหรือไม่ เป็นเรื่องกระบวนการสรรหา เมื่อถามว่า หากนายสมชัยไปเป็นเลขาธิการ กกต. แล้วต้องลาออก รวมกับ กกต.ที่หมดวาระ จะเหลือ กกต.แค่ 3 คน จะเกิดปัญหาหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า ถ้าเหลือ กกต.อยู่ 4 คน ยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ถ้าเหลือ กกต.3 คน จะมีปัญหาเรื่องกรณีการตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ไม่สามารถทำได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องอนาคต อย่าไปสมมติ ถึงวันนั้นค่อยไปว่ากัน แต่ทุกเรื่องมีทางออกอยู่ เมื่อถามว่า จะมีการใช้มาตรา 44 ต่ออายุให้ กกต.ที่หมดวาระหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า ตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับ คสช.เป็นผู้ตัดสินใจ ถ้า คสช.เห็นว่าการใช้ ม.44 เป็นทางออก กกต.ก็ไม่ขัดข้อง


“มีชัย” ชี้เหลือไม่ถึงครึ่งต้องหาเพิ่ม
ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการทำหน้าที่ของ กกต.ชุดปัจจุบันหากมีคนพ้นจากตำแหน่ง ว่า องค์ประชุมของ กกต. ต้องดูตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในบทเฉพาะกาล ประกอบกับกฎหมายลูกว่าด้วย กกต.เป็นหลัก องค์ประชุมที่กำหนดไว้ต้องคิดตามอัตราส่วน ต้องมี 5 จาก 7 คน เป็นไปตามจำนวน กกต.ชุดใหม่ ดังนั้น กกต.ชุดปัจจุบันองค์ประชุมจะมี 4 คน แต่เมื่อไรที่เหลือน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ต้องสรรหาเพิ่ม โดยอาจขอให้ศาลดำเนินการตามมาตรา 17 ของกฎหมายลูกว่าด้วย กกต.ได้ เพราะ กกต.ที่เหลือน้อยกว่ากึ่งหนึ่งไม่อาจดำเนินการได้ เช่น การออกระเบียบ ส่วนควรใช้ ม.44 ในการสรรหา กกต.หรือไม่ นั้น ตอบไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้มีอำนาจ เมื่อถามถึง ความเหมาะสมที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ลงสมัครรับการสรรหาเป็นเลขาฯ กกต. นายมีชัยตอบว่า “ถามเรื่องอื่นได้ไหม ผมไม่รู้ ถามเรื่องอื่นเถอะ”

สายศาลส่งชื่อซ้ำให้ สนช.โหวตได้
เมื่อถามถึงมติโหวตคว่ำว่าที่ 7 กกต. ที่มีสาเหตุหนึ่งเกิดจาก 2 ตัวแทนสายศาล ถูกครหาว่าลงมติคัดเลือกไม่เปิดเผย นายมีชัยตอบว่า การลงคะแนนโดยเปิดเผยหมายความว่า ทำให้รู้ได้ว่า ใครเลือกใคร มันมีหลายวิธี เชื่อว่าศาลคงหาวิธีใหม่ ที่ทำให้ไม่มีข้อสงสัย ซึ่ง 2 ตัวแทนสายศาล ที่ สนช.มีมติไม่เห็นด้วย ไม่ได้ถูกห้ามให้ลงสมัครใหม่ เหมือน 5 คนที่มาจากสัดส่วนของคณะกรรมการสรรหา เพราะ สนช. แก้ไขกฎหมายลูกว่าด้วย กกต.แล้ว

เชิญศาลฎีกา–องค์กรอิสระเฟ้น 7 กกต.
นายนัฑ ผาสุก เลขาธิการสำนักงานวุฒิสภา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหา 7 กกต.รอบใหม่ว่า ได้ทำหนังสือแจ้งมติที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปยังที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้ดำเนินการคัดเลือก 2 ตัวแทนจากสายศาลฎีกาแล้ว เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่รายชื่ออีก 5 คนที่คณะกรรมการสรรหา กกต.จะคัดเลือกนั้น อยู่ระหว่างขั้นตอนธุรการ โดยในวันที่ 27 ก.พ.จะทำหนังสือไปยังองค์กรอิสระที่ไม่มีตัวแทนร่วมเป็นกรรมการสรรหา กกต.รอบที่แล้ว 3 องค์กร คือตัวแทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตัวแทนคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และตัวแทนผู้ตรวจการแผ่นดินส่งตัวแทนเข้ามาร่วมการสรรหาภายใน 20 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพราะการสรรหา กกต.รอบที่แล้ว มีองค์ประชุมกรรมการสรรหาอยู่แค่ 5 คน ดังนั้นเมื่อเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ จึงอยากให้องค์ประชุมครบ 8 คน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รายชื่อกรรมการสรรหาครบแล้ว จะนัดประชุมเพื่อกำหนดวันเปิดรับสมัครผู้สนใจรับการสรรหาเป็น กกต.ต่อไป

ยันไม่ขัดแย้งจ่อเริ่มสรรหาใหม่
ด้านนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและกรรมการการเลือกตั้ง ออกมาระบุให้ติดตามความขัดแย้งระหว่างสถาบันศาลและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีสนช.คว่ำ 7 ว่าที่ กกต.ว่า การดำเนินงานของศาลยุติธรรมเป็นการทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ยืนยันไม่มีความขัดแย้งแน่นอน ส่วนขั้นตอนคัดเลือกบุคคลเข้าทำหน้าที่ กกต.นั้น ต้องรอให้ สนช.ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับมีมติดังกล่าวส่งถึงศาลฎีกา เพื่อให้เริ่มกระบวนการสรรหาผู้ที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นว่าที่ กกต.ในสัดส่วนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คนใหม่ หลังจากได้รับหนังสือแล้ว ประธานศาลฎีกาจะกำหนดนัดประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด 176 คน เพื่อเริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่ตามขั้นตอน

กมธ.ปรับ ก.ม.เลือกตั้ง ส.ส.ลงตัว
นายสมชาย แสวงการ โฆษกกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า กมธ.ร่วมฯ ได้สรุปการพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.เสร็จแล้ว มีทั้งประเด็นที่คงความเห็นตามที่ประชุม สนช.เห็นชอบมา และการปรับแก้ตามข้อท้วงติงของ กรธ.และ กกต. ในส่วนที่มีการปรับแก้คือ การตัดทิ้งการแสดงมหรสพและงานรื่นเริงระหว่างการหาเสียงตามที่ กรธ.โต้แย้งมา เพราะเห็นว่า อาจทำให้เกิดการตีความเรื่องค่าใช้จ่ายการหาเสียง เป็นช่องว่างให้เกิดการฟ้องร้องตามมามากมาย นอกจากนี้ ยังปรับช่วงเวลาลงคะแนนเลือกตั้งจาก 07.00-17.00 น. เป็น 08.00-17.00 น. รวมถึงมาตรา 64 การปรับแก้ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองที่ร่างที่ผ่านการเห็นชอบจาก สนช.ระบุให้มีค่าใช้จ่ายเท่ากันทุกพรรคไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ โดยให้ตัดถ้อยคำ “เท่ากันทุกพรรค” ทิ้ง และแก้ไขให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กกต.ไปหารือกับพรรค การเมือง

มั่นใจได้รับเสียงเห็นชอบจาก สนช.
นายสมชายกล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ กมธ.ร่วมให้คงตามเนื้อหาที่ สนช.เห็นชอบมา คือ มาตรา 35 เรื่องการจำกัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่มีการเพิ่มการตัดสิทธิข้าราชการการเมือง และรองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่นที่ไม่ไปเลือกตั้ง จะไม่สามารถได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ โดยมี กมธ.เสียงข้างมากมีมติ 6 ต่อ 5 ให้คงเนื้อหาไว้ตามร่างเดิม แต่ปรับถ้อยคำเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียวที่ กมธ.ร่วมให้คงตามร่างเดิมคือ ให้ผู้สมัครของพรรคในแต่ละเขตเลือกตั้งได้หมายเลขสมัครไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับกรณีการอนุญาตให้ผู้พิการสามารถมีผู้ช่วยเข้าไปกาบัตรลงคะแนนในคูหาเลือกตั้งได้ โดยถือว่าการลงคะแนนยังเป็นความลับอยู่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ หลังจากที่ กมธ.ร่วมทบทวนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเสร็จแล้วจะเสนอต่อที่ประชุมสนช.ต่อไป คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา น่าจะได้รับความเห็นชอบจาก สนช. ทั้งนี้ จะเป็นการโหวตทั้งฉบับ ไม่ได้โหวตรายประเด็น และจะเปิดให้ กมธ.เสียงข้างมากและเสียง กมธ.ชี้แจงเหตุผลของแต่ละฝ่ายให้ สนช.รับฟัง จากนั้นจะลงมติโหวต หากไม่ผ่านจะต้องใช้เสียง สนช. 2 ใน 3 หรือ 166 เสียงขึ้นไป


“สุเทพ” แทงกั๊กตั้งพรรค กปปส.
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ให้สัมภาษณ์ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ถึงกรณีกลุ่มกปปส.จะตั้งพรรคการเมืองว่า เป็นธรรมดาที่มีคนคาดคิดว่าจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่แต่ละคนพูดตามความเข้าใจ โดยสถานการณ์ขณะนี้ตนยังต้องต่อสู้ทางคดีความ ไม่ทราบผลการพิพากษาจะเป็นอย่างไร ยืนยันตัวเองได้ปวารณาตัวในชีวิตที่เหลืออยู่ จะรับใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ ศาสนาและประชาชน จะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ แต่ยืนยันจะไม่กลับไปเป็นนักการเมือง ไม่ลงสมัคร ส.ส. ไม่ต้องการมีตำแหน่งทางการเมือง ไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับใคร ไม่เป็นนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ไม่เป็นกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคการเมือง และยืนยันจะไม่ทิ้งความรับผิดชอบภาระหน้าที่ในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยที่ต้องรับผิดชอบบ้านเมือง ที่เห็นว่าเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน ต้องช่วยกันดูแลบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัย เราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศไทยปลอดภัยและมั่นคง ส่วนจะสนับสนุนจดทะเบียนตั้งพรรค กปปส.หรือไม่นั้น เวลานี้ยังไม่ได้ดำเนินการ

กระต่ายขาเดียวชูจักแร้หนุน “บิ๊กตู่”
นายสุเทพกล่าวอีกว่า ขณะนี้เอาใจช่วยกับคนที่ต้องการมาปฏิรูปการเมือง เพราะมีจุดยืนเป็น ผู้รับใช้ประชาชน หากประชาชนจะให้ทำอย่างไรในทางที่ถูกต้อง เพื่อให้บ้านเมืองอยู่แล้วปลอดภัยก็ยินดี มวลมหาประชาชนต้องการให้มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เพราะไม่ต้องการให้คนจร ชั่วร้ายทางการเมืองกลับมาอีกและทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย ส่วนตัวยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ให้ดำรงตำแหน่ง นายกฯ สนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนกรณี พรรคการเมืองเสนอทางเลือกสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์นั้น ตนยังเชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะเป็นผู้นำที่ดี จะแก้ไขปัญหาประเทศได้ ขอฝากความหวังไว้กับท่านด้วย

“ไพบูลย์” ถือฤกษ์จัดตั้งพรรค 2 มี.ค.
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า ในวันที่ 2 มีนาคมนี้ จะมีตัวแทนพรรคไปยื่นจดแจ้งขอเตรียมการจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่สำนักงาน กกต. แน่นอน หลังจากนั้นจะทำหนังสือถึง คสช. เพื่อขออนุญาตจัดการประชุมผู้ร่วมก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเป็นนัดแรก โดยกำหนดจะขอประชุมพรรคปลายเดือน มี.ค. เพื่อรองรับข้อบังคับพรรค และเลือกกรรมการบริหารพรรค ก่อนมอบหมายให้ว่าที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรค การเมืองกับ กกต. คาดใช้เวลา 30-45 วัน ราวเดือน พ.ค. ก็จะได้รับประกาศเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับจดทะเบียนและตั้งเป็นพรรคการเมืองสมบูรณ์ตามกฎหมาย จากนั้นจะเริ่มรณรงค์ออกหาสมาชิกพรรคใหม่ทั้งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศต่อไป

กก.เคาะ “ภรณี” นั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน ประกอบด้วย นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด นายชนินทร์ บัวประเสริฐ ตัวแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ตัวแทนคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) โดยเชิญผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน จำนวน 2 คน ได้แก่ น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยา–พิทักษ์ และนางภรณี ลีนุตพงษ์ เข้ารับการสัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นในเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน จากนั้นที่ประชุมลงมติเลือกนางภรณี ลีนุตพงษ์ เป็นผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยจะจัดทำรายงานเพื่อเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวต่อประธาน สนช.ต่อไป

พิพากษายืนศาลชั้นต้นยกฟ้อง “สุเทพ”
ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีให้สัมภาษณ์วันที่ 22 พ.ค.54 พาดพิง นพ.เหวง โตจิราการ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. ส่งผลให้บุคคลทั้ง 3 เเละพรรคเพื่อไทยได้รับความเสียหาย ทำนองว่าเป็นพวกเผาเมือง และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพรรคเพื่อไทย คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เห็นว่าการลงเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทยจัดแกนนำ นปช.ไว้ในกลุ่มรายชื่อลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ลำดับต้นๆ และได้รับเลือกตั้ง ส่วนที่นายสุเทพกล่าวถึงเหตุการณ์ชุมนุมที่มีการเผาศาลากลางจังหวัดและห้างสรรพสินค้า เมื่อปี 53 เป็นไปตามรายงานการสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขณะนายสุเทพกล่าวอยู่ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รายงานสถานการณ์ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ ไม่ได้เป็นการกล่าวข้อความอันเป็นเท็จ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาพยานหลักฐานจำเลยมีน้ำหนักมั่นคง จำเลยแสดงความเห็นทางการเมืองโดยสุจริต อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

เร่งรัดอัยการนำตัว 34 ผู้ต้องหาส่งฟ้อง
บ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ อดีตทนายความแกนนำ นปช. ยื่นหนังสือต่ออธิบดีอัยการคดีพิเศษ เพื่อขอให้ติดตามตัวผู้ต้องหาในคดีกบฏ กปปส. ที่เหลืออีก 34 คน ที่ถูกสั่งฟ้องว่าร่วมกระทำความผิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พนักงานอัยการได้นำตัวส่งฟ้องศาลไปก่อนหน้านี้แล้วรวม 9 คน ต่อศาลอาญา นายวิญญัติกล่าวว่า เพื่อประโยชน์ต่อรูปคดีในการพิจารณาคดีในศาลไม่ให้ล่าช้า ควรรีบนำตัวไปฟ้องโดยเร็ว และขอให้อัยการร้องขอหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศาล ปค.ยกฟ้องพาสปอร์ต “ทักษิณ”
วันเดียวกัน ที่ศาลปกครองสูงสุดออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องอธิบดีกรมการกงสุล กับพวกรวม 2 คน กรณีกรมการกงสุลยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณ 2 ฉบับ ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยนายทักษิณมอบหมายนายวิทยา เตียงกูล ทนายความยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยตุลาการผู้แถลงคดีเห็นว่า คำขออุทธรณ์ของนายทักษิณที่อ้างว่า ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง จำกัดสิทธิในการเดินทางตามที่รัฐธรรมนูญรองรับ หรือการยกเลิกหนังสือเดินทาง ทั้งที่มีเพียงข้อกล่าวหาว่านายทักษิณกระทำผิดกฎหมายอาญา หรือที่อ้างว่าการใช้ดุลพินิจในการยกเลิกหนังสือ เดินทางดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัตินั้น ไม่สามารถรับฟังได้ ข้อ 23 ของระเบียบดังกล่าวได้กำหนดไว้แล้่วว่า กรณีหากพบว่ามีผู้กระทำการขัดต่อหลักเกณฑ์ตามระเบียบสามารถยกเลิกหนังสือเดินทางได้ การยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณ จึงไม่เข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิ เป็นการกระทำตามรูปแบบขั้นตอนปกติ ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ จึงเห็นพ้องกับที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษายืนให้ยกฟ้องตามที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองสูงสุดยังไม่ได้กำหนดวันอ่านคำพิพากษาดังกล่าว


ยืนเพิกถอนคำสั่งคดี “จาตุรนต์”
ศาลปกครองสูงสุดออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ยื่นฟ้องกระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุล รมว.ต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมการกงสุล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีกระทรวงการต่างประเทศ มีคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทาง โดยอ้างว่านายจาตุรนต์เป็นบุคคลที่มีหมายจับและห้ามเดินทางไปต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศยกเลิกการเพิกถอนพาสปอร์ตไปแล้วเมื่อวันที่ 31 มี.ค.60 แต่กระทรวงการต่างประเทศยื่นอุทธรณ์ ในวันนี้ศาลปกครองสูงสุด ได้ให้คู่กรณีแถลงปิดคดี โดยตุลาการผู้แถลงคดีได้แถลงว่าการใช้ดุลพินิจของอธิบดีกรมการกงสุลยกเลิกเพิกถอนหนังสือเดินทาง ขัดแย้งกับสาระสำคัญ เป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบ แม้เป็นการใช้ดุลพินิจขณะรัฐประหาร แต่ก็ไม่มีกฎหมายใดที่รองรับให้อธิบดีกรมการกงสุลใช้ดุลพินิจแตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดได้ คำสั่งดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ สมควรที่ศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น ให้เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมการกงสุล อย่างไร ก็ตามศาลปกครองสูงสุดยังไม่ได้กำหนดวันอ่านคำพิพากษาดังกล่าว

นายกฯให้สำรวจตัวเองแก้ปัญหา
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม.ถึงกรณีที่ประเทศไทยยังถูกมองว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเซ็กซ์ทัวร์ ทั้งจากคำพูดของรัฐมนตรีต่าง- ประเทศอังกฤษและแกมเบียร์ และมีการตอกย้ำที่ชาวรัสเซียเข้ามาเปิดโรงเรียนสอนการมีเพศสัมพันธ์ที่พัทยาว่า ต้องยอมรับว่ามีคำกล่าวเช่นนี้มานานเราต้องยอมรับในความจริงที่ว่ามันยังมีคนที่หากินในอาชีพเหล่านี้อยู่มาก ดังนั้น เราจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาอาชีพและรายได้ให้กับคนเหล่านี้ ที่สำคัญคือคนเหล่านี้เขายินดีที่จะเปลี่ยนแปลงอาชีพที่ไม่ถูกต้องของเขาหรือไม่ แต่ส่วนดีก็มีเยอะเช่นกัน ทั้งที่พัทยาและชลบุรี ขอร้องว่า อย่าพูดอะไรให้ประเทศมันเสียหายมากนัก ใช้กฎหมายของเราให้ได้ ทุกอย่างมันต้องดีขึ้น ต้องช่วยกันสร้างพัทยาและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพที่ไม่มีเรื่องเหล่านี้ ก็ต้องดูว่ามีใครเป็นส่วนประกอบบ้าง ทั้งผู้ประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ ความยากจนเรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะทำ ถ้าไม่ยากจนจริงๆ


ตั้งเป้าลดยอดผู้เสียชีวิตช่วงวันหยุดยาว
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.ได้เพิ่มวันหยุดชดเชยช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้ 1 วัน คือวันที่ 12 เม.ย. ส่วนการลดความสูญเสียจากการจราจร เรื่องนี้อยู่ที่คน รถจะคว่ำจะชนก็อยู่ที่คนขับ อีกทั้งยังมีคนเมา ทั้งหมดคือการไม่รู้จักควบคุมตัวเอง รัฐบาลมีกฎหมายทุกอย่าง ผิดก็จับ ดำเนินคดี

“สงกรานต์ปีนี้จะไม่ให้เอาตัวชี้วัดว่าจะตายเท่าไหร่ ต้องตั้งเป้า แต่จะทำให้ได้มากที่สุด ให้ตายน้อยที่สุด จะวัดจากการสูญเสียทั้งปี ปีหนึ่งตายเท่าไหร่จากการจราจร ต้องไปดูตรงนั้น ถ้าเรามาดูแค่ 4-5 วัน มันไม่ใช่ ต้องทำทุกอย่างให้ประชาชนมีจิตสำนึก กินเหล้าเมื่อไหร่อย่าขึ้นรถ คนขับกินเหล้า ไม่ได้พักผ่อน ก็อย่าไปขึ้น แต่ทุกคนก็ยอมรับกันหมด เพราะถึงเวลาก็อยากกลับบ้าน ทนๆ ไปเดี๋ยวก็ถึงบ้านเองปลุก พระเอา จะได้ที่ไหน ตำรวจ รัฐบาลก็ทำงานเต็มที่ แต่ที่มันเกิดเพราะคนคนเดียวคือคนขับรถ ดังนั้นคนขับรถ คนโดยสารต้องเตือนกัน ดูแลกัน เรื่องขับรถเร็วอีก ต้องใช้ความเร็วตามที่กำหนด บางคนบอกพระดี ถ้ามันเร็ว 80 พระก็ไปหมดแล้ว ห้อยกี่องค์ก็ไม่อยู่หรอก จำคำพูดผมไว้นะ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ครม.จัดให้หยุดสงกรานต์ยาว 5 วัน
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุม ครม. ถึงการกำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในปี 2561 ว่า ครม.เห็นชอบให้อนุมัติวันหยุดเพิ่มเติมคือวันพฤหัสบดีที่ 12 เม.ย. 61 ให้เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษอีกหนึ่งวัน ทำให้วันหยุดสงกรานต์รวมเป็น 5 วัน โดยสงกรานต์ปีนี้จะหยุดตั้งแต่วันที่ 12-16 เม.ย. เพื่อให้มีความต่อเนื่อง และให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทั้งนี้ขอให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนวางแผนดำเนินงานต่างๆ ล่วงหน้าให้มีความเหมาะสม นายกฯ ได้ดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมงานและวางแผนงานล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเฉพาะในเรื่องการอำนวยความสะดวกของประชาชนที่จะเดินทางกลับบ้านในช่วงวันหยุดยาว รวมถึงอำนวยความสะดวกในเรื่องความปลอดภัยด้วย

“บิ๊กตู่” ยก ครม.สัญจรเมืองเพชร
พ.อ.อธิสิทธิ์กล่าวว่า วันที่ 5-6 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่ จ.สมุทรสาคร และ จ.เพชรบุรี รวมถึงร่วมประชุม ครม.สัญจรที่ จ.เพชรบุรี

ไทยนิยมลุยแล้ว 15,000 หมู่บ้าน
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการลงพื้นที่ของทีมไทยนิยมยั่งยืนที่ผ่านมาเกือบ 1 สัปดาห์ว่า ขณะนี้ลงพื้นที่ไปแล้วกว่า 15,000 หมู่บ้าน จาก 70,000 กว่าหมู่บ้านทั่วประเทศ มีประชาชนมาร่วมรับฟังเฉลี่ย 120 คนต่อ 1 หมู่บ้าน ได้สอบถามความต้องการเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ รวมทั้งสร้างความเข้าใจเรื่องสัญญาประชาคม เรื่องประชาธิปไตย และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจากการประเมินภาพรวมถือว่าเป็นไปด้วยดี เมื่อข่าวถามว่า ประชาชนสะท้อนเกี่ยวประชาธิปไตยการเลือกคนเก่งคนดีอย่างไรบ้าง พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า “ไม่มี ขอตอบตามตรงว่าผมไม่ทราบ คงต้องให้เขาพูดคุยกันก่อน โดยภาพรวมเมื่อรวมข้อมูลได้ 1 เดือน จะนำมาประมวลผลว่าเรื่องที่พูดคุยไปประชาชนมีความเข้าใจอย่างไร แต่ในส่วนแผนงานโครงการต้องรอกรรมการหมู่บ้าน และชุดที่เกี่ยวข้อง สรุปขึ้นมาเพราะผู้ที่ต้องทำแผนงานโครงการ ต้องดูความพร้อมของพื้นที่และหลักเกณฑ์ต่างๆด้วย เช่น จะให้ซื้อของแจกไม่สามารถทำได้ บางพื้นที่หากต้องการถนนแต่เป็นพื้นที่ป่าก็ไม่สามารถทำได้
muj,kwmpiy{