
อุทัย,ชัยนาท,ลพบุรี ‘อนุชา’แย้มข่าวใหญ่
“ประยุทธ์” ลุยตรวจเยี่ยมพิจิตร-นครสวรรค์ ปัดทุ่มงบฯหลายหมื่นล้านหาเสียงล่วงหน้า แซะฐานเสียงภาคเหนือตอนล่าง-กลางตอนบน อ้อนจะอยู่ต่อหรือต้องไปแล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิตปลุกโจ๋วัย 18 ปีต้องไปเลือกตั้ง ขึ้นรถไฟโบกมือชวนชาวบ้านลงคะแนน ผู้ว่าฯกลุ่มจังหวัดระดมเชิญอดีต ส.ส.เกือบทุกพรรคตบเท้าพบปะนายกฯ ผู้นำหวานใส่ขอบคุณพี่ๆนักการเมืองให้เกียรติมากันเยอะ “สมคิด” ประกบติดคนดังเมืองชัยนาท “เสี่ยแฮงค์” แย้มเร็วๆนี้มีข่าวใหญ่ ได้งานทำ “ชาดา” ยันไม่ร่วมวงศ์ ไพบูลย์พรรคทหาร “โอ๊ค” ดอดเข้าทำเนียบฯซื้อเสื้อลายฝีพระหัตถ์ ร.10 ส่งไปฝากพ่อ-อาปู “อภิสิทธิ์” สอน “บิ๊กตู่” อาสามาเองต้องรับได้เสียงวิจารณ์ แนะเก็บอาการปรับตัว ขู่หลังเลือกตั้งเจอหนักมากกว่านี้ กกต.-รัฐบาลถกนอกรอบ 14 มิ.ย. หาทางแก้ปัญหา “ชูศักดิ์” อัดคำสั่ง คสช.ขัดแย้งลักลั่น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.พิจิตร และนครสวรรค์ โดยปฏิเสธข้อครหาว่ารัฐบาลทุ่มงบประมาณหลายหมื่นล้านหาเสียงล่วงหน้าในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ต่างเชิญอดีต ส.ส.และผู้บริหารท้องถิ่น เข้าร่วมพบปะกับนายกฯอย่างคึกคักเป็นพิเศษเกือบจะครบทุกพรรค
“บิ๊กตู่” ลุยพิจิตรไหว้หลวงพ่อเพชร
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ลงพื้นที่ตรวจ ราชการ จ.พิจิตร และประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 4/2561 จ.นครสวรรค์ ในวันที่ 11-12 มิ.ย. จุดแรกนายกฯเดินทางด้วยรถโตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน กง 9333 นครนายก เข้าสักการะกราบองค์หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พระอารามหลวง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาว จ.พิจิตร พระราชสิทธิเวที เจ้าคณะ จ.พิจิตร และรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง ได้มอบพระพุทธรูปบูชาหลวงพ่อเพชร หน้าตัก 3 นิ้ว รูปหล่อหลวงพ่อเงิน เหรียญที่ระลึกหลวงพ่อเพชร หลวงพ่อเงินรุ่นพุทธบารมี ให้แก่นายกฯและคณะ จากนั้นนายกฯทักทายชาวบ้านที่รอต้อนรับนำดอกกุหลาบสีชมพูมามอบให้ พร้อมตะโกน “นายกฯสู้ๆ เป็นกำลังใจให้ พวกเรา รักลุงตู่ รัก ครม.ลุงตู่” และต่างเข้าแย่งกันสวมกอดและเซลฟี่คู่นายกฯ ขณะที่นายกฯทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูทักทายกลับไป โดยมีชาวบ้านให้ความสนใจจ้องดูทะเบียนรถที่นายกฯนั่งเอาไปลุ้นหวย นายกฯได้กล่าวด้วยว่า วันหน้าต้องปิดทะเบียนรถดีกว่า เดี๋ยวจ้องแต่ทะเบียนรถ เข้าใจความรู้สึกคนจน แต่ไม่ได้สนับสนุน ไม่อยากให้รอขอพร รอขอพระ แล้วไม่ทำอะไรกันเลย
โต้เทหมื่นล้านซื้อเสียงล่วงหน้า
ต่อมาเวลา 09.30 น. นายกฯและคณะ พบประชาชนและเยี่ยมชมกิจกรรมการพัฒนาพิจิตรจังหวัดคุณธรรมและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบึงสีไฟ ณ บึงสีไฟ อ.เมือง จ.พิจิตร โดยกล่าวกับประชาชนว่า ไม่ได้มาหาเสียงแต่มาติดตามความก้าวหน้าแผนงาน วันนี้ใส่เสื้อประเทศไทยมาพิจิตร นายกฯกล่าวพร้อมยกมือแตะที่หน้าอกเสื้อข้างซ้ายที่สกรีนเป็นแผนที่ประเทศไทยเขียนข้อความว่า “เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน เพราะที่นี้คือประเทศไทยบ้านของเรา สตรอง ทูเก็ตเตอร์ OUR stronger together” และกล่าวต่อว่าพิจิตรเป็นเมืองที่อยู่ใกล้หัวใจตนที่สุด สื่อบางสำนักพาดหัวว่าจะให้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทลง จ.พิจิตร ไม่เป็นความจริง ต้องดูโครงการเร่งด่วน ไม่ต้องการเอาเรื่องนี้มาเป็นการหาเสียง ไม่ต้องการซื้อเสียง แม้ไม่มีเสียงให้แม้แต่คนเดียวก็พร้อมทำงานให้
ซัดคนดื้อด้านดิ้นจุดเหตุการณ์
นายกฯกล่าวว่า การเป็นประชาธิปไตยต้องมีกฎหมาย ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ถ้าไม่ไปแตะต้อง หรือดื้อด้านต่อสู้จะไม่มีเรื่อง วันนี้มีหลายคนพยายามจะให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ไม่บอกว่าเป็นใคร ไม่ให้ความสำคัญ เพราะผิดกฎหมาย ราคาข้าวอย่าให้ใครมาบิดเบือน การทุจริตต้องไล่กัน นี่คือคนไทย 4.0 ไม่ใช่เขียนอะไรมาในโซเชียลแล้วเชื่อทุกอัน ใช้โซเชียลให้เป็นประโยชน์ แม้จะไม่ฟังตนในวันศุกร์ก็แล้วแต่ และมีหลายคนไปถามเด็กว่า รู้จักนายกฯหรือไม่ เด็กบางคนไม่รู้จัก แล้วไปพูดว่าเด็กยังไม่รู้จักเลย บางคนบอกเป็นนักร้อง มันถูกหรือไม่ ไปทำอยู่ใน โซเชียลแบบนี้ เด็กเล็กๆ อนุบาลจะไปรู้เรื่องอะไร บ้างก็ถามว่ารู้จักนายกฯ ปัดโธ่ ทุกคนเหน็ดเหนื่อยป่วยไข้ก็มี มนุษย์เครียดมากๆ สมองก็แย่ อายุเยอะ กันแล้ว ปวดขาแข้ง น้ำตาลขึ้น นี่คือปัญหาของมนุษย์ รัฐบาลก็คือมนุษย์
ปลุกโจ๋ 18 ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
นายกฯกล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนวันนี้เพื่อเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่สวยงาม วันข้างหน้าการเลือกตั้งสำคัญกับท่าน อย่ามาบอกไม่ชอบการเมืองแล้วจะไม่ไปเลือกตั้งหรือเลือกยังไงก็ได้เท่าเดิม ทุกคนที่มีอายุครบ 18 ปีต้องไปทุกคน จะเกลียดจะชอบก็ต้องไป ให้คิดว่าเราจะได้รัฐบาลธรรมาภิบาล ขอให้เลือกคนที่มีความเชื่อมั่นอย่าเลือกคนที่มีความคุ้นเคยใกล้ชิดอย่างเดียวถ้าไม่ดีเราก็เลือกคนอื่น พรรคใดที่ได้มากก็ตั้งรัฐบาล ส่วนบัตรเลือกตั้งที่ให้กาบัตรใบเดียวบางคนบอกยุ่งยาก หาเสียงเบอร์เดียวทั้งประเทศบอกจำยาก ถ้าแค่นี้จำยากแล้วจะไม่ไปเลือกตั้งจะได้คนดีได้หรือ จากนั้นได้ฟังเด็กนักเรียนเล่านิทานเรื่อง “ต้นไม้แห่งความสมหวัง” พร้อมขอให้เด็กร่วมกันร้องเพลง “ต้นไม้ของพ่อ” ก่อนชมการแสดงร้องเพลงของเด็กนักเรียนเล่นลิเก และนายกฯได้ขอให้ร้องเพลงของพุ่มพวง ดวงจันทร์และเพลงของลำไย ไหทองคำ ขณะที่เด็กๆต่างพากันร้องเชียร์นายกฯสู้ๆ
นั่งรถไฟชวน 2 ข้างทางไปเลือกตั้ง
ต่อมาเวลา 15.15 น. นายกฯพร้อมคณะเดินทางต่อโดยรถไฟขบวนพิเศษ จากสถานีรถไฟชุมแสง ต.ชุมแสง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ไปยังสถานีรถไฟนครสวรรค์ ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อตรวจโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ (ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ) และตรวจการพัฒนาบึงบอระเพ็ด ก่อนขบวนเคลื่อนออกจากสถานี นายกฯได้โบกมือทักทายประชาชนตะโกนว่า “อย่าลืมไปเลือกตั้งนะ” ขณะที่อยู่บนขบวนนายกฯหยอกล้อสื่อให้ร้องเพลง “ทัวร์นกขมิ้น” สื่อได้ถามนายกฯว่าทัวร์ใคร นายกฯกล่าวว่า ทัวร์ใครไม่รู้เหมือนกัน แต่รัฐบาลนี้ไม่ต้องมีประชุม ครม. บนรถไฟ ประชุมแค่ข้างล่างเวียนหัวพอแล้ว ปัดโธ่ สร้างภาพกันทั้งนั้นแหละ เอาไว้รถไฟความเร็วสูงก่อน ยังประชุมไม่เสร็จก็ถึงแล้ว อย่าบ่นนะว่าเร็วเกินไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อขบวนรถไฟจอดที่สถานีทับกฤช นายกฯถามแม่ค้าคนหนึ่งว่า “ของทั้งหมดราคาเท่าไหร่ ไปรวมกับทุกเจ้าที่ขายตรงนี้ นายกฯเหมาทั้งหมด แจกข้างล่างกินไป เอาตังค์นายกฯไปซื้อเลี้ยงพวกเรา เอ๊ะแล้วจะผิดกฎหมายเกิน 3 พันหรือเปล่า ให้ซื้อของกับแต่ละเจ้า พวกหัวหมออย่าเอาไปรวมกัน นายกฯยังกล่าวด้วยว่า “อย่างนี้ต้องเลือกใครไหม ต้องเลือกพรรคไหนเนี่ย หรือไม่ต้องเลือกใครเลยก็ได้แล้ว ประชาชนตะโกนตอบว่าดี พร้อมกวักมือเรียกให้นายกฯลงมา
เปิดเวทีจับเข่าคุยชาวปากน้ำโพ
จากนั้นนายกฯเดินลงจากขบวนรถไฟไปพบปะทักทายประชาชน แล้วจึงเดินกลับขึ้นรถไฟสถานีนครสวรรค์ ต่อรถยนต์ไปที่อาคารอเนกประสงค์บึงบอระเพ็ดพบปะประชาชนและผู้นำท้องถิ่น พร้อมเป็นสักขีพยานมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน มอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน ให้แก่ประธานโครงการป่าชุมชน 4 ชุมชนใน จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตรและอุทัยธานี รวมถึงมอบสินเชื่อโครงการสินเชื่อเพื่อยุ้งฉางให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้แก่ผู้แทนเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร มีประชาชนและผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมจำนวนมาก
ผู้ว่าฯดึงอดีต ส.ส.ทุกค่ายพบนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผวจ.แต่ละจังหวัด ได้เชิญอดีตนักการเมืองในพื้นที่ให้มาเข้าพบนายกฯในครั้งนี้ จึงมีอดีต ส.ส.และผู้นำท้องถิ่นมาเข้าร่วมอย่างคึกคักมาก อาทิ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อดีต ส.ส. และอดีต ส.ว.ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (พิจิตร-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-อุทัยธานี) รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง อาทิ สิงห์บุรี ลพบุรีและชัยนาท อาทิ นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา นายอนันต์ ผลอำนวย อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย นายสำราญ ศรีแปงวงค์ อดีต ส.ส. กำแพงเพชร พรรค ประชาธิปัตย์ นางผ่องศรี ธาราภูมิ อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ นางมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ นายนพดล พลเสน อดีต ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา นายอนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคไทยรักไทยสังกัดกลุ่มนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคชาติไทยพัฒนา และนายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี
“ชาดา” ยันไม่ร่วมพรรคทหาร
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่าขณะนี้ยังไม่สังกัดพรรคการเมืองใด แต่จะไม่ไปอยู่กับพรรคที่สนับสนุนทหารอย่างแน่นอน แต่หากพรรคที่ตนเองสังกัด ไปร่วมรัฐบาลกับทหาร ก็สามารถยอมรับได้ ขณะที่นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า การมาพบนายกฯครั้งนี้ เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ประสานงานและเชิญให้มา ส่วนตัวไม่มองการลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นประเด็นการเมือง แต่มองว่า การที่ผู้บริหารลงพื้นที่พบปะประชาชนเป็นเรื่องดี ประชาชนจะได้รับประโยชน์
นายกฯหวานขอบคุณพี่ๆนักการเมือง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชน ผู้นำท้องถิ่นและอดีต ส.ส.ตอนหนึ่งว่า ขอบคุณพี่ๆบรรดานักการเมืองทั้งหลายที่มาต้อนรับ ขอบคุณที่มารับฟังทั้งคนที่มาจากกลุ่มจังหวัด รวมถึง จ.ชัยนาท และลพบุรี ที่ต้องมาด้วยเพราะมีความเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟทางคู่ ทุกเรื่องที่ทำต้องสะสมมาไม่มีทางทำวันเดียวเสร็จ ต้องใช้กฎหมายบูรณาการ ทำให้พื้นที่เข้มแข็ง ที่ตนทำสานต่อเนื่องจากสิ่งที่นักการเมืองทำไว้ ในส่วนที่แก้ไขต้องแก้เพื่อไม่ให้เกิดภาระในวันข้างหน้า คิดว่าทุกคนเข้าใจ ที่เรามียุทธศาสตร์ชาติจำเป็นต้องทำ ไม่มีอะไรเป็นอย่างอื่น ต้องขอร้องให้ทุกภาคส่วนให้เข้าใจว่านี่คือสิ่งที่จำเป็นไม่ได้ต้องการสืบทอดอำนาจอะไรทั้งสิ้น โครงการประชารัฐหรือไทยนิยม ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เตรียมตัวปฏิรูปสู่ระบอบประชาธิปไตยในวันข้างหน้าไม่ให้เสียเปล่า อย่ามาคิดกังวลกับตนมากนัก ถ้าต่อตีบิดเบือนเหมือนเดิม เวทีโลกไม่มีใครเชื่อมั่นเรา
ปลื้มอดีต ส.ส.ให้เกียรติมากันเยอะ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอโทษที่มาช้า ทำให้กลับบ้านเย็นไปหน่อย ขอให้ทุกคนกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ใครที่ถูกเกณฑ์มาก็ไปว่ากันเอง ตนไม่ต้องการให้มีการเกณฑ์มา และขอโทษที่ รปภ. เข้มงวดไปหน่อย เพราะคนอยากเจอนายกฯ เขาต้องทำหน้าที่ของเขา ต้องช่วยกัน จะได้ไม่เกิดอะไรขึ้น ไม่ได้กลัวอะไรหรอก แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำงานบ้างเท่านั้นเอง ขอโทษแทนทุกๆคนแล้วกัน อย่าให้ใครว่านายกฯมาแล้วสร้างภาระ ตนจะมาสักกี่ครั้งต่อไป จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทักทายประชาชน พร้อมแนะนำรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง และเดินเข้าไปพูดคุยทักทายอดีต ส.ส. โดยนายกฯระบุว่าขอให้ทำเพื่อประเทศชาติ ขอบคุณทุกๆคนที่ให้เกียรติตน แล้วจึงไปปลูกต้นรวงผึ้ง หน้าหอประชุมอาคารอเนกประสงค์ อบจ.บึงบอระเพ็ดเป็นที่ระลึก
“สมคิด” ประกบติด “เสี่ยแฮงค์”
ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มนักการเมืองดังกล่าวด้วย โดยเฉพาะได้คุยกับนายอนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส.ชัยนาท นานเป็นพิเศษ
“อนุชา” แย้มเร็วๆนี้มีข่าวใหญ่
ต่อมานายอนุชากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ภายในเดือน มิ.ย.ตนจะมีข่าวใหญ่ เมื่อถามย้ำว่าจะไปร่วมงานกับใครหรือไม่ นายอนุชาตอบสั้นๆว่า “มีงานทำ” ต่อมาเวลา 18.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อม ครม.เดินทางไปยังตลาดต้นแม่น้ำเจ้าพระยาในตัวเมืองนครสวรรค์ เดินพบปะประชาชนที่มาเที่ยวงานตลาดประชารัฐและตลาดวัฒนธรรมเมืองสี่แคว
“บิ๊กป้อม” ขันนอตล้างผู้มีอิทธิพล
สำหรับภารกิจของ รมต.ที่แยกย้ายลงพื้นที่พบประชาชน วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นำคณะไปตรวจเยี่ยมและรับทราบการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองใน จ.นครสวรรค์ ทั้งกองบินที่ 4 มณทลทหารบกที่ 31 ค่ายจิรประวัติ สภ.พยุหะคีรีและ สภ.เมืองนครสวรรค์ จากนั้นได้มอบนโยบายกับส่วนราชการต่างๆ ณ ศาลากลาง จังหวัดนครสวรรค์
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตรกำชับให้ทุกหน่วยงานดำรงความยุติธรรมเป็นที่พึ่งของประชาชน เร่งแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง อาวุธสงคราม ยาเสพติด ให้กวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้ต่อเนื่อง รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของ ประชาชนและกลุ่มเกษตรกรในระยะเร่งด่วนภายในเดือน มิ.ย.ให้ตรวจสอบปัญหาทั้งเจ้าหนี้ ลูกหนี้ มูลหนี้และไกล่เกลี่ยให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
“ดอน” พบเด็กดี “อดุลย์” ผัดกะเพรา
ช่วงบ่าย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศเดินทางไปที่โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ อ.เมืองนครสวรรค์ พบปะกับ ด.ญ.กชพร สิงห์ดา ยุวทูตความดี จากความสามารถด้านภาษาและเป็นคนดีมีจิตอาสา ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน ไปเผยแพร่วัฒนธรรมไทยที่มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในเดือน พ.ย.61
ที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน จ.กำแพงเพชร พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน พร้อมนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมการฝึกอาชีพในโครงการเพิ่มศักยภาพแรงงานผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพเพิ่มรายได้ ตามเป้าหมายฝึกช่างอเนกประสงค์และอาชีพอิสระ 58 หลักสูตรทั่วประเทศกว่า 6 แสนคน ใช้งบฯกว่า 2 พันล้านบาท ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ก.ย. พล.ต.อ.อดุลย์ได้โชว์ผัดกะเพราหมูสับ โดยมีนายจรินทร์ ที่มีข่าวปีนเกลียวกับรัฐมนตรี คอยเป็นลูกมือส่งเครื่องปรุงถือชามให้
วธ.ชงแผนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า จะเสนอ ครม. เห็นชอบแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวน้อยมากเป็นคนไทย 4 ล้านคน ต่างชาติ 7 หมื่นคน จึงเสนอให้สร้างแผนท่องเที่ยว จัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม และขอความเห็นชอบจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เมือง จ.พิจิตร อุทัยธานี และนครสวรรค์ เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โบราณคดี นำร่องที่เมืองพิจิตรเก่า
มท.1 สั่งช่วย ผญบ.บึงคำพร้อยสู้คดี
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายพิเชษฐ์ ศาสตร์ประเสริฐ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมแหนบทองคำปี 55 เดินเท้าไปยังกระทรวงมหาดไทย ร้องขอความช่วยเหลือหลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือลูกบ้านตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แล้วถูกผู้ประกอบการคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลบึงคำพร้อย ฟ้องร้องดำเนินคดีอาญา ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี โดยไม่ได้รับการเหลียวแลช่วยเหลือจากหน่วยงานที่บังคับบัญชา ว่าได้มอบหมายให้นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าไปดูแลแก้ปัญหา กระทรวงไม่มีทอดทิ้ง ให้เข้าไปดูการแก้ปัญหาขยะและช่วยเหลือเรื่องคดีให้ผู้ใหญ่บ้านด้วย
“มาร์ค” สอนอาสาเองต้องรับได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ไม่พอใจที่ถูกโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์ เรียกร้องขอให้รักษาเกียรตินายกรัฐมนตรีของประเทศไทยว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาทั่วโลก คนที่มาทำงานการเมืองต้องยอมรับว่ามีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ทำ เป็นธรรมชาติของสังคม ต้องยอมรับความเป็นจริง หากมีการใส่ร้ายบิดเบือนข้อมูลเท็จมีกฎหมายดำเนินการ เข้าใจความรู้สึกของท่านแต่คนทำงานนี้เคยรู้สึกน้อยใจเหมือนกันมาทั้งหมด การเป็นนักการเมืองไม่มีใครมาบังคับให้ทำ เราเป็นลูกจ้างของประชาชน มีหน้าที่รับใช้ประชาชน การถูกตรวจสอบแบบนี้เราต้องรับได้ เพราะอาสาเข้ามาเอง หากรับไม่ได้ต้องไม่ทำ
ให้เก็บกิริยาปรับตัวหลัง ลต.ยิ่งกว่านี้
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ขอให้คำนึงตำแหน่งนายกฯ เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรตินั้น ช่วงที่ตนเป็นนายกฯไม่ได้แสดงอาการต่างๆ เพราะคิดถึงคำว่าเกียรติของนายกฯ คนที่เป็นนายกฯต้องรักษามาตรฐานบางอย่าง เพื่อให้สังคมนับถือหรือยอมรับเกียรติของตำแหน่งนี้ หากรู้สึกโกรธท่านจะปิดห้องตะโกนโหวกเหวกอยู่คนเดียวทำได้เลย แต่เมื่อเป็นบุคคลสาธารณะแล้วเราต้องฝึกฝนให้มีความอดทน มันถึงต้องมีธรรมะของนักปกครอง ที่มีเรื่องขันติอุเบกขาต่างๆ หวังว่านายกฯจะอารมณ์ดีขึ้น พยายามทำความเข้าใจกับสภาพการเมืองแบบนี้ หากการเลือกตั้งท่านมาดำรงตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง ต้องปรับตัวไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะไม่มีมาตรา 44 จะมีฝ่ายค้านในสภาและการวิจารณ์ที่หนักหน่วง
“จุรินทร์” ซัดไดโว่ยังดูดไม่หยุด
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาล คสช.จะเชิญพรรคการเมืองหารือในเดือน มิ.ย.ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยินดีร่วมมือ จะมีถ่ายทอดสดหรือไม่ขึ้นอยู่กับ คสช.จะให้ไปคุยเรื่องอะไรไม่ได้มีเงื่อนไข แต่ถ้าจะเปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลต้องอธิบายว่าทำไมถึงเปลี่ยนใจ ส่วนการเดินสายดูดอดีต ส.ส.บางพรรคพยายามจะดูดสังคมรับทราบโดยทั่วไป เหมือนที่เคยพูดว่าหลังรัฐประหารถ้าตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการดำรงอำนาจต่อไป เคยเกิดขึ้นมาแล้วเกือบทุกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีข้อยกเว้น ยังมีปรากฏต่อเนื่องอยู่ ไม่แปลกใจอะไร ทุกครั้งพรรคมีทั้งคนเข้าคนออก เชื่อว่าคนไม่น้อยยังศรัทธาอุดมการณ์พรรคอยู่ ไม่สามารถบอกได้ว่ายิ่งใกล้วันเลือกตั้งแรงดูดจะมากน้อยถอยลงไปหรือไม่ เท่าที่ติดตามสถานการณ์จนถึงขณะนี้ยังคงมีอยู่
“ชูศักดิ์” อัดคำสั่ง คสช. ขัดแย้ง-ลักลั่น
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยอมรับว่าคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 มีปัญหาและเตรียมทางออกไว้แล้วว่าคำสั่งนี้มีปัญหามาก ขัดแย้งกันเอง ถ้อยคำกำกวม ลักลั่นไม่เท่าเทียมระหว่างพรรคเก่ากับพรรคใหม่ เช่น การเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองส่งผู้สมัครได้แม้ยังตั้งสาขาไม่ครบ แต่พรรคเก่ากลับมีข้อห้ามว่า ถ้าตั้งสาขาไม่ครบสี่แห่งในสี่ภูมิภาคจะส่งผู้สมัครไม่ได้ หรือปัญหาไพรมารีโหวตที่ยังสับสนคือ จะให้มีตัวแทนพรรคประจำจังหวัดในเขตใดเขตหนึ่งแล้วสามารถเลือกผู้สมัครได้ทุกเขตเลือกตั้งตามบทเฉพาะกาล หมายความว่า สมาชิกที่อยู่ในเขต 1 สามารถเลือกผู้สมัครในเขต 2 เขต 3 และเขตอื่นๆในจังหวัดนั้นได้หมด ซึ่งไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของการทำไพรมารีโหวต เพราะให้แค่ 50 คนมาเลือกผู้สมัครได้ทั้งจังหวัดทุกเขต แล้วมาเรียกว่าไพรมารีโหวต ดังนั้น การจะแก้ปัญหาถือเป็นเรื่องของ คสช. แต่เราคงไม่เสนอแนะอะไร มันเหนื่อยเปล่า เพราะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รัฐบาลถก กกต. 14 มิ.ย. คลี่ปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า การหารือนอกรอบระหว่าง กกต.กับรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาการแบ่งเขตเลือกตั้งและการทำไพรมารีโหวตของพรรคการเมือง ก่อนรัฐบาลนำไปหารือกับพรรคการเมืองช่วงปลายเดือน มิ.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้นัด กกต.หารือช่วงบ่ายวันที่ 14 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะหารือเรื่องการแบ่งเขตและปัญหาการปฏิบัติของพรรคการเมืองตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 โดยสำนักงาน กกต.ได้ทำข้อสรุปปัญหาอุปสรรคมอบหมายให้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เป็นตัวแทนไปหารือกับรัฐบาล ประเด็นปัญหาการแบ่งเขตเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.ศึกษาข้อกฎหมายแล้วเห็นว่ากฎหมายไม่เปิดช่องให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้ก่อน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ใช้บังคับ หากรอไปถึงเวลาดังกล่าวโดยรัฐบาลไม่ปลดล็อกหรือแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 จะกระทบต่อการทำไพรมารีโหวต
“ไพบูลย์” โชว์หักเงินเดือน ส.ส.50%
นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป เปิดเผยว่า พรรคจัดประชุมใหญ่อีกครั้งเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. หลังมีผู้ร่วมก่อตั้งเพิ่มขึ้นกว่า 1,500 คน เพื่อเพิ่มกรรมการบริหารพรรคจาก 20 เป็น 32 คน พร้อมขอปรับปรุงระเบียบข้อบังคับพรรคเพิ่มเติมกำหนดนโยบายการปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์และการจัดการทรัพย์สินวัดและทรัพย์สินพระภิกษุเพิ่มเติมในข้อบังคับพรรคให้นำวัดร้างทั่วประเทศมาพัฒนาเป็นสวนพุทธธรรม ปลูกต้นไม้เป็นป่าชุมชน รวมทั้งให้สมาชิกพรรคที่จะรับตำแหน่งทางการเมือง เช่น ส.ส.หรือตำแหน่งอื่นต้องบริจาครายได้เงินเดือนประจำตำแหน่งนั้นให้พรรค 50% ทุกเดือนตลอดที่อยู่ในตำแหน่ง ส่วนผู้ติดตาม ผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษาที่มีเงินเดือน พรรคเป็นคนแต่งตั้ง เพื่อตัดตอนการนำคนใกล้ชิดมารับตำแหน่งที่มีผลประโยชน์ ส่วนการทำไพรมารีโหวต ถ้าในอนาคตไม่มีการบังคับใช้ แต่พรรคจะใช้เลือกผู้สมัครของพรรค
“โอ๊ค” ย่องเข้าทำเนียบฯซื้อเสื้อ ร.10
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาต่อแถวซื้อเสื้อลายฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมถุงผ้า ที่ลานเรือนพอเพียง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)จัดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. โดยนายพานทองแท้ โพสต์อินสตาแกรมว่า “ทราบว่าสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ นำเสื้อลายฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จากร้านจิตอาสา 904 มาจำหน่าย วันนี้หลังประชุมเสร็จผมได้มีโอกาสไปซื้อเสื้อและถุงผ้ามา ตั้งใจว่าจะส่งให้ไปให้คุณพ่อและอาปู ขอเชิญชวนพี่น้องและเพื่อนๆ ไปเลือกซื้อกันนะครับ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพานทองแท้เดินทางมาซื้อเสื้อในวันที่นายกฯและ ครม.เดินทางลงพื้นที่ จ.พิจิตรและนครสวรรค์ก่อนประชุม ครม.สัญจรนอกสถานที่วันที่ 12 มิ.ย.
ต้นฉบับ