
ไม่ขัดแย้งกันภายใน! คสช.ก็หมดความขลัง
สนช.มั่นใจคนยังสนใจสมัคร กกต.รอบใหม่ เผยถ้าไม่มี ใช้ทำหนังสือเทียบเชิญ “ตวง” ย้ำไม่มีใบสั่ง-ล็อบบี้ ปิดปากแจงเหตุผลโยนให้ถามประธาน “ภูมิธรรม” ชี้ 2 ปัจจัยเทกระจาด ยื้อเลือกตั้งหรือขัดแย้งภายใน เย้ยคำพูด “บิ๊กตู่” หมดความขลังแล้ว “ชัยเกษม” เชื่อยังมีรายการเซอร์ไพรส์อีก ชี้ยิ่งทำยิ่งเสียคะแนน พท.ชี้เจตนาหน่วงเลือกตั้งชัดเจน ไม่เชื่อแล้วกำหนดการโรดแม็ป จี้เร่งสรรหาใหม่ให้ได้ตามพูด “เสี่ยตือ” ข้องใจห่วยขั้นไหนถึงไม่ผ่านสักคน ชี้ต้องโทษคนสรรหา ดักคออย่าคว่ำกฎหมายลูก ดีอาร์จีชุมนุมตามแผนโรดแม็ปทวงเลือกตั้ง ก.พ.-พ.ค. ตำรวจเฝ้าระวังเข้ม “วัฒนา” โผล่ให้กำลังใจ ถามอยากเลือกตั้งหนักหัวใคร
กรณีการโหวตคว่ำยกกระดาน 7 รายชื่อผู้ได้รับการเสนอเป็น กกต.ชุดใหม่ ยังเป็นคำถามคาใจจากบรรดาฟากฝั่งนักการเมือง เชื่อว่าน่าจะมีใบสั่งในทางลับ และแม้คนในรัฐบาล คสช.จะออกมายืนยันหนักแน่นไม่ส่งผลกระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้ง แต่ก็ยังถูกตั้งแง่สงสัยบนความไม่เชื่อถือ
สนช.เชื่อยังมีคนสนใจสมัคร กกต.
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า หลังจากที่ประชุม สนช.ลงมติไม่รับรองผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 7 คน ขั้นตอนต่อไปเลขาธิการสำนักงานวุฒิสภาในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการสรรหา กกต.จะทำ หนังสือแจ้งให้ประธานศาลฏีกาในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา กกต.ทราบว่า ไม่มีผู้ผ่านการรับรองจาก สนช.ได้เป็น กกต. ขอให้ดำเนินการสรรหา กกต. ใหม่ มีกรอบเวลา 90 วัน เพื่อให้ได้รายชื่อ กกต.ชุดใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช. ยังมั่นใจว่าจะยังมีผู้มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญให้ความสนใจสมัครเป็น กกต.รอบใหม่ รวมทั้งคนที่ไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกน่าจะให้ความสนใจมาสมัครอยู่ อย่างไรก็ตามหากไม่มีผู้มาสมัครจริงๆ คณะกรรมการสรรหา กกต.ก็มีอำนาจทำหนังสือเชิญคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาเป็นผู้สมัครได้ แต่เจ้าตัวจะต้องยินยอมด้วย เพื่อเป็นการเปิดโอกาสหาตัวผู้สมัครให้กว้างขึ้น เพราะบางทีคนมีคุณสมบัติอาจไม่กล้ามาสมัคร
ปิดปากให้ความเห็นคว่ำ 7 กกต.
นายตวง อันทะไชย สมาชิก สนช.กล่าวว่า ยืนยันว่าการที่ สนช.ลงมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทั้ง 7 คนนั้น ไม่มีใบสั่งจากใคร การลงคะแนนเป็นแบบลับ คงไม่มีใครมาสั่งการหรือล็อบบี้ได้ เมื่อที่ประชุม สนช.ลงมติไปแล้วต้องเคารพ อยากให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่การชี้แจงของประธานเพียงคนเดียว ตนไม่ขอให้ความเห็นว่าเหตุใดที่ประชุมสนช.จึงลงมติไม่เห็นชอบทั้ง 7 คน เพราะเป็นดุลพินิจโดยอิสระของ สนช.แต่ละคน ไม่รู้เหตุผลของแต่ละคน แต่ยังมั่นใจว่าการเปิดรับสมัคร กกต.รอบใหม่จะยังมีคนที่มีความรู้ความสามารถมาสมัคร การที่ สนช.ลงมติไม่รับรองผู้ได้รับการเสนอชื่อทุกคน คงไม่เกี่ยวกับการทำให้ไม่มีคนกล้ามาสมัคร
พท.ชี้เกมยื้อหรือขัดแย้งภายใน
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สนช.คือหนึ่งในแม่น้ำ 5 สาย แต่งตั้งโดย คสช.ใช่หรือไม่ การที่ สนช.ลงมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทั้ง 7 คนนั้นน่าสงสัยอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.คสช.ยึดติดอำนาจหรือไม่และไม่อยากให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะยังไม่พร้อมกลับเข้าสู่อำนาจตามกติกาใหม่ สนช.ถึงโหวตคว่ำเพื่อให้เกิดการยืดเวลาออกไปอีก และใช้เวลาในช่วงนี้เตรียมความพร้อมลงพื้นที่ไปหาเสียง เรียกความนิยมจากประชาชนผ่านโครงการไทยนิยมยั่งยืนที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก แม้ พล.อ.ประยุทธ์พยายามจะปฏิเสธว่าไม่ใช่การหาเสียง แต่พฤติกรรมแสดงออกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาที่ถามประชาชนว่าควรจะเลือกใคร และ 2.เกิดความขัดแย้งภายในของกลุ่มผู้มีอำนาจเอง เพราะเริ่มมีแรงกดดันจากสังคมที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แม้แต่ ผบ.ทบ.ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่ารู้ว่าประชาชนอยากเลือกตั้งโดยเร็ว
เย้ย “บิ๊กตู่” คำพูดหมดน้ำหนัก
นายภูมิธรรมกล่าวว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้พร่ามัว อึมครึม ยากที่จะคาดเดา เพราะอยู่บนพื้นฐานของความไม่ชัดเจน แม้แต่โรดแม็ปซึ่งเป็นคำสัญญาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ที่ประกาศไว้ ก็กลายเป็นเพียงคำสัญญาลอยๆที่พูดเพื่อให้ประชาชนพอมีหวัง สุดท้ายโรดแม็ปก็เปลี่ยนแปลงไปตามความพึงพอใจของผู้มีอำนาจเท่านั้น แต่ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจต่อนานาชาติ ท่านกำลังกลายเป็นคนที่พูดอะไรแล้วไม่มีใครฟังอีกแล้ว ไม่สามารถหยิบมาเป็นสาระได้เพราะเปลี่ยนแปลงตลอด ล่าสุดที่บอกว่าจะเชิญพรรค การเมืองไปพูดคุยเรื่องเลือกตั้งนั้น ไม่ได้เก็บมาคิด เพราะไม่รู้ว่าบ่นหรือพูดลอยๆ
“ชัยเกษม” เชื่อมีอีกยังไม่จบแค่นี้
นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การโหวตคว่ำผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทั้ง 7 คน จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ต้องดูกันยาวๆ เพราะไม่มีเรื่องนี้เรื่องเดียวแน่เดี๋ยวต้องมีเรื่องอื่นตามมา แต่ถามว่ามีอย่างที่ไหน 7 คนสอบตกหมด เป็นประหลาดมหัศจรรย์ อย่างนี้ผิดปกติแล้ว ถ้าไม่มีใครควบคุมอยู่ตนไม่เชื่อว่าจะเกิดแบบนี้ได้ มันต้องมีเป้าหมาย เขาไม่มาทำเล่นๆแน่ และคราวหน้าใครจะพิสูจน์ว่าได้ดีกว่า 7 คนนี้ ถ้าคราวหน้าจะไม่ให้มีปัญหาคือต้องเป็นคนที่จัดตั้งมาเข้าสู่การสรรหา ได้คนที่อยากให้เป็น กกต. ถ้ายังมีปัญหาอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ จะเกิดข้อครหา เกิดความ ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจว่าจะบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่เข้าข้างใครทำแบบนี้ยิ่งเสียคะแนน คนที่มองอยู่เขาไม่ได้โง่ต่างประเทศเองก็มองเป็นเรื่องแปลกเป็นเรื่องตลกไปแล้ว และเชื่อว่ายังจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก เพราะเมื่อคนหนึ่งอยู่ในอำนาจแต่ไม่อยากลงจากอำนาจ
เจตนาบ่งชัดหน่วงเลือกตั้ง
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การทำหน้าที่ของ สนช. ทำให้เห็นภาพการเหนี่ยวรั้งโรดแม็ปการเลือกตั้งชัดเจน วันนี้เมื่อรัฐบาลประกาศเจตนารมณ์จะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง จึงไม่เข้าใจว่าการลงมติของ สนช.เช่นนี้ เป็นเพราะผู้มีอำนาจไม่พอใจในรายชื่อว่าที่ กกต.ทั้ง 7 คนหรือไม่ หรือว่า สนช.ต้องการยื้อการเลือกตั้งออกไป แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าไม่กระทบโรดแม็ป แต่ภาพที่ออกมาจะให้มองความตั้งใจของ สนช.เป็นอย่างอื่นยาก เมื่อวันนี้ต้องมาเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่ ก็อยากให้แม่น้ำทั้ง 5 สายตกลงกันให้ดีว่าจะให้การเลือกตั้งเป็นอย่างไร จะให้ กกต.ชุดเก่าขัดตาทัพ หรือให้ได้ กกต.ชุดใหม่มาทำหน้าที่ เพราะทุกอย่างอยู่ในอำนาจของท่าน แต่จะทำอะไรก็ขอให้นึกถึงประชาชนที่รอการเลือกตั้งอยู่ด้วย ถ้าทำอะไรขืนใจประชาชนมากเขาทนไม่ไหว ความสงบในประเทศอาจไม่เป็นเหมือนในขณะนี้
ไม่เชื่อแล้วไม่กระทบโรดแม็ป
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สนช.เป็นหนึ่งในแม่น้ำ 5 สายที่เกิดจาก คสช. การทำงานที่ผ่านมาเห็นภาพชัดเจนว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับการประทับตราความชอบธรรมให้กับผู้มีอำนาจ สนช.จะมีมติผ่าน เช่น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. แม้มีกรรมการบางคนมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ สนช.ก็แก้กฎหมายให้สามารถอยู่ในหน้าที่ต่อไปได้ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้คนในรัฐบาล เช่นในขณะนี้ที่ตรวจ สอบประเด็นนาฬิกาหรูกันอยู่ แต่อะไรที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ดูเหมือนจะมีปัญหาไปเสียหมด เช่น ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ก็ให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาอีก 90 วัน กกต.ก็ให้มีการเซ็ตซีโร่ พอได้มาก็ถูกคว่ำไปอีก การสรรหาต่อจากนี้ก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็นตามกรอบเวลาหรือไม่ แม้คนในรัฐบาลบอกว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบโรดแม็ป แต่สิ่งที่ปรากฏทำให้เห็นภาพชัดเจนว่ามีความพยายามยื้อเวลาเลือกตั้งออกไปจากโรดแม็ปที่มีอยู่
ระวังแจหวั่นตกหลุมยื้อเวลาอีก
นายวรชัยกล่าวว่า ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุจะเรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมาหารือร่วมกันหลังกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ เพื่อทำข้อตกลงกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนนั้น ส่วนตัวมองว่าเมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้วไม่ต้องหารืออะไรกันเพิ่มเติม ควรทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้จัดการเลือกตั้งภายใน 150 วันไปเลย เพราะถ้าหารือกันจะมีข้ออ้างเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งได้อีก ที่สำคัญวันนี้ประชาชนทั่วประเทศเขาต้องการใช้สิทธิในการเลือกตัวแทนของเขามาทำหน้าที่แทนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ที่มาจากการรัฐประหารแล้ว
จี้สรรหา กกต.ใหม่ไวๆ ตามที่พูด
นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุการสรรหา กกต.ชุดใหม่ 90 วันจะครบในเดือน พ.ค. ก่อนเดือน มิ.ย. ที่ผู้เกี่ยวข้องจะหารือกันถึงวันเลือกตั้งว่า แม้ กกต.ชุดเก่าจะยังทำหน้าที่ร่วมประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง มิ.ย.ได้ก็จริง แต่ถ้ามี กกต.ชุดใหม่มาร่วมหารือด้วยตัวเองจะเป็นอะไรที่สง่างามกว่า และเป็นเครื่องการันตีว่า กกต.มีความ พร้อมในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ที่สำคัญยิ่งได้ กกต.ใหม่เร็วเท่าไหร่การเตรียมความพร้อมสำหรับทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งจะมีมากขึ้น ดังนั้นขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้อง เร่งกระบวนการให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาดังกล่าว และขอให้คัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริง จะได้ไม่ต้องมาลงมติไม่เห็นชอบกันเหมือนครั้งนี้อีก
“ตือ” ข้องใจชื่อ 7 คนห่วยขั้นไหน
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ประชุม สนช.มีมติไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต.ว่า ถ้าดูตามรัฐธรรมนูญและพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.แน่นอนไม่กระทบโรดแม็ปเลือกตั้งก็จริง แต่ถามว่าจะเซ็ตซีโร่ทำไม ถ้าอย่างนั้น เมื่อต้องการ กกต.ใหม่ก็ต้องทำให้ได้ เมื่อทำไม่ได้ก็ไม่มีใครเขาเชื่อว่าไม่กระทบเลือกตั้ง เพราะเมื่อบอกเซ็ตซีโร่แสดงว่าต้องการ กกต.ชุดใหม่ และทุกคนต้องการคำตอบเหตุที่คว่ำ ถ้าไม่มีคำตอบแสดงว่ามีเจตนาต้องการยื้อเลือกตั้ง ลองคิดดูว่ากรรมการสรรหาบุคคลผู้ดำรงตำแหน่ง กกต.ก็มาจาก คสช.กำหนดว่าต้องมาจากใครบ้าง ไอ้คนที่ต้องรับผิดชอบมากสุดคือคนที่ตั้งกรรมการสรรหา กกต.เพราะไปสรรหามายังไงถึงห่วยขนาดที่ สนช.ไม่เอาทั้ง 7 คน
ดักคอหวังไม่คว่ำ ก.ม.ส.ส.–ส.ว.
เมื่อถามถึงข้อกังวลของเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป ที่สอบถามสาเหตุโหวตคว่ำผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทั้ง 7 คน นายสมศักดิ์ตอบว่า ถึงบอกว่าต้องตอบเหตุผลให้ได้ ไม่ใช่แค่ตอบสังคมไทยเท่านั้นต้องตอบสังคมโลกด้วย เขาจับตาดูความเคลื่อนไหวทางการเมืองจะไปสู่จุดเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยได้เมื่อไหร่ คนตั้งความหวังเหมือนที่นายกฯบอกต้องเป็นไปตามโรดแม็ปคือเดือน พ.ย.61 และแก้กฎหมายก็ไปถึงเดือน ก.พ.62 ก็โอเค แต่ยังจะมาทำให้เรื่อง กกต.คลางแคลงใจอีก ยิ่งทำให้คนไม่มีความเชื่อว่าเดือน ก.พ.จะได้เลือกตั้ง ไม่มีผลดีต่อประเทศและตัวนายกฯด้วย เมื่อถามว่า มีอะไรยังต้องจับตาต่ออีกหรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า มียังมีการตั้งกรรมาธิการร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ตกลงเคลียร์กันได้แค่ไหน ในเมื่อนายกฯมาตอกย้ำไม่คว่ำแน่ก็สบายใจไปได้เปลาะหนึ่ง เมื่อบอกไม่คว่ำจะทำอย่างไรถึงให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับลื่นไหล
ปชป.ชี้รัฏฐาธิปัตย์จบไปแล้ว
นายณรงค์ ดูดิง อดีต ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม กล่าวถึงข้อถกเถียงเรื่องอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ว่า รัฏฐาธิปัตย์หมายถึงผู้ที่ได้อำนาจสูงสุดในขณะนั้น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในกรณีการยึดอำนาจ หรือรัฐประหาร และการใช้อำนาจในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ถ้าระยะยาวแล้วจะใช้คำว่ารัฏฐาธิปัตย์ไม่ได้ เพราะประเทศชาติต้องใช้รัฐธรรมนูญ ขณะนี้มีการโปรดเกล้าฯให้ใช้รัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2560 ดังนั้น อำนาจที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ หรือการใช้อำนาจตามรัฏฐาธิปัตย์ น่าจะหมดไปแล้วเพราะถูกลบล้างโดยรัฐธรรมนูญ ดังนั้นไม่ว่ารัฐบาลหรือใครก็แล้วแต่จะต้องปฏิบัติภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าการใช้อำนาจนั้นเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจโดยทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาลภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย ตามอำนาจตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญนี้แสดงว่าได้ลบล้างในเรื่องการที่จะใช้รัฏฐาธิปัตย์แล้ว ดังนั้นการจะกระทำสิ่งใด อะไรก็แล้วแต่จะต้องใช้ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน กฎหมาย คำสั่งและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องจะขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญไม่ได้ จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจชี้แจงให้ประชาชนทราบว่ารัฏฐาธิปัตย์นั้นจะไม่มีในบ้านเราอีกแล้วจนกว่าจะมีการทำรัฐประหาร หรืออำนาจใหม่เท่านั้นจึงจะมีได้
“สาทิตย์” ไม่รู้เรื่อง “เทือก” ตั้งพรรค
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคการเมืองใหม่โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ว่า ไม่ทราบว่านายสุเทพไปจดตั้งแต่เมื่อไร แต่มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว นายสุเทพเคยบอกว่าจะไม่ลงการเมือง และที่ผ่านมาเมื่อพบเจอกัน ส่วนใหญ่จะพูดคุยกันเฉพาะเรื่องทางคดีเท่านั้น ซึ่งนายสุเทพเคยระบุว่า ภารกิจของมวลมหาประชาชนบนท้องถนนจบสิ้นแล้ว แต่ภารกิจสนับสนุนการปฏิรูปประเทศยังไม่จบ
ดีอาร์จีจัดชุมนุมตามโรดแม็ป
วันเดียวกัน เวลา 13.00 น. หลังหอประชุมศรีบูรพา ติดรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือดีอาร์จี นำโดยนายรังสิมันต์ โรม นศ.ปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มธ. นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักศึกษาศิลปศาสตร์ หลักสูตรวิทยาการจัดการมรดกวัฒนธรรมฯ มธ. นายสุกฤษฏิ์ เพียรสุวรรณ อดีต นศ.มธ. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อดีต นศ.มธ. น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว อดีต นศ.มศว ประสานมิตร นายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน และนายปิยรัตน์ จงเทพ ประธานมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน จัดการชุมนุม “ปากปราศรัย น้ำใจเชือดเผด็จการ” ซึ่งถือเป็นการชุมนุมครั้งที่ 3 ของกลุ่มดีอาร์จี ตามโรดแม็ปการเคลื่อนไหวชุมนุมตลอดเดือน ก.พ.-พ.ค. เพื่อเรียกร้องให้ คสช.เร่งจัดการเลือกตั้งในปี 61
ตำรวจตรึงกำลังระวังมือที่สาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มดีอาร์จีได้ตั้งเวทีปราศรัยที่ลานธรรมจักรด้านหลังหอประชุมศรีบูรพา พร้อมส่งตัวแทนเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งจุดคัดกรองตรวจค้นสัมภาระและอาวุธ บริเวณทางเข้าพื้นที่ชุมนุม ฝั่งติดคณะสังคมวิทยา ขณะเดียวกันที่ฟุตปาทนอกรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตำรวจบก.อคฝ.นำกำลังเข้าตรึงพื้นที่ป้องกันมือที่สามก่อเหตุไม่พึงประสงค์ระหว่างการชุมนุม ส่วนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษา-ทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.ชนะสงคราม นำกำลังชุดสืบสวน สน.ชนะสงคราม ร่วมกับตำรวจสืบสวนบก.น.1 กระจายกันสังเกตการณ์และบันทึกภาพการปราศรัยตลอดจนแกนนำนักเคลื่อนไหว และบุคคลที่ผ่านเข้าพื้นที่ชุมนุมทุกคน
“วัฒนา” โผล่ร่วมให้กำลังใจ
ต่อมาเวลา 14.30 น. นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มดีอาร์จี พร้อมถ่ายภาพร่วมกับมวลชนเสื้อแดง ก่อนกลับนายวัฒนาให้สัมภาษณ์ว่า พลังทุกคนที่อยากเลือกตั้งเป็นพลังบริสุทธิ์พลังที่ไม่อยากเลือกตั้งต่างหากเป็นพลังเฮงซวย สิทธิเลือกตั้งเป็นสิทธิโดยชอบ การออกมาเรียกร้องหนักหัวใคร ฝากไปบอก พล.อ.ประยุทธ์ว่าเวลาจะคืนอำนาจให้ประชาชนไม่ต้องมาสร้างเงื่อนไข ตอนนี้ประชาชนพร้อม นักการเมืองพร้อม มีแต่ คสช.เท่านั้นที่ไม่พร้อม ไปโยนความผิดให้ สนช.ทำไม แล้วใครเป็นคนสั่ง พล.อ.ประยุทธ์น่าจะทำตามที่ นศ.กลุ่มคนนักเลือกตั้งแนะนำไว้ คือให้อ่านหนังสือเยอะๆจะได้ฉลาดขึ้น ตนมาวันนี้เพราะอยากมาให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษา ในฐานะคนไทยที่อยากเลือกตั้งเท่านั้น แต่ถ้าจะมาดำเนินคดีกับตนก็ไม่เป็นไร ฝากบอกคนไทยการเรียกร้องเลือกตั้งเป็นสิทธิของทุกคน ไม่ต้องกลัวถ้าอยู่ใต้กรอบกฎหมาย
ทวงสัญญาเลือกตั้งชายชาติทหาร
จากนั้นเวลา 15.00 น. การชุมนุมปราศรัยของกลุ่มดีอาร์จีจึงเริ่มต้นขึ้น แต่ไม่นานก็เกิดฝนตกกระหน่ำลงมาในพื้นที่ ส่งผลให้มวลชนเสื้อแดงหน้าเวทีหลบฝนกันจ้าละหวั่น คงเหลือแฟนคลับสูงอายุไม่กี่คน ยืนตากฝนเต้นหน้าเวทีเพื่อให้กำลังใจ ทนายปิยรัตน์ จงเทพ กล่าวว่า ในช่วงที่มีการรัฐประหารใหม่ๆ ตนยังเป็นนักศึกษาอยู่ ได้ร่วมชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ในการต่อต้านรัฐประหาร จนถูกทหารจับไปปรับทัศนคติหลายครั้ง กระทั่งวันหนึ่งถูกทหารเชิญเข้าไปพบกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ที่หอประชุมกองทัพบก สิ่งหนึ่งที่ไม่ลืมคือคำสัญญาของชายชาติทหารที่ว่าจะให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว วันนี้จึงขอมาทวงสัญญาว่า ถ้าท่านจำคำพูดตัวเองได้ ก็ขอให้มีการจัดการเลือกตั้งตามที่ให้สัญญา และหยุดการสืบทอดอำนาจไม่ว่าจะทางไหนด้วย
ปลุกชุมนุมสนามบอล มธ. 10 มี.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมมีการแสดงดนตรีสลับปราศรัย โดยแกนนำนักศึกษาและแกนนำกลุ่มเอ็นจีโอ การปราศรัยเริ่มร้อนแรงขึ้น เมื่อนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์คว่ำและสวมเฝือกที่แขน ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวว่า การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นปีนี้ หยุดกันทีการโกหก หลอกลวง ทั้งประชาคมโลกและคนไทย ถ้านับการโกหกของ พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.เปรียบกับพีน็อคคีโอ จมูกคงยาวขึ้นทะลุถึงดาวอังคารแล้ว วันที่ 10 มี.ค. เราขอชวนให้ประชาชนจากทุกทิศทุกทางเดินทางมาให้เต็มสนามฟุตบอล มธ. ได้เวลาทวงคืนประชาธิปไตย จากนั้นจ่านิวได้แจกหน้ากากพีน็อคคีโอให้มวลชนร่วมกันสวมใส่ ก่อนชูสามนิ้ว ตะโกนเผด็จการพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ
นายอานนท์ นำภา กล่าวว่า การชุมนุมครั้งหน้าที่เรานัดหมายกันในวันที่ 10 มี.ค. ขอให้ใส่รองเท้าผ้าใบมาและมัดให้แน่นๆ ใครมีลูกหลานที่เป็นตำรวจทหารสั่งลางานได้เลย เพราะเราจะมีนิสิตนักศึกษาจากต่างจังหวัดเข้ามาร่วม ขอให้มั่นใจและไม่ต้องกลัว ถ้าเราเรียกร้องในสิ่งถูกต้องประชาชนทั้งประเทศจะอยู่ข้างเรา ขณะนี้ลมเริ่มเปลี่ยนทิศแล้ว หลังเลือกตั้งคนที่รับใช้เผด็จการออกหน้า เราจะจดชื่อไว้เพื่อเช็กบิลทุกคน
ขอคนจำนวนมากนำไปสู่ชัยชนะ
นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า ประเทศเราเสียหายมาตั้งแต่ 22 พ.ค.57 ไม่มีความหวังและอนาคตเพราะ คสช.ปกครองประเทศ ที่โกรธที่สุดคือที่พูดว่านิสิตนักศึกษาอย่าคิดเปลี่ยนประเทศ ยอมรับว่าตอนนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดแค่ว่าขออยู่แบบนี้ อาจไม่มีอนาคตดีกว่า เพราะไม่มีชุมนุมประท้วง ตนเกิดมาไม่รู้เรื่องความขัดแย้งของคนรุ่นเก่า ขออย่าเอาความขัดแย้งเก่าๆมาใส่กบาล และจะไม่ขออยู่แบบไม่มีอนาคตแบบนี้ต่อไป การเคลื่อนไหวทางโซเชียลเสียงไม่ดังพอที่จะส่งถึง คสช. จึงต้องการให้ทุกคนที่อยู่ในโซเชียลออกมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเรา จำนวนคนที่มากเท่านั้นถึงจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ ชัยชนะจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่มีจำนวนมากกว่านี้ และคนรุ่นใหม่ๆไม่ออกมา นักการเมืองก็เช่นกัน วันนี้ขอให้ช่วยกันดูด้วยว่านักการเมืองคนไหนที่ไม่มาร่วมกับประชาชนขับไล่เผด็จการ จ้องแต่จะเสวยสุขเมื่อมีการเลือกตั้ง ครั้งหน้าก็ไม่ต้องไปเลือกคนเหล่านี้ และถ้ายังไม่รู้สึกตัว วันสุดท้ายของนักการเมืองพวกนี้จะเป็นวันเดียวกับ คสช.เช่นกัน
นัดชุมนุมครั้งหน้าที่พัทยา 4 มี.ค.
กระทั่งเวลา 19.50 น. กลุ่มดีอาร์จีจึงประกาศยุติการชุมนุม โดยประกาศเจตนารมณ์พร้อมกันว่าการเลือกต้องเกิดขึ้นปีนี้ เผด็จการจงพินาศประชาธิปไตย จงเจริญ โดยนัดชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 4 มี.ค.ที่พัทยา จ.ชลบุรี ส่วนในวันที่ 10 มี.ค. จะมีการชุมนุมใหญ่ใน กทม. เบื้องต้นกำหนดไว้ที่บริเวณ ม.ธรรมศาสตร์ พร้อมเชิญชวนคนมาชุมนุมกันมากๆ ให้ยาวตลอดถนนราชดำเนิน ส่วนวันที่ 17 มี.ค.จะจัดชุมนุมที่ จ.เชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองทั้งทหาร ตำรวจ ประเมินมวลชนที่เข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มดีอาร์จีครั้งนี้ว่ามีประมาณ 300-400 คน ส่วนใหญ่เป็นมวลชนเสื้อแดงที่มาร่วมเป็นประจำ
ที่มาไทยรัฐ