
สนช.พลิกลิ้นหลัง “มีชัย” ส่งซิก กลับหลังหันส่งศาล รธน.ตีความ “สมชาย” แจ้งยกแรกเอาแค่ร่าง
พ.ร.บ.ส.ว.ก่อน “วิษณุ” ไม่อยากพูดชี้โพรงให้กระรอก ขู่ “พรรคน้องใหม่” อย่าทำซ่าท้าทาย ยกบทละครบุพเพฯเหน็บ “ธนาธร” รู้อยู่ แค่จะแข่งเรือแข่งพาย “บิ๊กป้อม” เย้ยขอปลดล็อกคิดได้ แต่ขึ้นกับ คสช. เปิดตัวแล้ว “พรรคอนาคตใหม่” “ธนาธร” ย้ำ ปชช.ทุกคนเป็นหุ้นส่วน ลั่นทุกพรรคคือคู่แข่งไม่ถือหางใคร ใช้โลโก้สื่อถึงพลัง-สดใส-อรุณรุ่ง-ผ่องอำไพ “ปิยบุตร” ปัดนิติราษฎร์ไม่เกี่ยว “มาร์ค” ไม่หวั่นพรรคใหม่โผล่ ยังไม่ฮั้วกับใคร เพราะให้เกียรติประชาชน “พิชัย” โดดป้องลูก มีเสรีภาพความคิด “บิ๊กอ๊อด” งานล้นไขก๊อกพ้น สนช.
แม้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะลงมติด้วยเสียงท่วมท้นผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. แต่จากเสียงทักท้วงของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ล่าสุดมีความชัดเจนว่า สนช.จะรวบรวมรายชื่อ ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ก่อน
สนช.กลับคำส่งศาล รธน.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า หลังได้รับเอกสารจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ท้วงติงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หลายคนมาปรึกษาตนในฐานะเป็น กมธ. ร่วม 3 ฝ่าย จึงเห็นว่าควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เกิดความชัดเจน แต่จะยื่นเฉพาะร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ฉบับเดียว คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญคงใช้เวลาวินิจฉัยไม่เกิน 3 เดือน จึงไม่กระทบต่อโรดแม็ป เพราะร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขยายเวลาบังคับใช้เผื่อไปแล้ว 90 วัน คาดว่าวันที่ 16 มี.ค.น่าจะได้รายชื่อ สนช. ครบ 25 คน เบื้องต้นรวบรวมจากผู้ลงมติไม่เห็นด้วย งดออกเสียง และไม่ได้มาประชุม มีทั้งหมด 41 คน แต่ผู้ลงมติเห็นชอบสามารถร่วมลงชื่อได้ เพราะยังมีบางประเด็นที่ติดใจ แต่จำเป็นต้องเห็นชอบทั้งฉบับ
ยกแรกยื่นแค่ร่างฯ ส.ว.ก่อน
นายสมชายกล่าวว่า หลังจากนี้ผู้เข้าชื่อต้องไปหารือกันว่าจะยื่นตีความประเด็นใดบ้าง เพราะที่นายมีชัยท้วงติงมา สนช.เห็นว่าบางประเด็นไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จึงต้องยื่นเฉพาะประเด็นที่น่าสงสัย ส่วนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ถ้ายื่นตีความ เห็นว่าไม่คุ้ม อาจกระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้งศาลรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาพิจารณา 2-3 เดือน หมายความว่าประธาน สนช.ยังไม่สามารถนำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส่งให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายได้ จะมีคำถามตามมาว่า สนช.ต้องการอย่างนั้นหรือไม่ สนช.ประเมินแล้วว่าไม่น่าใช่ เพราะไม่ต้องการให้เลื่อนเลือกตั้ง เว้นแต่พรรคการเมืองต่างๆ หรือใครที่อยากให้สิ้นกระแสความ แจ้งความประสงค์มายังสนช.ได้ ขณะนี้ยืนยันว่ายื่นเฉพาะร่างกฎหมายลูกส.ว.
“วิษณุ” ไม่ชี้โพรงให้กระรอก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี สนช.จะโยนให้ ครม. เป็นผู้ส่งร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่า ยังไม่ทราบ คงไม่ถึงขนาดโยนภาระให้รัฐบาล การยื่นมี 2 ช่องทาง คือ สนช. และ ครม. เมื่อเขามีปัญหาอาจให้รัฐบาลเป็นฝ่ายยื่นก็ได้ แต่รัฐบาลจะพิจารณาอีกที ต้องดูผลกระทบหลายอย่าง ถ้าเห็นด้วยว่ามันเสี่ยงก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญไป ที่สำคัญต้องดูว่ามีมูลต้องสงสัยจริงหรือไม่ ต้องรอดูที่ สนช.ส่งมาก่อน แต่ความจริงไม่ต้องส่งมาก็ได้ นายกฯอาจเห็นเองก็ได้ ถ้ากลัวไม่เห็นจะชี้เบาะแสมาก็ไม่เป็นไร ยังไม่อยากพูดอะไร เดี๋ยวเขาเห็นตนพูดอาจบอกว่าดีแล้วงั้นรัฐบาลเอาไปทำ จึงไม่อยากพูดอะไรที่เป็นการชี้โพรงให้กระรอก กระรอกมีหลายตัวด้วย ไม่อยากเป็นข่าวว่า “วิษณุแบะท่า” “อ้าขาผวาปีก” “เตรียมรับ” ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น
ย้ำ ก.พ.62 ได้เลือกตั้งแน่
เมื่อถามว่า หากยื่นจริงจะกระทบต่อโรดแม็ปหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เราดูอยู่ว่าประเด็นที่ยื่นคืออะไร เพียงแต่คิดแล้วว่าไม่กระทบอะไร เมื่อถามว่ารัฐบาลสามารถเห็นต่างจาก สนช.ได้หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่เห็นด้วยยังได้ หรือรัฐบาลอาจสงสัยประเด็นอื่นก็ได้ เมื่อถามว่ารัฐบาลจะยื่นตีความปมการตัดสิทธิผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่มีเหตุอันควรหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ขอตอบ นี่แหละชี้โพรงให้กระรอก กระรอกเตรียมตะครุบอยู่ เมื่อถามย้ำว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นเดือน ก.พ.2562 แน่นอนใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า อย่างช้าเดือน ก.พ.62 พูดอะไรพลาดนิดเดียวไม่ได้ เผลอพยักหน้าไปนี่ซวยเลย แต่ถ้าถึงตอนนั้นเกิดฟ้าถล่มดินทลาย การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป ไม่รู้จะตอบว่ายังไงแล้ว แต่คิดว่าประชาชนเข้าใจ และถ้าเกิดกรณีเช่นนั้นสังคมจะมองอย่างไรยังไม่ทราบ
ขู่ “พรรคน้องใหม่” อย่าท้าทาย
นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองใหม่แถลงข่าวกับสื่อมวลชนถือว่าขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ ว่า อะไรที่ทำได้ก็ทำไป แต่อะไรที่เกินจากนั้นถึงขนาดชุมนุมทางการเมืองทำไม่ได้ พรรคการเมืองเดิมอยากชุมนุมใจจะขาด ยังทำไม่ได้ ส่วนกรณีนาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เชิญสื่อพูดคุยก่อนไปขอจดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่กับ กกต.นั้น ไม่ขอตอบเรื่องของเขา ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปว่ากันเอง วันนี้เสรีภาพมันมีอยู่ในการพูดเขียนแสดงความคิดเห็น เว้นแต่จะล้ำในส่วนที่เขากำหนดไว้ ไปดูให้ดีถ้าไม่ล้ำเส้นก็ทำได้ ส่วน การเปิดโต๊ะแถลงข่าวทำได้หรือไม่ เชื่อว่าพวกคุณก็รู้อยู่ ลองทำดูอาจมีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ เชื่อว่ารู้กันอยู่เพียงแต่อยากท้าทาย บรรยากาศกำลังดีอยู่ ชอบใจคำพูด ผบ.ทบ. ที่บอกว่าอย่าไปทำอะไรที่ท้าทาย ตื่นเช้ามาให้เห็นข่าวดีๆก็สบายใจดีอยู่แล้ว
เหน็บแค่จะแข่งเรือแข่งพาย
เมื่อถามว่า มองบรรยากาศการเมืองตอนนี้เป็นอย่างไร รองนายกฯตอบว่า ไม่มอง แต่อนาคตต้องมีประเทศไทย ไม่ยอมให้ผู้ใดมาย่ำยี ตอนนี้สนใจละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ย้อนกันไปเถอะอดีต มองอนาคตไม่เห็น ไม่รู้มันจะจบอย่างไร รู้อยู่ แค่จะแข่งเรือแข่งพายกันอยู่ หมายถึงในละคร ส่วนประเด็นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. รับเป็นที่ปรึกษาพรรคการเมืองได้หรือไม่นั้น ตามกฎหมายว่าทำได้ ส่วนความเหมาะสมไม่ขอตอบ อยู่ที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อถามย้ำว่า ถ้ามีพรรค การเมืองทาบทามนายวิษณุให้เป็นนายกฯคนนอกจะรับหรือไม่ นายวิษณุรีบตอบว่า ไม่ได้ เดี๋ยวเป็นการอ้าขาผวาปีก อยากให้เขามาเชิญ ลองมาเชิญก่อน เมื่อถามว่า ไม่ปิดอนาคตทางการเมืองใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า แล้วจะปิดมันทำไม สุดแท้แต่อนาคตถ้ามีกรณีพิเศษ ตอนนี้ยังไม่รู้ ส่วนเรื่องพรรคพลังประชารัฐ ตนไม่ทราบ หาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนนอกจะอยู่ต่อหรือไม่นั้น “ผมมันพลเมืองปัจจุบัน เป็นคนยุคปัจจุบัน ตอนนี้ไม่รู้ตอบไม่ถูก” เมื่อถามว่า อย่างน้อยการเป็น ส.ส.สงขลา บ้านเกิด สนใจหรือไม่ นายวิษณุตอบทันทีว่า “อั๊วหม่าย”
“บิ๊กป้อม” เย้ย “ธนาธร” คิดได้คิดไป
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรือง– กิจ ยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ พร้อมกับขอให้ปลดล็อกพรรคการเมือง ว่า เขาสามารถคิดได้ ให้เขาคิดไป ส่วนจะทำหรือไม่เป็นเรื่องของ คสช.
กรธ.ไล่บี้ตีความร่างฯ ส.ส.ด้วย
จากนั้นช่วงเย็น นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ. กล่าวว่า คงต้องรอความชัดเจนจาก สนช.ว่าสรุปแล้วจะยื่นตีความกี่ฉบับ แต่หากยื่นเพียงฉบับเดียว ยังมีอีกช่องทางคือ นายกฯสามารถยื่นตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ได้ เพราะหากภายหลังเกิดมีมือดีไปยื่นตีความ แน่นอนว่าเกิดปัญหาแน่ เพราะไม่รู้จะถูกร้องประเด็นใดบ้าง หากเป็นสาระสำคัญ กฎหมายตกไปทั้งฉบับต้องมาร่างกันใหม่ หากเป็นก่อนการเลือกตั้งจะกระทบโรดแม็ปต้องเลื่อนออกไปแน่นอน เพราะต้องร่างใหม่ แต่หากเกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง การเลือกตั้งก็ต้องโมฆะ ฝ่ายการเมืองคงโจมตีกันวุ่นวายแน่ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นช่วงไหน จึงเห็นว่าควรยื่นให้ศาลวินิจฉัยทั้ง 2 ฉบับ
เปิดตัวแล้วพรรคอนาคตใหม่
วันเดียวกัน เวลา 07.30 น. ที่แวร์เฮาส์ เจริญกรุง 30 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยซัมมิท กรุ๊ป พร้อมด้วยนายปิยบุตร แสงกนกกุล นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรมกินกาแฟแถลงเปิดตัว “พรรคอนาคตใหม่” นายธนาธรกล่าวว่า จุดยืนการตั้งพรรคอนาคตใหม่เพื่อสร้างการเมืองแบบใหม่ ฟื้นความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ออกแบบนโยบายที่ทำให้ประชาชนมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม เข้าถึงทุนและทรัพยากร ทำลายระบบผูกขาด พัฒนาสวัสดิการ เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในเวทีการเมือง โดยไม่ผูกขาดจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มีระบบยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้โดยประชาชน และมีประชาชนเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน ผ่านการระดมสมองและระดมทุน โดยสมาชิกพรรคจะมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ไปจนถึงการทำนโยบาย
ทุกคนคือคู่แข่งไม่ถือหางใคร
นายธนาธรกล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคนี้จะไม่เติบโตด้วยเงินในกระเป๋าของตน แต่จะระดมทุนจากประชาชน ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือระดมทุน มั่นใจว่าสามารถทำได้เหมือนพรรคเดโมแครต ขอให้เชื่อมั่นว่าไม่มีใครคนหนึ่ง หรือนายทุน อยู่เหนือสมาชิกพรรค เมื่อถามว่ากลัวถูกสกัดก่อนได้ลงเลือกตั้งหรือไม่ นายธนาธรตอบว่า มีคนเตือนมาตลอด จะเดินหน้าทางการเมืองด้วยความระมัดระวัง และรอบคอบ เพราะในอนาคตพรรคนี้ต้องไม่ใช่พรรคทางเลือก แต่จะเป็นพรรคหลักนำพาประเทศเดินหน้า ทุกพรรคคือคู่แข่ง ทั้งเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ หรือพรรคที่สนับสนุน คสช. เพราะต้องเรียกคะแนนเสียงจากประชาชนในทุกเขตเลือกตั้ง ยืนยันจุดยืนและอุดมการณ์ไม่เลือกข้างหรือถือหางใคร ทั้งนายทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ หรือ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมลาออกทันทีหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นในพรรค และหากพรรคใดล้ำเส้นประชาธิปไตย ก็พร้อมวิพากษ์วิจารณ์และต่อต้าน
จี้ คสช.ปลดล็อกได้แล้ว
นายธนาธรกล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ต้องรอผลโหวตจากสมาชิก เช่นเดียวกับ 3 บุคคลที่จะได้รับการเสนอให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะร่วมกับพรรคใดจัดตั้งรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน แต่ยืนยันว่าไม่สนับสนุนนายกฯคนนอก และเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกพรรคการเมือง สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ เพื่อไม่ให้พรรคเล็กเสียเปรียบพรรคใหญ่ และทำให้พรรคการเมืองอื่นพบปะกับประชาชนได้ตามวิถีการเมืองปกติ
“ปิยบุตร” ปัดนิติราษฎร์ไม่เกี่ยว
ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงบทบาทที่เคยผลักดันให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในฐานะนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ ว่า แม้วันนี้จะเปลี่ยนบทบาทจากนักวิชาการมาเป็นนักการเมือง แต่จุดยืนส่วนตัวยังเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อไม่ให้มีการนำกฎหมายดังกล่าวไปกลั่นแกล้งศัตรูฝ่ายตรงข้าม หรือบุคคลที่เห็นต่างทางการเมือง แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนโยบาย และการตัดสินใจของสมาชิกพรรคว่าเห็นสมควรขับเคลื่อนในเรื่องนี้หรือไม่ เพราะคณะนิติราษฎร์คือกลุ่มนักวิชาการ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคอนาคตใหม่ ที่สำคัญพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่ของตน
โลโก้สื่อถึงพลัง–สดใส–อรุณรุ่ง
ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล พร้อมแกนนำจัดตั้งพรรค อนาคตใหม่ประมาณ 20 คน เข้ายื่นคำขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองต่อ กกต. ถือเป็นกลุ่มการเมืองลำดับที่ 58 นายธนาธรกล่าวว่า สิ่งที่เราพูดได้และอยากพูด ได้พูดไปหมดแล้ว หากพูดมากกว่านี้อาจไม่มีโอกาสเดินหน้าต่อไปได้ สำหรับสีโลโก้พรรคเลือกสีส้ม เพราะเป็นสีที่มีพลัง สดใส อรุณรุ่งผ่องอำไพ ส่วนโลโก้พรรคที่เป็นรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ ข้างบนเป็นฐานหมายถึงประชาชนส่วนใหญ่ เราจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อถามว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือไม่ เพราะสีส้มคือสีที่มาจากการผสมระหว่างสีเหลืองกับสีแดง นายธนาธรตอบว่า ไม่ได้มองอย่างนั้น แต่เราเห็นว่าเป็นสีที่สร้างสรรค์
นายปิยบุตรกล่าวว่า ถ้าอยากให้บรรยากาศดีกว่านี้ หรืออยากให้พรรคแสดงความเห็นมากๆ ขอให้ช่วยกันเรียกร้อง คสช.ปลดล็อกคำสั่งห้ามจัดกิจกรรมทางการเมือง รัฐบาลประกาศหลายครั้งว่ามีโรดแม็ปเลือกตั้งที่แน่นอน จึงไม่น่ามีอะไรมาขัดขวางการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองได้ ควรให้ทำกิจกรรมได้ เหมือนที่นายกฯเคยระบุว่าต้องการสนับสนุนคนรุ่นใหม่เข้าสู่สังคมการเมือง
“มาร์ค” ไม่หวั่นพรรคใหม่โผล่
ที่โรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเกิดขึ้นของพรรคใหม่ๆว่า ถือเป็นเรื่องปกติ ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ทั้งพรรคใหม่ พรรคเก่าต้องปฏิบัติ ทั้งการยืนยันสมาชิกพรรค การรับสมัครสมาชิกพรรค และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีพรรคการเมืองทำได้มากน้อยแค่ไหน ทำได้หรือไม่ เมื่อถึงเวลาจะชัดเจนขึ้น ยอมรับว่าการมีพรรคใหม่เพิ่มขึ้นมากทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องตั้งใจทำงานมากขึ้น และต้องกำหนดทิศทางนโยบายให้พรรคเข้มแข็ง ตอบสนองความต้องการประชาชนได้มากขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้บริหารพรรคเตรียมดำเนินการอยู่แล้ว
ยังไม่ฮั้วเพื่อให้เกียรติประชาชน
เมื่อถามว่าปัญหาความขัดแย้งภายในจะส่งผลกับการดำเนินงานของพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความขัดแย้งใดๆ ส่วนพรรคอื่นถือเป็นเรื่องภายในพรรคเขา ใจเย็นๆ ขณะนี้พรรคการเมืองยังไม่สามารถทำกิจกรรมได้ จึงยังไม่สามารถประเมินอะไรได้ เมื่อถึงเวลา คสช.ปลดล็อก หลายอย่างจะเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น ส่วนการพูดคุยหรือทาบทามกันระหว่างกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองนั้น พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีใครเข้ามาพูดคุย และต้องให้เกียรติประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ผ่านกระบวนการหาเสียง หากคิดว่า จะจับมือกันล่วงหน้าโดยไม่ต้องสนใจว่าประชาชนคิดอย่างไร เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ส่วนกรณี สนช.เตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.นั้น ไม่ว่ากฎหมายออกมาอย่างไรพร้อมปฏิบัติตาม
“พิชัย” ป้องลูกมีเสรีภาพความคิด
ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มอบหมายให้ทนายความขอเลื่อนการถูกเรียกตัวครั้งที่ 10 ตามหมายเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะกำหนดเข้าพบเจ้าหน้าที่ต่อไป ส่วนเรื่องที่นายพชร นริพทะพันธุ์ บุตรชายออกมาแสดงความเห็นส่วนตัว ถือเป็นเสรีภาพในความคิดเห็น เป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตย ที่พรรคเพื่อไทยต่อสู้มาตลอด ส่วนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล รู้สึกผิดหวังกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ปกป้องเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นทางเศรษฐกิจเหมือนประเทศที่เจริญแล้ว ขอถามนายสมคิดว่า การปิดกั้นเช่นนี้จะเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างไร ทำให้คิดเองเออเอง ไปว่าเศรษฐกิจดีแล้ว ผลสำรวจทุกครั้งรัฐบาลสอบตก ทางเศรษฐกิจมาตลอด แถมยังมีปัญหาการคอร์รัปชันเพิ่มขึ้น รายได้ตกไปอยู่กับกลุ่มคนเพียงบางกลุ่ม ขนาดลิฟต์ที่รถไฟฟ้า BTS รัฐบาลยังนิ่งเฉยเหมือนเอาใจนายทุนผูกขาด ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะหาเงื่อนไขยกเลิกสัมปทานจาก สาเหตุที่ไม่ให้บริการคนพิการ
“บิ๊กอ๊อด” งานล้นไขก๊อก สนช.
ช่วงเช้า ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระประชุม นายพรเพชรแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ได้รับหนังสือลาออกจากตำแหน่ง สนช.ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้เหลือจำนวนสมาชิก สนช. ทั้งหมด 247 คน กึ่งหนึ่งขององค์ประชุม สนช.ต้อง ไม่น้อยกว่า 124 คน ด้าน พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า สาเหตุที่ลาออกจาก สนช. เนื่องจากภารกิจปัจจุบันที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีภารกิจมากมาย ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง เกรงว่าอาจมีปัญหากระทบต่อการทำหน้าที่ สนช. ไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ จึงขอลาออกจากตำแหน่ง สนช.
เปิดแผน 3 วงปฏิรูปประเทศ
วันเดียวกันเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง พร้อมด้วยนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และนายพรชัย รุจิประภา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ร่วมแถลงความ คืบหน้าการปฏิรูปประเทศ “การเมืองสร้างสรรค์ พลังงานมั่นคง ดำรงความสุจริต” นายพรชัยกล่าวว่า ปัญหาวิกฤติความเชื่อมั่นพลังงาน คือ ประชาชนหรือเอ็นจีโอ ไม่เชื่อมั่นในข้อมูลภาครัฐ ทำให้เกิด ความเข้าใจไม่ตรงกัน เห็นได้จากการเดินขบวนทั้งเรื่องท่อก๊าซและโรงไฟฟ้า ขณะที่ก๊าซในอ่าวกำลัง จะหมดลง ถ่านหินกลายเป็นพระเอก แต่ยังคงมีประท้วงกันอยู่ ต้องมาดูว่าจะเดินต่อหรือไม่
ชงรื้อกฎหมายข้อมูลข่าวสาร
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ เสนอให้ปรับปรุง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ เปิดให้ประชาชนเข้าถึงมากขึ้น ตรวจสอบโครงการรัฐได้ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมเฝ้าระวัง การดำเนินคดีทุจริตต้องรวดเร็ว เด็ดขาด รุนแรง มีกรอบเวลาชัดเจน ยกระดับหน่วยงานให้เป็นสากล วางเป้าหมาย 20 ปีข้างหน้า ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันโลก (ซีพีไอ) ไทยดีขึ้นมาอยู่ ในอันดับ 1 ใน 20 จากที่อยู่ 90 กว่า
ดัน ก.ม.วัฒนธรรมการเมือง
ด้านนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กล่าวว่า ประเทศกำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง นโยบายเร่งด่วนภายใน 1 ปีนี้ คือ ทำให้เลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ได้นักการเมืองที่มีความสามารถ มีธรรมาธิปไตย ไม่เสนอนโยบายที่เป็นภาระงบประมาณ จะนำเสนอต่อนายกฯเพื่อไม่ให้การเลือกตั้งเป็นเพียงหวังแค่ได้คะแนนเสียงเท่าไหร่ จะรวมรัฐบาลอย่างไร ที่สำคัญ การปฏิรูปการเมืองคือต้องทำให้ประชาชนเป็นพลเมืองมากขึ้น ไม่ใช่แค่ทวงถามข้อเดือดร้อน แต่ต้องคิดว่าจะทำประโยชน์อะไรให้กับบ้านเมือง เป็นพสกนิกรที่ดีของสถาบันพระมหากษัตริย์ และเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมือง การปฏิรูปต้องอยู่บนความรู้รักสามัคคี การเมืองไทยจะได้ไม่เป็นแบบรถยนต์ระบบไฮบริด ที่มีทั้งระบบการเลือกตั้งและการยึดอำนาจสลับกันไป แต่เป็นระบบธรรมาธิปไตย
“บิ๊กป้อม” แจงนาฬิกาหรูรอบสี่
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ล่าสุด พล.อ.ประวิตรมอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูล คำชี้แจงคดีนาฬิกาหรูรอบที่ 4 ยื่นต่อ ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลา 16.30 น. โดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้ลง เลขรับหนังสือไว้ และจะส่งต่อไปให้คณะกรรมการฯแสวงหาข้อเท็จจริงนำข้อมูลไปพิจารณาต่อไป นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ทราบว่า พล.อ.ประวิตรส่งข้อมูลคำชี้แจงคดีนาฬิกาหรูรอบ 4 มาให้ ป.ป.ช.แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าชี้แจงอะไรมาบ้าง และข้อมูลเพียงพอหรือไม่ ต้องขออ่านรายละเอียดคำชี้แจงก่อน จึงจะตอบได้ว่าต้องให้ พล.อ.ประวิตรชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องมาให้ข้อมูลด้วยตัวเองต่อ ป.ป.ช.
ถกฝึกร่วมผสมไทย–มาเลเซีย
ที่โรงแรมเพนนินซูลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และนายดะโต๊ะ สรี ฮิซัม มูดิน บิน ตุน ฮุสเซน รมว.กลาโหมมาเลเซีย เป็นประธานร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 54 โดยทั้งสองฝ่ายร่วมยินดีต่อความก้าวหน้าความร่วมมือระหว่างกองทัพ แลกเปลี่ยนข่าวสารมากขึ้น ร่วมป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวชายแดน การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติร่วมกัน โดยแผนจัดการฝึกร่วมผสมครั้งที่ 4 เน้นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม พล.อ.ประวิตรได้หารือนอกรอบกับ รมว.กลาโหมมาเลเซียเป็นเวลา 45 นาที พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มีการพูดคุยแก้ปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย จะดำเนินการเรื่องเซ็นสัญญาเอ็มโอยูบุคคล 2 สัญชาติ
ร้องสอบ “บิ๊กน้อย” ปมซีซีทีวีใต้
อีกเรื่องที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาล ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขอให้ตรวจสอบ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ กรณีเจตนาปล่อยปละละเลยให้มีการแทรกแซงตรวจรับกล้องซีซีทีวีในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ทั้ง 12 เขตการศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) วงเงิน405 ล้านบาทหรือไม่ โดยพบว่าระหว่างปี 2558-2560 กรรมการจัดซื้อจัดจ้างถูกทหารที่อ้างเป็นคนสนิท พล.อ.สุรเชษฐ์ข่มขู่ให้เลือกบริษัทที่อ้างว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลสั่งมา พบหลังติดตั้งใช้ไป 1 ปี ชำรุดใช้การไม่ได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้เคยร้องนายกฯแล้วแต่ไม่มีการยับยั้ง จนขณะนี้ครูที่เป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 1 พันคนจะถูกดำเนินคดีฐานทุจริตและส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.สอบ
แฉ จนท.ใช้เงินซื้อข่าวจากโจร
พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ที่ผ่านมากลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐใช้ความรุนแรงเป็นเงื่อนไขยื่นข้อเสนอต่อรองกับรัฐบาล ต้องยอมรับว่ามีกลุ่มผู้เห็นต่างที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานที่แอบติดต่อผ่านตัวแทนแหล่งข่าว และมีแนวร่วมในพื้นที่ให้การสนับสนุนช่วยกันสร้างความรุนแรงแบบป่วนเมือง ขยายความขัดแย้งไปทั่วจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรัฐบาลปัจจุบันไม่ให้ความชอบธรรมกับพวกใช้ความรุนแรง และประกาศใช้แนวทางสันติเป็นช่องทางเดียวพูดคุย
แจงคืบหน้ารัฐสภาทองคำ
ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงชี้แจงความคืบหน้าการจัดทำโครงสร้างแบบจำลองอาคารรัฐสภาทองคำ ว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 สมัยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร งบประมาณ 14 ล้านบาท จัดซื้อทองคำแท่ง 99.99% จากบริษัท แม่ทองสุก โกลด์สมิท จำกัด 7 กิโลกรัม ราคา 11,760,112 บาท และตั้งคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ยูไนเต็ด ฟายน์ จีเวลรี่ เป็นผู้ดำเนินการ 3,999,999 บาท และงานจ้างจัดทำต้นไม้เสมือนจริง 999,000 บาท โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบงานถึง 21 ครั้ง แต่ไม่สามารถตรวจรับงานได้เนื่องจากไม่ได้มาตรฐาน และผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขได้ มีพฤติกรรมบ่ายเบี่ยง ต่อมาวันที่ 30 มิ.ย.2558 จึงยกเลิกสัญญาผู้รับจ้าง และไม่จ่ายค่าจ้าง สำนักงานเลขาธิการสภาฯจึงหารือกับกรมบัญชีกลาง สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อจัดหาผู้รับจ้างรายอื่นมาดำเนินการต่อ แต่ติดปัญหาจัดหางบประมาณไม่ได้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะหางบฯเอง เพื่อให้แล้วเสร็จ และนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่ 10 ต่อไป
“ไพบูลย์” ดิ้นฟ้องอดีตอัยการ
ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายนันทศักดิ์ พูลสุข อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ที่เกษียณราชการไปแล้ว ผู้มีคำสั่งฟ้องคดีการชุมนุม กปปส.เมื่อปี 2557 เป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีมีคำสั่งฟ้องกลุ่ม กปปส. 54 คน เมื่อวันที่ 8 พ.ค.57 ภายหลังรับสำนวนคดีจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันที่ 1 พ.ค.57 ใช้เวลาพิจารณาสำนวนเพียง 6 วัน โดยศาลนัดวันที่ 10 เม.ย.พิจารณาคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ได้หรือไม่
“ถวิล” ลั่นพร้อมสู้คดีกบฏ
อีกเรื่อง นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีถูกอัยการคดีพิเศษยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา ข้อหาสนับสนุนการก่อการกบฏ กรณีขึ้นเวที กปปส.ว่า พร้อมต่อสู้ในคดีจะไปตามที่ศาลนัดวันที่ 19 มี.ค. แต่ข้อกล่าวหาอาจรุนแรงไปนิดหนึ่ง บางคนขึ้นเวทีไม่กี่ครั้งก็ถูกข้อหาร้ายแรง แต่การฟ้องร้องคดีในช่วงนี้ถือเป็นเรื่องดี ประเทศกำลังจะมีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.2562 สังคมจะได้ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อปี 56-57 ประเทศเกิดอะไรขึ้น เมื่อถามว่า กลุ่ม กปปส.จะตั้งพรรคพร้อมจะสนับสนุนหรือไม่ นายถวิลตอบว่า ไม่ใช่พวก กปปส. แต่พร้อมสนับสนุนคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน
ที่มาไทยรัฐ