
เจ๊หน่อยให้ปล่อยไร้เงื่อนไข ตู่แขวะม็อบทำอากาศเป็นพิษ เอกฉันท์พรบ.ส.ว.ไม่ขัดรธน.
ตร.จัดหนัก แจ้ง 5 ข้อหาแกนนำคนอยากเลือกตั้ง“จ่านิว”โวยลั่นถูกย้ายไปขัง สน.ดินแดง แต่ยังใจสู้ชู 3 นิ้วลั่น “เผด็จการจงพินาศ” ฝากถึงผู้ร่วมอุดมการณ์ยังไม่แพ้ องค์กรระหว่างประเทศกดดันต่อเนื่อง ฮิวแมนไรท์สฯจี้ปล่อยตัว 14 แกนนำโดยไม่มีเงื่อนไข บีบ คสช.คลายกฎเหล็ก “วัฒนา” จ้องเอาคืนเผด็จการ บอกรักษาสุขภาพไว้เผื่อวันหน้าต้องขึ้นศาล พท.อัดแหลกเก่งแต่ปราบ นศ. “ตือ” ร่วมสดุดี 14 แกนนำ คนรุ่นใหม่ “บิ๊กตู่” เหน็บม็อบทำอากาศเป็นพิษ เย้ยสื่ออดทำข่าวยาวๆ อารมณ์ดีหยอกลิงหยอกค่าง “วิษณุ” เมินนานาชาติจับตามอง มธ.เมินแรงยุ ตร.ไม่แจ้งความตัดกุญแจ ศาล รธน.มติเอกฉันท์ร่างฯ ส.ว.ไม่ขัดรธน. นัดชี้ขาดร่างฯ ส.ส. 30 พ.ค.
หลังแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งประกาศยุติการชุมนุม พร้อมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสู้คดีตามกระบวนการ ท่ามกลางการจับตามองขององค์กรระหว่างประเทศ และกดดันให้รัฐบาลปล่อยตัว 14 แกนนำ พร้อมเรียกร้องให้คืนสิทธิเสรีภาพการชุมนุม อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญแก่ประชาชนนั้น
แจ้ง 5 ข้อหาคนอยากเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 พ.ค.ที่ สน.ชนะสงคราม พล.ต.ต.เสนิตย์ สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 เดินทางมาสอบปากคำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ถูกควบคุมตัวรวม 5 คน ประกอบด้วย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นายรังสิมันต์ โรม นายปิยรัตน์ จงเทพ 3 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นายวิเศษณ์ สังข์วิศิษฏ์ คนขับรถเครื่องขยายเสียง และนายนิกร วิทยาพันธุ์ ผู้ตัดโซ่กุญแจคล้องประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พล.ต.ต.เสนิตย์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนยังสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดไม่เสร็จ จึงไม่สามารถส่งฝากขังที่ศาลอาญาได้ภายในวันนี้ เนื่องจากบางข้อหาต้องสอบปากคำเพิ่มเติม คาดจะส่งตัวฝากขังได้ในเวลา 10.00 น.วันที่ 24 พ.ค. เบื้องต้นได้แจ้ง 5 ข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ประกอบด้วยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, มาตรา 215, มาตรา 216, ขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร พนักงานสอบสวนเตรียมทำหนังสือคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน
ย้ายแกนนำไปขังที่ สน.ดินแดง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายสิรวิชญ์ นายรังสิมันต์ นายปิยรัตน์ นายวิเศษณ์ และนายนิกรออกจากห้องขัง สน.ชนะสงคราม ขึ้นรถตู้ไปที่ สน.ดินแดง ท่ามกลางความสงสัยของสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว ก่อนที่ พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ชนะสงคราม ชี้แจงว่า เป็นการย้ายที่คุมขังผู้ต้องหาทั้งหมดไปควบคุมต่อที่ สน.ดินแดง เพราะมีความพร้อมมากกว่า ทั้งในเรื่องห้องขังและที่จอดรถ ทั้งนี้ จากการสังเกตผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มีท่าทีอิดโรย โดยนายสิรวิชญ์กล่าวสั้นๆว่า “เค้าจะเอาพวกผมไป สน.ดินแดง ทำไมไม่รู้ ห้องขังไม่ดีเลย” โดยมี น.ส. พัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาของจ่านิวพร้อมผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่ง เดินทางตามไปให้กำลังใจที่ สน.ดินแดง
“วัฒนา” จ้องเอาคืนเผด็จการ
นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ตามมาให้กำลังใจถึง สน.ดินแดง กล่าวว่า เดินทางมาให้กำลังใจน้องๆ เข้าใจเรื่องทั้งหมดดี เพราะเคยโดนข้อหามาตรา 116 มาก่อน อยากบอกว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่น้องๆทำ หากรัฐบาลมีสัจจะรักษาคำพูดเรื่องเลือกตั้ง คงไม่มีกลุ่มคนออกมาเรียกร้องแบบนี้ รัฐบาลไม่มีสัจจะ เลื่อนโรดแม็ปหลายครั้ง ทำให้น้องๆต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญด้วยความสงบ สิ่งที่ทำเป็นประโยชน์ต่อสังคม ขอให้น้องๆ มีกำลังใจที่ดี ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเข้าสู้ระบบการเลือกตั้ง เมื่อวันหนึ่งอำนาจกลับคืนสู่ประชาชน พวกเผด็จการจะถูกดำเนินคดีบ้าง
รักษาสุขภาพไว้ขึ้นศาลวันหน้า
นายวัฒนากล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่ว่าจะได้อำนาจมาด้วยวิธีใด ต้องมีหน้าที่ใช้อำนาจแทนประชาชน อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ไม่ใช่ใช้ตามอำเภอใจ เมื่อรัฐบาลนี้หมดอำนาจแล้ว อำนาจจะกลับคืนสู่ประชาชน มีสิทธิ์ตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาล ตนและพรรคเพื่อไทย พร้อมช่วยเหลือกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเสมอ และขอส่งความปรารถนาดีไปยังกลุ่มผู้เผด็จการทั้งหลาย ให้รักษาสุขภาพ ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ หายใจยาวๆ อย่าเพิ่งรีบจากกันไป เวลาขึ้นศาลจะได้เดินอย่างสง่างาม สมกับเป็นนายพลของกองทัพ
ชู 3 นิ้วลั่น “เผด็จการจงพินาศ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 13.50 น. เจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เดินขึ้นไปที่ชั้น 2 สน.ดินแดง ระหว่างเดินขึ้นไปยังห้องควบคุมตัว ผู้ต้องหาบางรายได้ชู 3 นิ้ว แสดงสัญลักษณ์ว่ายังสู้พร้อมตะโกนว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ท่ามกลางการให้กำลังใจจากบรรดาผู้สนับสนุนที่ทยอยเดินทางมายัง สน.ดินแดง หลังทราบข่าวว่าพนักงานสอบสวนเตรียมนำตัวแกนนำทั้งหมดไปฝากขังในวันที่ 24 พ.ค.
“เสรีพิศุทธ์” ยื่น 1.5 ล้านขอประกัน
จากนั้นเวลา 13.00 น. ที่ สน.ชนะสงคราม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีต ผบ.ตร. เดินทางมายื่นขอประกันตัวผู้ต้องหากลุ่มคนอยากเลือกตั้ง 15 คน โดยระบุว่าเตรียมบัญชีเงินสด 2 เล่ม จำนวน 1,500,000 บาท ขอประกันตัวคนละ 1 แสนบาท ไม่มีเหตุผลอะไรที่ตำรวจจะไม่ให้ประกันตัว และเป็นการตั้งข้อหาที่เกินเหตุ เพราะเป็นการแสดงออกเพื่อไปบอกรัฐบาลว่าควรมีการเลือกตั้งเท่านั้น ดังนั้นรัฐบาล ทหาร ตำรวจ ควรอำนวยความสะดวกให้ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อกระบวนการสร้างความปรองดองที่จะเกิดขึ้น ขอถามรัฐบาลว่าแล้วการประชุม ครม. สนช. ถือว่าว่าขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ เพราะเป็นการรวมตัวทางการเมืองเหมือนกัน รวมถึงการใช้กองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกินความจำเป็นคราวนี้ ทำให้เห็นถึงการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพ
“สันธนะ” ดอดพบอดีต ผบ.ตร.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างรอฟังผลการยื่นประกันอยู่นั้น พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ เดินทางมาพบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยได้ทักทายพูดคุยนาน 30 นาที พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า เห็นใจน้องๆ แกนนำที่ถูกจับกุมดำเนินคดี พอทราบว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เมตตามายื่นประกันตัวน้องๆ จึงถือโอกาสมาเยี่ยม เนื่องจากไม่ได้พบท่านมานานกว่า 10 ปี ส่วนน้องๆ แกนนำ ตนติดตามแต่ไม่อยากมาใกล้ เพราะกลัวจะถูกเหมารวมไปอีก หลังรอนานกว่า 4 ชั่วโมง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้เดินทางออกจาก สน.ชนะสงคราม ไปที่ สน.ดินแดง เยี่ยมแกนนำอีกส่วนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ โดยมีรายงานข่าวว่า คณะพนักงานสอบสวน บก.น.1 มีความเห็นไม่อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำ
แกนนำฝากขอบคุณผู้ชุมนุม
น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่า นายสิรวิชญ์ นายรังสิมันต์ โรม และนายปิยรัตน์ ยังมีกำลังใจดี นายรังสิมันต์ ฝากขอบคุณทุกคนที่ออกมาแสดงพลังเรียกร้องการเลือกตั้ง แม้จะบอบช้ำเยอะแต่ไม่เป็นไร สิ่งสำคัญกว่าคือการที่คนไทยรู้สิทธิของการเลือกตั้ง ส่วนนายปิยรัตน์ก็ฝากขอบคุณเช่นกัน พร้อมระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ใช่หนทางของผู้แพ้ แต่มันคือเส้นทางของผู้ชนะ ขอให้ทุกคนต่อสู้ต่อไป ส่วนนายสิรวิชญ์ฝากบอกว่า ตั้งแต่ คสช.ยึดอำนาจถูกจับกุมมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ไม่ว่าจะถูกจับกี่ครั้งยืนยันจะออกไปต่อสู้ คสช.จะอยู่ในปีที่ 5 ไม่ได้อีกต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตบรรณาธิการบริหารวอยซ์ออฟทักษิณ เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจเช่นกัน
จ่อร้องศาลขอไต่สวนฉุกเฉิน
ที่ สน.พญาไท ที่ถูกใช้เป็นที่ควบคุมตัวแกนนำอีกส่วนหนึ่ง อาทิ นายอานนท์ นำภา นายเอกชัย หงส์กังวาน นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นายวิโรจน์ โตงามรักษ์ นายพุทธไธสิงห์ พิมพ์จันทร์ นายคีรี ขันทอง ว่าที่ ร.ต.ภัทรพล จันทร์โคตร นายประสงค์ วางวัน น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว และ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา รวม 10 คน มีกลุ่มแนวร่วมทยอยมาให้กำลังใจ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมว่า ได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ว่า วันนี้ยังไม่มีการนำตัวแกนนำไปขออำนาจศาลฝากขัง อ้างว่าต้องสอบปากคำเพิ่มเติม จึงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่ทำให้เสร็จตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หรือออกหมายเรียกให้เข้าพบภายหลัง จึงมองว่าการกระทำและการถูกควบคุมตัวในครั้งนี้มิชอบด้วยกฎหมาย แกนนำจึงปรึกษาและร้องขอให้เข้ายื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอไต่สวนฉุกเฉิน ตาม ม.90 ของ ป.วิอาญา หลังจากนี้จะประสานไปยังทีมทนายความให้เข้ายื่นคำร้องในช่วงบ่าย
“เนติวิทย์” เดินสายเยี่ยมพวก
ด้านนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมเพื่อนร่วมอุดมการณ์ว่า มาเยี่ยมและให้กำลังเพื่อนๆ แต่ฝากถามถึงรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ว่า กระทำลักษณะนี้เป็นการละเมิดกฎหมาย และรัฐธรรมนูญหรือไม่ ได้พูดคุยกับ น.ส.ณัฏฐาได้ฝากถึงบุคคลภายนอกว่า อย่าลืมและทอดทิ้งกลุ่มแกนนำที่ถูกควบคุมตัวอยู่ เพราะสิ่งที่เผชิญอยู่เป็นความอยุติธรรม ยืนยันหากยังไม่ปล่อยตัวจะมีการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวแน่นอน
ฮิวแมนไรท์สฯจี้นานาชาติกดดัน
วันเดียวกัน กลุ่มตรวจสอบสิทธิมนุษยชนฮิวแมน ไรท์ส วอชท์ (HRW) สำนักงานอยู่ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แถลงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ไทยปล่อยตัว 14 นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยโดยไม่มีเงื่อนไข และให้ถอนฟ้องทุกข้อกล่าวหาโดยทันที เพราะเป็นการแสดงออกถึงการคัดค้านการปกครองของทหารโดยสันติ โดยนักเคลื่อนไหวทั้ง 14 คน ถูกตั้งข้อหาปลุกระดมมวลชนที่มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี และละเมิดคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ของรัฐบาล คสช. โดยนายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมน ไรท์ส วอชท์ ภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า การจับกุมกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยโดยสันติ ที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรีและยุติธรรม แสดงให้เห็นว่า รัฐบาล คสช.ไม่มีความตั้งใจจะผ่อนปรนการปกครองที่กดขี่ การปิดกั้นการประท้วงสาธารณะโดยสันติ เป็นการล้อเลียนคำมั่นสัญญาที่จะนำพาประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยของ พล.อ.ประยุทธ์ และบ่งบอกว่าเส้นทางสู่ประชาธิปไตยของไทยกำลังเลือนลางลง รัฐบาลทั่วโลกควรกดดัน คสช. ให้กำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน อนุญาตให้ประชาชน และพรรคการเมือง จัดกิจกรรมแสดงความคิดเห็นเพื่ออนาคตของประเทศได้
“สุดารัตน์” จี้ปล่อยตัวไร้เงื่อนไข
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ระบุว่าการใช้สิทธิของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ และตามที่หัวหน้า คสช.เคยให้คำมั่นไว้ จึงเป็นการใช้เสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ การจับกุมและตั้งข้อหาร้ายแรงไม่ก่อให้เกิดผลดีกับฝ่ายใด ตรงข้ามกลับทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทยมากขึ้น ถ้ารัฐบาล และ คสช. มีความจริงใจจะคืนอำนาจให้กับประชาชน ก็ควรผ่อนปรนไม่ดำเนินคดีกับประชาชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหัวหน้า คสช. ทบทวนการใช้อำนาจ และสั่งให้ปล่อยตัวแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อสร้างบรรยากาศการเลือกตั้ง และบรรยากาศปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
พท.ซัดเก่งแต่ปราบนักศึกษา
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจแกนนำคนอยากเลือกตั้งจำนวนมาก สถานทูตจากหลายประเทศส่งเจ้าหน้าที่มาสังเกตการณ์ รวมถึงองค์กรนานาชาติล้วนมีจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลด้วยความสุจริตใจ ผู้ถืออำนาจรัฐควรรับฟังมากกว่ามุ่งดำเนินคดี ถ้ารัฐบาล คสช.เปิดใจกว้างจะรับรู้ได้ว่านักศึกษาคนรุ่นใหม่เหล่านี้เรียกร้องตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐ ไม่ได้ยุยงให้ขัดแย้งแตกแยก ประชาชนมีคำถามถึงการที่รัฐบาล คสช.นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 3,000 นาย มาสกัดกั้น พร้อมอ้างการข่าวมีกลุ่มฮาร์ดคอร์เตรียมขนอาวุธสงครามผสมโรงสร้างสถานการณ์ แต่เหตุระเบิดป่วนใต้หลายสิบจุด มีรายงานด้านการข่าวบ้างหรือไม่ อย่าให้ประชาชนมองว่าเก่งแต่กับนักศึกษาประชาชนพลังบริสุทธิ์
“เต้น” แซะฮาร์ดคอร์ผลุบโผล่
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การประกาศยุติการชุมนุมและเข้ามอบตัว คือข้อบ่งชี้ว่าแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งหลีกเลี่ยงความรุนแรง ไม่ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย เมื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจแล้ว ผู้มีอำนาจควรแสดงความเป็นผู้ใหญ่โดยไม่ดำเนินคดี และปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข คนกลุ่มนี้เคยถูกดำเนินคดีเรื่องการชุมนุมมาก่อนแล้ว จะตั้งข้อหาซ้ำทำไม แทนที่จะไล่จับเด็กเข้าห้องขัง ควรเร่งสร้างความชัดเจนเรื่องเลือกตั้งดีกว่า ขอชื่นชมและให้กำลังใจกลุ่มคนอยากเลือกตั้งทุกคน สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าทำดีที่สุดแล้ว การประกาศอยากเลือกตั้งต่อหน้าเผด็จการ ถือเป็นชัยชนะของคน
มือเปล่า การใช้สันติวิธีเลี่ยงความรุนแรงคือการแสดงวุฒิภาวะที่สูงกว่า ส่วนข่าวเรื่องฮาร์ดคอร์ขนอาวุธเชื่อว่าจะค่อยๆเงียบไปเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา ถ้ามีการนัดเคลื่อนไหวอีกก็จะมีข่าวแบบนี้อีก อยากรู้จริงๆว่าคนพวกนี้ไปขนอาวุธอยู่แถวไหน ขนกันอย่างไร ถึงโผล่วับๆแวมๆ แต่ไม่เคยถูกจับได้
“ตือ” สดุดี 14 แกนนำคนรุ่นใหม่
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 14 แกนนำ คนอยากเลือกตั้งที่ถูกจับกุม ถือเป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ ประวัติศาสตร์จะจารจดความงดงาม ขอคารวะหนุ่มสาว ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าจะต้องเผชิญกับความเลวร้ายเช่นไร กล้าเอาชีวิต อิสรภาพ อนาคตของตนเองเป็นเดิมพัน แลกกับอนาคตของประเทศ การที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้ปล่อยตัวคนหนุ่มสาวโดยพลัน ทั้งในก่อนหน้านี้ได้เรียกร้องมายังรัฐบาลไทย ให้เคารพในสิทธิการแสดงความคิดเห็นและชุมนุมอย่าสงบ ในฐานะที่เป็นรัฐภาคีกับกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและพลเมือง ยิ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังละเมิดสิทธิมนุษยชน และลุแก่อำนาจ สังคมไทยวันนี้อะไรกำลังเกิดขึ้น คนเรียกร้องการเลือกตั้งต้องถูกจับกุมคุมขัง คนที่ขัดขวางการเลือกตั้งกลับถูกปล่อยตัว หรือนี่คือบาดแผลของแผ่นดิน
“บิ๊กตู่” โหมประชารัฐลุยราชบุรี
วันเดียวกันเวลา 08.20 น.ที่ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ปี พ.ศ.2561 โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 3,000 คน จากนั้นร่วมเป็นสักขีพยานมอบหนังสืออนุญาตแสดงป่าชุมชน มอบพันธุ์กล้าไม้ยางนาแก่ผู้ว่าราชการ 7 จังหวัดได้แก่ จ.ราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม เพชรบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร และแจกจ่ายกล้าไม้พันธุ์ดีกว่า 54.8 ล้านต้นให้แก่ประชาชน
เหน็บม็อบทำอากาศเป็นพิษ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานว่า นั่งเฮลิคอปเตอร์มารู้สึกมึนงงนิดหนึ่ง ปกติเป็นคนสดชื่น อาจเป็นเพราะอยู่ กทม.อากาศเสีย แต่มานี่มีต้นไม้เยอะทำสดชื่นเริ่มดีขึ้นแล้ว เมื่อวานออกซิเจนน้อยหน่อยเพราะมีชุมนุมกันอยู่ คนเยอะอากาศเป็นพิษ แต่ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ใช่ฝืนกฎหมายจนทุกอย่างมันไปไม่ได้ การประท้วงมีผลกระทบทั้งสิ้น ถ้ายังชุมนุมก็ขัดแย้งเช่นเดิม บ้านเมืองไม่สงบ การท่องเที่ยวล้มทันที ประเทศเรากำลังจะลงทุนมูลค่าหลายแสนล้านบาทในระยะเวลา 3 ปีนี้ ใครที่ทำให้เกิดความเสียหายต้องมีการลงโทษ ตน รัฐบาล และ คสช.ไม่ใช่ศัตรูของใคร แต่เป็นศัตรูกับกฎหมายไม่ได้
รัชกาลนี้บ้านเมืองต้องสงบสันติ
นายกฯกล่าวอีกว่า ขอบคุณประชาชน ทหาร ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะตำรวจที่แก้สถานการณ์ได้อย่างสันติ ไม่ไปตี ไม่ยิงกัน ไม่อยากให้มีเหตุการณ์บานปลาย ต่างประเทศดูอยู่ รัฐบาลต้องเข้ามายุติสถานการณ์ให้เกิดความปลอดภัย เดินหน้าสู่การเป็นประชาธิปไตย รัฐบาลพูดอะไรขอให้ใช้สติปัญญาฟังไตร่ตรองหาเหตุผล มองไปข้างหน้า 20 ปี “ประเทศไทยที่อยู่ด้วยกันอย่างสันติมาโดยตลอด ภายใต้พระบารมีของพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ วันนี้ถึงรัชกาลที่ 10 แล้ว รัชกาลนี้ต้องเป็นรัชกาลที่บ้านเมืองสงบปลอดภัย มีความเป็นอยู่มีชีวิตที่ดีขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้น้อมนำพระราโชบายของพระองค์ท่านมาปฏิบัติทุกเรื่อง พระองค์ทรงคาดหวังว่าประเทศของเราจะต้องดีขึ้น สงบยิ่งขึ้นอย่างสันติ มีการพัฒนา มีปฏิรูป ทำทุกอย่างเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน”
ยังปลื้มไม่เลิกจีดีพีพุ่งกระฉูด
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ด้านเศรษฐกิจแม้ตัวเลขจีดีพีจะโตขึ้นร้อยละ 4.8 แต่ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย เราหวังส่งออกอย่างเดียวไม่ได้ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นกลไกที่เราไปบังคับไม่ได้ ไม่อย่างนั้นบิดเบือนกันไปเรื่อย เราไม่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสนับสนุนเหมือนต่างประเทศ ขอบคุณทุกคนที่เตรียมงานวันนี้ สำคัญที่สุดอยากมาเจอประชาชนเห็นรอยยิ้ม ซึ่งบางคนก็ไม่ยิ้ม แต่ตนเป็นคนตลกอยู่แล้ว ตลกก็มีโมโหก็ง่าย เพราะทำงานถึงเป็นอย่างนี้ ขอรอยยิ้มหวานจากคนไทย ถึงข้างในจะร้อนระอุอย่างไรก็ต้องยิ้มสู้ ตามเพลงพระราชนิพนธ์ในหลวงรัชกาลที่ 9
หยอกลิงหยอกค่างอารมณ์ดี
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ โดยนายกฯได้ปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ด้วยดอกรวงผึ้งมีสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ ขณะที่ ครม.ได้ร่วมกันปลูกต้นกัลปพฤกษ์ ต้นไม้ประจำ จ.ราชบุรี จากนั้นเดินเยี่ยมชมโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ พร้อมกล่าวทักทายประชาชนโดยชูมือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยู แวะทักทายกับชิซูกะและโนบิตะ ลูกลิงอุรังอุตัง โดยนายกฯได้อุ้มชิซูกะขึ้นมาหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ปลานิล และปลายี่สกที่อ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้ม โดยพูดกับปลาว่า “อย่าทะเลาะกัน อยู่กันดีๆนะ” จากนั้นจึงเยี่ยมชมพลับพลาที่ประทับ ที่สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อ พ.ศ.2555 และชมต้นประดู่ที่ทรงปลูก โดยเรียกคณะมาถ่ายรูปพร้อมกล่าวว่า “ได้ยินเพลงต้นไม้ของพ่อแล้วขนลุก สิ่งที่ท่านทำ ต้นไม้ที่ท่านปลูก”
แซวสื่อม็อบอยู่สั้นอดทำข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเยี่ยมชมอ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้ม พอนายกฯเห็นผู้สื่อข่าววิ่งตามจึงหันมาพูดว่า “พวกนี้ไม่เหนื่อยกันหรือไง ไม่พักผ่อนกันหรอ เมื่อวานก็เห็นไปอยู่กลุ่มม็อบ ขอโทษนะ ที่มันสั้นไปหน่อย เลยไม่ได้ทำข่าวหลายวัน” อย่างไรก็ตามระหว่างคณะ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ มีชาวบ้านจำนวนมากมาขอถ่ายเซลฟี่ ซึ่งนายกฯได้ปฏิเสธ โดยบอกว่าขอไม่ให้ถ่าย แต่จะให้ถ่ายเป็นภาพหมู่แทน เนื่องจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขอไว้ กลัวเกิดความวุ่นวาย พร้อมบอกชาวบ้านว่าให้เราเดินไปด้วยกัน โดยชาวบ้านตอบกลับว่า “เราจะเดินไปด้วยกัน” ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจนายกฯได้เดินทางกลับมาปฏิบัติภารกิจต่อที่ทำเนียบฯทันที
“วิษณุ” เมินนานาชาติจับตามอง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ยังไม่ได้รับการประกันตัว ถือเป็นการกระทำที่รุนแรงหรือไม่ คงต้องถามฝ่ายความมั่นคง เบื้องต้นต้องดูว่าพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวหรือไม่ และศาลจะดูว่าผู้ถูกกล่าวหาจะไปยุ่งกับพยานหลักฐาน หรือหลบหนีหรือไม่ ไม่มองว่าเชื่อมโยงกับเรื่องการเมือง ส่วนที่องค์กรระหว่างประเทศจับตามองกรณีนี้นั้น หน่วยงานที่ไม่จับตาเขาก็มี เชื่อว่าจะไม่ส่งผลอะไรต่อรัฐบาล
“บิ๊กจอม” ฟุ้ง ศก.ไทยเนื้อหอม
ที่กองบิน 21 จ.อุบลราชธานี พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. กล่าวว่า เท่าที่ติดตามการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง รัฐบาลและ คสช.ดำเนินการตามกฎหมาย เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นโรดแม็ปแน่นอน เมื่อถามว่ามีการเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ต้องพิจารณาร่วมกันหรือไม่ พล.อ.อ.จอมตอบว่า ไม่ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับศาลพิจารณา เมื่อถามย้ำว่าต่างชาติจะมองภาพพจน์ประเทศไทยเสียหายหรือไม่ ผบ.ทอ.ตอบว่า คิดว่าคงไม่ ช่วงนี้ภาพพจน์ประเทศดีมาก เชื่อมั่นในการขับเคลื่อนประเทศของนายกฯ เราเนื้อหอมโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ถึงแม้ว่าฝ่ายความมั่นคงจะไม่มีความรู้ลึกซึ้งด้านเศรษฐกิจก็ตาม แต่สัมผัสได้ว่าประเทศไทยเนื้อหอมมากๆ แสดงให้เห็นว่าเราได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ
มธ.ไม่แจ้งความตามแรงยุ ตร.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า ฝ่ายงานสื่อสารองค์กรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกหนังสือชี้แจงกรณีการชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ระบุว่า ตามที่ สน.ชนะสงคราม ขอให้มหาวิทยาลัย-ธรรมศาสตร์แจ้งความเอาผิดกับผู้ชุมนุมที่ตัดกุญแจประตูมหาวิทยาลัย ในข้อหาทำลายทรัพย์สินราชการนั้น ทางมหาวิทยาลัยเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความชุลมุนของสถานการณ์ อีกทั้งความเสียหายเกิดเพียงเล็กน้อย จึงไม่แจ้งความดำเนินคดีกับนักศึกษาและผู้ชุมนุมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่จะพยายามสื่อสารกับนักศึกษาและผู้ชุมนุมที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น ขอขอบคุณ สน.ชนะสงคราม สำหรับคำแนะนำดังกล่าว
มติเอกฉันท์ร่างฯ ส.ว.ไม่ขัด รธน.
ช่วงบ่ายวันเดียวกันที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 91-96 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 107 หรือไม่ โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 91-96 เป็นบทเฉพาะกาลใช้บังคับในวาระเริ่มแรกเท่านั้น ทั้งยังเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 107 จึงไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 107 ประกอบมาตรา 269
นัดชี้ขาดร่างฯ ส.ส. 30 พ.ค.
ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย นัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในวันที่ 30 พ.ค. ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้ศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 140 และมาตรา 141 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 และมาตรา 45 หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาต่อในวันที่ 30 พ.ค.
“วิษณุ” ยันโรดแม็ปตามเดิม
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า โรดแม็ปเลือกตั้งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้กำหนดทั้งหมด บางอย่างรัฐบาลเร่งรัดได้ แต่บางอย่างไม่สามารถเร่งรัดได้ ขณะนี้โรดแม็ปเลือกตั้งยังอยู่ที่เดือน ก.พ.2562 นายกฯก็พูดเช่นนี้ตลอด
พท. ยังไม่ไว้ใจร่างฯ ส.ส.ผ่าน
นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้ว เข้าสู่ กระบวนการประกาศใช้ได้ ไม่กระทบต่อการเลื่อนเลือกตั้ง แต่ฉบับที่อาจมีผลต่อการเลื่อนเลือกตั้ง คือร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ศาลนัดวินิจฉัยวันที่ 30 พ.ค. ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่พิจารณาร่างฯนี้ก่อน เพราะรู้อยู่ว่าหากชี้ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ต้องรอไปอีก 90 วันกว่าจะมีผลบังคับใช้ เท่ากับว่าทำให้เวลาการบังคับใช้ช้าลงไปอีก หรือหากผลออกมาว่าขัดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเข้าสู่กระบวน การปรับแก้ อาจกระทบต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ การที่ศาลวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มา ซึ่ง ส.ว. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. แต่อย่าเพิ่งวางใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด
“เทือก” เอาแน่ตั้งพรรคใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งพรรคการเมืองของกลุ่ม กปปส. นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ล่าสุดนายสุเทพให้เจ้าหน้าที่ประสานไปยัง กกต. ว่าจะขอจดแจ้งก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยใช้ชื่อ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” อย่างเร็วที่สุดคือวันที่ 25 พ.ค.นี้ โดยมีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อธิการบดีวิทยาลัยบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ปัจจุบันเป็นประธานและกรรมการหลายคณะในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้าพรรค และยังมีบุคคลมีชื่อเสียงอีกหลายคนร่วมงาน อาทิ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายสุริยะใส กตะศิลา นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ นายสำราญ รอดเพชร เป็นต้น และยังมีการดึงตัวอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนไปร่วมงานด้วย นอกจากนายเชน และนายธานี เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นน้องชายแล้ว ยังมีอดีต ส.ส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ อาทิ นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ และนายเจ๊ะอามิง โตะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส ร่วมด้วย โดยตั้งเป้าหมายว่าจะได้ ส.ส.ราว 25-30 คน
ปชป.ส่อเลือดไหลไม่หยุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากพรรคประชาธิปัตย์จะประสบปัญหาอดีต ส.ส. ถูกดูดจากพรรค กปปส.แล้ว ยังถูกพรรคใหม่ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ดึงตัวด้วย ล่าสุดมีแนวโน้มว่า นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. อาจตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรค ดังกล่าว ร่วมกับนายสกลธี ภัททิยะกุล และนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.กทม. ที่ตัดสินใจลาออกไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ภาคอีสาน พ.อ.วินัย สมพงษ์ อดีตรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.บัฐชีรายชื่อ ก็ได้ลาออกเพื่อไปร่วมงานกับพรรคพลังธรรมใหม่แล้วเช่นกัน
ยื่น สนช.ค้าน “สมชาย” นั่ง กกต.ใหม่
ที่รัฐสภา น.ส.กาญจนา ภู่ทอง ผู้ประสานงานตัวแทนประชาชนผู้ได้รับความเสียหายกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ยื่นหนังสือคัดค้านนายสมชาย ชาญณรงค์กุล ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. เนื่องจากนายสมชายถูกฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีชื่ออยู่ในรายงานการสอบสวน สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ระบุว่าการกระทำของนายสมชาย ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์หรือสมาชิก อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 จึงเป็นผู้ไม่สมควรได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง กกต.
แจงเทงบฝึกอาชีพ 2 พัน ล. โปร่งใส
ที่อิมแพค ฟอรัม เมืองทองธานี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธี Kick off โครงการเพิ่มศักยภาพผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ มีบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 700 คน ว่าเรามีเป้าหมายรับการฝึกอาชีพผู้มีรายได้น้อย 625,120 คน งบประมาณ 2,121 ล้านบาท จะดำเนินการใน 2 กิจกรรม 1.ส่งเสริมฝึกอาชีพหลักสูตรฝึกอาชีพเร่งด่วนช่างอเนกประสงค์ 81,000 คน 2.ฝึกอาชีพเสริมเพื่อการมีงานทำ หรือประกอบอาชีพอิสระ 544,120 คน เริ่มตั้งแต่วันนี้ใช้เวลาฝึกตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ย. ได้เน้นย้ำให้ใช้งบทุกขั้นตอนโปร่งใส ตรวจสอบได้ ใน 4 ปี รัฐบาลทำงานไปเยอะ ที่เศรษฐกิจเติบโตมากเพราะประเทศมีความมั่นคง การฝึกอาชีพ 6 แสนคน มีการจัดทำแผนอย่างดี ตัวเลขประชาชนที่ฝึกมีการกลั่นกรองมาแล้ว เมื่อฝึกต้องมีงานทำจริง ส่วนงบ 2 พันล้าน ที่ใช้จะไหลลงไปในพื้นที่ยังไง ทุกขั้นตอนจะทำอย่างโปร่งใส ชี้แจงได้ มีกลไกตรวจสอบ มีการติดตามประเมินผล ไม่รั่วไหลแน่นอน
แต่งตั้ง 13 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
ช่วงค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 13 ราย ตามที่สนช.เห็นชอบ ดังนี้ นายวุฒิ มีช่วย นายฤทัย หงส์สิริ นางสุกัญญา นาชัยเวียง นายกิตดนัย ธรมธัช นายอําพน เจริญชีวินทร์ นายไชยวัฒน์ ธํารงศรีสุข นายประสาน บางประสิทธิ์ นายโสภณ บุญกูล นายจักริน วงศ์กุลฤดี นางศิริวรรณ จุลโพธิ์ นายประวิทย์ เอื้อนิรันดร์ นายจิรศักดิ์ จิรวดี และนายธีรรัฐ อร่ามทวีทอง และสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไปแล้ว บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามที่เสนอทุกราย ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2561 เป็นต้นไป
ต้นฉบับ