วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

พท.ฉะบิ๊กตู่ไล่ต้อนช็อปปิ้งส.ส. ปชป.ปลุกใจสู้แรงดูด

https://www.thairath.co.th/media/
โหรคมช.ยันประยุทธ์ ‘นายกฯ’หลังเลือกตั้ง


ปชป.-พท.สามัคคีขย่ม “สมคิด” ออกหน้าตั้งพรรค-ต้อนอดีต ส.ส.ต่อท่อ คสช. “อภิสิทธิ์” ชี้ “บิ๊กตู่” แต่งตัวรอเลือกเล่นบทคนนอกหรือแคนดิเดต นายกฯ ในบัญชีพรรค หยันแนวร่วม หน.คสช.ห่างชั้น ปชป. จัดคนลง ส.ส.แทน “สกลธี” ด้าน “นิพิฏฐ์” เตือนสมาชิกหนักแน่นสู้แรงดูดพรรคทหาร “ชัยเกษม” ซัดผู้นำเสพติดอำนาจไล่ช็อปปิ้งคนต่างค่าย สับยื้อปลดล็อกระวังกระแสพลิกกลับ “ณัฐวุฒิ” ยัน นปช.ไม่คิดตั้งพรรคใหม่ ปักหลักร่วมเพื่อไทยชูธงต้านเผด็จการ โฆษกกลาโหมแจง “ประวิตร” ไปต่างประเทศเช็กสุขภาพประจำปี ไม่ได้ทำบายพาสเส้นเลือดหัวใจ 16 เม.ย.เปิดบ้านให้น้องๆ รดน้ำดำหัว โหร คมช. ย้ำ เม.ย.-ก.ค. มีปรับ “ครม.ตู่” ดึงอดีต รมต.เสริมทัพ ฟันธงหลังเลือกตั้งนายกฯ ยังชื่อ “ประยุทธ์”

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุรอประกาศความชัดเจนทางการเมืองใกล้เลือกตั้ง พร้อมยอมรับว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มีความคิดตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุนให้เป็นนายกฯต่อหลังการเลือกตั้ง ล่าสุดขั้วพรรค การเมืองต่างรุมวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นความชัดเจนในการดำเนินการแผนการสืบทอดอำนาจของ คสช.

“มาร์ค” ชี้ คสช.ชัดตั้งพรรคสืบอำนาจ
เมื่อวันที่ 12 เม.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ รับว่าให้คนใกล้ชิดตั้งพรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯต่อว่า ชัดเจนแล้วเพราะจะมีการจัดตั้งพรรคขึ้น โดยคนในรัฐบาลนี้จะเป็นกำลังสำคัญในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ส่วนนายกฯจะรับตำแหน่งหรือไม่คงไม่ใช่เรื่องหลัก การจะยอมรับการเสนอชื่อเป็นนายกฯหรือไม่มากกว่าที่เป็นจุดสำคัญ นายกฯคงไม่ค่อยอยากมายุ่งเกี่ยวการบริหารจัดการ เพราะมีภาระ มากอยู่แล้ว ทั้งในฐานะนายกฯ และในฐานะหัวหน้า คสช. อาจประเมินถึงเส้นทางการขึ้นเป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง มี 2 วิธี เรียกว่าคนนอก แบบไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเลย อีกแบบคือให้พรรคการเมืองเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์แล้วตอบรับเป็น 1 ใน 3 ถึงแม้จะเป็นชื่อเดียวของบัญชีของพรรคนั้น ส่วนพรรคของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.นั้น การเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์จะยอมรับการเสนอชื่อได้เพียงพรรคเดียว ส่วนพรรคประชาชนปฏิรูป นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประกาศแล้วว่าไม่เสนอชื่อใคร เตรียมสนับสนุนคนนอกที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ รัฐธรรมนูญ บอกให้เสนอชื่อไปสู่การเลือกตั้ง แต่กลับบอกไม่เสนอชื่อจะไปช่องทางที่หนุนให้มาเป็นนายกฯคนนอกแทน


หยันแนวร่วม “บิ๊กตู่” ต่างชั้น ปชป.
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนผลกระทบต่อพรรคนั้น เป็นปกติเพราะมีคู่แข่งขันเพิ่มขึ้น ไม่ได้เป็นเรื่องพิเศษอะไร แม้ 2-3 พรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อาจเคยมีจุดร่วมกับเราในการต่อสู้ทางการเมือง เช่น เรื่องปฏิรูปประเทศ หรือการไม่ยอมรับระบบที่มีปัญหาในอดีต เรื่องคอร์รัปชัน แต่แนวคิดการบริหารจัดการบ้านเมืองยังค่อนข้างต่างกันคือ 1.พรรคเหล่านี้ค่อนข้างโน้มเอียงไปเชื่อในระบบราชการ เป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ แต่พรรคประชาธิปัตย์ปักธงแล้วว่าเราไปแนวทางการลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน 2.แนวคิดการปฏิรูป แม้แผนการปฏิรูปประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่ยังจับทิศทางสาระแทบไม่ได้ สิ่งเหล่านี้คือความต่าง พรรคประชาธิปัตย์พูดถึงการสร้างใหม่ ราชการมีจังหวัดจัดการตนเอง เลือกตั้งผู้ว่าฯ มีเรื่องมหานคร จะเอาระบบ E-Government เข้ามา เป็นต้น แต่เป็นเรื่องดีที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นการแข่งขันเชิงกรอบความคิดว่าทิศทางของประเทศควรไปทางไหน และจะได้คำตอบจากประชาชนเองว่าอยากจะได้รัฐบาลแบบไหน

สวนยางบ่นเก็บค่าสมาชิก 100 บาท
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการยืนยันแสดงตนสมาชิกของพรรคว่า ยังมีอุปสรรคพอสมควร ระบบที่เอามาช่วยยังไม่สามารถใช้ได้เต็มที่ ติดขัดเรื่องกฎระเบียบและในพื้นที่ต่างจังหวัด คนที่ไปช่วยเรายืนยันสมาชิกต้องไปตระเวนตามหาถึงบ้าน ทำได้จำกัด ต้องไปอธิบาย ปัญหาในต่างจังหวัดและสำหรับผู้มีรายได้น้อยข้องใจมากว่าเดิมเป็นสมาชิกพรรคต้องช่วยงาน เสียสละอยู่แล้ว ทำไมวันนี้จะมาเก็บเงินกับเขาอีก อดีต ส.ส.ภาคใต้จะบ่นบ้าง ชาวบ้านบอกราคายางพาราตก กก.ละ 40 บาท จะมาขอค่าสมาชิกคนละ 100 บาท เขากระทบกระเทือน

จัดคนลง ส.ส.เขตหลักสี่แทน “สกลธี”
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีนายสกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากพรรคไปเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.เจ้าตัวได้มาพบเล่าให้ฟังว่าได้รับการทาบทามจาก คสช.และ กทม.ให้ไปเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.เขาอยากไปเป็นสิทธิและเป็นเส้นทางที่ได้เลือกแล้ว การพูดคุยเป็นไปด้วยดีไม่มีอะไร ระบุว่าเพื่อจะได้ให้ทำงานอยู่ตรงนั้นมีความเป็นกลาง ส่วนต่อไปวันข้างหน้าจะไปอยู่กับพรรคไหนอย่างไรเป็นสิทธิของเขา พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าหาผู้สมัครลงเขตหลักสี่แทน คงไม่มีปัญหาอะไร

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดีใจที่จะมีคนหนุ่มไฟแรง รู้ปัญหาชาว กทม. เข้าไปช่วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. แก้ไขปัญหา ให้ชาว กทม.มีความสุขที่สุด มั่นใจว่านายสกลธีทำหน้าที่นี้ได้ดี


“นิพิฏฐ์” จี้อดีต ส.ส.หนักแน่นสู้แรงดูด
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กล่าวว่า ไม่ได้ว่าอะไร ขออวยพร ก่อนเลือกตั้งทุกครั้งมีทั้งคนไหลเข้าไหลออก ตอนนี้มีไหลเข้ามากกว่าไหลออกด้วยซ้ำ เพียงแต่เวลามีคนเข้ามาเสียงไม่ดัง เรามีคนหนุ่มเข้ามาเยอะมาก ถึงเวลาหนึ่งต้องเชิญคนหนุ่มที่เข้ามาร่วมกับพรรคมาเปิดตัวสักวาระหนึ่งให้คนได้รู้ว่าพรรคมีคนเดินเข้ามากกว่าคนเดินออก ส่วนกระแสข่าวพรรคหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ทยอยทาบทามคนของแต่ลพรรคการเมืองไปร่วมเริ่มมาแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาทำได้ คนดึงไปเขาไม่สนใจวิธีการหรอก ถ้าคนของเราหนักแน่นไม่ไปก็ไม่กังวลอะไร อยู่ที่ความหนักแน่นของคนของเรามากกว่า

“กรณีของนายสกลธีจะไม่เป็นตัวอย่างหนึ่งให้คนอื่นๆตามไป คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่มีข้อสังเกตคือนายสกลธีจะไปเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.ไม่ต้องลาออกจากสมาชิกพรรคก็ได้ เนื่องจากไม่มีข้อห้าม แต่พอลาออกทำให้เราวิเคราะห์กันต่อว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าเขาจะไปอยู่พรรคไหนต่อหรือไม่ ในฐานะคนเคยร่วมต่อสู้กันมาก็ใจหาย สูญเสียสมาชิกพรรคไปอีกคนหนึ่ง ทั้งที่เราพยายามรักษามาตลอด เขาไปเป็นรองผู้ว่าฯดีใจ สนับสนุนด้วย เพราะเคยเป็นผู้แทนฯมีประสบการณ์คลุกคลีกับชาวบ้าน” นายนิพิฏฐ์กล่าว

พท.ซัดผู้นำเสพติดอำนาจไล่ช็อป ส.ส.
ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. รอประกาศความชัดเจนทางการเมืองใกล้เลือกตั้ง พร้อมยอมรับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มีความคิดตั้งพรรคการเมืองจริงว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง ยิ่งมีหลายพรรคประกาศสนับสนุน ต้องประเมินสถานการณ์ก่อนเพื่อให้มั่นใจ ไม่ได้ปฏิเสธเหมือนแต่ก่อน เรียกได้ว่าเสพติดอำนาจแล้วยากจะเลิกง่ายๆ เมื่อมีจังหวะเป็นนายกฯต่อได้ต้องคว้าไว้ ตอนนี้เริ่มช็อปปิ้งแล้วดูว่าใครเข้าท่าเข้าทางบ้าง ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตนเองเพื่อให้มั่นใจว่าได้แน่ คงลากไปอย่างนี้พักใหญ่ เป็นธรรมดาเมื่ออยู่ในอำนาจมีสิทธิเลือกหรือช็อปปิ้ง ถึงเวลานั้นต้องรอดู ส่วนนักการเมืองเวลานี้ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ เปลี่ยนใจลาออกได้ตลอด แม้จะยืนยันเป็นสมาชิกพรรคไปแล้ว อันไหนคิดว่าไปแล้วมีโอกาสได้เป็นนักการเมืองที่มีตำแหน่งก็ไปทั้งนั้น


ยื้อปลดล็อกระวังกระแสพลิกกลับ
นายชัยเกษมกล่าวว่า ส่วนที่ คสช.ยังไม่ยอมปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ถ้าต้องการอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด ต้องดึงไปจนกว่าทนไม่ไหวแล้วต้องยอมปล่อย ตอนนี้ต้องถือว่าคนตั้งพรรคใหม่ได้เปรียบทั้งสิ้น บางครั้งเริ่มหาเสียงในตัวแล้ว เริ่มประกาศนโยบาย ขณะพรรคเก่าคุยแค่นโยบายพรรคยังไม่ได้เลย แต่เชื่อว่าไม่มีใครกลัวใครปรับตัวสู้กันได้ คนที่เข้ามาโดยวิธีไม่เป็นประชาธิปไตยจะทำอะไรก็ได้ อย่าไปหวังว่าจะทำให้ทุกอย่างมันแฟร์ เพราะทุกอย่างที่ผ่านมาไม่มีอะไรแฟร์เลย ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ กฎหมายต่างๆ การกำหนดกติกาทั้งหลาย บอกว่าทุกคนภายใต้กติกาเดียวกัน แต่ไม่เห็นมีอะไรแฟร์เลย ในความไม่แฟร์ยิ่งดึงมากเท่าไหร่ในแง่ความรู้สึกประชาชนอาจจะพลิกกลับได้ ถ้า คสช.ยอมปลดล็อกตามเสียงเรียกร้อง ภาพของ พล.อ.ประยุทธ์จะดีขึ้น แต่ถ้าไม่ให้พลิกกลับแน่ อย่าคิดว่าประชาชนไม่รู้เรื่อง

เชื่อคน พท.ไม่มีใครคิดย้ายข้าง
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้คนในรัฐบาลเตรียมตั้งพรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกครั้ง โดยโน้มน้าวอดีต ส.ส.พรรคต่างๆเข้าร่วมมากแค่ไหน เชื่อว่าจะไม่สามารถได้เสียง ส.ส.พอจัดตั้งรัฐบาลได้ เมื่อ ส.ส.เหล่านั้นย้ายพรรค คนจะยังยึดมั่นพรรคการเมืองเดิมที่เคยสนับสนุน เพราะทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ต่างมีจุดยืนที่ชัดเจนของตัวเอง ไม่เหมือนพรรคที่เตรียมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นพรรคเฉพาะกิจเท่านั้น ในส่วนของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เชื่อว่าจะไม่มีใครไปร่วมกับพรรคที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จากการลงพื้นที่เสียงประชาชนที่สะท้อนมา บอกให้เราสู้ต่อไปในพรรคการเมืองที่ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย อดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยคนอื่นๆคงได้รับเสียงสะท้อนเช่นเดียวกัน และคงไม่มีใครคิดย้ายพรรค


นปช.ไม่ตั้งพรรคชูธงโค่นเผด็จการ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า แกนนำ นปช.พูดคุยกันนอกรอบให้เสรีภาพแกนนำทุกคนตัดสินใจว่าจะเป็นสมาชิกพรรคใดหรือเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคใดหรือไม่ หลักการคือพรรคที่แกนนำ นปช.จะเข้าร่วม ต้องยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ และไม่ตอบสนองต่อวิถีเผด็จการใดๆทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามแกนนำ นปช.ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย หลายคนได้ยืนยันการเป็นสมาชิกแล้วเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ส่วนกระแสข่าวการตั้งพรรคการเมืองของคนเสื้อแดงนั้น คนเสื้อแดงผ่านการต่อสู้ทางการเมืองมายาวนาน อาจมีบางส่วนที่มีแนวคิดอยากขับเคลื่อนระดับนโยบาย การตั้งพรรคการเมืองจึงอาจมีขึ้นได้สำหรับคนบางกลุ่ม ถือเป็นเสรีภาพ แต่สำหรับแกนนำ นปช.ยังไม่มีแนวคิดจะตั้งพรรค ส่วนกระแสข่าวแกนนำนปช.เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ประเทศจีน ยืนยันว่ายังไม่มีใครเดินทางไปช่วงนี้ ส่วนแกนนำคนเสื้อแดงคนอื่นๆจะเดินทางไปพบนายทักษิณหรือไม่นั้นไม่ทราบ

“บิ๊กฉัตร” เทใจหนุนเพื่อนรัก
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ไม่ปฏิเสธว่าจะเล่นการเมืองว่า ไม่ทราบและไม่มีความเห็น เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ระบุทราบว่ามีการพูดคุยกันถึงการตั้งพรรค พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ตนไม่ทราบและไม่ได้อยู่ในวงดังกล่าว แค่ทำงานแก้ปัญหาไอยูยู แก้ปัญหาบริหารจัดการน้ำก็หมดเวลาแล้ว เมื่อถามย้ำว่าหากมีการชักชวนจะเข้าร่วมหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ไม่มีความเห็น เวลานั่งคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับตน อาจจะคุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หรือใครหรือไม่นั้นไม่ทราบ แต่ยืนยันไม่ได้อยู่ในวง เมื่อถามว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เล่นการเมืองพร้อมยืนเคียงบ่าเคียงไหล่หรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่าตนเป็นเพื่อนท่านและทำงานร่วมกันมานาน ยืนยันพร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เต็มที่แต่ทำได้หลายรูปแบบ การวางแนวทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลถ้าทำต่อจะเป็นเรื่องดีเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ อยากเห็นความต่อเนื่องการทำงาน


โฆษก กห.แจง “บิ๊กป้อม” แค่เช็กสุขภาพ
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.บอกกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ไม่ได้ไปร่วมรดน้ำขอพรวันสงกรานต์ เพราะไม่สบาย ไปทำบายพาสเส้นเลือดหัวใจว่า จริงๆแล้ว พล.อ.ประวิตรลาไปทำภารกิจส่วนตัวที่ต่างประเทศ แต่ไม่ทราบว่าประเทศไหน มีกำหนดเดินทางกลับวันที่ 15 เม.ย. เข้าใจว่าเดินทางไปเช็กอัพหรือตรวจสุขภาพมากกว่า คงไม่ไปทำบายพาสเพราะเคยทำไปแล้ว เป็นการเดินทางไปพักผ่อนในตัว คงไม่น่ามีอะไรพิเศษ นายกฯก็ได้รับทราบแล้ว ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร มีกำหนดเดินทางไปร่วมประชุมกับรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เรื่องการสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศ สานต่อหลังจากที่นายกฯเดินทางไปสหรัฐฯที่ผ่านมา โดยจะเดินทางพร้อมคณะมีตัวแทนทุกเหล่าทัพและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงไปด้วยระหว่างวันที่ 21-26 เม.ย.

เปิดบ้านให้น้องๆรดน้ำ 16 เม.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.อ.ประวิตรลาไปพักผ่อน จะเดินทางกลับวันที่ 15 เม.ย.จากนั้นวันที่ 16 เม.ย. พล.อ.ประวิตรจะเปิดบ้านพักซอยลาดพร้าว 71 เพื่อให้ ผบ.เหล่าทัพ ข้าราชการ พ่อค้า นักธุรกิจ ประชาชนทั่วไป เข้ารดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์

โหร คมช.ระบุอดีต รมต.เสริมทัพ ครม.
วันเดียวกัน นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าของฉายาโหร คมช.หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีก่อนหน้านี้เคยระบุรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งในเดือน เม.ย.ว่า ยังยืนยันในระหว่างเดือน เม.ย.-ก.ค.มีเกณฑ์ปรับ ครม.เพื่อความเหมาะสม และเพื่อให้การทำงานราบรื่นเป็นไปตามเป้าหมาย เพราะหลายคนยังทำงานไม่เข้าเป้า รวมถึงรัฐมนตรีบางคนมีเกณฑ์ต้องปรับเปลี่ยนจากปัญหาสุขภาพ เพราะอายุเยอะแล้ว อาจต้องไปพักรักษา แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร และปรับเที่ยวนี้จะมีทั้งอดีตข้าราชการ และอดีตนักการเมืองที่เคยเป็นรัฐมนตรีเข้ามา 1-2 คน มาลักษณะเดียวกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯหรือนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนสถานการณ์การเมืองแม้มีบางกลุ่มยังชุมนุมเคลื่อนไหวแต่ไม่อะไรที่เป็นปัญหา ส่วนการปลดล็อกอาจเกิดหลังเดือน มิ.ย.


หลัง ลต.นายกฯยังชื่อ “ประยุทธ์”
โหร คมช.กล่าวต่อว่า เรื่องรัฐบาลชุดหน้าหลังการเลือกตั้งดวงของ พล.อ.ประยุทธ์อย่างที่บอกแต่แรก จากการเปิดภาพนิมิตยังต้องทำหน้าที่นายกฯต่อไป ส่วนทีมงานจะมีรัฐมนตรีหลายคนร่วมอยู่ด้วย เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติตามที่กำหนดไว้ เพราะรัฐมนตรีบางคนยังไม่หมดหน้าที่ โดยจะมีการตั้งพรรคการเมือง และจะมีรัฐมนตรีหน้าใหม่ๆ ทั้งจากนักการเมืองที่คัดสรรจากพรรคการเมืองต่างๆที่มาร่วมรัฐบาล และผู้มีหน้าที่เข้ามาทำงานตรงนี้ การมาของ พล.อ.ประยุทธ์จะมาตามระบอบประชาธิปไตย จะเป็นนายกฯคนนอกหรือคนในทุกคนรับได้หมด

“ประสงค์” มาแรงคั่วเก้าอี้ปลัดคลัง
ส่วนกรณีที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากราชการ ภายหลังไม่พอใจมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโอนจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ส่งผลให้ตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังและเลขาธิการ สศช.ว่างลงพร้อมกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 17 เม.ย. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เตรียมเสนอชื่อนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่ และแต่งตั้งนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร มาเป็นอธิบดีกรมสรรพากรแทน ขณะที่ตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากรจะพิจารณารองปลัดกระทรวงการคลังขึ้นมาแทนนายกุลิศ

วางตัว “ทศพร” นั่งเลขาธิการ สศช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งเลขาธิการ สศช.นั้น นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเสนอนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มาเป็นเลขาธิการ สศช. เนื่องจากเห็นว่านายทศพรเป็นเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเป็นเลขานุการคณะกรรมการสานประชาพลังประชารัฐ น่าจะมาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศได้ ส่วนนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่มีชื่อเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่เหมาะสมจะมาเป็นเลขาธิการ สศช.ได้ แต่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯวางตัวเอาไว้ว่าจะให้นายเอกนิติ ซึ่งถือเป็นคนเก่งและอายุยังน้อย ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงการคลังในอนาคต จึงเกรงว่าการเมืองในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลง อาจจะทำให้นายเอกนิติไม่ได้กลับไปที่กระทรวงการคลัง

พท.ฉะเด้ง ขรก.พังระบบคุณธรรม
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการโยกย้ายปลัดกระทรวงการคลัง และเลขาธิการ สศช.ว่า การย้ายข้าราชการระดับสูงตำแหน่งสำคัญนอกฤดูกาลโยกย้าย สุ่มเสี่ยงทำลายระบบคุณธรรม ส่งผลให้ข้าราชการขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ที่สำคัญได้สร้างอาณาจักรแห่งความกลัวให้เกิดขึ้นว่ารัฏฐาธิปัตย์จะทำอย่างไรก็ได้ตามอำเภอใจ ไม่มีกฎมีเกณฑ์ในการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ชอบด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน และขาดหลักธรรมาภิบาล โดยผู้ถูกย้ายถูกลดเกรดราวฟ้ากับเหว อีกทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ถูกแต่งตั้งถูกสอบสวนว่าการกระทำผิดและแต่งตั้งข้ามห้วยปิดกั้นความเจริญก้าวหน้าของข้าราชการในหน่วยนั้น แสดงให้เห็นการรัฐประหารนอกจากทำลายระบบการเมืองให้อ่อนแอ ยังทำลายระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ


ฝ่ายมั่นคงเอาอยู่ไร้สัญญาณรุนแรง
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ว่า จากรายงานหน่วยงานด้านความมั่นคง แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.กิจกรรมของพรรคการเมืองที่ดำเนินการตามที่กฎหมายเปิดช่องไว้ให้แล้ว และอีกบางส่วนอยู่ระหว่างเรียกร้องขอให้ยกเลิกบางอย่าง คสช.จะพิจารณาเป็นเรื่องๆไป 2.การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมบางกลุ่มที่มีต่อเนื่อง เป็นเรื่องธรรมชาติเนื่องจากกำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าติดตามดูอยู่โดยยึดหลักกฎหมาย โดยดูไปตามสถานการณ์บ้านเมืองว่าเป็นอย่างไร หน้าที่ของรัฐบาลคือทำให้ไปถึงเป้าหมายหรือตามโรดแม็ปที่กำหนดไว้ให้ได้ และในฐานะอดีต ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.)มองว่าวันนี้ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าสถานการณ์อาจจะเกิดความรุนแรงขึ้นได้ หลังสงกรานต์จะประเมินอีกครั้ง แต่มั่นใจดูแลสถานการณ์ให้เรียบร้อยได้

“ไก่อู” ปัดดันทุ่ม 7 ล้านทำไลน์รัฐบาล
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวที่สำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมสร้างออฟฟิเชียลไลน์และสติกเกอร์ไลน์ ใช้งบประมาณ 7 ล้านบาทว่า ไม่ใช่โครงการของตน เพราะเป็นเพียงข้าราชการการเมืองของสำนักโฆษกฯ ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับเรื่องงบฯได้ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักนายกฯรับผิดชอบ เป็นเรื่องของข้าราชการประจำ คงต้องไปถามรายละเอียดจากสำนักโฆษกฯ ผู้อำนวยการสำนักโฆษกฯเสนอเรื่องต่อ พล.อ.วิลาศ ศรีอรุณ เลขาธิการนายกฯ ตนเป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น หน้าที่โฆษกของตนคือ ให้ข้อมูลชี้แจงการทำงานของรัฐบาลและให้นโยบายสนับสนุนรัฐบาลเพียงเท่านั้น ถ้าจะเกี่ยวข้องกับงบฯจะเป็นในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ไปทำหน้าที่รักษาการอธิบดีฯ ที่มีการโจมตีตนในโซเชียลมีเดียไม่เป็นไร จากนี้จะได้ทราบข้อเท็จจริง และไม่ใช่ปัดเรื่องให้พ้นตัว แต่ไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ

สำนักโฆษกฯยันโครงการโปร่งใส
นางนัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกฯ เตรียมสร้างออฟฟิเชียลไลน์ และสติกเกอร์ไลน์ว่าเป็นหนึ่งในแผนงานประจำปีของสำนักโฆษกฯที่จะสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน ไม่ได้เป็นข้อริเริ่มของฝ่ายการเมือง ตามที่พาดพิงกัน ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่นิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ ประเทศไทยใช้แอพพลิเคชันไลน์ มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น จึงอยากเพิ่มช่องทางสื่อสารไปยังประชาชนผ่านแอพพลิเคชันไลน์ และราคากลาง 7,029,900 บาท ใช้ราคาตลาด โดยสืบราคาจากบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด และได้ประกาศราคากลางทางเว็บไซต์สำนักเลขาธิการนายกฯ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. และเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง ให้ประชาชนเข้าตรวจสอบ ป้องกันการทุจริต ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด ยืนยันว่าดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล ที่มักถูกวิจารณ์ว่าไม่ทันสมัย ล่าช้า ไม่ตอบโจทย์สังคม ทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้


“มีชัย” จ่อรื้อใหม่แผนปฏิรูป ตร.
ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานคณะกรรม– การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงแผน ปฏิรูปตำรวจของคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ว่า การทำแผนปฏิรูปดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ ยังไม่เห็นแต่ได้ยินเขาบอกว่ายังไม่ใช่ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่เพื่อ พิจารณาอีกครั้ง โดยจะประชุมนัดแรกหลังสงกรานต์ และจะใช้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่ประชุม เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ปรับเปลี่ยนเนื้อหาในแผนปฏิรูปชุด พล.อ.บุญ– สร้างได้หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ทำได้และไม่จำเป็น ต้องยึดแผนปฏิรูปดังกล่าว เพราะพูดคุยกันได้หากสิ่งที่ทำมาเป็นเรื่องดี ชุดปฏิรูปตำรวจที่ผ่านมายังมีความเกรงใจตำรวจอยู่ จึงจะต้องปรับแก้ไขใหม่ และ มั่นใจว่าคณะกรรมการชุดของตนจะพิจารณาจากแก่น ปัญหาอย่างแท้จริง โดยไม่เกรงใจใครและจะยึดรัฐ– ธรรมนูญเป็นหลัก เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญในการปฏิรูป 2 เรื่อง คือการศึกษาและตำรวจ

ต.ค.ยึดอาวุโสมีแหกกฎยุฟ้องศาล
เมื่อถามว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ปฏิรูปตำรวจภายใน 1 ปี หากพ้นระยะเวลาดังกล่าวการแต่งตั้งโยกย้ายต้องยึดหลักอาวุโส ขณะนี้ครบ 1 ปี แล้ว ดังนั้น ต้องใช้ระบบอาวุโสหรือไม่ นายมีชัยกล่าว ว่า ใช่ ถือว่าเข้าเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว หากการแต่งตั้งไม่ใช่เกณฑ์นี้สามารถฟ้องร้องได้เลย คาดว่ากฎหมายปฏิรูปตำรวจที่จะทำไม่ทันกับการแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการตำรวจในเดือน ต.ค. ฉะนั้นหลักการแต่งตั้ง ตำรวจจะต้องยึดลำดับอาวุโสตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
ที่มาไทยรัฐ