วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561

'มาร์ค'สวนหมัด'บิ๊กตู่' ฟังไม่ละเอียด-ไม่หลู่เกียรติใคร

https://www.thairath.co.th/media/
พท.กล่อม‘สะสมทรัพย์’กลับรัง


“อภิสิทธิ์” โต้นายกฯฟังไม่ละเอียด ยันไม่ได้ลบหลู่เกียรติใครให้เสียหาย ชี้เป็นการประกาศแนวทางเพื่อให้เกียรติประชาชน ลูกพรรคข้องใจดาหน้าเหน็บแนม “บิ๊กตู่” มีปมในใจ กร้าวจุดยืนไม่สนับสนุนนายกฯ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เย้ยถูกใครหลอกว่าประชาธิปัตย์จะสนับสนุนหรือเปล่า พท.ตบเท้ายืนยันสมาชิกคึกคัก มากันครบยกเว้น “วาดะห์-สะสมทรัพย์” “ป๋าเหนาะ” ยังฝันเห็น “ทักษิณ” กลับไทย “เฉลิม” ชี้ไม่ต้องรีบหาตัวผู้นำ “สมชาย” อยากเห็นคนหนุ่มถือธงนำพรรค เผย “เจ๊แดง” วางมือเลิกเล่นการเมือง 18 เม.ย. นัดออกรอบหยั่งเชิง “สะสมทรัพย์” ด้าน ชทพ.คึกคักไม่แพ้กัน โวคนดังเตรียมแห่ซบเพียบ เผยพรรคหนุน “บิ๊กตู่” ดีลจบแล้วหลายกลุ่ม ก๊วนเด็ก ปชป.จ่อร่วมด้วย “อนุทิน” นำคณะ ภท.เบิร์ธเดย์ 90 ปี “ปู่ชัย”

กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ต้องสนับสนุนหัวหน้าพรรคตัวเองเป็นนายกฯ หากใครจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ ให้ออกไปอยู่พรรคอื่น ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบโต้กลับมาว่าพูดจาไม่ให้เกียรติกัน พร้อมให้จับตาดูหลังเลือกตั้งจะเปลี่ยนแปลงท่าทีจากสิ่งที่พูดไว้หรือไม่

“อภิสิทธิ์” โต้ “บิ๊กตู่” ไม่หลู่เกียรติใคร
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายก-รัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาระบุให้ระวังการใช้คำพูดที่ให้สัมภาษณ์สื่อว่าหากใครจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้ไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นว่า เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ได้ฟังสิ่งที่ตนพูด เพราะสิ่งที่พูดไม่ได้พาดพิงใครในทางเสียหายเลย ไม่มีตรงไหนที่ไม่ให้เกียรติใคร ได้ให้ความเห็นว่าใครจะตัดสินใจอยู่กับพรรคไหนต้องยึดมั่นตามแนวทางที่พรรคนั้นๆประกาศกับประชาชน และสมาชิกพรรค ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลและเป็นการให้เกียรติประชาชน และตนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด


คาใจคำสั่ง คสช.สร้างภาระติดขัด
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนการลงทะเบียนเพื่อยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเป็นวันที่ 4 ยังเป็นไปด้วยความราบรื่นตามระบบที่วางไว้ แต่มีข้อจำกัดในส่วนของการยืนยันนอกพื้นที่สำนักงานใหญ่ เพราะต้องมีขั้นตอนเพิ่มเติม เนื่องจากไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินได้ ต้องออกเป็นใบรับเงินชั่วคราว ทุกอย่างจึงต้องใช้กระดาษเป็นแบบฟอร์มที่จะทยอยส่งเข้ามา จึงอยากให้ คสช.รีบแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 หลังจากที่ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้วว่าคำสั่งดังกล่าวมีเนื้อหาขัดรัฐธรรมนูญ ลิดรอนสิทธิและสร้างความเดือดร้อนเป็นภาระแก่พรรคการเมือง โดยไม่จำเป็นต้องรอคำชี้ขาดจากศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะไม่ส่งความเห็นไปที่ คสช. แต่ คสช.ก็ทราบจากการแถลงข่าวอยู่แล้ว จะทำหนังสือขอไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้ ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีของการใช้อำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญ

ดาหน้าเหน็บแนมนายกฯ
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “อยากถามท่านนายกฯพี่ตู่ไม่ทราบเป็นอะไร? หรือท่านไม่เข้าใจ? สิ่งที่ท่านอภิสิทธิ์พูดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. เป็นการพูดเรื่องของพรรคการเมืองที่ท่านเป็นหัวหน้าพรรค เป็นหลักการธรรมดา หลักกฎหมายของพรรคการเมือง ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ต้องสนับสนุนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าเป็นใคร ให้เป็นนายกฯ ส่วนใครที่ต้องการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ก็มีทางเลือกพรรคการเมืองอื่นอีกมาก ซึ่งพรรคการเมืองที่แสดงออกแบบนั้น น่าจะผิดหลักการสากล และอาจจะผิดหลักกฎหมายด้วยซ้ำ ก็แค่นั้นผมเลยไม่เข้าใจว่าท่านเป็นอะไร? และท่านเข้าใจหรือไม่ครับ? ป.ล.ถ้ากรุณาตอบด้วยก็จะดีครับ ถ้าไม่ตอบก็ไม่เป็นไรครับ”


ชี้หลักการเบสิกแต่ไม่ถูกใจ
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คำสัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์ เวช-ชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ผิดหลักการ เพียงแต่ไม่ถูกใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเท่านั้น เพราะสิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูดนั้น เพื่อต้องการบอกกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนว่า ถ้าใครสนับสนุนนายกฯคนนอก ก็ไม่ต้องมาที่พรรคประ-ชาธิปัตย์ ให้ไปที่พรรคอื่น ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว ถ้าใครมายืนยันสมาชิกพรรคแล้วไปเชียร์นายกฯคนนอก หรือ รอเป็นงูเห่าโหวตในสภา ก็อยู่ร่วมอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ สมาชิกพรรคต้องหนุนหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯเท่านั้น ถือเป็นหลักการของพรรค การเมืองทั่วไป จึงไม่เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีอารมณ์ของขึ้นไปทำไม หรือไปแตะต่อมอำนาจของท่าน

ลั่นจุดยืนไม่มีวันเปลี่ยนแน่
“ท่านไม่ต้องบอกให้ดูหลังเลือกตั้งว่าเขาจะเปลี่ยนท่าทีอะไร เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ประกาศชัดว่าไม่สนับสนุนนายกฯคนนอก จุดยืนของพรรคนี้ไม่มีวันเปลี่ยน ท่านอาจถูกใครบางคนหลอกลวง แอบอ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนท่านให้เป็นนายกฯ แต่ความจริงแล้วขัดต่ออุดมการณ์พรรคเราอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นแค่ลมลวงของนักการเมืองบางคนเท่านั้น วันนี้ท่านมีอำนาจใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ก็ให้คอยดูว่าหลังหมดอำนาจตามมาตรา 44 ท่านจะ อยู่ที่ไหน จะเปลี่ยนไปหรือไม่ ที่ท่านเป็นอยู่คือ หัวโขนธรรมดา ทุกสิ่งเป็นอนิจจัง ฉะนั้นกรุณาอย่าแสดงบทข่มขู่หัวหน้าพรรคการเมืองให้มากไปกว่านี้ เพราะทุกคนคือคนเท่าเทียมกัน” นายวัชระกล่าว


พท.คึกคักตบเท้ายืนยันสมาชิก
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.40 น. ที่พรรคเพื่อไทย บรรยากาศคึกคัก มีการเปิดให้ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค อดีตนายกฯ อดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. และแกนนำพรรค เดินทางมาเป็นจำนวนมาก อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายเสนาะ เทียนทอง พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายชัยเกษม นิติสิริ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายวัฒนา เมืองสุข ส่วนใหญ่เลือกวิธีจ่ายเงิน 2,000 บาท เพื่อยืนยันการเป็นสมาชิกตลอดชีพ พร้อมกันนี้ทางพรรคได้จัดให้มีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในพรรค 3 คน เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประกอบด้วย นายสมชาย นายเสนาะ และ พล.ต.ท.วิโรจน์ โดยนายสมชายได้มอบผ้าขนหนูเป็นของที่ระลึกแก่ผู้มาร่วมงานด้วย

ไร้เงา “วาดะห์-สะสมทรัพย์”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีต ส.ส.กลุ่มต่างๆ พรรคเพื่อไทยเดินทางมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ และอีสานที่มาเกือบทั้งหมด ขาดเพียงบางคนที่ติดภารกิจ ภาคกลางส่วนใหญ่ก็เดินทางมาเช่นกัน ยกเว้นตระกูลสะสมทรัพย์ ขณะที่ภาคใต้ กลุ่มวาดะห์ที่มีข่าวไปร่วมพรรคประชาชาติ ไม่ได้เดินทางมา ส่วนกลุ่ม นปช.ก็เดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง

ตีบทซึ้งคิดถึงผู้นำที่เคารพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการรดน้ำดำหัว นายภูมิธรรมได้กล่าวกับสมาชิกพรรคว่า เป็นวันที่รู้สึกอบอุ่น เราไม่เจอบรรยากาศแบบนี้มานานแล้ว ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็พร้อม แม้ปีนี้ผู้ใหญ่ที่เราเคารพจะอยู่ไม่ครบถ้วนเหมือนที่เราอยากเห็น แต่เราต้องหนักแน่นมั่นคงนำประเทศไปสู่ประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุด

“ป๋าเหนาะ” ฝันเห็น “ทักษิณ” กลับไทย
ด้านนายเสนาะกล่าวว่า ทุกคนอาสามาเพื่อดูแลบ้านเมือง จะทำอย่างไรก็ต้องนึกถึงประชาชน ไม่ใช่มีอำนาจออกกฎหมายตามใจฉัน เพื่อฉัน เพื่อพวกของฉัน แบบนั้นกฎหมายจะปฏิบัติยาก เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ที่พูดมานี้ไม่ได้จะว่าใคร และเดือนนี้มีวันสำคัญมาก พวกเรามารวมตัวกันทั้งหมด ยกเว้นบุคคลสำคัญคือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฝันแล้วฝันอีกว่านายทักษิณต้องกลับเข้ามาประเทศไทยแน่นอน ความฝันของตนมักจะเป็นความจริง แม้ปีนี้ตนจะอายุ 84 ย่าง 85 แต่ก็จะอยู่กับพรรคต่อไป ตนมาร่วมกับพรรคนี้ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย วันที่จับมือกับนายทักษิณ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.43 และจากนี้ก็จะอยู่กันต่อไปเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นงานรดน้ำดำหัว ได้มีการนำเค้กมาอวยพรวันเกิดย้อนหลังให้กับนายเสนาะด้วย

“เฉลิม” บอกไม่ต้องรีบหาผู้นำพรรค
ต่อมาเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯและแกนนำกลุ่มบ้านริมคลอง ได้เดินทางมายืนยันสมาชิกถึงพรรค แต่ไม่ได้เข้ามายังชั้น 7 ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน แต่มีสมาชิกพรรคเข้าไปพูดคุยต้อนรับที่ห้องทำงานชั้น 8 โดย ร.ต.อ.เฉลิมได้ประเมินสถานการณ์การเมืองกับอดีต ส.ส.ว่า การเลือกตั้งอาจไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ ดังนั้นพรรคยังไม่จำเป็นต้องพูดถึงผู้นำในเวลานี้

เวลาไล่เลี่ยกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรค ทักทายอดีต ส.ส.สมาชิกพรรคด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และได้รับการตอบรับอย่างดีจากบรรดาสมาชิก อดีต ส.ส.หญิงบางรายเข้าไปสวมกอด ก่อนร่วมรับประทานอาหารกับแกนนำพรรค อย่างไรก็ตาม คุณหญิงสุดารัตน์และ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ได้พบหน้ากันแต่อย่างใด

“สุดารัตน์” ออกตัวไม่อยากเป็นหัวหน้า
คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์กรณีที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคว่า ไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะเคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคเมื่อปี 2556 แต่มีความผิดพลาด น่าจะเรื่องของทะเบียน เพราะตรวจสอบแล้วไม่พบชื่อ อย่างไรก็ตาม เมื่อพรรคเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่เมื่อใดก็จะมาสมัคร เมื่อถามว่าท้อใจหรือไม่ที่คนคัดค้านการเป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ตนไม่ได้อาสาเป็นหัวหน้าพรรค เป็นเพียงสมาชิก ไม่ได้ท้อใจอะไร สิ่งที่ปรากฏอาจเป็นแหล่งข่าวพูดกันไปโดยไม่มีตัวตน ขณะนี้มีหัวหน้าพรรครักษาการอยู่แล้วและทำหน้าที่ได้ดี เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรคควรมีท่าทีประนีประนอมหรือต่อต้านเผด็จการ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้นำ เรามีจุดยืนอยู่แล้ว คือรักษาระบอบประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนระบบอื่นที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่สมาชิกต้องการให้เป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า “พี่ไม่ได้พูดว่าอยากจะเป็นหัวหน้าพรรค แล้วแต่คนคิด ต้องถามด้วยว่าพี่อยากเป็นหรือไม่ พี่เป็นแค่คนตัวเล็กๆ ทำหน้าที่เมื่อมีโอกาสทำอะไรให้องค์กรในส่วนที่ทำได้ก็ทำเท่านั้น วันนี้ยังไม่จำเป็นต้องหาหัวหน้าพรรค หรือผู้บริหารพรรคใหม่ เพราะมีอยู่ และทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว” เมื่อถามว่าอยากเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า “คิดว่าไม่ค่อยมีใครอยากเป็น”


เตรียมออกรอบหยั่งเชิง “สะสมทรัพย์”
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า จะมีการยืนยันสมาชิกไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 30 เม.ย. ส่วนกลางเดือน เม.ย.ที่จะไปตีกอล์ฟกับตระกูลสะสมทรัพย์ที่จังหวัดนครปฐม ไม่ได้มีนัยทางการเมือง เป็นการพบปะสังสรรค์ทั่วไป เพราะขณะนี้กำลังว่างงาน ส่วนการมีผู้นำคนใหม่ของพรรคเพื่อไทยจะเป็นไปตามกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย ถ้ายกเลิกคำสั่งต่างๆ ให้พรรคจัดการประชุมได้ภายใน 30 วันเราก็จะมีผู้นำภายใน 30 วัน เมื่อถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค นายภูมิธรรมตอบว่า ใครที่คิดถึงพรรค รักพรรค อยากเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคเมื่อไร ก็สามารถร่วมกันได้ทั้งหมด เมื่อถึงเวลาตัดสินใจเลือกผู้นำ ผู้ที่เสนอตัว ผู้ที่อาสา ก็สามารถได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน ถึงเวลานั้นสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็จะตัดสินใจเลือกผู้นำพรรค สำหรับการยืนยันสมาชิกพรรคเป็นที่น่าพอใจ คาดว่าเฉพาะวันนี้มีการยืนยันความเป็นสมาชิกกว่า 500 คน และได้ทุนประเดิมพรรคเกินกว่า 1 ล้านบาทแล้ว

แกนนำตบเท้าหวดกอล์ฟ 18 เม.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 เม.ย. แกนนำพรรคเพื่อไทย ประมาณ 20 คนนำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา จะเดินทางไปออกรอบที่สนามกอล์ฟนิกันติ จ.นครปฐม ของนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีต รมว.แรงงาน

“สมชาย” เผย “เจ๊แดง” เลิกการเมือง
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนมายืนยันสมาชิกพรรคคนเดียว เพราะนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา เลิกเล่นการเมืองแล้ว ส่วนเหตุผลเพราะอะไรนั้น ขอให้ไปถามเจ้าตัว เมื่อถามถึงสเปกผู้นำพรรคคนต่อไป นายสมชายตอบว่าทุกคนมีคุณสมบัติ อยู่ที่พรรคจะดำเนินการ แต่วันนี้ยังเคลื่อนไหวไม่ได้ เมื่อถามว่าคุณหญิงสุดารัตน์มีคุณสมบัติหรือไม่ นายสมชายตอบว่า วันนี้มีรักษาการหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคอยู่แล้ว พรรคจะดำเนินการตามกระบวนการ เมื่อทำได้จะโหวตเอาใครไม่เอาใครก็ว่ากัน เมื่อถามว่า นายเสนาะระบุตระกูลชินวัตรควรเลิกเล่นการเมือง เพราะจะกลายเป็นเป้า นายสมชายหัวเราะก่อนตอบว่า ไม่มีใครเป็นเป้าใคร ตระกูลไหนไม่สำคัญ อยู่ที่ว่ามีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นสิทธิและเสรีภาพของคนไทยทุกคนไม่ว่านามสกุลไหน ใครอยากเล่นไม่อยากเล่นก็ว่ากันไป ไม่ว่าตระกูลไหนจะเข้ามาก็ตาม ถ้ามีความปรารถนาดี และมีอุดมการณ์ที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติ และประชาชน ตนก็สนับสนุน


วางสเปกผู้นำพรรคเป็นคนหนุ่ม
เมื่อถามว่า ถ้ามีเสียงสนับสนุนให้เป็นผู้นำพรรคจะตอบรับหรือไม่ นายสมชายตอบว่า ผู้นำพรรคต้องเป็นคนหนุ่ม ตนไม่ได้คิดอะไรเรื่องนี้ ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการ หากสมาชิกต้องการสนับสนุนก็ต้องรอให้พรรคดำเนินกิจกรรมได้ก่อน ถ้ามีเสียงสนับสนุนก็ดี รอถ้าตนสมัครเป็น ส.ส.ก็ช่วยเลือกตนก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ เมื่อถามว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ประกาศไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพรรคจะมีผลทางจิตวิทยาต่อสมาชิกหรือไม่ นายสมชายตอบว่า ไม่เกี่ยว คงไม่มีผล เพราะท่านไม่ใช่สมาชิกพรรค และกฎหมายใหม่ก็ไม่ให้คนนอกเข้ามายุ่ง ท่านก็ปฏิบัติตามกฎหมาย

ชทพ.คึกคักแกนนำร่วมยืนยันตน
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา บรรดาแกนนำ อดีต ส.ส.และอดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทยพัฒนาประมาณ 40 คน อาทิ นายธีระ วงศ์สมุทร นายพันธุ์เทพ สุรีสถิระ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายอนุรักษ์ จุรีมาศ เดินทางมายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคและชำระค่าบำรุงพรรคต่อนายพิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนสมาชิกพรรคชาติไทยฯ โดยนายธีระกล่าวว่า ขั้นตอนนี้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองที่ให้แต่ละพรรคดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย. โดยพรรคชาติไทยฯมีสมาชิกประมาณ 22,000 คน นอกจากนี้จะใช้วิธีส่งจดหมายและเอกสารไปให้สมาชิกและมอบให้ตัวแทนอดีตสาขาพรรคในต่างจังหวัดประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกการยืนยันสมาชิกภาพ เมื่อ คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมต้องตั้งสาขาพรรคและสมาชิกให้ครบ 500 คนให้ครบทั้ง 4 ภาค ภาคละ 4 แห่ง และเมื่อ กกต.ประกาศเขตเลือกตั้งจะมีตัวแทนประจำจังหวัดดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามที่กฎหมายกำหนดไว้

เผยกลุ่มก๊วนรวมตัวหนุน “บิ๊กตู่”
อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ทาบทามอดีต ส.ส.จากหลายพรรคการเมือง ให้ไปร่วมงานกับพรรค การเมืองใหม่ที่กำลังจะตั้งขึ้น โดยมีโครงสร้างพรรคเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก-รัฐมนตรี ให้เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค และจะให้ พล.อ.ประยุทธ์นั่งในตำแหน่ง
ที่ปรึกษาพรรค ซึ่งจะมีการเปิดตัวในเดือน มิ.ย. แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะใช้ชื่อพรรคการเมืองว่าอะไร เบื้องต้นมีกลุ่มการเมืองตอบรับที่จะร่วมงาน อาทิ กลุ่มบ้านริมน้ำของนายสุชาติ ตันเจริญ พรรคพลังชลของนายสนธยา คุณปลื้ม กลุ่มตระกูลสะสมทรัพย์ และยังมีการทาบทามอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ด้วย

เด็ก ปชป.ส่อร่วมหอลงโรงด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา นายสกลธี ภัททิยกุล และนายณัฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคชาติไทย ได้เข้าพบนายสมคิดที่ทำเนียบรัฐบาลซึ่งมีการหารือถึงเรื่องนี้ด้วย สำหรับสถานะของนายสกลธี แม้จะยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แบบตลอดชีพไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคหรือไม่ เนื่องจากไม่ยอมตั้งศูนย์รับจดทะเบียนสมาชิก เขตหลักสี่ตามที่ทางพรรคแจ้งให้ดำเนินการ แม้จะยืนยันตัวตนเป็นสมาชิกพรรคแล้ว แต่ก็สามารถลาออกได้เช่นกัน ทั้งแสดงความจำนงต่อพรรค หรือไปแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองโดยไม่ต้องแจ้งพรรคต้นสังกัด ส่วนนายณัฐพลได้บวชอุปสมบทเป็นภิกษุ จึงขาดจากความเป็นสมาชิกโดยปริยาย และก่อนหน้านี้ได้แจ้งกับผู้ใหญ่ในพรรคล่วงหน้าว่าหากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ตั้งพรรคการเมือง จะลาออกจากพรรคและวางมือทางการเมือง แต่ถ้านายสุเทพไม่ตั้งพรรคก็จะอยู่กับพรรคต่อไป


“ปู่ชัย” เปิดบ้านทำบุญครบ 90 ปี
วันเดียวกัน นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดบ้านโรงโม่หินศิลาชัย อ.เมือง บุรีรัมย์ ทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 90 ปี พร้อมกับทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนำอดีต ส.ส.พรรค เข้าร่วมอวยพร ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการ ประชาชน นักการเมืองท้องถิ่นและนักการเมืองระดับประเทศ เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยมีของชำร่วยเป็นข้าวสาร 1 กิโลกรัมใส่ถุงไว้แจกให้กับผู้ที่มาร่วมอวยพรด้วย

“วิษณุ” ชี้แก้คำสั่ง คสช.เสร็จก่อน มิ.ย.
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ภายหลังจากที่นายวิษณุเดินทางมาชี้แจงร่างข้อกฎหมายต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายวิษณุเผยว่า ไม่ได้หารือกับนายมีชัยเรื่องการแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 สำหรับแนวทางแก้ไขคำสั่งดังกล่าวนั้น ตามปฏิทินทำงานควรแก้ไขให้เสร็จก่อนเดือน มิ.ย. ขณะนี้ยังรอประเด็นแก้ไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมส่งมายังรัฐบาลหลังจากรับฟังปัญหาของพรรคการเมืองในวันประชุมชี้แจงการทำงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อได้รับเรื่องจาก กกต.จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม คสช. เพื่อแก้ไขคำสั่ง โดยไม่ต้องรอฟังคำวินิจฉัยศาล รัฐธรรมนูญตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องไว้ เพราะเท่าที่ฟังเป็นคนละประเด็นกัน ประเด็นที่ต้องแก้ไข คือปัญหาที่ทำให้ กกต.ทำงานติดขัด ส่วนประเด็นที่พรรคการเมืองติดขัด กกต.สามารถแก้ไขให้เองได้ เช่น การชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง คิดว่าระยะเวลาในการแก้ไขไม่ถึงขนาดเร็วมาก แต่ไม่ช้าเกินไป

กกต.รับรองแล้ว 9 พรรคการเมือง
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะรักษาการนายทะเบียนพรรคการเมือง เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. จนถึงขณะนี้มีกลุ่มการเมืองมายื่นขอจดจัดตั้งแล้ว 98 พรรคการเมือง โดยในกลุ่มการเมืองที่ยื่นขอจดจัดตั้งเมื่อวันที่ 2 มี.ค. รวม 42 กลุ่มการเมืองนั้น นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ออกหนังสือรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองให้เพิ่มกับอีก 5 พรรคการเมืองคือ พรรคพลังชาติไทย พรรคเครือข่ายประชาชนไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคประชาชนปฏิรูป หลังจากออกหนังสือรับแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองให้กับ 4 พรรคการเมืองไปแล้วก่อนหน้านั้น จากนี้ ทั้ง 9 พรรคจะต้องไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนที่เหลือเบื้องต้นทั้งหมดยังมีปัญหาในเรื่องของเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน จึงประสานทั้งโดยวาจาและเอกสารเพื่อให้แก้ไข

“วัฒนา” ฉะใครกันแน่ต้องละอาย
นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ค่อนข้างทึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล้ากล่าวถึงนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือที่ประเทศญี่ปุ่นว่า น่าอายที่ทำผิดกฎหมายแล้วยังเอาหน้าออกไปนอกประเทศ เพราะนอกจากทั้งสองคนจะเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ยังถูกดำเนินคดีภายใต้กระบวนการที่ขัดต่อหลักนิติธรรมและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศคงจะมี พล.อ.ประยุทธ์คนเดียวที่หลอกตัวเองจนหลงเชื่อไปจริงๆว่า การถูกดำเนินคดีภายหลังรัฐประหาร ภายใต้อำนาจการปกครองของศัตรูทางการเมือง จะได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกว่าเป็นกระบวนการที่เป็นธรรม เพราะการได้อำนาจมาโดยใช้อาวุธถือเป็นวิธีที่ทั้งโลกรังเกียจและร่วมกันประณาม คนที่น่าอายควรเป็นใครคงไม่ต้องถาม สิ่งที่น่าถามต้องใช้สำนึกของความเป็นคนตอบคือจะหยุดความน่าละอายและนำศักดิ์ศรีกลับคืนสู่ประเทศชาติได้อย่างไร


“บิ๊กตู่” ปลุกลูกเสือส่องภัยคุกคาม
ด้านความเคลื่อนไหวนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เพื่อเปิดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนใต้ครั้งที่ 13 ลูกเสือรวมพลัง ทำความดี รู้รักสามัคคี เทิดทูนสถาบัน เชื่อมสัมพันธ์สู่อาเซียน โดยมีตัวแทนลูกเสือของไทยและประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมชุมนุมกว่า 4,000 คน โดยนายกฯได้สวมใส่ชุดลูกเสือด้วย

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางโดยรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน เลขทะเบียน กจ 2984 ยะลา ในการลงพื้นที่ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ทหาร-ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือ ยืนประจำจุดเป็นระยะตลอดเส้นทาง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า กิจกรรมลูกเสือและเนตรนารีเป็นกิจกรรมที่มีเกียรติเป็นที่ยอมรับในสังคมโลก เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีกฎเกณฑ์ ช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตาต่อภัยคุกคามความมั่นคงของชาติทุกรูปแบบ ดังนั้นผู้ปกครองและผู้กำกับลูกเสือ ควรหาโอกาสให้ลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์ เริ่มจากช่วยเหลืองานพ่อแม่ ครอบครัว โรงเรียนและชุมนุม เพื่อให้ลูกเสือตระหนักว่างานเป็นสิ่งที่มีเกียรติเป็นเครื่องวัดคุณค่าของคน

บ่นเปิด “สายตรงลุงตู่” ยังโดนด่า
ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดปัตตานี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ระหว่างลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ว่า วันนี้รัฐบาลเปิดช่องทางสายตรงไทยนิยม “สายตรงลุงตู่” 4-5 ช่อง มีคนบอกนายกฯเปิดเยอะเกินไปไม่รู้จะส่งไปทางไหน อยากจะแจ้งช่องไหนก็แจ้งมาเถอะอย่ามาด่าก็แล้วกัน แจ้งเข้าไปเจ้าหน้าที่จะประสานให้เอง วันนี้เราแก้ปัญหาแบบนี้มาทั้งหมด 3.9 ล้านกว่าเรื่อง ทั้งความเดือดร้อน ปัญหาหนี้สิน ก็นำเข้าสู่การทำงานของทุกกระทรวง แก้ไปได้ 98 เปอร์เซ็นต์ ที่ตนพูดครั้งที่แล้วไม่ได้พูดถึงเรื่องทุจริต 98 เปอร์เซ็นต์ แต่พูดถึงเรื่องศูนย์ดำรงธรรม ก็มีสื่อบางคนก็บอกว่าตนแก้ไป 98 เปอร์เซ็นต์ ตนไม่ได้พูดถึงเรื่องทุจริตมันอีกเรื่องหนึ่ง ตนพูดเร็วไปเลยจดไม่ทัน พอไม่รู้เรื่องไปก็ด่ารัฐบาล ด่านายกฯพูดไม่เห็นตรงเลย ต้องฟังให้ดี

สั่งทุกหน่วยคุมเข้มยา-ของเถื่อน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ต้องแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด เช่น กัญชา มีการจับมามากมายไม่ได้ดีใจกับการที่จับได้เยอะแสดงว่ามีการผลิตเยอะ กำชับไปทุกกองกำลังให้ดู อีกเรื่องคือเรื่องค้าขายของเถื่อนโดยเฉพาะน้ำมันปาล์มข่าวออกกันทุกวันก็ไล่กวดกันอยู่ ต้องเข้าใจพอไปเข้มงวดมากๆ เข้าก็กลายเป็นว่าไปปิดกั้นอาชีพ เคยเลี้ยงลูกจนโตจบปริญญาก็เพราะกิจการนี้ มีการทำกันข้ามแดน รัฐบาลก็โดนอีก ปล่อยไปอย่างนี้มันก็เป็นไปเรื่อยๆ กลายเป็นพื้นที่ที่แฝงความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นมาก็ไปสู่เรื่องของการก่อเหตุรุนแรงขึ้นอีก

ถามไม่ปลดล็อกเดือดร้อนรึเปล่า
กระทั่งเวลา 14.30 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ มัสยิดนัจมุดดีน จ.ปัตตานี พล.อ.ประยุทธ์ไปพบปะชาวบ้านควนลังงา โดยนายกฯกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในพื้นที่เพื่อความโปร่งใส การเมืองก็เดินหน้าไป ที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อกกันอยู่ ประชาชนมีใครเดือดร้อนหรือไม่กับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 วันนี้ตนไม่ได้มาหาเสียง นี่ขอเสียงหรือยัง ไม่ได้ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะหาเสียงเป็นเรื่องกระบวนการประชาธิปไตย แต่ต้องมีหลักการที่ถูกต้อง รัฐบาลต้องมีธรรมาภิบาลจะให้ตรงนั้นตรงนี้ แล้วให้ไหม ให้นิดๆหน่อยๆ ให้แล้ววันหน้าก็ไปต่อ ชอบใครก็เดี๋ยวค่อยมาต่อให้วันหน้า ทำถนนเสร็จก็ขาดสะพานไว้หน่อยไม่ได้ วันนี้รัฐบาลไม่ทำแบบนั้น ดูทุกคน ดูทุกภาคเดือดร้อนอย่างไร

จี้สำนึกนักศึกษาอย่าละเมิดสิทธิ
นายกฯกล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์ลอบทำร้าย ใช้ความรุนแรง ใช้กฎหมายปกติได้ โดยกฎหมายพิเศษบางประเด็น ใช้เพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจับกุมเท่านั้นเอง แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเขา ไม่ไปซ้อม ตนกวดขันเป็นห่วงเรื่องนี้มาตลอด ต้องแยกให้ออกอะไรคือละเมิด เด็กๆ นักเรียน นักศึกษา ผิดกฎหมาย ตนพูดให้ฟังมีทุกพื้นที่นั้นแหละ กรุงเทพฯก็เยอะ ผิดแล้วผิดอีก ให้อภัยแล้วให้อภัยอีก บางครั้งก็เกินไปจนเคยตัว คนอื่นเดือดร้อนไปหมด การละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ใช่มองเจ้าหน้าที่ละเมิด ต้องมองว่าคนทำไปละเมิดสิทธิมนุษยชนคนอื่นหรือเปล่า รัฐบาลอยู่ตรงนี้ก็ต้องดูแลทุกคนเท่าเทียมกัน ดังนั้นอย่าอ้างกันไปมา สื่อช่วยทำความเข้าใจด้วย

เตรียมถกผู้นำน้ำโขงตอนล่าง
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่างครั้งที่ 3 ในวันที่ 5 เม.ย. ที่ จ.เสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นการประชุมระดับผู้นำของประเทศสมาชิกเพื่อหารือความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องในลุ่มน้ำโขง โดยนายกฯจะผลักดันความร่วมมือการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติจากภาวะน้ำแล้ง น้ำท่วม และคุณภาพน้ำในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงให้ทันต่อสถานการณ์ต่างๆ