วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2561

'ตู่' กาหัวสนช.หลับในสภาฯ ไม่ต้องเป็นอะไรอีก

https://www.thairath.co.th/media/
ส่งภาพให้ประธานฯ จัดการ ว้ากสื่อถามแต่เรื่องไร้สาระ ‘กฤษฎา’ ขนกองหนุนเชียร์


“ประยุทธ์” ปลื้มกำลังใจหลั่งไหลท่วมทำเนียบฯ “กฤษฎา” ขนแกนนำชาวนาสวมเสื้อ “กองหนุนลุงตู่” ตะโกนเชียร์ลั่นสู้ๆ หยอดรักนายกฯมาตั้งแต่เป็นทหารเสือราชินี เลขาฯ ศอ.บต.ยกคณะผู้แทน 3 จชต.ช่วยตีปี๊บเศรษฐกิจในพื้นที่อู้ฟู่ “บิ๊กตู่” เคลิ้มชอบใจ แอบตกใจเฮ้ย...ใครทำเสื้อเชียร์มาเอาใจ ว้ากสื่อเลิกถามสนช.งีบกลางสภา กาหัวใครหลับคราวหน้าไม่ต้องไปเป็นอะไรอีก “พีระศักดิ์” ขอโทษ แจง 2 สมาชิกป่วยเผลองีบช่วงบ่าย ไม่ใช่ตอนนายกฯพูด “ชาลี” ชี้ทำบอลลูนหัวใจ แต่ไม่ขอแก้ตัว “ธำรง” ปิดปากไม่สะดวกพูด พท.เย้ยพวกเดียวกันฟังยังหลับ “วัฒนา” ไล่ผู้นำกลับบ้านไปรอหมายเรียก ปชป.บี้ฟังเสียงวิจารณ์ อัดแม่น้ำ 5 สายโวยใส่สื่อเชลียร์ผู้มีอำนาจ “วิษณุ” ถกนอกรอบ กกต. เตรียมหารือปลดล็อก-แก้ปมอุปสรรคเลือกตั้ง ก่อนตั้งวงคุยพรรค การเมือง “นิพิฏฐ์” จี้เคลียร์ปลดล็อกให้ชัด
หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อารมณ์เสียกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในหลายเรื่อง และยังต้องมาหงุดหงิดกับกรณีที่สมาชิก สนช.นั่งหลับระหว่างการชี้แจงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ได้คาดโทษให้สมาชิก สนช.กลับไปนอนหลับที่บ้าน โดยจะไม่ให้ไปมีตำแหน่งเป็นอะไรอีก

“ลุงตู่” เปิดทำเนียบรับชาวนากองหนุน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้นำชาวนา องค์กรชาวนา ที่ได้รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นด้านข้าวประจำปี 2561 และตัวแทนชาวนารุ่นใหม่จำนวน 300 คนเข้าเยี่ยมคารวะและรับฟังนโยบายด้านข้าวจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ 5 มิ.ย. โดยผู้เข้าร่วมงานกว่าครึ่งสวมเสื้อยืดโปโลสีฟ้าสกรีนข้อความที่หน้าอกขวาว่า “ชีวิตนี้เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์” พร้อมข้อความ “สนับสนุนลุงตู่” และอักษรย่อภาษาอังกฤษ FOS บนอกซ้าย ด้านหลังสกรีน “กองหนุนลุงตู่” “เครือข่ายชาวนาประชารัฐ” และ “By FOS” ทั้งนี้ FOS ย่อมาจาก Friend of Somkid


กระดูกสันหลังต้องตั้งตรงไม่ก้มงอ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวมอบนโยบายด้านข้าวตอนหนึ่งว่า อยากให้ชาวนาศึกษารายละเอียดหนังสือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ต้องตั้งให้ตรงไม่อยากเห็นหลังงอก้มหน้าก้มตาไปตลอด วันนี้หลายอย่างดีขึ้นตัวเลขดีขึ้น อยากให้เกษตรกรเรียนรู้ตลาดมากกว่าปลูกข้าวอย่างเดียว แต่ขอร้องเรื่องจำนำข้าวต้องไม่เป็นภาระให้ประเทศ เกินราคาตลาดโลกไม่ได้ ไม่ใช่ใครให้เยอะแล้วชอบ สุดท้ายเป็นภาระงบประมาณแผ่นดิน ต้องรวมกลุ่มให้ได้รัฐบาลจะได้สนับสนุนได้ และต้องควบคุมการผลิตให้ได้ ไม่ใช่ห้ามปลูกข้าวเพียงแต่ปลูกให้มีคุณภาพให้ได้ราคา และไม่ใช่อะไรราคาดีก็ปลูกตาม หลายอย่างราคาเริ่มตก เช่น มะม่วง สับปะรด ขอให้ยึดแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วย ถือเป็นการปฏิรูป และหวังว่ารัฐบาลหน้าต้องแก้ได้ ขอให้ชาวนาอย่าท้อแท้อย่าสิ้นหวัง ร่วมกันทำเพื่ออนาคต

ขอโซเชียลอย่าใช้การเมืองนำ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สังคมวันนี้หลายอย่างมีปัญหาโดยเฉพาะสังคมในโซเชียลมีเดียด่ากันไปด่ากันมาทุกวันไม่เห็นว่าจะได้สาระอะไร ทำให้สิ่งที่ดีๆล้มไปหมด เกิดจาก 2 อย่าง คือ การเมืองและความเพลิดเพลินในการเล่นโซเชียลโดยไม่รับผิดชอบ ขออย่าให้การเมืองนำแต่ต้องใช้สติปัญญาและความคิดในการทำงาน ตนเข้ามาลักษณะนี้รู้ตัวดีอยู่แล้ว ถ้าย้อนกลับไปได้อยากจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ดูว่าวันนี้จะอยู่กันได้ไหม จะเกิดสงครามกลางเมืองหรือเปล่า วันนี้จะปล่อยให้เกิดขึ้นอีกหรือ ทุกอย่างที่ทำวันนี้มันจะล้มไปหมดเลย หลายประเทศเชิญมาต้องไป อาจไม่เป็นทางการแค่พูดคุยได้ ตนก็ทนไม่อายใครเพราะทำความดีไม่ใช่ตีกันทำลายกันเข้าไปนายกฯวันหน้ามาอีกก็โดนอีก นายกฯดีไม่ดีก็โดนด่าพอกัน ทำดีก็โดน ทำไม่ดีก็โดนแล้วมันจะเป็นอย่างนี้หรือ จะแยกแยะใครได้

เคลิ้มเสียงสู้ๆตกใจใครทำเสื้อเชียร์มา
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินลงไปทักทายกับตัวแทนเกษตรกรโดยในช่วงหนึ่งได้มีชาวนาตะโกนขึ้นว่า “สู้ๆ” ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับหัวเราะชอบใจก่อนกล่าวว่า จะให้สู้กับใครตอนนี้ก็สู้อยู่กับปัญหา วันนี้ทำหน้าที่ของนายกฯไม่เคยทอดทิ้งใคร ทำงานเพื่อทุกคนทั้ง 70 ล้านคน ช่วงหลังถ่ายรูปร่วมกับคณะตัวแทนชาวนา เมื่อนายกฯหันไปเห็นข้อความบนหลังเสื้อมีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นข้อความว่า “กองหนุนลุงตู่” พร้อมถามกลับไปว่า “เฮ้ย! ใครไปทำมา เดี๋ยวก็หาผมนั่นอีกเอาใจ” ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้นำชาวนาสวมเสื้อมีข้อความกองหนุนลุงตู่รู้สึกอย่างไร นายกฯตอบว่า “สื่อรู้หรือไม่ ถามเขาสิความรู้สึก แล้วฉันจะต้องรู้สึกอะไร เมื่อเขาใส่มาก็ขอบคุณ แล้วสื่อปลื้มผมบ้างหรือไม่ ไม่เห็นปลื้มอะไรสักอย่าง ทำลายกันเข้าไปเถอะ ขอบคุณ”


แกนนำอวยรักมาตั้งแต่เป็นทหารเสือ
นายพูลพัชร พูลเจริญ ที่ปรึกษาสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยว่า นายกฯให้โอกาสพวกเรามีทั้งแหล่งทุนทุกอย่าง ที่พวกเรารักนายกฯไม่ใช่จะเพิ่งรักแต่รักมาตั้งแต่ปี 2546 โดยชาวนาได้ไปทำข้าวที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ปีนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระราชทานเลี้ยงทุกคนที่มาเข้าเฝ้าฯใส่ชุดราตรีสโมสรทั้งหมด แต่มีพันเอกพิเศษคนเดียวที่ลาดตระเวนอยู่ตลอดไม่กินอะไรเลย เขาชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอนนั้นเป็นรองผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 21 เราประทับใจคนผู้นี้มากจงรักภักดีต่อชาติและราชบัลลังก์ เวลามีปัญหาก็ให้โอกาสสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้ชาวนาสามารถเข้าถึงได้ เราจึงรวมตัวกันเป็นชาวนาประชารัฐ ในเมื่อเรารักก็ต้องแสดงออก เมื่อปี 2554 มีการให้แหนบ ท่านบอกกับทุกคนว่าใครที่เสียเงิน 700 บาทให้ไปรับคืนที่กรมทหารราบที่ 21 ท่านไม่เอาใจใคร ปากกับใจตรงกันจึงเป็นที่มาของการสนับสนุน ส่วนตัวย่อ FOS หมายถึง Friend of Somkid ที่จัดหาแหล่งเงินทุนให้ในรูปแบบประชารัฐ พวกเรามีกันทั่วประเทศ

แกนนำ 3 จชต.ช่วยตีปี๊บ ศก.พุ่ง
ขณะที่เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) นำคณะผู้แทนประชาชนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้สาขาอาชีพต่างๆ ทั้งเกษตรกร นักธุรกิจ ร่วมแถลงข่าวความก้าวหน้าการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ ภายใต้การขับเคลื่อนของรัฐบาลโครงการสานพลังประชารัฐและโครงการต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน เพื่อสร้างจุดยืนใหม่ สร้างเศรษฐกิจประชารัฐรู้กิน รู้ให้ รู้ใจกัน โดยนายศุภณัฐกล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามามีโครงการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม โดยนายกฯมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะกำกับดูแล ศอ.บต. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯร่วมขับเคลื่อน โดย ศอ.บต.เข้าไปสนับสนุนการรวมกลุ่มของประชาชนในการประกอบอาชีพ ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และชีวิตประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ดีขึ้น เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 60 ถึงกลางปี 61 มีถึง 1.5 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 4,600 ล้านบาท รวมถึงมูลค่าการค้าชายแดน ทั้ง 3 จังหวัดก็เพิ่มขึ้นเช่น จังหวัดยะลาเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.98

เชื่อกำลังใจไหลหลังโดนถล่ม
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีชาวนาสวมเสื้อสกรีนข้อความ “กองหนุนลุงตู่” และอักษรย่อ “FOS”หรือ “Friend of Somkid”มาให้กำลังใจนายกฯและนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯที่ทำเนียบฯว่า นายกฯคงไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีชาวนาสวมเสื้อมาให้กำลังใจ อาจเห็นว่าช่วงนี้เมื่อเข้าโหมดการเมือง รัฐบาลถูกโซเชียลฯบิดเบือนโจมตี จึงอยากมาให้กำลังใจ รวมถึงต้องการมาแสดงออกว่าขอบคุณนโยบายของรัฐบาลเรื่องการเพาะปลูกที่ให้ชาวนาปรับตัวพร้อมให้การสนับสนุน และเมื่อทำได้ผลในระยะยาว ทั้งนี้การแสดงออกในการสนับสนุนรัฐบาลมีได้หลายทาง ทั้งโพสต์ให้กำลังใจผ่านโซเชียลฯ ส่งจดหมายเข้ามา แม้แต่สื่อเองบางแห่งก็เขียนเรื่องผลงานรัฐบาล และเรื่องดีๆให้กับประเทศก็มี การสวมเสื้อเป็นการแสดงออกอีกทางหนึ่ง เพราะทุกคนคงไม่มีโอกาสเข้ามาพูดคุยส่วนตัวกับนายกฯ ส่วนคนจะมองว่าเป็นเรื่องจัดฉากนั้น คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาทางการเมือง เพราะมีทั้งคนที่สนับสนุนรัฐบาลและไม่สนับสนุนรัฐบาล


“บิ๊กตู่” ว้ากสื่อเลิกถาม สนช.งีบ
ต่อมาเวลา 10.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลับระหว่างที่นายกฯชี้แจงร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ว่า เขาง่วงหรือเปล่าไปถามเขาดู ตนมองไม่เห็นเพราะหลับข้างล่าง เมื่อถามว่า จะเสียหายถึงตัวนายกฯหรือไม่เพราะเป็นผู้เลือก สนช.เข้ามาทำหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “พอแล้ว คำถามเธอไร้สาระ ที่ผ่านมาคำถามเธอไม่ได้สาระสักเรื่อง ไม่ขอตอบ สิ่งที่พูดในสภาเรื่องงบประมาณ 3 ล้านล้านบาทมีอะไรบ้าง ลองตอบมา ความแตกต่างคืออะไรจากรัฐบาลที่ผ่านมา สื่อได้นำเสนอบ้างหรือไม่ พูดกันแต่เรื่องนอนหลับ”

เฉ่งปี๋หลับก็ไม่ต้องไปเป็นอะไรอีก
เมื่อถามว่า ต้องกำชับอะไรหรือไม่เพื่อไม่ให้เกิดภาพอย่างนี้อีก นายกฯ ตอบว่า ใครก็ไม่อยากให้มี ได้ส่งภาพให้ประธาน สนช.เห็นแล้ว เดี๋ยวก็ไปซักกันเองใครที่หลับคราวหน้าก็เป็นอะไรไม่ได้อีกต่อไป ตนดูไว้หมดหลับก็ไม่ต้องไปเป็นอะไร ไปนอนที่บ้าน แต่วันนี้อยู่ให้มันจบไปก่อนเพราะงานอย่างอื่นก็ต้องทำ อย่ามาจับผิดจับถูกเรื่องแบบนี้จนเรื่องใหญ่สาระไม่มี ภาพไม่สวยก็อย่าไปออกก็เห็นจ้องถ่ายกันอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ สื่อก็รู้อยู่อย่ามาซักให้ฉันโมโหไม่เอา

อ้อนเปิดรับทุกเสียงจิ้งจกทักยังฟัง
เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนว่า สุภาษิตโบราณกล่าวว่า จิ้งจกทักยังต้องฟัง ทุกเสียงทุกความเห็น โดยเฉพาะจากประชาชนเจ้าของประเทศ ตนและรัฐบาล คสช.ได้ยินและได้นำมาสู่กระบวนการแก้ไขอยู่ตลอดระยะเวลา 4 ปี เพราะเป้าหมายคือการคืนความสุขให้กับคนในชาติ เราไม่ได้ตีความความสุขแต่เพียงตัวเลขเศรษฐกิจ แต่ให้ความสำคัญที่กว้างกว่าทั้งเรื่องปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาทุจริต การขาดโครงสร้างพื้นฐานที่ดีพอ รวมไปถึงความแตกแยกอุดมการณ์ทางการเมือง ดังนั้นเสียงสะท้อนจากโพลหรือเสียงบ่นในใจขอให้ถ่ายทอดมาผ่านสายด่วนต่างๆ ทั้ง 1111 ศูนย์ดำรงธรรม 1567 รวมทั้งสายด่วนไทยนิยม ตนดีใจที่หลายความทุกข์ใจได้รับการแก้ไขแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เรื่องยากซับซ้อนต้องขอเวลาพิจารณาหามาตรการที่เหมาะสม


โวเอาจริงฟันทุจริตใต้พรมอื้อ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายเรื่องซุกอยู่ใต้พรม คนรู้เบาะแสก็ไม่กล้าเปิดเผยเพราะกลัวภัยจะมาถึงตัวก็ถูกหยิบขึ้นมาสู่สังคมแล้ว รัฐบาลนี้เอาจริงเอาจังในบังคับใช้กฎหมาย เช่นเรื่องอาหารกลางวันเด็กกินขนมจีนน้ำปลา เงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัย กองทุนเสมา เงินทอนวัด ความเดือดร้อนจากโครงการพัฒนาต่างๆ เช่น ถนนชำรุด สำหรับปัญหาเชิงโครงสร้างหรือการปฏิรูปเรื่องใหญ่ๆต้องอาศัยเวลา ในการผลิดอก ออกผล การปลูกข้าว ยาง อ้อย ยังต้องใช้เวลา ระหว่างรอชาวสวนชาวนาก็หาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว

ยก “ตูน บอดี้สแลม” แบบอย่างปฏิรูป
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอยกย่องและร่วมแสดงความยินดีกับนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม ที่ได้รับการพิจารณาให้เข้ารับรางวัลพระราชทานบันเทิงเทิดธรรม รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีนี้ จากกิจกรรมเพื่อสังคม “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการปฏิรูปของคนบันเทิงครั้งสำคัญ ครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศ ในการประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทุกคนในสังคม ทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง ทำให้คนไทยตระหนักถึงการรักสุขภาพออกกำลัง และการมีจิตอาสาทำเพื่อส่วนรวม สอดคล้องกับช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปประเทศในเวลานี้ที่จะต้องเกิดขึ้นในทุกวงการ

“พีระศักดิ์” ขอโทษแจง สนช.ป่วย
นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรม สนช. กล่าวว่า ขอโทษแทน 2 สนช. ที่มีภาพนอนหลับในห้องประชุมระหว่างการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2562 จากการสอบถามและตนอยู่ในห้องประชุมช่วงเวลานั้น พบข้อเท็จจริงว่าภาพ 2 สนช.ที่งีบหลับ ไม่ใช่ภาพระหว่างที่นายกฯชี้แจงรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.งบฯ 62 ช่วงเช้า แต่เป็นภาพระหว่างการอภิปรายซักถามของ สนช.ช่วงบ่าย คนละช่วงเวลากัน ต้องขอโทษประชาชนแทน สนช.ด้วย ที่มีภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้คนเข้าใจว่า สนช.ปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มที่ ยืนยันว่า สนช.ทั้ง 2 ท่านทำงานตามหน้าที่อย่างดี ติดตามและลงพื้นที่พบประชาชนต่อเนื่อง และทั้ง 2 คนอยู่ระหว่างรักษาอาการป่วย ทั้ง พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง รักษาโรคหัวใจ นพ.ธำรง ทัศนาญชลี ป่วยเช่นกัน แต่เข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่เกิดขึ้นและมองว่าการประชุมครั้งสำคัญ สนช.ควรทำหน้าที่เต็มที่ จึงขอโทษประชาชนด้วย

ไม่ผิดวินัยแต่จะปรับการทำงาน
เมื่อถามว่า พฤติกรรมของ 2 สนช.นั้น เข้าข่ายผิดจริยธรรมจนถึงขั้นห้ามดำรงตำแหน่งใดหรือไม่ ประธานคณะกรรมการจริยธรรม สนช.กล่าวว่า จากการกระทำของ สนช.ที่หลับในห้องประชุม ยังไม่เข้าข่ายความประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาต่อการดำรงตำแหน่ง ส่วนจากนี้ สนช.ต้องออกมาตรการหรือระเบียบเพื่อกำกับการทำหน้าที่เพิ่มเติมหรือไม่นั้น เมื่อช่วงเช้าได้พูดคุยกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.และนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ต่อกรณีที่เกิดขึ้นและมีข้อสรุปร่วมกันว่าจะขอความร่วมมือสมาชิก สนช. แต่ไม่ถึงขั้นออกระเบียบหรือมาตรการใดเพื่อกำกับการปฏิบัติหน้าที่

“ชาลี” รับทำบอลลูนมา “ธำรง” ไม่พูด
ขณะที่ นพ.ธำรง ทัศนาญชลี สนช.1 ใน 2 ของ สนช.ที่มีภาพงีบหลับ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นดังกล่าว ระบุเพียงว่า “ไม่สะดวก อยู่ระหว่างการประชุม” ด้าน พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง สนช. อีกคนที่งีบหลับเช่นกัน กล่าวว่าไม่เห็นคำให้สัมภาษณ์ของนายกฯ แต่จะไม่ขอชี้แจงใดๆ ต่อกรณีที่สื่อมวลชนนำภาพที่ขณะงีบหลับไปเผยแพร่ เพราะเป็นประเด็นที่สื่อมวลชนหยิบไปนำเสนอ ไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เป็นภาพข่าวและไม่อยากแก้ตัว ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ของ สนช. อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาตนมาทำงานทุกวัน และเดือนที่ผ่านมา ยอมรับว่าไปทำบอลลูนหัวใจมาจริง ตอนนี้อาการดีขึ้นบ้างเเล้ว พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ได้อยากแก้ตัวอะไร


“นิพิฏฐ์” ให้ฟังเสียง ปชช.วิจารณ์
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีหัวหน้า คสช.ระบุถึงกรณี สนช.หลับกลางห้องประชุมว่าใครหลับคราวหน้าไม่ต้องเป็นอะไรแล้ว ไปนอนที่บ้านว่า อยากฟังเสียงวิจารณ์ของประชาชน เพราะสภาฯที่มาจากการเลือกตั้ง มีภาพหลับออกสู่สังคมแล้วถูกโจมตีมาก แต่เป็นการประชุมที่ยาวนานติดต่อหลายวัน ต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน 3-4 วัน ที่สำคัญหลับตอนตี 2 ตี 3 แต่กรณีนี้หลับระหว่างการประชุมกลางวันและประชุมแค่วันเดียวต่างกัน ส่วนกรณีทีี่ สนช.บางคนโทษสื่อมวลชนว่า เผยแพร่ภาพ สนช.เพื่อหวังบิดเบือนทำลายภาพลักษณ์ พอเข้าใจว่าคนเดี๋ยวนี้พูดเพื่อให้ได้แต้ม หรือให้เข้าตาผู้มีอำนาจ แม่น้ำห้าสายใครพูดเอาใจผู้มีอำนาจอาจคิดว่าจะได้รับตำแหน่งหรือได้มีอำนาจต่อหลังจากนี้ ประชาชนจะตัดสินเองว่าคนเหล่านี้เป็นเช่นไรพูดเพื่ออะไร

พท.เย้ยพวกเดียวกันฟังยังหลับ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายกฯไล่ สนช.ที่หลับระหว่างชี้แจงร่างงบประมาณให้กลับไปนอนบ้าน คราวหน้าไม่ต้องเป็นอะไรอีกว่า ประชาชนที่ได้ฟังแล้วคงงง และตกใจว่ายังจะมีการแต่งตั้งให้รับตำแหน่งอะไรในอนาคตอีก การแต่งตั้งพวกพ้องโดยปราศจากการยึดโยงกับประชาชนยังไม่ยุติอีกหรือ สนช.ประชุมพิจารณางบฯ 3 ล้านล้านวันเดียวไม่ถึงเที่ยงคืนผ่านฉลุย สมาชิกยังนั่งหลับ โดนด่าทำมาเป็นโวยวายแต่ในอดีต ส.ส.ประชุมพิจารณาข้ามวันข้ามคืน หลายคนอ่อนเพลียแค่นั่งหลับตา ถูกตำหนิว่าขี้เกียจทำงานไม่คุ้มเงินเดือน แต่การหลับขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังพูด ต้องตรวจสอบว่าแอร์เย็นไปหรือพูดน่าเบื่อ ขนาดพวกเดียวกันยังหลับ แม่น้ำห้าสายรับเงินเดือนหลายทาง รับเบี้ยประชุมหลายคณะ เดือนนึงรับคนละ 2-3 แสนบาท แต่ทำงานไม่เต็มที่ เป็นธรรมกับสังคมหรือไม่ เลิกโทษสื่อ เลิกโทษคนอื่นแล้วหันมาปฏิรูปตัวเองได้แล้ว

“วัฒนา” ไล่กลับบ้านรอหมายเรียก
นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “จะด่า...มีปัญหามั้ย” ยังไม่เคยเห็นใครแสดงความถ่อยกักขฬะหรือแสดงพฤติกรรมแบบที่โบราณเรียกว่าไม่มีสมบัติผู้ดีติดตัวใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เช่น กินกล้วยเสร็จปาเปลือกกล้วยใส่ หรือตอบคำถามแบบกระโชก โฮกฮาก จึงไม่เข้าใจที่นายกฯกล่าวใน สนช. ทำนองข่มขู่ว่ามีความเป็นมนุษย์สูง นายกฯเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติจะมาหมิ่นไม่ได้ หรือเวลาจะด่าให้ระวัง เชื่อว่าคนทั้งโลกให้เกียรติตำแหน่งนายกฯ แต่ต้องพิจารณาถึงการได้มาซึ่งตำแหน่ง รวมทั้งการปฏิบัติตัวของบุคคลนั้นด้วย เช่น มาจากการเลือกตั้งหรือเป็นคนรักษาคำพูดหรือเคารพสิทธิของผู้อื่น หรือพูดจาสุภาพและไม่แสดงพฤติกรรมถ่อยหรือกักขฬะใส่บุคคลอื่น ย่อมจะมีคนให้เกียรติ อย่างน้อยจะไม่มีคนด่าลับหลังว่าทางบ้านไม่อบรมสั่งสอนหรือไม่มีสมบัติผู้ดี ไม่ต้องไปโพนทะนาให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองยังเป็นคน พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องสำเหนียกว่า ไม่มีความชอบธรรมแม้แต่น้อยที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ เพราะไม่ได้มาจากประชาชน ต้องใช้อำนาจด้วยความระมัดระวัง ต้องยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าทนฟังไม่ได้รีบคืนอำนาจให้ประชาชนแล้วกลับไปอยู่บ้านรอหมายเรียก


“วิษณุ” หารือนอกรอบบิ๊ก กกต.
ส่วนการเตรียมการหารือร่วมกันระหว่าง คสช.กับพรรคการเมืองเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งนั้น เมื่อเวลา 09.15 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ สถาบันพระปกเกล้าจัดการประชุมวิชาการหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง 6 สถาบันประกอบด้วย หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯมาปาฐกถาพิเศษ โดยก่อนจะขึ้นกล่าวปาฐกถาได้พูดคุยกับนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.

นายวิษณุกล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลแต่ละชุดมีท่วงท่าก้าวเดินต่างกัน ในอดีตเหมือนกันคือก้าวเดินอย่างไม่มั่นใจ เบี่ยงเบนสะเปะสะปะไม่ตรงเป้า จากนี้รัฐบาลต้องเดินอย่างเชื่อมั่นและมั่นคงทุกด้าน พยายามเดินให้ตรงเป้า ตามนโยบายของรัฐ กรอบกฎหมาย แผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ มีไทม์ไลน์กำหนดให้ทำแต่ละเรื่อง ที่ประชุม ครม.พิจารณาแผนยุทธศาสตร์ชาติเสร็จแล้ว จะส่งให้ สนช.พิจารณาอาทิตย์หน้า หากเห็นชอบจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก (พ.ศ.2561-2580) แม้เป็นแผนระยะยาว แต่แก้ไขได้

คสช.คุยพรรคการเมือง 2 รอบ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า คสช.จะประชุมกับผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งพรรคการเมือง เพื่อกำหนดแนวทางทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติ แม้บางพรรคจะไม่เข้าร่วม แต่หลายพรรคต้องการเสนอปัญหา คสช.อยากเห็นการประชุมจะมาเท่าไรก็ได้ และหารือในส่วนที่คุยกันได้เพื่อได้แนวทางไปทำต่อ เช่น ไพรมารีโหวต การปลดล็อกและการเลือกตั้งท้องถิ่น หาก คสช.เห็นว่าจำเป็นก็พร้อมจะประชุม อาจมีประชุมอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยครั้งแรกอาจเกิดภายในเดือน มิ.ย. ส่วนอีกครั้งอาจหลังร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เป็นไปตามคำปรารภของนายกฯที่ต้องการให้ผลการประชุมเหมือนโรดแม็ปเล็กกำหนดแนวทางให้ทุกฝ่ายไปปฏิบัติ

เล็งหยิบมาตรา 44 มาพูดคุย
นายวิษณุกล่าวว่า ได้คุยกับ กกต.ถึงประเด็นที่ต้องการหารือแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวันนัดที่ชัดเจน 1 เดือนที่ผ่านมาได้หารือหลายครั้งจนถึงขั้นร่างเตรียมการไว้แล้ว จะได้หารือกันว่าคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 มีประเด็นใดต้องแก้ไขบ้าง รวมถึงข้อเสนอให้ใช้มาตรา 44 ให้อำนาจ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้หลัง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ต้องรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้และประเด็นที่พรรคการเมืองร้องเรียนมา การหารือกับ กกต.น่าจะเกิดขึ้นก่อนกับพรรคการเมือง มีตนเป็นตัวแทนรัฐบาล เลขาธิการ คสช.เลขาธิการ กกต.เป็นตัวแทน กกต.และตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วย บทสรุปที่ได้จะเป็นข้อเสนอถึงแนวทางแก้ไข เช่น ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 หรือไม่ หรือจะแก้ไข พ.ร.บ.ใดหรืออาจไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย แต่กำหนดร่วมกันเพื่อสร้างความชัดเจนให้ปฏิบัติได้


กกต.เตรียมหัวข้อไขปมปัญหา
นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ให้สัมภาษณ์กรณีที่ กกต.จะหารือกับรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาพรรคการเมืองจะปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 และการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาล กกต.พร้อมตลอด แต่เป็นไปได้ที่การหารือจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ได้ให้สำนักงานรวบรวมประเด็นที่เป็นปัญหาอุปสรรครวมถึงแนวทางในการแก้ไขเพื่อนำไปหารือ เช่น เรื่องพรรคที่ไม่สามารถหาสมาชิก ไม่สามารถจัดประชุมเพื่อตั้งสาขาพรรค ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างพรรคใหม่และพรรคเก่า ต้องทำให้เร็วไม่ให้กระทบกับพรรคการเมืองมากขึ้น

ยันแบ่งเขต ลต.ต้องเป็นธรรม
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ กกต.จังหวัดเตรียมการแบ่งเขตเลือกตั้งไว้ 3 รูปแบบ ยึดจำนวนประชาชน ภูมิประเทศ เขตพื้นที่ ระหว่างรอ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ เมื่อกฎหมายมีผลแล้วจะได้นำทั้ง 3 รูปแบบไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กลุ่มการ เมือง นักการเมือง ผู้จะสมัครรับเลือกตั้ง ใช้เวลา 10-15 วัน ก่อนจะเสนอกลับมายัง กกต.เพื่อให้เลือกรูปแบบที่ใช้ให้เป็นธรรมมากที่สุด ยังไม่สามารถบอกได้ว่าพื้นที่ใดเขตเลือกตั้งจะลดลง กฎหมายใหม่ให้มีเขตเลือกตั้ง 350 เขต จากเดิม 375 เขต ที่ให้เตรียมการไว้เนื่องจากเกรงว่าถ้ารอกฎหมายลูกมีผลใช้บังคับจะทำไม่ทัน จะได้ไม่ต้องมาเริ่มนับหนึ่ง

“นิพิฏฐ์” จี้เคลียร์ปลดล็อกให้ชัด
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่าจะปลดล็อกการเมืองเป็นเรื่องๆ และการหาเสียงต้องขออนุญาตเป็นกรณีๆไปว่ายังไม่เข้าใจความหมาย อยากให้ชี้แจงให้ชัดเจนกว่านี้ เพราะการหาเสียงเลือกตั้งหลังมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปประกาศบังคับใช้แล้วก็สามารถหาเสียงได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใคร ถือเป็นหลักการหาเสียงตามระบอบประชาธิปไตยสากลที่ปฏิบัติกัน ดังนั้นจะต้องขอ อนุญาตเป็นครั้งคราว หรือเป็นรายกรณีนั้น คงยากที่จะหาเสียงเลือกตั้งได้ และอาจมีปัญหาตามมา ซึ่งหากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองคนใดหาเสียงและใช้คำพูดถ้อยคำก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก ขอให้ประชาชนร่วมมือกันอย่าเลือกพรรคการเมือง หรือนักการเมืองนั้น อย่างไรก็ตามไม่ได้มองว่ารัฐบาล คสช. พยายามควบคุม หรือเกรงกลัวการถูกโจมตี


“บิ๊กป๊อก” โต้นัยปล่อยผีนายก อบจ.
อีกเรื่องที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวก่อนการประชุมมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นคณะกรรมการกฤษฎีกาน่าจะทำเสร็จเรียบร้อยใน 2 เดือน จากนั้นไม่นานเพียง 45 วันก็เลือกตั้งได้ ต้องดูจังหวะเหมาะสม อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้า คสช. สมมติถ้าต้องไปเลือกตั้งท้องถิ่นปลายเดือน ธ.ค.คงไม่เหมาะ เพราะติดเทศกาลปีใหม่ หรือหลังปีใหม่คงไม่ได้เพราะติดวันเด็ก ติดอะไรหลายอย่าง วันสำคัญก็มี เป็นเรื่องนโยบาย ยืนยันว่าต้องมีการเลือกตั้งท้องถิ่น ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะเตรียมการบัญชีรายชื่อ กกต.อำนวยการเลือกตั้ง ส่วนการคืนตำแหน่งให้นายกอบจ.4 ตำแหน่ง ไม่ได้มีนัยทางการเมือง การตรวจสอบของกระทรวงยุติธรรมและส่งผลตรวจสอบมาให้ ศอตช. และ คสช.ดูข้อเท็จจริงเป็นหลัก ผิดคือผิด กระทรวงมหาดไทยมาสืบสวนสอบสวนอีกครั้ง สืบสวนสอบสวนไปตามหน้าที่ ใครผิดก็ดำเนินการตามกฎหมาย ใครไม่ผิดให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่เช่นเดิม แต่ยังมีอีกจำนวนมากและในจำนวนนี้มีหลายคนที่มีความผิด

“วัชระ” แฉ อปท.หนุน คสช.ได้คืนเก้าอี้
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงคำสั่งนายกฯที่ 6/2561 เรื่องเปลี่ยนแปลงคำสั่งของ หน.คสช.ให้นายก อบจ. 4 แห่งกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่เดิม อ้างว่าต้นสังกัดตรวจสอบและสั่งยุติเรื่องแล้วว่าคาดว่าจะทยอยออกมาเรื่อยๆ สอดคล้องกับข่าวที่ สนช.บางคนเคยพูดกับชาวบ้านไว้ว่าจะให้ คสช.คืนตำแหน่งให้นายก อบจ.บางจังหวัด และถ้าผู้บริหารท้องถิ่นใดยอมหนุนพรรคการเมืองในเครือข่ายของ คสช.จะได้ตำแหน่งกลับคืนหมดทุกแห่ง หรือถ้ามีคดีค้างคาใน ป.ป.ช. หรือ ปปท.จะหลุดหมดจริงหรือไม่ต้องให้กาลเวลาพิสูจน์ ที่อ้างว่าต้นสังกัดยุติเรื่องแล้วเหตุใดกรณีนายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาฯ สำนักปลัดนายกฯสั่งยุติเรื่อง แต่ทำไมจึงไม่คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาฯให้ก่อนเกษียณหรือนายกเทศมนตรีอีกหลายแห่งต้นสังกัดสั่งยุติเรื่อง แต่ไม่คืนตำแหน่งให้ ไม่ใช้มาตรฐานกฎหมาย เดียวกัน ที่คืนตำแหน่งต้องชี้แจงให้ประชาชนเห็นชัดๆ ว่าเพื่อความยุติธรรม หรือเพื่อหาเสียงสนับสนุนการเป็นนายกฯต่อสมัยหน้า อย่าใช้อำนาจเป็นเครื่องมือเพื่อสืบทอดอำนาจโดยปราศจากความยุติธรรม

ทร.–จิสด้าจับมือเอื้อภารกิจ
ที่อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน พล.ร.อ.พิเชฐ ตานะเศรษฐ เสนาธิการทหารเรือและนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศหรือจิสด้า ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศระหว่างกองทัพเรือกับจิสด้า โดย พล.ร.อ.พิเชฐ กล่าวว่า เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการนำองค์ความรู้มาสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการข่าว ภารกิจป้องกันประเทศ พื้นที่ปฏิบัติการทางการทหารด้านความมั่นคงทางทะเล เพื่อความรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ในพื้นที่ โดยมีกิจกรรมหลัก 3 เรื่อง ได้แก่การสนับสนุนข้อมูลจากดาวเทียม การพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และการบูรณาการทรัพยากรร่วมกัน


“สมยศ” ร้องนายกฯแก้ของแพง
ช่วงสายที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำพร้อมเครือข่าย เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จากภาวะน้ำมันราคาสูง ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคา แพง โดยนายรัฐพล ศุภโศภณ ตัวแทนกลุ่มกล่าวว่าการมาครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องการเมือง แต่ต้องการให้รัฐบาลรับฟังความเดือดร้อน และแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่เกิดจากภาวะน้ำมันแพง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้ม นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องปรับลดงบประมาณรายจ่ายสิ้นเปลืองเช่น การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ นำมาจอดทิ้งไว้ รวมถึงการรับเงินเดือน 2 ทางของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ต้นฉบับ