
“ประยุทธ์” คันนิ้วแจงเด้ง “สมชัย” หน่วยงานด้านกฎหมายขอมา ทนไม่ไหวพ่นป่วนโรดแม็ปเลือกตั้ง
“ประวิตร” ฮึ่มขยับอีกอย่าล้ำเส้น ด้าน “สมชัย” โต้ทุกข้อคาดการณ์เกิดขึ้นจริง ท้าลั่นรอฟังทิ้งทวนคำทำนายที่ 7 ต้นเหตุ คสช.หวั่นไหว “กฤษฎา” สยบข่าวลือบิ๊ก ขรก.ถอดใจแห่ไขก๊อกหลังนายกฯเชือดผู้ว่าการยางฯ “องอาจ” สับไม่เหมาะสม หวั่นดาบ ม.44 แผลงฤทธิ์ช่วงเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์” ซัดนายกฯอำนาจเต็มเคลียร์จบปมกฎหมายลูก แต่ไม่ทำ สนช.ผ่านฉลุยงบฯกลางปี 1.5 แสนล้าน อวยไม่มีใครเอาใจใส่ประชาชนเท่า คสช. พท.ดักคอทุ่มงบฯหาเสียงล่วงหน้า “บิ๊กตู่” หอบ รมต.ลงพื้นที่หนองบัวลำภู อ้อนชาวบ้านรัฐบาลนี้ดีไหม แอบฉุนแบบสอบถามเลือก “ลุงตู่” เป็นนายกฯโผล่
จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.มีคำสั่งให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ยุติการปฏิบัติหน้าที่ กกต.โดยระบุเพราะมีความจำเป็นหลังมีหน่วยงานด้านกฎหมายขอมา เนื่องจากนายสมชัยมีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์สร้างความสับสนแก่สังคม เกี่ยวกับโรดแม็ปการเลือกตั้ง ขณะที่นายสมชัยยังคงท้าทายให้รอฟังคำทำนายหรือการคาดการณ์ข้อที่ 7 ที่เป็นประเด็นที่ทำให้ คสช.หวั่นไหว
“บิ๊กตู่” จี้งานแก้จนหนองบัวลำภู
เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางลงพื้นที่ติดตามนโยบายแก้ปัญหาความยากจน จ.หนองบัวลำภู โดยได้ขึ้นรถตู้โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน จ 7 อุดรธานี ไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักเกษตรอินทรีย์ โพธิ์ศรีสำราญ ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู มีกลุ่มแม่บ้านโพธิ์ศรีสำราญนำผ้าทอพื้นเมืองมาผูกเอวต้อนรับ โดยได้เป็นประธานสักขีพยานมอบที่ดินทำกินในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ให้ประชาชน 250 ราย ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยส้มและป่าภูผาแดง ใน ต.นากอก ต.โนนสะอาด อ.ศรีบุญเรือง เนื้อที่ 1,512,093 ไร่ 309 แปลง และมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย 7 ราย
อ้อนชาวบ้านรัฐบาลนี้ดีไหม
จากนั้นนายกฯ กล่าวกับประชาชนว่า หนองบัวลำภูมีรายได้น้อยที่สุดในประเทศ แต่ได้มาเห็นรอยยิ้มทุกคนแล้วมีความสุข ทำให้ต้องทำงานให้มากขึ้น วันนี้รัฐบาลให้งบฯ ทุกจังหวัดมากกว่าที่ผ่านมาเยอะ ดูแลทุกกลุ่มทุกฝ่ายเท่าเทียม แต่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย รัฐบาลนี้ทำให้จากที่รัฐบาลก่อนนี้ไม่ทำให้ ไม่รู้เงินไปไหนหมด ราคายางพารา 40-50 บาท เชื่อมโยงกับราคาน้ำมันโลก จึงยากจะขยับเป็นร้อยอย่างที่เรียกร้อง ต้องปรับตัวหันมาเลี้ยงหมูดำ พื้นที่ไหนมีแหล่งน้ำใหญ่ๆ จัดตัวแทนหมู่บ้านมาเอาเงินไปพัฒนาหมู่บ้าน อย่าจ้องแต่เลขรถนายกฯ ถ้าไม่ออกไม่รับผิดชอบนะ จากนั้นนายกฯ ได้ถามชาวบ้านว่า “รัฐบาลนี้ดีไหม” ชาวบ้านตะโกนว่า “ดี” นายกฯ ยิ้มพร้อมตอบว่า “อย่ามาพูดเอาใจ แต่ยังดีไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเพิ่งเริ่มต้น”
คุยต่อไปมี รบ.ที่ไม่ทิ้งฝ่ายค้าน
นายกฯ กล่าวว่าโครงการ ไทยนิยม ยั่งยืน ไม่ใช่โครงการหาเสียง ไปทุกหมู่บ้าน ประชาชนต้องการอะไรทำอันนั้น มีงบฯ ท้องถิ่นสนับสนุน งบฯ ที่ลงไปอย่าให้ใครโกงด้วย ส่วนเรื่องประชาธิปไตยต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ แต่ต้องไม่ทิ้งเสียงส่วนน้อย รัฐบาลต้องไม่ทิ้งฝ่ายค้าน วันหน้าต้องดีขึ้น วันนี้ว่าใครหรือยัง ตนเลิกทะเลาะกับคนแล้ว และเพิ่งกลับจากออสเตรเลียเขาถามทำไมในประเทศวุ่นวายนัก ขณะที่ประเทศอื่นไปสำรวจนอกโลกแล้ว ประเทศไทยยังเริ่มต้นประชาธิปไตยเปาะแปะๆ เอารัฐธรรมนูญมาทะเลาะกันอย่างเดียว ดูกฎหมายลูกด้วย เคยไปประท้วงที่ทำเนียบฯ หรือเปล่า ใครชวนอย่าไปอีกเลย อันตราย วันหน้าอย่าให้เกิดอีก รัชกาลนี้ต้องไม่มีนะ พระเจ้า อยู่หัวท่านทอดพระเนตรอยู่ ท่านทรงทำไว้เยอะแยะแล้ว รัชกาลนี้ต้องไม่มีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นอีก มาวันนี้อยากได้ของขวัญวันเกิดครบ 64 ปี คือร่วมมือ ให้ใจ เลิกทะเลาะกัน อย่าทำให้เกิดความแตกแยกเด็ดขาด ตนเป็นลูกอีสานเหมือนกันเป็นคนโคราช กินปลาร้าได้ ขอให้ อปท.ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่ สัญญาจะช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศได้ไหม ให้ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ เปิดป้ายศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านโพธิ์ศรีสำราญและโครงการปลูกผักอินทรีย์พลังงานแสงอาทิตย์
ปลื้มชาวบ้านผูกข้อมือสู่ขวัญ
จากนั้นเวลา 13.10 น. นายกฯเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ และร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้านตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ณ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู โดยชาวบ้านได้จัดทำพิธี บายศรีสู่ขวัญผูกสายสิญจน์ข้อมือนายกฯ และรัฐมนตรีในคณะ พร้อมแหล่อวยพรวันเกิดนายกฯเป็นภาษาอีสานว่า “21 มีนาผ่านมาแล้ว ขอดวงแก้วรัตนไตรในแหล่งหล้า ช่วยปกป้องคุ้มครองท่านผู้นำ ชาวประชาชื่นชม สมความดี วันนี้ดีแสนใจทุกทั่วหน้า ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีมาเราสุขสม พี่น้องชาวหนองลำภูแสดงชื่นชม ขอท่านนายกฯมีสุขสำราญ” ขณะที่นายกฯกล่าวขอบคุณ ต่อมาชาวบ้านได้เสนอความ ต้องการในพื้นที่ อาทิ ไฟจราจร สะพานลอย อุโมงค์รอด อ่างเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำ โดยนายกฯรับไปพิจารณา
ฉุนแบบสอบถามเลือก “ลุงตู่” โผล่
ต่อมานายกฯได้กล่าวกับประชาชนว่า ไทยนิยมไม่ใช่ประชานิยม ไม่ใช่การเมือง มาลงพื้นที่ไม่ได้มาเพื่องานการเมือง ไม่ได้มาเช็กคะแนนเสียง ไม่ได้ลงมาเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง แต่ไทยนิยมเป็นวิธีการทำงานปกติ ส่วนเดือน มิ.ย.ตนเชิญพรรคการเมืองมาเพื่อตอบคำถามแก้ปัญหาประชาชน แต่เขากลัวตนจะรู้นโยบายแนวทางเขา เลยมีท่าทีจะไม่มาร่วม และจากนี้อย่าให้ใครมาใช้คำว่าไพร่อีก เพราะเลิกทาส เลิกไพร่ไปนานแล้ว ทั้งนี้ ช่วงท้ายนายกฯได้พูดด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิว่า “ก่อนมาผมพบว่ามีการให้ประชาชน กรอกแบบสอบถาม ในนั้นไปถามว่าจะเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหรือเปล่า จะบ้าหรือเปล่าไอ้คนที่ทำ” จากนั้นนายกฯทักทายประชาชนที่มาต้อนรับและชมสินค้าโอทอป ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ขณะที่ทีมงานนายกฯสั่งเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลสอบหาต้นตอและหาแบบสอบถามดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯเปิดเผยว่า กำลังตามหา เพราะอ้างว่าเป็นของสำนักนายกรัฐมนตรี
ชี้คุณขอมาทนไม่ไหวเด้ง “สมชัย”
กระทั่งเวลา 15.30 น. ที่กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 4/2561 มาตรา 44 ให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ยุติการอยู่ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มีความจำเป็นเพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายขอมา ระบุว่าไม่ไหวแล้ว ทำให้ทุกอย่างสับสนอลหม่าน ทั้งที่ไม่อยากให้ใช้มาตรา 44 กับใคร สื่อจบได้แล้วอย่าไปขยายให้เขาเลย นายสมชัยเองก็รู้ตัว วันนี้ยิ่งไปขยายให้เขายิ่งพูดหนักขึ้นไปอีก ทีนี้จะให้ใช้มาตรา 45 เลยไหม กำลังจะเลือกตั้งแต่สับสนไปหมด “ต้องไปถามนายสมชัยว่าเป็นคนกำหนดวัน เวลาเลือกตั้งหรืออย่างไร รัฐบาลและ คสช.เป็นผู้กำหนด หรือ กกต.เป็นผู้กำหนดกันแน่ เมื่อไหร่ที่กำหนดวันเลือกตั้ง กกต.ถึงมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่ไปพูดว่าเมื่อนั้นเมื่อนี้ ได้บอกไปแล้วไม่เกินเดือน ก.พ.62 ถือว่าจบแล้ว แต่นี่กลับมาพูดเดือน ต.ค.อีก สับสนไปหมด พูดแล้วคันที่นิ้วเลย” นายกฯกล่าวพร้อมทำท่าคันนิ้วมือไปด้วย
“ประวิตร” ฮึ่มขยับอีกอย่าล้ำเส้น
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ประกาศจะ เคลื่อนไหว หลังถูกคำสั่งมาตรา 44 ปลดออกจากตำแหน่ง จะกลายเป็น คสช.เพิ่มศัตรูว่า ให้เขาเคลื่อนไหวไป แต่อย่าเคลื่อนไหวที่ขัดกับข้อกฎหมาย เมื่อถามว่า ทำไมช่วงนี้นายกฯใช้อำนาจตามกฎหมายย้ายข้าราชการบ่อย หรือเป็นเพราะ คสช.ดุขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คสช.ไม่ได้ดุขึ้น ส่วนสาเหตุที่ย้ายนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ไปปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น เพราะทำงานมานาน และแก้ไขปัญหายางพาราไม่สำเร็จ โดยเฉพาะราคายางไม่ใช่ ว่า คสช.จะดุขึ้นแต่อย่างใด
เมิน “ทิชา” ทวงไขก๊อกรอ ป.ป.ช.ชี้มูล
พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีที่นางทิชา ณ นคร อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เรียกร้องให้ทำตามสัญญา ให้ลาออกจากตำแหน่งจากกรณีที่ระบุว่าหากประชาชนไม่ต้องการจะลาออกจากตำแหน่ง ว่า ตนยังไม่ได้ผิดอะไร เรื่องนาฬิกาหรู ต้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ตัดสินชี้ขาด เพราะตนได้ชี้แจงไปตามขั้นตอนหมดแล้ว
“กฤษฎา” ดับข่าวลือบิ๊ก ขรก.ถอดใจ
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 โยกย้ายนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ไปทำงานที่สำนักนายกฯ เพื่อประสิทธิภาพการทำงาน และตามระบบต้องเลื่อนรองผู้ว่าการ กยท.ขึ้นปฏิบัติหน้าที่แทน ส่วนเรื่องที่นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เตรียมยื่นใบลาออกหลังเสร็จพิธีแรกนาขวัญปี 2561 นั้น ให้ไปถามนายเลิศวิโรจน์เอง ส่วนตัวไม่ได้ทะเลาะ คิดว่านายเลิศวิโรจน์ คงไม่ลาออก น่าจะเป็นแค่ข่าวลือ สำหรับกรณีของนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง จะลาออก ได้โทรศัพท์ไปคุยและให้กำลังใจแล้ว นายอดิศรไม่ได้คิดจะลาออกจริงๆ แต่อาจเหนื่อยกับการทำงาน เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของกระทรวง ไม่ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ และนายกฯไม่ได้สอบถามเรื่องการคิดจะลาออกจากตำแหน่งของข้าราชการในกระทรวงแต่อย่างใด
“สมชัย” โต้ทุกข้อคาดการณ์เกิดจริง
วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การอธิบายและการคาดการณ์ของอดีต กกต.สมชัย เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือก่อให้เกิดความสับสนต่อสังคม ยกตัวอย่างมา 6 ประเด็น อาทิ กรณีก่อนการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ได้บอกกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากเดินหน้าจัดการเลือกตั้งทั้งที่ 28 เขต ไม่สามารถรับสมัครได้ ท้ายสุดการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ กรณีให้ข้อเท็จจริงว่าการเลือก กกต.จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่เป็นการลงคะแนนโดยเปิดเผย ผลคือ สนช.ลงมติไม่รับรองชื่อ กกต. 7 ท่าน ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องคัดเลือกใหม่โดยยอมแก้ไขข้อบังคับการประชุมให้เป็นการลงคะแนนโดยเปิดเผย กรณีคาดการณ์ว่าหาก สนช.เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ส. โรดแม็ปจะเคลื่อนออก 2 เดือน ผลคือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. และนายสมชาย แสวงการ ออกมาให้สัมภาษณ์ตรงกันว่า หากยื่นกฎหมายลูกดังกล่าวโรดแม็ปจะเคลื่อน 2-3 เดือน ทั้งที่ก่อนหน้ายืนยันว่าโรดแม็ปไม่เคลื่อน
ท้าฟังคำทำนายที่ 7 คสช.ถึงหวั่นไหว
นายสมชัยระบุอีกว่า ส่วนเรื่องที่ 6 คาดว่าหาก สนช.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว. โรดแม็ปจะเคลื่อน 0-6 เดือน แต่ให้น้ำหนักต่อแบบไม่เคลื่อน ทั้ง 6เรื่องเป็นจริง 5 เรื่อง ส่วนเรื่องที่ 6 ต้องรอดูว่าจะเกิดผลอย่างไร และวันที่ 23 มี.ค. จะเล่าให้ฟังว่าการอธิบาย ในเรื่องที่ 7 เรื่องใดที่ยังไม่ได้พูด อาจเป็นเหตุให้ คสช.หวั่นไหว จนต้องออกคำสั่งมาตรา 44 ให้พ้น จากหน้าที่รอคำทำนายที่ 7
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 23 มี.ค. เวลา 13.30 น. นายสมชัยจะเดินทางเข้าไปที่สำนักงาน กกต.เพื่ออำลาเจ้าหน้าที่ กกต. หลังถูกคำสั่งหัวหน้าคสช.ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมจะมีการกล่าวเปิดใจครั้งสุดท้ายด้วย โดยสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจ จับตาว่านายสมชัยจะทิ้งทวนพูดถึงประเด็นใดที่จะกลายเป็นประเด็นร้อนแรงอีกหรือไม่
ทิ้งบอมบ์โยงปมโรดแม็ปเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำทำนายที่ 7 ที่นาย สมชัยจะพูดถึงนั้น เป็นเนื้อหาเกี่ยวข้องกับท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2561 เรื่องการให้กรรมการการเลือกตั้งยุติทำหน้าที่ และท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ที่ให้มีการจัดเลือกตั้งภายใน 150 วัน หลังจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ มีผลบังคับใช้ โดยเมื่อถอดรหัสกฎหมายออกมาแล้ว พบว่าจะเกี่ยวข้องกับโรดแม็ปการเลือกตั้งแน่นอน ทั้งนี้ในวันที่ 23 มี.ค.ช่วงเช้าประมาณ 10.00น.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้ดำเนินรายการจะมาอัดรายการตีแสกหน้า ในช่วงการเก็บของในห้องทำงานของสมชัยด้วย จากนั้นช่วงบ่ายเป็นการอำลาพนักงานเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ชั้น 1-9 ก่อนกลับมาอัญเชิญพระพุทธรูปองค์สุดท้าย เป็นปางอภัยทานนำกลับบ้าน
“องอาจ” ผวา ม.44 แผลงฤทธิ์ช่วง ลต.
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 สั่งให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ยังเชื่อมั่นว่าผลการใช้อำนาจมาตรา 44 ดังกล่าวจะไม่กระทบกับโรดแม็ปการเลือกตั้งแน่นอนเพราะ กกต.ที่เหลือยังทำงานได้ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม และยังมีความกังวลต่อไปในอนาคตอาจมีการใช้มาตรา 44 ในระหว่างการจัดการเลือกตั้งจนทำให้เกิดผลกระทบต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมด้วยหรือไม่ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุหากพรรคการเมืองไม่เข้าร่วมพูดคุยในเดือน มิ.ย.นี้ อาจกำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้นั้นเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ใช้คำรุนแรงเกินไปเพราะไม่ใช่หน้าที่ของพรรคการเมืองในการกำหนดวันเลือกตั้ง แต่เป็นหน้าที่ของ กกต.และรัฐบาลที่จะต้องร่วมกันกำหนดให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
“มาร์ค” ซัด “บิ๊กตู่” มีอำนาจจัดได้หมด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องการส่งตีความ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า แม่น้ำ 5 สายสร้างปัญหาขึ้นมาเอง ความจริง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ไม่ต้องกลัวเลยมีอำนาจเบ็ดเสร็จขนาดปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ยังทำได้ ถ้านายกฯไม่มั่นใจว่ากฎหมายมีปัญหาหรือไม่ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ และถ้ารู้ว่าเวลาต้องเคลื่อนออกไปก็ออกเป็นนโยบายให้ สนช.เอาเงื่อนเวลา 90 วันออก แล้วให้บังคับใช้กฎหมายทันทีทุกอย่างจบ เลือกตั้งได้ตามเดิม นายกฯทำได้หมด ไม่ใช่ว่าถ้าส่งศาลฯแล้วทุกอย่างจะช้า พล.อ.ประยุทธ์ทำได้ทั้ง 2 อย่าง ทำกฎหมายให้ชัดเจนและเลือกตั้งตามกรอบเวลาเดิม นายกฯใช้อำนาจทำได้หมด อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่
เหน็บบอกนโยบายไปก็ไม่ทำ
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์จะชวนพรรคการเมืองมาหารือนโยบายหาเสียง ยังสงสัยว่าจะให้บอกหรือไม่ให้บอก แต่ยังประชุมพรรคการเมืองไม่ได้ ย้อนแย้งกันหรือไม่ ที่จริงบอกนโยบายไปหลายเรื่องแล้ว เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน ยุคตนใครมีปัญหาเราขอให้ออกจากตำแหน่งไปก่อน หรือกรณีใช้บัตรคนจนทำไมต้องบังคับจำกัดให้ใช้ได้เพียง 2 ร้าน ให้เป็นเงินสดทำดีกว่าไหม แก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ไม่ใช่แก้จนประมงพื้นบ้านอยู่ไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ให้มาตลอดไม่ต้องขอ แต่รัฐบาลทำหรือไม่ เมื่อถามว่า ยังมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเดือน ก.พ.62 ตามที่นายกฯระบุหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยู่ประมาณนั้น แต่ไม่ได้ยึดว่าจะต้องเดือน ม.ค. ก.พ.หรือ มี.ค. พรรคพร้อมอยู่แล้ว แต่จะมีปัญหาคือไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ มองไม่เห็นเลยว่าถ้าปลดล็อกแล้วจะกระทบความมั่นคงตรงไหน วันที่ 1 เม.ย.คงต้องแถลงเพื่อบอกแนวทางที่ตั้งใจไว้ แม้จะไม่เป็นมติพรรค แต่เพื่อประกอบการตัดสินใจของสมาชิก จะได้พูดเป็นเรื่องราว ลำดับขั้นตอนของพรรคทั้งหมด
15 วันจดจองชื่อแล้ว 70 พรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า สำหรับการเปิดให้กลุ่มการเมืองเข้าจดจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นวันที่ 15 มีกลุ่มการเมืองทยอยเข้าจดจัดตั้งพรรคโดยมี 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มของนายธีรพงษ์ พริ้งกลาง ขอจดในนาม พรรคพันปีธรรมดีเพื่อแผ่นดิน เป็นลำดับที่ 69 โดยเป็นการรวมกลุ่มของนักการเมืองและครูในท้องถิ่น ชูนโยบายที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เน้นสร้างโอกาสให้เกษตรกร และกลุ่มของพล.อ.อธิชาติ เจริญยิ่ง ขอจดแจ้งชื่อพรรคสยามพัฒนา เป็นลำดับที่ 70 เน้นนโยบายส่งเสริมเพิ่มค่าครองชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ
แจงคัดเลือกชื่อว่าที่ กกต.ซ้ำได้
วันเดียวกัน นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงรายชื่อนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาและนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเคยลงมติคัดเลือกให้ไปเป็น กกต. แต่ สนช. ไม่เห็นชอบว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 12 วรรค 8 บัญญัติว่า “ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหาหรือคัดเลือกบุคคลใหม่แทนผู้นั้น แล้วเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป โดยผู้ซึ่งไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาในครั้งนี้จะเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่นี้ไม่ได้” ซึ่งวิธีการเพื่อให้ได้มาเรื่องว่าที่ กกต.มีอยู่ 2 ทางคือ การสรรหาและการคัดเลือก ซึ่งมาตรา 12 วรรค 8 บัญญัติห้ามไว้แต่เพียงว่า ผู้ที่ได้รับ “การสรรหา” ที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบกฎหมายเขียนห้ามไว้อย่างชัดเจนที่จะเข้ารับการสรรหาซ้ำไม่ได้ แต่ส่วนที่เป็น “การคัดเลือก” จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากฎหมายไม่ได้เขียนห้ามไว้
งบกลางปี 1.5 แสนล้านผ่านฉลุย
อีกเรื่อง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการ ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2561 (งบฯกลางปี) ตามที่ ครม. เสนอ วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและรักษาทิศทางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ชี้แจงจะเน้นการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง พึ่งพาตัวเองได้ ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรทั้งระบบ และการรักษาวินัยการคลัง เป็นการจัดสรรงบฯเพื่อปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร 24,000 ล้านบาท พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก 76,000 ล้านบาท ชดเชยเงินคงคลังที่จ่าย ไปแล้ว 49,600 ล้านบาท คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2561 จะขยายตัวร้อยละ 3.6-4.6 ดีขึ้นจากปี 2560 ที่ขยายตัวร้อยละ 3.9
อวยไม่มีใครเอาใจใส่ ปชช.เท่า คสช.
จากนั้นสมาชิก สนช.หลายคนต่างอภิปรายชื่นชมและสนับสนุนว่าจัดสรรงบฯตรงจุด นำไปทุ่มช่วยเหลือชาวบ้านโดยตรง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ขอให้รัฐบาลควบคุมให้โปร่งใส เงินถึงมือชาวบ้านจริงๆ ขณะที่ พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต สนช.อภิปรายว่า ไม่มีรัฐบาลใดเอาใจใส่ประชาชนเหมือน คสช. เป็นรัฐบาลที่มีผลงานมาก แต่ประชาชนระดับล่างไม่ค่อยรับรู้ จึงถูกนักการเมืองใช้วาทกรรมต้องมีการเลือกตั้งแล้วเศรษฐกิจจะดี อยากให้รัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์ผลงาน ขณะที่นายวิทยา ฉายสุวรรณ สนช.อภิปรายว่า อยากให้รัฐบาลปรับวิธีช่วยประชาชน คือ จัดสรรเงินให้คนละ 1 หมื่นบาท ประชาชนไม่ต้องการเบ็ดตกปลา แต่ต้องการปลาเพื่อให้มีชีวิตอยู่ ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ประชาชนฐานรากจะตายกันอยู่แล้ว หลังอภิปรายครบถ้วนที่ประชุม สนช.ตั้งกรรมาธิการเต็มสภา เพื่อพิจารณาวาระ 2 และ 3 ก่อนลงมติเห็นชอบด้วยมติ 183 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 ประกาศใช้ต่อไป รวมใช้เวลาพิจารณา 4 ชั่วโมง
พท.ดักทุ่มงบฯหาเสียงล่วงหน้า
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สนช.มีมติผ่าน 3 วาระรวด งบฯ กลางปี 61 จำนวน 1.5 ล้านบาท เป็นห่วงว่าการพิจารณาค่อนข้างหละหลวม ไม่รอบคอบ ยิ่งมีผู้ให้ข้อสังเกตว่า การจะนำงบฯไปใช้กับโครงการไทยนิยม ยั่งยืนในช่วงปลายของรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง จะเป็นการหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ สนช.ยิ่งต้องรอบคอบยิ่งขึ้นเป็นพิเศษ ขอให้ประชาชนติดตาม เสนอแนะ มีส่วนร่วมการใช้งบฯอย่างใกล้ชิด
นักการเมืองรุมต้านรัฐประหาร
เมื่อเวลา 18.00 น. ที่บิ๊กซีราชดำริ นายสุทธิชัย หยุ่น อดีตผู้บริหารเครือเนชั่น จัดเสวนา “สุทธิชัย อะคาเดมี่” หัวข้อ “อนาคตประเทศไทยไปทางไหน” มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ (ไอติม) หลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่เข้าร่วม โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ถ้าการรัฐประหารแก้ไขปัญหาได้ ประเทศคงเจริญไปแล้ว ตอนนี้คนที่เป็นนายกฯมีโรงเรียนอยู่ที่ จ.นครนายก คือทหาร อะไรที่ฝืนกฎเกณฑ์ธรรมชาติมันไปไม่ได้ รัฐประหารไม่ควรมีแล้วในประเทศไทย เราต้องเชื่อมั่นระบอบประชาธิปไตย การเมืองต้องพัฒนาตนเอง ที่บอกว่านักการเมืองเป็นคนเลวทั้งหมด ถามว่ามีคนดีที่ไหนอยากมาลงการเมือง เราต้องเปลี่ยนแสวงหาคนดีคนเก่งมาทำงานรับใช้ประชาชน อย่าปล่อยให้การยึดอำนาจมาฉุดรั้งประชาธิปไตย ต้องให้ประชาชนตัดสินและจัดการนักการเมืองเอง
ปฏิวัติไม่น่ากลัวเท่า ปชช.ไม่ยอมรับ
ด้านนายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ทุกคนสำนึกว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าเราต้องเซตซีโร่ เพราะพวกเรานักการเมืองไม่มีใครอยู่กับศูนย์อำนาจ ตอนนี้ทุกคนเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละพรรค เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและ กกต.ต้องไปปราบผู้มีอิทธิพลตรงนั้น ทุกคนต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง บ้านเมืองจะเข้าสู่โหมดปกติ มองว่าตอนนี้ทุกอย่างผิดทั้งหมด รัฐประหารก็ผิด แต่จะไม่มีทางเกิดสิ่งเหล่านั้นได้ ถ้าประชาชนคนไทยไม่ยอมให้มันเกิด เรายังไม่สามารถทำให้คนในประเทศยึดมั่นคำว่าประชาธิปไตยได้ทั้งหมด ทหารปฏิวัติไม่น่ากลัวเท่าประชาชนไม่ยอมรับ ไม่มีใครตายจากการเมือง ถ้าเราอยู่ในกติกา
“ไอติม” โอ่ ปชป.ฟังเสียงคนรุ่นใหม่
ขณะที่นายพริษฐ์กล่าวว่า ความฝันคืออยากเห็นประเทศไทยที่มีความหลากหลายและลดความเหลื่อมล้ำ ต้องการให้ประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่ต้นทุนชีวิตคนไม่เท่าเทียมกัน รัฐต้องรื้อโครงสร้างเพื่อสร้างโอกาสโดยเฉพาะการศึกษา เห็นด้วยว่าระบอบปกครองประเทศไทยไม่สนับสนุนรัฐประหารและเชื่อมั่นในระบอบเสรีนิยม ส่วนที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้ไม่เป็นนั้น อดีตไม่ทราบแต่อนาคตเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์เคารพสิทธิและเสียงประชาชน เชื่อว่าพรรคจะฟังคนรุ่นใหม่ ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้มาพูดเวทีนี้
“ธนาธร” แฉถูกขู่ฆ่าขอติดคุกกู้ ปชต.
ด้านนายธนาธรกล่าวว่า จุดยืนทางการเมืองจะไม่เรียกทหารออกมาทำรัฐประหาร ในชีวิตผ่านรัฐประหารมา 4 ครั้ง พิสูจน์แล้วว่าแก้ไขปัญหาไม่ได้ ขอให้กลับมาเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย อย่าคิดแก้ปัญหาด้วยอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ตอนนี้ไม่มีพรรคใดยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยจริงจัง จึงเข้ามาสร้างพรรค เวลาจะพิสูจน์ว่าใครยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตย ภารกิจต่อสู้วันนี้ต้องทำให้ลูกหลานไม่เติบโตมาในสังคมแบบนี้ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยตนพร้อมติดคุก คุยกับครอบครัวว่าอาจถึงชีวิต เพราะไม่กี่วันมานี้มีผู้ขู่ฆ่าตน รัฐธรรมนูญปี 60 ถือว่าบิดเบี้ยวเพราะมาจากรัฐประหาร ไม่ได้มาจากประชาชน เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 เพื่อเดินไปข้างหน้า เพราะไม่เช่นนั้นพรรคการเมืองที่เข้ามาจะเจอทางตัน อย่าเชื่ออำนาจนอกระบบว่าจะมาแก้ไขปัญหาเราได้ เลือกตั้งคราวหน้าใครแพ้ขอให้แพ้ให้เป็น อย่าเรียกเพื่อนออกมา
“อ.เอกชัย” เค้นถาม “หลานอภิสิทธิ์”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการเสวนาได้เปิดให้ผู้ร่วมรับฟังได้ซักถาม นายเอกชัย ไชยนุวัติ นักวิชาการกฎหมายอิสระ ได้ลุกขึ้นตั้งคำถามนายพริษฐ์ กรณีที่มีประชาชนเสียชีวิตหน้าบิ๊กซี ราชดำริ ในการชุมนุมเมื่อปี 57 ทำให้บรรยากาศ ตึงเครียดขึ้นทันที ผู้ดำเนินรายการจึงพยายามตัดบท แต่นายเอกชัยยืนยันคำถามเดิม จนนายพริษฐ์ได้ตอบไปว่า เวลามีคนเสียชีวิตทุกคนก็เสียใจ แต่เรื่องในอดีตตนไม่ทราบ เหตุการณ์นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีหน้าที่ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต วันนี้มาพูดถึงอนาคต ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์มีใครเสียสละมากเกินไป เหมือนที่นายธนาธร บอกว่ายอมตายเพื่อให้ได้ประชาธิปไตย
ที่มาไทยรัฐ