
ตั้งพรรคในทําเนียบ ‘เทือก’ ลั่นจะสานต่อปณิธาน กปปส.
“เพื่อไทย” กวักมือต้อนรับ “บิ๊กตู่” ลงสนาม ให้พรรคการเมืองเสนอชื่อชิงนายกฯตามกติกาดีกว่า รอฉวยจังหวะเป็นนายกฯคนนอก มั่นใจกวาดเก้าอี้ 200 อัพ ท้า “บิ๊กตู่” รวมเสียงแข่งจัดตั้งรัฐบาล ถ้าชนะเอาตำแหน่งนายกฯไปเลยไม่ขัดข้อง เชื่อขนคนในรัฐบาลมาเล่นการเมืองอื้อแน่ แต่เตือนอย่าฝักใฝ่นายทุนระวังจะถูกกลืนพรรค “นิพิฏฐ์” ขู่ “สมคิด” สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงตั้งพรรคในทำเนียบมุ่งประโยชน์ใส่ตัว ส่อจุดจบไม่สวยคนขับไล่-ถูกยึดอำนาจ เหมือนสมัย “จอมพล ป.” ด้าน “องอาจ” ลั่นไม่สะท้านพลังดูด โวคน ปชป.อุดมการณ์แข็งแกร่ง ไม่มีใครกล้าชวน “สุเทพ” ประกาศที่บ้านเกิด ตั้งพรรคสานเจตนารมณ์ กปปส. เพื่อความอยู่รอดของประเทศ ชทพ.มั่นใจรักษาที่มั่นภาคกลาง ทอดสะพานร่วมรัฐบาล “บิ๊กตู่” ไม่ได้มาเล่นๆ “ธนาธร” ลงพื้นที่ตรังชิมลางการเมือง
ชัดเจนขึ้นอีกระดับสำหรับพรรคการเมืองที่จะสนับสนุน คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เมื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯออกมาประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ พร้อมเปรยให้ไปถามรายละเอียดพรรคดังกล่าวกับนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์
พท.ยินดี “บิ๊กตู่” ลงสนามตามระบบ
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการจัดตั้งพรรคการเมืองรองรับ คสช. และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์จะลงเล่นการเมืองตามระบบพรรคการเมือง เสนอตัวให้ประชาชนเลือกตามครรลองประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เป็นนิมิตหมายที่ดี การเข้ามาในระบบให้ ส.ส.ได้เลือกตั้งแต่แรก ไม่ต้องรอเป็นนายกฯคนนอก จะเป็นความสง่างามสำหรับตัวท่านเอง และถ้าท่านได้เป็นนายกฯก็จะได้บริหารงานต่อตามกติกาที่วางไว้ ทั้งฝ่ายค้านและประชาชนก็ไม่มีสิทธิขัดขวางการทำงานท่านได้เพราะถือว่ามาตามระบบ
ท้ารวมเสียงแข่งตั้งรัฐบาล
“แม้ภายหลังเลือกตั้งพรรคการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์สังกัดจะไม่ได้จำนวน ส.ส.มาเป็นลำดับที่ 1 แต่หากสามารถรวบรวม ส.ส.จากพรรคการเมืองอื่นๆ จนเป็นเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ ก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ถือเป็นสิทธิ และถือว่าท่านมีบารมี ดีกว่ามาด้วยวิธีการนายกฯคนนอก อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.หลังเลือกตั้ง 200 คนขึ้นไป ก็คงต้องมาหาแนวร่วมสู้กันเพื่อจัดตั้งรัฐบาล” นายอำนวยกล่าว
เย้ยพรรคเฉพาะกิจจุดยืนไม่มั่นคง
นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการจัดตั้งพรรค การเมืองสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ว่าในฐานะนักการเมืองคนหนึ่งหากมีใครเสนอตัวมาเป็นตัวเลือกให้กับประชาชนเป็นเรื่องน่ายินดี แต่การตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่งจะเข้าลักษณะพรรคเฉพาะกิจ อุดมการณ์จุดยืนจะไม่เหนียวแน่น ดังนั้นใครจะไปร่วมพรรคดังกล่าวก็ควรระมัดระวัง
เตือนระวังถูกนายทุนกลืนพรรค
นายโสภณ เพชรสว่าง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เตรียมผลักดันพรรคการเมืองสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯอีกครั้งว่า ต้องเห็นใจนายสมคิด เพราะได้เป็นรองนายกฯรอบนี้เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงต้องสนับสนุนกัน ต่อไป หากจะตั้งพรรคการเมืองจริงก็ขอกวักมือเรียกให้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศตัวให้ชัดไปเลย แล้วคิดนโยบายดีๆออกมาแข่งกัน หากนโยบายดีอาจมีคนเข้าร่วมก็ได้ แต่อย่าไปหวังพึ่งกลุ่มทุนมาก เพราะถ้ากลุ่มทุนเข้ามานโยบายต่างๆ ก็จะกลายเป็นนโยบายที่เอื้อนายทุน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์
ยังเชื่อ “บิ๊กตู่” หวังเป็นนายกฯคนนอก
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเป็นนายกฯตามกระบวนการเลือกตั้ง โดยให้พรรคการเมืองใส่ชื่อมาในรายชื่อนายกฯ ของพรรคนั้นๆ แม้มองว่ามีหลายพรรคพร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพรรคการเมืองนั้นต้องได้เสียง ส.ส. 25 เสียง และเมื่อดูจากท่าที พล.อ.ประยุทธ์ที่บอกให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระวังคำพูดหลังออกมาบอก ให้คนที่อยากสนับสนุนคนอื่นที่ไม่ใช่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกฯไปอยู่ที่อื่น ชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการเป็นนายกฯคนนอก แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาด้วยก็ไม่มีทางได้เป็นสมใจแม้จะคิดพลิกสถานการณ์ด้วยเวลาบริหารประเทศที่มีอยู่อีก 1 ปี ทำผลงานให้ประชาชนยอมรับแต่ดูจากผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา บอกได้เลยไม่มีทางทำสำเร็จ
เชื่อยกทีมคนในรัฐบาลลงมาสู้
นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดชัดมากขึ้นว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งว่า จริงๆถ้าเรามองการเมืองและมอง พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะพบว่าท่านยอมรับแล้วว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว และหวังอยู่ในอำนาจต่อไป ท่านก็ไม่เคยปฏิเสธ มีแต่ว่าใครชวนไปที่ไหนขอรอดูก่อน เพียงแต่ยังไม่พูดชัดเจน เพราะเรื่องการเมืองไปผลีผลามรับปากอยู่กับใครเขาก็จับไต๋ได้หมด ตอนนี้ก็ปล่อยให้คาดเดา แต่ยังไงท่านก็ต้องอยู่ต่อ โดยเฉพาะมาวิธีแบบนี้ และวางหมากไว้แล้ว จากที่เราเห็นได้จากร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ ถ้าให้แทงหวยถูกแน่ ไม่มีผิด และท่านคงไม่มาเดี่ยว คนในรัฐบาลต้องมาด้วยเป็นกลุ่มเป็นก้อน เพียงแต่จะเปิดตัวชัดเจนขนาดไหนต้องติดตามดู
ไร้นัยนัดออกรอบ “สะสมทรัพย์”
นายชัยเกษมยังกล่าวถึงการนัดออกรอบตีกอล์ฟ ของแกนนำพรรคเพื่อไทยกับคนในตระกูลสะสมทรัพย์ในวันที่ 18 เม.ย. ว่า ไม่มีนัยการเมือง นัดกันตั้งแต่เดือนที่แล้ว ก๊วนกอล์ฟในพรรคเพื่อไทยนัดกันออกรอบอยู่แล้ว คราวนี้ก็ไปตีกันที่สนามกอล์ฟนิกันติ นครปฐม เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีภาพคนใน คสช. และรัฐบาล ถ่ายรูปร่วมกับคนในตระกูลสะสมทรัพย์ นายชัยเกษมตอบว่า เราต้องดูเป็นกรณีๆไป ครั้งที่แล้วมีภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไป ซึ่งอาจกำลังหาพันธมิตร แต่ของพรรคเพื่อไทยมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้ยังต้องถือว่าเขายังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ ต้องดูถึงสิ้นเดือน เม.ย. ว่าใครอยู่หรือไม่อยู่ จริงๆใครจะอยู่ไม่อยู่เป็นไปตามวิถีที่เขาต้องตัดสินใจในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา ตรงนี้ไม่ว่ากัน
“นิพิฏฐ์” เตือนซ้ำรอยยุค “จอมพล ป.”
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ให้เป็นนายกฯอีกครั้ง ว่า อยากถามว่านายสมคิดเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเจ้าที่เจ้าทางในทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ ถ้าเชื่อก็ต้องระมัดระวัง หากจะใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ทำการพรรคการเมือง อาจถูกเจ้าที่เจ้าทางหักคอ หรือมีอันเป็นไปทางการเมืองในที่สุด เพราะทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใช้ในการบริหารงานปกครองประเทศ เพื่อแก้ไขความทุกข์ยากและสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ใช้ประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองที่กำลังจะตั้งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเอาเปรียบประชาชนและสังคม เชื้อเชิญให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมอุดมการณ์ แต่พฤติกรรมสวนทาง เป็นการเมืองแบบเก่าย้อนยุคสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่ตั้งพรรคมนังคศิลา ใช้ที่ราชการตั้งพรรค จัดการเลือกตั้ง และทุจริต จนประชาชนต่อต้านขับไล่รัฐบาล ในที่สุดจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็เข้ามายึดอำนาจ
เย้ยปฏิรูปหลงทางเข้ารกเข้าพง
นายนิพิฏฐ์ยังกล่าวถึงกรณีรัฐบาล คสช. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงแผนงานการปฏิรูป 11 ด้านว่า ที่ผ่านมาตลอด 4 ปีของรัฐบาลนี้ที่เข้ามาบริหารประเทศ เสียเครดิตมากเรื่องการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ไม่เป็นรูปธรรมจับต้องได้อย่างที่คาดหวัง เข้ารกเข้าพงหลงทาง ขณะที่การทุจริตกลับเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ไม่แปลกใจที่รัฐบาล คสช. ยังกล้าชูประเด็นเรื่องการปฏิรูป เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจติดตามและยังหวังจะเห็นความคืบหน้า จึงยังสามารถนำมาใช้หาเสียงต่อยอดได้ แม้ยังไม่เห็นการปฏิรูปให้เห็นเด่นชัดเจนสักเรื่องก็ตาม กรณีล่าสุดที่ออกมาบอกว่ารัฐบาลนี้ประสบผลสำเร็จในการออกกฎหมายมากที่สุด 4 ปีออกกฎหมายได้มากกว่ารัฐบาลเก่าถึง 3 รัฐบาล แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะรัฐบาลที่มาจากการยึด อำนาจไม่มีฝ่ายค้านตรวจสอบ จะออกกฎหมายมาอย่างไรก็ได้ ถามกลับว่ากฎหมายสำคัญ เช่น กฎหมายลูก การเลือกตั้ง ส.ส. การได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ต้องส่งตีความ และกฎหมาย ป.ป.ช. หรือกฎหมาย กกต. ทำไมมีปัญหา เรื่องเหล่านี้คิดว่าประชาชนเขามองเห็น และสิ่งที่รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจควรจะทำ คือเรื่องยากๆที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำไม่ได้ แต่ก็ไม่ทำ
ช่วยบอกดังๆ ผลงานอะไรที่เข้าตา
นายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีรัฐบาล คสช.เตรียมแถลงผลงานครบ 4 ปี อยากให้รีบประกาศผลงานออกมา โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ อาทิ การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ใช้อำนาจพิเศษมากมาย แต่ทำไมเรื่องนี้ถึงยังค้างคาใจพี่น้องประชาชน เรื่องปฏิรูปตำรวจที่เป็นต้นธารกระบวนการยุติธรรมทั้งปวง นอกจากยังไม่เด่นชัดแล้ว ยังค้างคาใจว่าวิธีการปฏิรูปคือการเอาภาษีประชาชนไปเพิ่มค่าตอบแทนเท่านั้นหรือ ส่วนการปฏิรูปการเมืองโดยรัฐธรรมนูญฉบับผ่านการลงประชามติจากประชาชน เส้นทางตามโรดแม็ปไปสู่การจัดการเลือกตั้ง สามสี่ปีที่ผ่านมายังไม่เห็นอะไรเลย อยากเห็นรัฐบาลแถลงว่ามีการเตรียมการสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคงแข็งแกร่งอย่างไรในอนาคต ไม่ให้เกิดการรัฐประหารใช้อำนาจพิเศษอีกได้อย่างไร นี่คือโจทย์ใหญ่ ถ้ายังคาดหวังไม่ได้ มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต เท่ากับว่าสามสี่ปีที่ผ่านมาล้มเหลว สุดท้ายคือเรื่องปากท้อง ค่าครองชีพ ช่วยแถลงเสียงดังๆหน่อยว่า เข้ามาแล้วความเป็นอยู่พี่น้องดีขึ้น หนี้สินลดลง ช่วยแถลงอะไรที่มันใช่ ที่มันเข้าตาประชาชนสักเรื่อง
โว ปชป.คนจริงไม่หวั่นไหวแรงดูด
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเชิญพรรคการเมืองไปพูดคุยเกี่ยวกับความพร้อมการเลือกตั้งว่า ตอนนี้ยังไม่มีหนังสือ หรือจดหมายเชิญจาก คสช.มายังพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ จึงยังไม่ทราบว่าจะเชิญไปทำอะไร ถ้าได้รับการติดต่อ ก็ต้องดูจุดประสงค์ของนายกฯและ คสช.ว่าคืออะไร ถ้าเกิดประโยชน์ เราจะนำมาหารือเป็นการภายในก่อนว่าสมควรจะไปหรือไม่ สำหรับกรณีที่มีความเคลื่อนไหวของพรรคทหารนั้น ทุกครั้งที่จะมีการเลือกตั้ง จะมีพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งพยายามรวมรวบคนไปทำงานด้วย แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยมีพรรคอื่นมาชวนให้ย้ายไปเท่าไหร่ ส.ส.พรรคส่วนมากจะมั่นคงในอุดมการณ์กับพรรค ที่เคยย้ายมีน้อยมาก บางครั้งแทบไม่มีเลย ตนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น หวั่นไหวอะไร ส่วนกระแสข่าวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะตั้งพรรคการเมืองใหม่นั้น ตอนนี้มีเพียงเสียงร่ำลือ จริงไม่จริงไม่รู้ จึงยังวิเคราะห์ไม่ได้ว่าการรวมกลุ่มตั้งพรรคใหม่จะไปได้ดีหรือไม่
“สุเทพ” ทอดผ้าป่า กปปส.-ปชป.พรึบ
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. ที่หอประชุมขวัญข้าว วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) จัดงานทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษาที่มูลนิธิฯจัดขึ้น โดยมีบรรดาแกนนำ กปปส.และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ใกล้ชิดนายสุเทพเข้าร่วม อาทิ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี นายชินวรณ์ บุญเกียรติ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีต ส.ส.แพร่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก นายสมบัติ ยะสินธุ์ อดีต ส.ส.แม่ฮ่องสอน นางอัญชลี วานิช เทพบุตร อดีต ส.ส.ภูเก็ต นายชุมพล กาญจนะ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี นายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร นางมัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข อดีตรองโฆษกพรรค พร้อมผู้ร่วมงานกว่าพันคน
ตั้งพรรคสานเจตนารมณ์ กปปส.
โดยนายสุเทพกล่าวตอนหนึ่งว่า ต้องขอขอบคุณ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ และอดีต รมช.มหาดไทย ที่ให้เกียรติเป็นประธานทอดผ้าป่าฯ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งนี้ ที่ตั้งใจสร้างขึ้นให้เป็นต้นแบบที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย คือ เรียนฟรีจบแล้วมีงานรองรับ ช่วงนี้มีการตั้งพรรคการเมืองมาก ต้องถือว่าน่ายินดี ประชาชนจะได้มีทางเลือกมากขึ้น ตนขอยืนยันว่าไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.อีก ตั้งแต่ออกมาเดินถนนเป็นกบฏร่วมกับพี่น้อง กำลังปลื้มใจกับฐานะผู้ต้องหาคดีอาญาและคดีแพ่ง จึงไม่ต้องการที่จะรับตำแหน่งอื่น แม้ตนไม่ประสงค์ที่จะมีตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็มีหน้าที่เหมือนคนไทย ที่จะต้องดูแลงานการเมืองให้กับประเทศไทย ขอให้ติดตามต่อไปจะได้พบนวัตกรรมใหม่ๆ ยืนยันว่าแนวความคิดอุดมการณ์ของมวลมหาประชาชนทางการเมือง ที่จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น จะต้องมีประชาชน กระบวนการของประชาชน พรรค การเมืองของประชาชนทำหน้าที่นี้ สืบสานปณิธาน อุดมการณ์ของ กปปส.ต่อไป ไม่ใช่พรรคการเมืองของ กปปส. แต่เป็นพรรคการเมืองของประชาชนที่จะผลักดันให้แนวความคิดของคนที่เคยเป็น กปปส. สำเร็จสมบูรณ์ให้ได้
โวเพื่อความอยู่รอดของประเทศ
นายสุเทพกล่าวว่า เมืองไทยวันนี้อยู่ในระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อ เราไม่ต้องการให้วงจรการเมืองที่เลวร้ายเหมือนในอดีตหมุนกลับมาใหม่ เราต้องการเมืองไทยที่มีเสถียรภาพ มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุข ไม่ยอมให้ใครมาแตะต้อง บ่อนทำลาย นี่คือ ความมั่นคงของประเทศไทย และฝากคนที่มาไปบอกญาติมิตรว่า เราคนไทยมีหน้าที่ที่จะต้องร่วมกันทำงานทางการเมือง เพื่อความอยู่รอดของประเทศไทย ไม่ใช่ทำงานการเมืองเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง เพื่อพรรคการเมืองใด เพื่อครอบครัวใคร แต่ต้องทำการเมืองเพื่อประเทศไทย
ชทพ.เชียร์ “บิ๊กตู่” ลงพรรคการเมือง
นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯต่อไปว่า ยังไม่แน่ใจว่านายสมคิดจะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือเสนอชื่อในบริบทไหนกันแน่ เมื่อถามว่า การเสนอแนวทางดังกล่าวเป็นความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงช่องทางนายกฯคนนอก โดยตั้งพรรคการเมืองและเสนอชื่อในบัญชีพรรคการเมือง นายวราวุธตอบว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ขอสนับสนุนเลย การที่ท่านจะลงมาทำงานการเมือง แล้วเสนอชื่อตนเองในนามพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง เป็นสิ่งที่ดีและเป็นความสวยงามตามระบอบประชาธิปไตย
ทอดสะพานพร้อมร่วมรัฐบาล
“ถ้าทหารตั้งพรรคการเมืองนับเป็นสิ่งที่ดี ถามว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะจับมือกับพรรคทหารหรือไม่ ก็ต้องดูว่าแต่ละคนได้เสียงเท่าไหร่ ถ้าพรรคทหารได้เสียงข้างมากในสภา แล้วจัดตั้งรัฐบาล ถึงเวลานั้น คงต้องดูว่านโยบายพรรคเราจะสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศได้อย่างไร เพราะเสียงในสภา และนโยบายจะเป็นตัวกำหนด” นายวราวุธกล่าว
มั่นใจยึดฐานที่มั่นภาคกลาง
นายวราวุธกล่าวว่า ส่วนความเคลื่อนไหวการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคนั้น เข้าใจว่าการย้ายเข้าพรรคยังไม่มี และเท่าที่รับทราบจากสาขาพรรคต่างๆ ได้มีผู้มาแสดงความจำนงยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคพอสมควร เพียงแต่ช่วงนี้ใกล้เทศกาลสงกรานต์อาจจะทำอะไรยาก ดังนั้นยังมีเวลาถึง 30 เม.ย. คงจะได้สมาชิกมาระดับหนึ่ง คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร สำหรับใครที่ยืนยันความเป็นสมาชิกไม่ทัน ตนคิดว่าหาก คสช.ปลดล็อกพรรคการเมือง ก็สามารถยืนยันสมาชิกพรรคได้อยู่แล้ว ตนมั่นใจว่าพรรคจะคุมฐานเสียงเดิมในพื้นที่ภาคกลาง อย่าง จ.สุพรรณบุรี จ.อ่างทอง ได้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่างแน่นอน และล่าสุดได้คุยกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต ส.ส.อุทัยธานี ของพรรค โดยได้ยืนยันว่า ยังอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนาต่อไป ไม่ย้ายออกไปไหน
ภท.โชว์ลิสต์คนดังยังอุ่นหนาฝาคั่ง
นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงการยืนยันสมาชิกพรรคภูมิใจไทยตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 เรื่องพรรคการเมือง ระหว่างวันที่ 1-30 เม.ย.ว่า ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมของพรรคภูมิใจไทยในขณะนี้อดีต ส.ส.ยังอยู่กับพรรคเช่นเดิม รวมไปถึงผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ก็ยังอยู่กันครบ เมื่อถามถึงกระแสข่าวของบรรดาบิ๊กเนมจะยังอยู่กับพรรคต่อไปหรือไม่ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยตอบว่า นายสุชาติ ตันเจริญ อดีต รมช.มหาดไทย แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ ก็ยังร่วมงานกับพรรคเช่นเดิม นอกจากนี้ ยังมีนายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิจิตร พร้อมด้วยนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ อดีต ส.ส.พิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนา รวมไปถึง จ.นครราชสีมา อาทิ นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก นายประทีป กรีฑาเวช อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา เป็นต้น ส่วนพื้นที่ภาคใต้มีนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส นายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีต ส.ส.นราธิวาส พรรคชาติไทยพัฒนา นายวัชระ ยาวอหะซัน อดีตผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เป็นต้น โดยรวมมีผู้ให้ความสนใจกับพรรคเราค่อนข้างมาก บางเขตก็มีผู้สนใจมากกว่าหนึ่งคน
“ไพบูลย์” ถกตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่เดอะโคสต์ สี่แยกบางนา นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว. และอดีต สปช. ในฐานะแกนนำผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) กล่าวว่า วันนี้มีการจัดประชุมคณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคฯและสมาชิกพรรคฯ ตามระเบียบและข้อกฎหมาย มีแกนนำที่น่าสนใจ อาทิ พล.อ.จิระศักดิ์ บุตรเนียร ประธานสโมสรมุกดาหาร ลำโขง และอดีตรองหัวหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นพ.มโน เลาหวณิช อดีตผู้อำนวยการสำนักการศึกษาและสำนักวิเทศสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศ วัดพระธรรมกาย พล.อ.ลือพงศ์ โชติวิทยากาญจน์ นายเทพประสิทฐิ์ ประวาหะนาวิน อาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นต้น
หนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯคนนอก
นายไพบูลย์กล่าวว่า สำหรับการเสนอชื่อนายกฯนั้น พรรคจะไม่ยื่นเสนอบัญชี แต่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯคนกลางเพียงชื่อเดียว เพราะเป็นความตั้งใจ เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติทุจริต และแม้พรรคการเมืองอื่นจะไม่สนับสนุน ตนจะลงคะแนนเสียงในฝั่งของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีสิทธิเลือกนายกฯร่วมกันในคราวแรกกับสภาฯ ยืนยันว่าไม่มีความตั้งใจที่จะทำให้การเมืองในระบบรัฐสภาเกิดความวิกฤติ และไม่ใช่การนำไปสู่รัฐบาลแห่งชาติ โดยตนจะไม่ไปทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ให้มาเป็นนายกฯ ของพรรค เพราะไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว สำหรับอุดมการณ์และนโยบายของพรรค จะเน้นการให้อำนาจไปสู่ประชาชน จะทำสิ่งที่พรรคการเมืองอื่นไม่กล้าทำ อาทิ ปฏิรูปคณะสงฆ์ เพิ่มอำนาจตรวจสอบให้ประชาชน
ยึดหลักถ่วงดุลฝ่าย ปชต.สุดโต่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานผลการประชุมพรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกว่า 300 คน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้นายไพบูลย์เป็นหัวหน้าพรรค พล.อ.ลือพงศ์ โชติวิทยากาญจน์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพไทย และนายเทพประสิทฐิ์ ประวาหะนาวิน เจ้าของบริษัทเอกชน เป็นรองหัวหน้าพรรค นพ.มโน เมตตานันโท เลาหวณิช เป็นเลขาธิการพรรค โดยมีกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 27 คน ชื่อย่อใช้ “ปชช.” ส่วนภาพโลโก้พรรคให้ใช้ภาพตัวย่อพรรคและชื่อเต็มพรรคเป็นสัญลักษณ์ในกรอบ 6 เหลี่ยม ตัวอักษรสีเหลืองบนพื้นสีน้ำเงิน ขณะที่อุดมการณ์ของพรรคคือ ต้องยึดมั่นในหลักธรรมาธิปไตยเพื่อถ่วงดุลกับฝ่ายประชาธิปไตยสุดโต่ง
“ธนาธร” ลงพื้นที่ชิมลางการเมือง
วันเดียวกัน นายธนาธร หรือเอก จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจกลุ่มไทยซัมมิท ผู้ยื่นจดตั้งพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยคณะ เดินทางลงพื้นที่ จ.ตรัง โดยมีนายณิชเชฎฐ์ นิลสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตรัง พรรคเพื่อแผ่นดินและพรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ ขณะที่นายระลึก หลีกภัย น้องชายของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ รับเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเช้าให้กับคณะ ที่ร้านเลตรัง เขตเทศบาลนครตรัง โดยนายธนาธรได้ไปร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าที่วัดทุ่งหวัง ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง ก่อนร่วมประชุมเสวนาการขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจ และการเมืองตรัง ท่ามกลางกลุ่มนักการเมือง ประชาชน ผู้ประกอบการ
โชว์วิชั่น “ตรัง” จะรุ่งด้วยท่องเที่ยว
นายธนาธรให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่เริ่มปวารณาตัวลงเล่นพรรคการเมืองก็ยังไม่เคยลงพื้นที่ต่างจังหวัดเลย นี่ก็เป็นการลงพื้นที่ครั้งแรก เมื่อลงมาท้องถิ่นแล้วก็ต้องพูดถึงหนึ่งในนโยบายหลัก คือการกระจายอำนาจท้องถิ่นได้บริหารจัดการตนเอง มีโอกาสได้คุยกับผู้ประกอบการในท้องถิ่น และก็เห็นความคิดสร้างสรรค์เห็นพลังเต็มไปหมดเลย จึงเชื่อว่าสิ่งที่ท้องถิ่นต้องการคือกำหนดอนาคตตนเอง สำหรับทิศทางของจังหวัดตรัง เศรษฐกิจที่สำคัญคือการเกษตรที่ใหญ่ที่สุด แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือภาคการท่องเที่ยว เป็นภาคธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในจังหวัดตรัง ดังนั้นจึงอยากจะดูเป็นพิเศษว่าภาคการท่องเที่ยวสามารถส่งเสริมผู้ประกอบการท่องเที่ยว ได้อย่างไรบ้างก็ต้องเข้ามารับฟังปัญหา
นปช.แต่งจรจัดทวงคดี 99 ศพ
อีกเรื่องหนึ่ง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า จากกรณีที่ได้ติดตามทวงถามความคืบหน้าการดำเนินคดีสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.ปี 2553 ที่มีประชาชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 99 ศพ จาก ป.ป.ช.อย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่าจนถึงวันนี้ยัง ไม่มีคำตอบใดๆ ชีวิตประชาชนที่ถูกยิงตายมันต่ำต้อย นักหรือ แล้วสำนวนการไต่สวนที่ควรจะเปิดเผยเพื่อความโปร่งใส ป.ป.ช.จะปิดบังเอาไว้เพื่อปกป้องใคร จะเปิดปากพูดกันชาติไหน ในวันที่ 10 เม.ย. ครบรอบ 8 ปีเหตุการณ์สูญเสีย ตนจะเดินทางไปติดตามเรื่องนี้ที่ ป.ป.ช.อีกครั้ง เท่าที่เห็นการทวงถามความเป็นธรรมให้เสือดำ หมีควาย แม้แต่สุนัขจรจัดที่ถูกฆ่าก็ยังทำได้ การทำเรื่องนี้ให้คนมือเปล่าที่ถูกฆ่าตายก็ต้องทำได้ ตนจะไปกัน 4 คน ไม่ให้ผิดกฎหมาย ไม่มีการเชิญชวนมวลชน จะแต่งตัวแบบคนจรจัดเพื่อสื่อสารกับ ป.ป.ช.ว่า ขึ้นชื่อว่าคน จะยากดีมีจนก็มีหัวใจ ถ้าท่านไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้กับคนทุกฝ่ายทุกชนชั้นอย่างแท้จริง ที่ทำการ ป.ป.ช.ก็เป็นได้แค่โชว์รูมแสดงความอยุติธรรม
แนะ “บิ๊กตู่” ใช้ ม.44กำราบยาเสพติด
นายโสภณ เพชรสว่าง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหายาเสพติดระบาดหนักไปทุกพื้นที่ ปัญหานี้เป็นปัญหาร้ายแรงทำลายชาติ ทำลายทรัพยากรมนุษย์ จึงอยากเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 จัดการกับปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด เหมือนสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ใช้มาตรา 17 จัดการพวกค้าฝิ่นอย่างจริงจัง ถ้าไม่ใช้ มาตรการแบบนี้พวกค้ายาจะไม่กลัว ปัญหาจะหมดไปได้ยาก ที่สำคัญนายกฯต้องมีมาตรการตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่มีผลงานการจับกุมยาเสพติด พิจารณาความดีความชอบเป็นพิเศษเพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน ไม่ใช่ให้กำลังใจแต่บุพเพสันนิวาสหากแก้ปัญหานี้ได้จะถือเป็นเรื่องดีแก่ประเทศชาติ และจะเป็นผลงานของตัว พล.อ.ประยุทธ์เองด้วย
ที่มาไทยรัฐ