วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2561

สนช.ถอย ไม่ร้องศาลรธน.ให้ตีความ กม.ที่มาของส.ว.

https://www.thairath.co.th/media/
ไอซีทีรัฐสภาใหม่มีกลิ่นตุ


“วิษณุ” ปรามพวกมโน ส่งศาล รธน.วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ส.ว. สนช. อยู่เป็น “มนุชญ์” พูดชัดไม่ส่งตีความ “บิ๊กกี่” บอกเสียงโหวตท่วมท้นขืนส่งสังคมสงสัยแน่ “หมอเจตน์” โยนผู้ใหญ่ ไปคุยกันเอง “มาร์ค” เชื่อไม่มีอะไรกระทบเลือกตั้ง เผยคน ปชป.ยังอยู่ในแถว มี “น้องเทือก” แหกคอกคนเดียว “ธานี” รับ กปปส.ยังเคลียร์ไม่จบ “สุเทพ” พลิ้วไม่ตั้งพรรคแต่เรียกใช้งานได้ “อ๋อย”ลั่นเป็นตายก็ไม่เอา “บิ๊กตู่” “เต้น-นิพิฏฐ์” ซัดกันนัว ผบ.ทบ.มั่นใจเอาอยู่จนถึงวันเลือกตั้ง

โรดแม็ปสู่การเลือกตั้งเริ่มนับหนึ่ง หลังจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบ 2 ร่างกฎหมายลูกสำคัญ คือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. แม้หลายฝ่ายยังคงกังวลหากมีผู้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยบางประเด็น อาจทำให้โรดแม็ปต้องเลื่อนออกไปอีกนั้น

ปรามพวกมโนปมศาล รธน.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ตามที่คณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายปรับแก้ไข แต่ยังมีคนมองว่าหากมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความบางประเด็น อาจทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป ว่า เชื่อว่าไม่ใช่การดึงเวลา ประเด็นการสมัคร ส.ว.ที่เป็นห่วง เป็นประเด็นข้อกฎหมายคงใช้เวลาไม่นาน มีการเผื่อเวลาไว้แล้ว แต่หากยื่นไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญ ก็อาจกระทบ แต่อย่าไปสมมติตรงนั้น


“วิษณุ” ลั่นเดินหน้าโรดแม็ป
นายวิษณุกล่าวต่อว่า เชื่อว่าหากยื่นตีความคงยื่นแต่มาตราที่ตั้งข้อสังเกตกัน หากมีปัญหาคงส่งกลับมาให้แก้ไขเฉพาะมาตรานั้น มั่นใจว่าไม่กระทบโรดแม็ป ตามที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เคยบอกว่าจะส่งหรือไม่ส่งตีความ ก็เป็นเพียงโรดแม็ปเล็กที่อยู่ในโรดแม็ปใหญ่

สนช.ไม่ส่งตีความอีก
ที่รัฐสภา นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร สมาชิก สนช. กล่าวว่า แม้จะอภิปรายท้วงติงร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ประเด็นการแบ่ง ส.ว.เป็น 2 ประเภท เพราะเห็นว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อที่ประชุม สนช.ลงมติเห็นชอบก็ยอมรับมติ สนช. จะไม่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก เพราะเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตเท่านั้น และการจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ต้องมีเสียง สนช.สนับสนุน 25 คน แต่ขณะนี้ไม่มีใครแสดงตัวจะยื่นตีความ จึงเชื่อว่า สนช.ไม่น่าจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

“บิ๊กกี่” ยันข่าวลวงอ้างวิป สนช.
พล.อ.นพดล อินทปัญญา วิป สนช. และเพื่อนสนิท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวที่ประชุมวิปสนช.เมื่อวันที่ 6 มี.ค. มีมติให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ว่าเข้าร่วมประชุมวิป สนช.วันนั้นด้วย ยืนยันได้เลยว่าไม่มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความใดๆ มีเพียงกลุ่มเล็กๆที่กังวลและพูดคุยกัน แต่ไม่มีมติอะไร และเสียงโหวตสนช.ก็ท่วมท้นขนาดนั้น หากไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความคงถูกสังคมตั้งข้อสงสัย เชื่อว่าทุกคนเข้าใจสถานการณ์ดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยืนยันโรดแม็ปว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปี 2562 จึงไม่เชื่อว่าจะมีอะไรไปทำให้กระทบโรดแม็ปได้ เอาข่าวมาจากไหนเป็นข่าวปล่อยหรือเปล่า ยืนยันว่าวิป สนช.ไม่ได้มีมติตามที่เป็นกระแสข่าว


โยนผู้ใหญ่ไปหารือทางออก
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าการประชุมวิป สนช.สัปดาห์หน้าอาจนำข้อท้วงติงของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่อยากให้ สนช.ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ว่าขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ คงเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องไปหารือกันจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ส่วนตัวเห็นว่าไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องยื่นตีความ เพราะ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายแก้ไขทบทวนประเด็นที่มีปัญหา ให้ไปอยู่ในบทเฉพาะกาลแล้ว

“มาร์ค” เชื่อเลือกตั้งไร้ผลกระทบ
ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมเสวนาในงาน CLSA Asean Forum 2018 : The Future of Thai politics : Election Ahead “การเลือกตั้งไทยในอนาคต” นายอภิสิทธิ์กล่าวในวงเสวนา ถึงมติ สนช.ที่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ว่า ไม่น่ามีอะไรกระทบต่อการเลือกตั้งแม้จะเปิดช่องทางให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการตามกรอบเวลา 90 วัน คาดว่ากฎหมายที่จะถูกส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ คือร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.แต่จะบอกว่าไม่มีผลกระทบเลยคงไม่ได้ เชื่อว่ามีผลกระทบแต่คงไม่นาน

ชี้แต่ละพรรคมีจุดยืนตัวเอง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กรณีที่กลุ่ม กปปส. เตรียมจัดตั้งพรรคการเมือง อาจเป็นการแย่งฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ไม่ได้กังวล ถือเป็นสิทธิของทุกคนจัดตั้งพรรคได้ แต่ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องทำงานหนักขึ้น เพราะคนของ กปปส.เป็นส่วนหนึ่งในฐานเดียวของพรรค และที่พรรคการเมืองบางส่วนประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯคนนอกนั้น ไม่กังวล แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ปฏิเสธ รวมทั้งยังยอมรับว่ามีพรรคการเมืองอาจเสนอชื่อ สำหรับโอกาสที่ 3 พรรคการเมืองเดิมจะจับมือป้องกันนายกฯคนนอกนั้น คิดว่าแต่ละพรรคต่างมีจุดยืนของตัวเอง บางจุดยืนมีโอกาสตรงกันได้ ยืนยันไม่ใช่การจับมือ หรือการสมคบคิดกัน


พท.ลั่นเป็นตายก็ไม่เอา “บิ๊กตู่”
นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่พรรคเกิดใหม่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯคนนอก แต่ยังมองไม่เห็นศักยภาพพรรคที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์จะมาเป็นนายกฯต่อ เชื่อว่าต้องหาวิธีอื่น หรือใช้ช่องทางพิเศษในกระบวนการกฎหมาย หรือทำให้พรรคเดิมอ่อนแอ จนต้องหันไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เรื่องนี้ซับซ้อนต้องรอดูต่อไป ส่วนแนวทางพรรคเพื่อไทย ยืนยันชัดเจนว่าเราไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก และมั่นใจว่าจะไม่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในบัญชีของพรรค ส่วนการจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคตนั้น ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะร่วมงานกันได้หรือไม่ สำหรับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริหาร กลุ่มบริษัทไทยซัมมิทฯ ระบุจะตั้งพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่นั้น เห็นว่าเป็นสิ่งดีกับการเมืองไทยที่มีคนใหม่ๆเข้ามา นายธนาธรประสบความสำเร็จทางธุรกิจ น่าจะมีประโยชน์ต่อการบริหารบ้านเมือง

ภท.ให้ดูผลเลือกตั้งชี้อนาคต
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ.2562 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศยืนยันโรดแม็ป เพราะผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ นายอนุทิน และนายจาตุรนต์ต่างยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ดีมีคนรุ่นใหม่ลงเล่นการเมืองเพราะประสบความสำเร็จจากธุรกิจ ก็คงจะดีต่อการเมืองประเทศ

ย้ำจุดยืนไม่เอาระบอบทักษิณ
ต่อมานายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลภาคใต้ นัดอดีต ส.ส.ภาคใต้ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเบื้องต้น ว่า เป็นการทำงานและประสานงานให้เกิดความพร้อมของรองหัวหน้าพรรค เพราะยังไม่มีใครแสดงความจำนงออกจากพรรค นอกจากนายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี น้องชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่แสดงความจำนงจะไปจดแจ้งจัดตั้งพรรคใหม่ ยืนยันจุดยืนว่าอยู่ตรงข้ามระบอบทักษิณ ดังนั้นการจะไปร่วมงานกับพรรคใด ต้องมีอุดมการณ์ตรงกัน เพื่อประโยชน์ชาติเท่านั้น จุดยืนนี้ตรงกับแนวทาง กปปส. แต่ที่แตกต่างคือการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เพราะพรรคมีระบบจุดยืน และอุดมการณ์ สนับสนุนบุคลากรและนโยบายของพรรค


ถาม พท.ก้าวข้ามหรือยัง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เป็นสิทธิแต่ละพรรคจะสนับสนุนใคร แต่ต้องดูท่าทีว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยินยอมให้พรรคใดเสนอชื่อหรือไม่ แต่พรรคประชาธิปัตย์มีระบบของเรา ลงสมัครรับเลือกตั้งก็ต้องสนับสนุนนโยบายและคนของพรรค และยืนยันเป็นพรรคแรกว่าหลังเลือกตั้ง ส.ว.ทั้ง 250 คน ควร เคารพเจตนารมณ์ประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง เมื่อถามย้ำว่ามีโอกาสร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า พรรคเพื่อไทยสามารถก้าวพ้นระบอบทักษิณได้หรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีทางที่พวกตนจะไปร่วมมือและทำให้เกิดปัญหาแบบระบอบทักษิณขึ้นมาอีก เพราะต่อสู้กันมา 20 ปี จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำในสิ่งที่สวนทางกับสิ่งที่ต่อสู้กันมาตลอด และกล้าพูดได้ว่าพวกตนต่อสู้กับระบอบนี้ มายาวนานที่สุด

ได้เวลามากันล้นพรรคแน่
น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การให้สมาชิกแจ้งความจำนงว่ายังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ไม่ได้เช็กชื่อเช็กยอดอะไร เพียงแต่สมาชิกพรรคมีมากถึง 2.5 ล้านคน ไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลาจะมารายงานตัวกี่คน จึงให้แจ้งเข้ามาก่อนจะได้เตรียมอำนวยความสะดวกให้ จะเปิดให้สมาชิกเข้ามายืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. รวมทั้งวันที่ 6 เม.ย.เป็นวันเกิดพรรค เชื่อว่าคนจะมากันมาก แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถประชาสัมพันธ์อะไรได้มาก เพราะยังติดคำสั่ง คสช.อยู่ จึงได้ให้รองหัวหน้าพรรคแต่ละภาคบริหารกันเอง ที่เป็นประเด็นเพราะนายนิพิฏฐ์ กำหนดให้ยืนยันภายในวันที่ 9 มี.ค.เท่าที่ดูคร่าวๆมีอดีต ส.ส.ภาคใต้มากันเกือบครบ ไม่น่ามีปัญหา

ขอพูดให้ชัดกาบัตรวันไหน
ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อ สนช.ผ่านกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ และฟังผู้ที่เกี่ยวข้องพูดแล้ว คงไม่มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก กฎหมายทั้ง 2 ฉบับคงเข้าสู่ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายตามปกติและเชื่อว่าการเลือกตั้งจะอยู่ช่วงต้นปี 2562 ดังนั้นเมื่อกฎหมายผ่านสภาฯแล้ว ผู้มีอำนาจควรพูดให้ชัด ไม่เช่นนั้นความชัดเจนทางการเมืองคงยังไม่เกิดขึ้น


กระทุ้งปลดล็อกอย่าเอาเปรียบ
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถือว่าเริ่มเข้าสู่โหมดเตรียมการจัดเลือกตั้งแล้ว แต่ตอนนี้มีเพียงรัฐบาลที่ใช้ทั้งคนหลวง งบหลวงหาเสียงเพียงฝ่ายเดียว โดยมีคำสั่ง คสช.ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมือง ถือเป็นการเอาเปรียบกันอย่างยิ่ง ถึงเวลาที่รัฐบาลควรเร่งฟื้นฟูสร้างความเชื่อมั่นด้วยการส่งสัญญาณบวกยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม และอย่าระแวงว่าพรรคการเมืองจะสร้างความวุ่นวาย หวังว่ารัฐบาลจะเป็นกลาง แสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

เช็กชื่อขาด 3 อดีต ส.ส.ใต้
ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า เท่าที่เช็กดูรายชื่ออดีต ส.ส.ของพรรค มีที่ติดต่อไม่ได้เพียง 3 คน แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ ให้รอดูวันที่ 1 เม.ย.นี้ ขณะที่นายเจ๊ะอามิง โตะตาหยง อดีตส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ยืนยันแสดงตัวในวันนี้ เพราะติดขัดเอกสารบางอย่าง แต่จะมายืนยันตัวตนที่พรรคในวันที่ 1 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอดีต ส.ส.อีก 2 คน ที่ไม่สามารถติดต่อได้คือ นายธานี เทือกสุบรรณ และนายเชน เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี

จวกรัฐบาลถ่วงความเจริญ
วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า สิ่งดีๆ ที่รัฐบาลพอจะทำได้ในตอนนี้ คือการสร้างความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปีนี้ ด้วยการเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองและประชาชนทำกิจกรรมทางการเมือง ยกเลิกบรรดาคำสั่งหรือประกาศที่เป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และนักลงทุนจะกลับคืนมา หยุดถ่วงความเจริญได้แล้ว


“เต้น” ซัดพวกอิงแอบเผด็จการ
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงเผด็จการเสียงข้างมากเผด็จ การรัฐสภานั้น เผด็จการเสียงข้างมากมีที่ไหนเผด็จการประสาอะไรโดนเสียงข้างน้อยสมคบอำนาจนอกระบบล้มได้ทุกที อุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ว่าอย่างไรไม่รู้ แต่ถ้ามีพรรคไหนบอยคอตเลือกตั้ง 2 ครั้ง เป็นสะพานให้เกิดรัฐประหาร 2 หน ตั้งรัฐบาลในค่ายทหารก็เอา ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง 10 ปี และยังแนะนำให้ไปหาหัวหน้าพรรคให้ได้ก่อน คงหมายถึงพรรคเพื่อไทย แต่เห็นว่ายังไม่ต้องรีบ เพราะตั้งแต่ปี 2544 เอาใครมาก็ชนะหัวหน้าพรรคของนายนิพิฏฐ์ทุกที ตนชัดเจนมาตลอดว่าอย่างไหนคือประชาธิปไตย กับเผด็จการ ปัญหาคือบางพวกแยกไม่ออก แถมไปรับผลประโยชน์จากเผด็จการด้วย นักการเมืองถ้าอิงแอบเผด็จการ เรียกบัวใต้น้ำยังไม่ได้ ต้องเรียกบัวเต่าคาย เพราะเต่าปลาที่ไหนก็กินไม่ลง

โต้ทันควันแพ้แต่ไม่เคยหนี
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้ทันควันว่า สิ่งที่นายณัฐวุฒิสูดดมว่าหอม แต่ตนเหม็น นายณัฐวุฒิบอกว่าพลพรรคของเขาที่เข้าไปติดคุกในเรือนจำ (จนครองเสียงข้างมากในเรือนจำ) เพราะไม่ใช่พวกเผด็จการ ถามว่าเผด็จการที่ไหนจำคุกพวกคุณ เห็นแต่ศาลสถิตยุติธรรมที่จำคุกพวกคุณ จะเลยเถิดไปแล้วมีคนเตือนแต่พวกคุณไม่ฟัง กลับใช้เสียงข้างมากลากไปจนติดคุกกันเป็นแถว ถ้าไม่เรียกว่าเผด็จการเสียงข้างมากแล้ว จะเรียกว่าอะไร ที่ติดคุกอยู่นั่นแหละเผด็จการตัวจริงยังไม่สำนึกอีก นายณัฐวุฒิบอกว่าหัวหน้าพรรคหาไม่ยาก หาใครมาก็ชนะประชาธิปัตย์ทุกที ลองไปถามหัวหน้าพรรคของคุณที่ต่างประเทศดู ว่าการเป็นหัวหน้าพรรคที่ชนะเลือกตั้งแล้วหนีคุกหนีตะรางอยู่ต่างประเทศตลอดชีวิต กับหัวหน้าพรรคที่แพ้เลือกตั้ง แต่อยู่บนแผ่นดินแม่ได้อย่างมีความสุข จะเลือกอย่างไหน อยากบอกนายณัฐวุฒิว่าสิ่งที่สูดดมว่าหอม แต่ตนขอบอกว่าเหม็น

“ธานี” เผย กปปส.ยังเคลียร์ไม่จบ
สำหรับบรรยากาศการเปิดให้จดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมือง เป็นวันที่ 6 ปรากฏว่ายังคงมีกลุ่มการเมืองทยอยยื่นขอจดแจ้งต่อเนื่อง ช่วงเช้ามี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนายสุรพจน์ เพชรกรรพุม ยื่นคำขอตั้งพรรคเพื่อฅนไทย และนายสมัคร พรมวาด ยื่นขอตั้งพรรคภูมิพลังเกษตรไทย ทำให้มีกลุ่มการเมืองขอ จดแจ้งตั้งพรรคแล้ว 52 พรรค ส่วนพรรค กปปส. ที่ก่อนหน้านี้นายธานี เทือกสุบรรณ น้องชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ระบุว่าจะมายื่นจดแจ้งภายในวันที่ 6 มี.ค. ล่าสุดนายธานีชี้แจงว่า ยังไม่ชัดเจนว่าจะมาจดจัดตั้งพรรคใหม่ได้เมื่อใด เพราะอยู่ระหว่างการเคลียร์กันอยู่

พรรคเล็กทยอยขอประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มการเมืองที่ยื่นขอจัดตั้งพรรค มี 7-8 กลุ่ม ทำหนังสือขออนุญาต คสช. จัดประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรค และหาสมาชิกพรรคให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด สำนักงาน กกต.ตรวจสอบหนังสือแล้วมีเพียง 1 กลุ่มที่ยื่นเอกสารถูกต้อง ส่งให้ คสช.พิจารณาแล้ว ส่วนกลุ่มที่เหลือส่งเอกสารกลับไปให้แก้ไข นอกจากนี้สำนักงาน กกต.ยังทำหนังสือถึง 69 พรรคการเมืองเดิม เตรียมการปรับปรุงพรรคให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพราะพรรคเก่ามีรายละเอียด หรือสิ่งที่ต้องปฏิบัติทางธุรการมากกว่าพรรคใหม่


ขอให้เคารพคนหนุน “ลุงตู่”
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.) และแกนนำ กปปส. กล่าวว่า สบายใจได้แล้วหลัง สนช.ผ่านกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ พล.อ.ประยุทธ์จะทำตามโรดแม็ปมีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.2562 และเป็นเรื่องดีที่มีคนขอจดแจ้งชื่อตั้งพรรคกว่า 50 พรรค ชี้ให้เห็นว่าประชาชนตื่นตัว มีทางเลือกมากขึ้น ที่หลายกลุ่มการเมืองประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อนั้น ทุกพรรคมีความคิดเป็นของตัวเอง ควรเคารพกัน ส่วนเลือกตั้งแล้วใครจะเป็นนายกฯรอดูกันต่อไป

“เทือก” แบะท่าเรียกใช้งานได้
นายสุเทพกล่าวต่อว่า สำหรับ กปปส. ภารกิจจบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 แต่อุดมการณ์และเจตนารมณ์ยังอยู่ในความคิดประชาชน เป็นไปได้ที่อาจขอตั้งพรรคเพื่อสืบสานเจตนารมณ์ แต่จะมาตีขลุมเอาว่า กปปส.ตั้งพรรคการเมืองนั้น ไม่ใช่ เมื่อถามย้ำว่า นายธานี เทือกสุบรรณ น้องชายประกาศตั้งพรรค กปปส. นายสุเทพตอบว่า นายธานีเป็นประชาชนคนหนึ่ง บังเอิญเขาคิดจะทำพรรคของประชาชน ผลักดันให้มีการปฏิรูปประเทศ เชื่อว่ามีประชาชนที่มีแนวคิดนี้อีกมาก “ผมประกาศชัดว่าไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่เป็น ส.ส. ไม่ดำรงตำแหน่งใดๆทางการเมืองทั้งสิ้น ประกาศตัวออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นคนของประชาชน ถ้าประชาชนตั้งพรรคการเมืองก็เรียกใช้ผมได้ ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ประกาศว่าจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ กับ กปปส.แตกต่างกันนั้น ก็ให้นายอภิสิทธิ์พูดไปคนเดียว อย่ามาชวนผมไปทะเลาะกับนายอภิสิทธิ์เลย”

ผบ.ทบ.ยิ้มรับคนแห่ตั้งพรรค
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า การยื่นขอจดจัดตั้งพรรคใหม่ มองในภาพการเมืองนับเป็นนิมิตหมายดี ทำให้มีความหลากหลาย เป็นการตื่นตัวทางการเมือง ให้ประชาชนมีหลายตัวเลือก ส่วนกลุ่ม กปปส.ที่จะตั้งพรรคนั้น เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องมอง ตนไม่เกี่ยว เมื่อถามว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้บริหารกลุ่มไทยซัมมิทฯ จะร่วมกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ ตั้งพรรค คสช.ประเมินอย่างไร พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า ทุกคนมีสิทธิจัดตั้งพรรค แต่จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากน้อยแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของประชาชน การที่คนรุ่นใหม่เข้ามาเล่นการเมือง จะคาดหวังหรือไม่คาดหวังเป็นเรื่องปกติ บ้านเมืองเราจะเป็นยุคสมัยเปลี่ยนผ่านไป


คุมสถานการณ์เลือกตั้งได้
พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า การที่กลุ่มม็อบการเมืองจะตั้งพรรค คิดว่าคงไม่มีความขัดแย้งเพราะมีหน้าที่ต้องดูแลด้านความมั่นคง นำไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ เชื่อมั่นว่าจะดูแลสถานการณ์ได้ เมื่อถามถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาผ่อนปรนให้พรรคการเมืองใหม่ทำกิจกรรมการเมือง พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า ต้องเป็นไปตามขั้นตอนว่าพรรคใหม่ต้องทำอะไรบ้าง เช่น การประชุมพรรค และเหตุผลการขอมีอะไรบ้าง ต้องขอผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ คสช.พิจารณา ส่วนใหญ่กระบวนการไม่น่ามีปัญหา ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ คนที่เตรียมตั้งพรรคต้องเคลื่อนไหวเพื่อให้มีบทบาทในสังคม ให้ประชาชนรู้จัก ไม่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความวุ่นวาย คิดว่าไม่มี ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล

“วัชระ” แฉยืมมือ ครม.ฟอกขาว
อีกเรื่อง นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเสนองบประมาณติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 8,000 ล้านบาท ว่า เดิมเสนอไว้ 3,000 ล้านบาท แต่ได้ปรับเพิ่มเป็น 8,000 ล้านบาท ที่รัฐสภาเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นำเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อให้ความเห็นชอบในวันที่ 13 มี.ค.นี้ ถือเป็นการทุจริตที่อาศัยมติ ครม.เป็นตรายางประทับ ภาษางบฯ เรียกว่า “งบโป่งพอง” ผู้เขียนโครงการเพิ่มงบฯเป็นบริษัทเอกชนของนักการเมือง ไม่ใช่ข้าราชการเป็นผู้ทำเสนอ และข้าราชการสภาฯด้านคอมพิวเตอร์ได้ทำบันทึกไม่เห็นด้วย และข้าราชการกลุ่มงานพัสดุ สำนักการคลัง 18 คน ทำหนังสือเสนอนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ใช้วิธีเชิญชวนประมูล แต่กลุ่มคนมีอำนาจทางการเมืองบังคับให้ใช้วิธีการคัดเลือก 3 บริษัท เป็นบริษัทในเครือนักการเมืองทั้งสิ้น และยังสั่งให้นายสรศักดิ์ตั้งกรรมการสอบสวนข้าราชการชั้นผู้น้อยเหล่านั้น

ชี้ช่อง รธน. 60 ส่ง ป.ป.ช.โต้แย้ง
นายวัชระกล่าวต่อว่า ถือเป็นการจงใจกลั่นแกล้งข้าราชการประจำที่ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จงใจทุจริตเงินงบประมาณผ่าน ครม. อาศัยจังหวะช่วงไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ขอให้เลขาธิการสภาฯยุติการกระทำ ดังกล่าว และขอให้กำลังใจข้าราชการรัฐสภาที่ซื่อสัตย์สุจริตทุกคน ข้าราชการสามารถใช้รัฐธรรมนูญ ทำบันทึกโต้แย้ง และแจ้งข้อเท็จจริงการส่อทุจริตต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ หากไม่ทำในอนาคตอาจถูกดำเนินคดีฐานทุจริต และวันที่ 10 มี.ค.นี้ ตนจะแถลงข่าวเปิดโปงการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ต่ออีก

ชี้ พ.ร.บ. ป.ป.ช.ไม่ขัด รธน.
ช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่ผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ หลังพิจารณาคำร้องกรณีที่ประธาน สนช. ส่งความเห็นของ สนช.จำนวน 32 คน ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 185 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งตุลาการได้ทำความเห็นส่วนตนเป็นหนังสือพร้อมแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุม และที่ประชุมปรึกษาหารือกันก่อนลงมติว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.ตามมาตรา 185 ในส่วนที่เกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 (1) และ (18) มิให้นำมาบังคับใช้ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ปรากฏว่าศาลมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า มาตราดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ


โผทหารถึงมือนายกฯแล้ว
อีกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารช่วงกลางปีว่าขณะนี้ได้ส่งบัญชีการโยกย้ายนายทหารช่วงกลางปีให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากผ่านขั้นตอนการประชุมในส่วนของคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารไปหมดแล้ว

ขีดเส้นเลิกใช้สำเนาเอกสาร
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 1/2561 ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นชอบตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ได้แก่ อนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลด้านการบริการประชาชนบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (วันสต็อป เซอร์วิส) อนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลด้านการบริหารราชการแผ่นดิน อนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลด้านการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อการตัดสินใจอย่างมีระบบ และอนุกรรมการ ขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลด้านความมั่นคงปลอดภัยในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐ มาตรการเร่งด่วนใน 3 เดือน ต้องมีระบบวิเคราะห์ความซ้ำซ้อนของนโยบาย ภายใน 6 เดือนภาครัฐต้องเลิกเรียกสำเนาเอกสารจากประชาชนที่ติดต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลา อาทิ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และใน 1 ปีมีระบบบริหารทรัพยากรภายในองค์กรภาครัฐให้เชื่อมโยงกันทั้งประเทศ

อย่าเลือกพวกที่มีเจตนาแฝง
ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า นโยบายไทยนิยมและกลไกประชารัฐ ส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ตั้งแต่ระดับฐานราก ตอบสนองความต้องการประชาชนได้อย่างแท้จริง เราต้องไม่ยัดเยียดโครงการ ไม่แอบแฝงหรือผลักดันโดยกลุ่มทุน กลุ่มการเมือง ที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์เด็ดขาด เพราะจะสร้างความขัดแย้งและไม่ใช่การพัฒนาที่ยั่งยืน ส่วนเรื่องการเมืองขอให้ช่วยกันติดตามพิจารณาด้วยหลักคิดที่ถูกต้อง มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง คัดเลือกคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล มีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการบริหารประเทศมากกว่าผู้ที่เข้ามาแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่แก้ปัญหาระยะสั้นๆ สร้างความพึงพอใจเพียงชั่วครู่ชั่วยาม ต้องการแก้ปัญหาของเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยอย่างเป็นรูปธรรม ครบวงจร อาจจะช้า แต่มั่นคง และยั่งยืน
ที่มาไทยรัฐ