วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เพื่อไทย ‘แยกร่าง’ 2ทัพ แผนเด็ด ชิงเขต-ปาร์ตี้ลิสต์

เพื่อไทย ‘แยกร่าง’ 2ทัพ แผนเด็ด ชิงเขต-ปาร์ตี้ลิสต์

เพื่อไทยคัด250ตัวชัวร์ชิงส.ส. ทษช.ส่ง100เขตลุ้นระบบบัญชี กกต.รับรองพรรคพปชร.แล้ว

เพื่อไทยจัดแผนแยก 2 ทัพสู้เลือกตั้ง แบบ จัดสรรปันส่วนผสม วางสูตร 250-100 ทัพหลักเน้นเจาะเขตฐานเสียงที่มั่น 250 เขต อีกทัพแยกตัวไปลง “ทษช.” 100 เขต เน้นเก็บกวาดปาร์ตี้ลิสต์ในเขตจุดบอดส่อแพ้ชัวร์ ส่วนเพื่อธรรมทิ้งร้าง เผยส่งแกนนำไปร่วม ทษช. พร้อมทำโลโก้ส่อนัยชัดคือพรรคเครือข่ายสาขา “อ๋อย” ยันเป็นเกมเทคนิค ไม่มีปัญหารอยร้าวภายใน เจ้าหน้าที่ บุกยึดปฏิทินปีใหม่ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ที่อุบลฯกว่า 5 พันชุด ไม่เหมาะสมเผยแพร่เอกสารคนหนีคดี เสื้อแดงโวยผิดอะไร แฉโรงพิมพ์ผวาส่งปฏิทิน ต้องหลบๆซ่อนๆเหมือนส่งยา “ศรีวราห์” สั่งสืบต้นตอผลิต แร็ปไทยแลนด์ 4.0 ไต่ชาร์ตเร็วจี๋ นายกฯย้ำตั้งใจปลดล็อกหลังมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จี้จับตาพรรคปูดความรุนแรง ถามปฏิทิน “ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ” ควรทำมั้ย “บิ๊กป้อม” ชี้ถ้าทำเพราะรักชอบไม่ผิด แต่เกี่ยวข้องพรรคการเมืองไม่ได้ กกต.รับรองแล้วพลังประชารัฐ
หลังจากพรรคเพื่อไทยพยายามเขย่าหาสูตรรับมือเลือกตั้งรูปแบบใหม่ ที่เป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งมีการกำหนดเพดาน ส.ส.ไว้นั้น ล่าสุด มีความชัดเจนขึ้นอีกระดับหนึ่งว่าพรรคเพื่อไทยจะแยกค่ายเป็น 2 ทัพ คือพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อกวาดคะแนนทั้งระบบเขต และปาร์ตี้ลิสต์

พท.แยกตัวส่งแกนนำลง ทษช.

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค เพื่อไทยถึงการจัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าจะมีแกนนำพรรคและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่ง ย้ายไปอยู่กับพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่จะเปิดตัวเป็นทางการและเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 7 พ.ย. เพื่อโชว์ให้เห็นภาพว่ามีคนระดับแกนนำที่อยู่กับพรรคเพื่อไทยมานานย้ายไปร่วมด้วยบ่งบอกว่าเป็นพรรคสาขาโดยนิตินัย อย่างไรก็ตาม แกนนำบางส่วนที่มีชื่อว่าจะย้ายไปก็ไม่ค่อยเต็มใจมากนัก นอกจากนี้พรรคไทยรักษาชาติจะชูคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค โดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิชย์ อดีต ส.ส.ขอนแก่น ที่มีกระแสข่าวว่าจะมาเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ได้ลาออกจากเพื่อไทยมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติเรียบร้อยแล้ว

จัด 2 ทัพสูตร 250-100 กวาด ส.ส.

สำหรับการส่งผู้สมัคร ส.ส.ครั้งนี้ จะใช้สูตร 250-100 โดยพรรคเพื่อไทยจะเน้นเป้าหมายเฉพาะ ส.ส.ระบบเขต โดยส่งผู้สมัครไม่ครบทั้ง 350 เขต จะส่งในเขตที่คิดว่าจะชนะแน่นอนประมาณ 250 เขต ส่วนอีก 100 เขตที่คิดว่าแพ้แน่จะไม่ส่งผู้สมัครลง เปิดทางให้พรรคไทยรักษาชาติที่จะมุ่งเน้นเอาคะแนนจากระบบปาร์ตี้ลิสต์ใน 100 เขตที่พรรคเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัคร ส่วนอีก 250 เขตที่พรรคเพื่อไทยส่งลง จะไม่มีผู้สมัครจากพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อไม่ให้ตัดคะแนนกันเองในทุกเขต ดังนั้น พรรคไทยรักษาชาติจะเน้นส่งผู้สมัครที่ภาคใต้ ภาคตะวันออก โดยสูตรนี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตจำนวนมากกว่าสัดส่วน ส.ส.ที่พรรคพึงมีจากคะแนนทั่วประเทศ จะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ ส.ส.จากระบบบัญชีรายชื่อเลย ส่วนพรรคไทยรักษาชาติก็จะได้ ส.ส.จากระบบปาร์ตี้ลิสต์เพียวๆไม่มีเขต อาจได้ราวๆ 30-40 คน

ทิ้งร้างเพื่อธรรม มั่นใจไม่ถูกยุบ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อย่างไรก็ตาม ว่าที่ผู้สมัครในเขตที่เข้าข่ายต้องย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติจำนวนไม่น้อยไม่อยากย้ายไป อยากลงในนามพรรคเพื่อไทย ถึงแม้จะแพ้ก็แพ้ในนามพรรคเพื่อไทยดีกว่าแพ้ในนามพรรคอื่น และการย้ายไปจะตอบคำถามประชาชนในพื้นที่ลำบาก ขณะนี้หลายคนกำลังชั่งใจกันอยู่เพราะมีเวลาถึงวันที่ 26 พ.ย.นี้ สำหรับพรรคเพื่อธรรมนั้น เบื้องต้นจะเป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมารองรับกรณีพรรคเพื่อไทยถูกยุบ แต่วันนี้แกนนำพรรคประเมินแล้วว่าพรรคเพื่อไทยยังสามารถเดินหน้าต่อไปอย่างน้อยจนเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง จะไม่ถูกยุบไประหว่างทาง เพราะกระบวนการยุบพรรคก็มีขั้นตอนที่ต้องใช้เวลายาวนานเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงเดินยุทธศาสตร์ 2 ขา คือพรรคเพื่อไทย กับ ไทยรักษาชาติ โดยทิ้งร้างพรรคเพื่อธรรมไป

โลโก้ ทษช.ชี้ชัดเครือข่ายเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแบบอักษรพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นั้น มีความละม้ายคล้ายกับพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก ตัวย่อ ทษช. เป็นตัวอักษรหัวกลมใช้สีน้ำเงินทุกตัว มีเพียง ท.ทหาร ที่มีสีแดง สลับน้ำเงินคาดเท่านั้น ส่วนตัว ษ.ฤาษี กับ ช.ช้าง เป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน ด้านล่างเขียนว่า พรรคไทยรักษาชาติ

“ลูกพายัพ” พร้อมไปไทยรักษาชาติ

นายฤภพ ชินวัตร บุตรชายนายพายัพ ชินวัตร อดีตประธาน ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ได้รับทาบทามให้ไปร่วมงานการเมืองกับพรรคไทยรักษาชาติว่า ยอมรับว่าได้รับการติดต่อให้ไปร่วมงานจริง แต่ยังไม่ทราบนโยบายพรรคว่าจะเป็นอะไรอย่างไร ตนมีความสนใจงานการเมือง เพราะเป็นอะไรที่คุ้นเคย คลุกคลีมาก่อน หากตัดสินใจ จะไปทำงานการเมือง คุณพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของเรา

“อ๋อย” ชี้ถูกบีบ–ไม่มีปัญหาภายใน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าจะย้ายไปอยู่พรรคไทยรักษาชาติว่า การที่นักการเมืองของพรรคเพื่อไทยไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งภายในพรรคอย่างที่เป็นข่าว ความขัดแย้งทางความคิดไม่ได้เป็นสาเหตุถึงขั้นที่จะทำให้อยู่ร่วมพรรคกันไม่ได้ ข้อเท็จจริงคือจากระบบและกติกาภายใต้ยุทธศาสตร์การรัฐประหารครั้งนี้ต้องไม่เสียของและ คสช.ต้องสืบทอดอำนาจยาวนาน มุ่งขัดขวางสกัดกั้นไม่ให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ 2 ประการคือ 1.ความเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรค ทั้งที่ไม่มีข้อเท็จจริงหรือปัญหาทางกฎหมายใดๆที่จะใช้ยุบพรรคเพื่อไทยได้เลย จึงมีนักการเมืองจำนวนไม่น้อยเห็นว่าไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ถูกยุบ ควรเตรียมทางหนีทีไล่ไว้โดยไม่ประมาท 2.ระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่ป้องกันไม่ให้พรรคขนาดใหญ่ได้เสียงมากอย่างที่เคยได้ พรรคใดยิ่งได้ ส.ส.เขตมากยิ่งมีโอกาสได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อยหรือไม่ได้เลย พรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากระบบเลือกตั้งที่แปลกประหลาดนี้มากที่สุด

ผูกพัน พท.แต่พร้อมตัดสินใจไป

“ด้วยสภาพการณ์เช่นนี้ทำให้นักการเมืองทุกคนในพรรคเพื่อไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงการคิดรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และในที่สุดแต่ละคนก็ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนตัวยอมรับว่ามีความผูกพันกับพรรคเพื่อไทยอย่างมาก แต่เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องตัดสินใจ จะพิจารณาว่าทางเลือกใดจะเป็นช่องทางในการทำงานตามแนวคิดอุดมการณ์ได้มากที่สุด” นายจาตุรนต์กล่าว
แนะ รบ.จริงใจเปิดให้สังเกตการณ์
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลควรเปิดใจกว้างและคิดบวก กรณีที่องค์กรต่างประเทศจะเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทย เพราะถือเป็นเรื่องปกติที่ประเทศประชาธิปไตยทำกัน ถ้ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจจริงก็ไม่ควรหวาดกลัว ต้องยอมรับว่าขณะนี้หลายชาติขาดความมั่นใจในไทย และไม่เชื่อใจเรื่องการเลือกตั้ง เนื่องจากเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ส่วนการทำโครงการต่างๆของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการไทยนิยมยั่งยืนนั้น ส่วนตัวเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่สง่างามของรัฐบาล ที่นำงบประมาณของแผ่นดินมาใช้เพื่อความได้เปรียบเสียเปรียบ และยังหมิ่นเหม่ว่าเป็นการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตและผิดกฎหมาย องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงอย่าง กกต. ควรเข้ามาตรวจสอบเพื่อทำให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจ

ปล่อยวิดีโอชวนสมัครสมาชิก

วันเดียวกันพรรคเพื่อไทยเปิดตัววิดีโอบนสื่อออนไลน์ของพรรค เชิญชวนประชาชนสมัครสมาชิกพรรค นำโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานกฎหมายพรรค น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ และ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ คนรุ่นใหม่พรรค โดยวิดีโอได้กล่าวสรุปสาเหตุว่าทำไมพรรคเพื่อไทยจึงมีหัวใจคือประชาชน และประโยชน์ของการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างประชาธิปไตยและโอกาสให้กับประเทศ โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่า ที่พรรคสามารถยืนอยู่จากอดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้ สิ่งสำคัญคือการโอบอุ้มของประชาชนที่มีต่อเรา เราคิดและทำบนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และการมาเป็นสมาชิกพรรค การเมืองจะทำให้สามารถกำกับให้พรรคการเมืองคิด ทำ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน ขณะที่นายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรคการเมืองเป็นตัวกลางระหว่างประชาชนกับรัฐบาล พรรคการเมืองเสนอนโยบายแล้วเข้ามาทำหน้าที่บริหารแทนประชาชน คำว่าหัวใจคือประชาชน เป็นการย้ำให้เห็นว่าพรรคการเมืองนั้นมาจากประชาชน

บุกยึดปฏิทินทักษิณ–ปูที่อุบลฯ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.45 น. ที่ จ.อุบลราชธานี พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วย พล.ต.อรรถ สิงหัษฐิต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอวารินชำราบ ใช้อำนาจตามคำสั่งของ คสช.ที่ 13/2559 เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดที่เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย เข้าตรวจสอบร้านอุดมแอร์ ตั้งอยู่เลขที่ 43/1-2 ถ.สถิตย์นิมานกาล ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ ซึ่งมีนางรัฐวีร์ หรือชื่อเดิมรัตนา ผุยพรม อายุ 46 ปี เป็นเจ้าของร้าน หลังได้รับแจ้ง ที่ร้านดังกล่าว มีการนำภาพปฏิทินสวัสดีปีใหม่ 2019 หน้าปกมีรูปนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตสองนายกรัฐมนตรี 2 พี่น้องยืนคู่กันด้านล่างเป็นข้อความของทั้งสองคนที่อวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ และข้อความพูดถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ โดยเป็นแหล่งแจกจ่ายให้กับสมาชิกคนเสื้อแดงในจังหวัดอุบลราชธานี

เตรียมไว้เพียบ 5 พันกว่าใบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเข้าตรวจสอบภายในอาคารที่ทำการของร้านอุดมแอร์ พบลังกระดาษบรรจุแผ่นโปสเตอร์ปฏิทิน ด้านหน้ากล่องระบุชื่อผู้รับคือนางรัฐวีร์ ผุยพรม ส่วนผู้ส่งระบุเพียงชื่อเล่นว่า ปลื้ม โดยเป็นลังที่ยังไม่แกะกล่องจำนวน 9 กล่อง แต่ละกล่องบรรจุแผ่นโปสเตอร์ปฏิทินจำนวน 600 ใบ และมีอีกส่วนหนึ่งที่แกะออกแล้ว หลังตรวจนับได้แผ่นโปสเตอร์ทั้งสิ้น 5,553 ใบ จึงได้ตรวจยึดไว้ จากการสอบถามนายศราวุธ จันทาดี อายุ 23 ปี บุตรชายนางรัฐวีร์ ให้การว่า มารดาไม่อยู่ เดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพฯ จึงมาอยู่ดูแลร้านแทนมารดา ส่วนกล่องกระดาษบรรจุแผ่นโปสเตอร์ปฏิทินที่พบเห็น ถูกนำมาวางไว้หลายวันแล้ว ไม่ทราบใคร เป็นผู้นำมาส่งให้ จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.วารินชำราบ ได้เชิญตัวนายศราวุธไปให้ปากคำ โดยยังไม่มีการตั้งข้อหาใดๆ

ไม่เหมาะสมแพร่เอกสารผู้หนีคดี

ด้านแหล่งข่าวกล่าวถึงการเข้าตรวจยึดปฏิทินครั้งนี้ เพื่อต้องการระงับยับยั้งการแพร่กระจายของเอกสารที่เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย เพราะคนทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีของศาล จึงไม่เหมาะสมที่จะมีการนำเผยแพร่ต่อสาธารณชน ส่วนจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่นำเอกสารนี้มาเผยแพร่หรือไม่อย่างไร ต้องดูมีความผิดในกฎหมายข้อใดบ้าง แต่เบื้องต้นเป็นเพียงการยึดเอกสารไว้เพียงอย่างเดียวโดยยังไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ใด สำหรับนางรัฐวีร์ หรือชื่อเดิมรัตนา ผุยพรม เป็นระดับแกนนำของ นปช.คนเสื้อแดงในนามกลุ่มเสรีชนอุบลราชธานี มีบทบาทเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด สำหรับแผ่นโปสเตอร์ดังกล่าว เริ่มพบเห็นมีเข้ามา เผยแพร่ในกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงในจังหวัดอุบล– ราชธานี ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม

เสื้อแดงเผยโรงพิมพ์เริ่มขยาด

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงเดินทางไปขอรับปฏิทินสีแดง ที่มีภาพของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังยกมือไหว้ พร้อมข้อความอวยพรปีใหม่ 2562 ที่เขียนด้วยลายมือของทั้งคู่ นายสมเกียรติ ตันติธนไพศาล หรือ “พ็อกเก็ต” แอดมินเฟซบุ๊กเพจ ชินวัตร แฟนคลับ “Shinawatar.Fc” ที่มียอดผู้กด like 1.8 แสน เผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ เดินทางไปเที่ยวฮ่องกง บังเอิญพบอดีตนายกฯทั้งสอง ซึ่งรู้จักตนอยู่แล้วจากการทำเพจชินวัตรแฟนคลับ และเมื่อตนแจ้งว่าจะจัดทำปฏิทิน 2562 ที่มีรูปของทั้งคู่แจกแฟนเพจเป็นของขวัญปีใหม่ ก็ได้รับลายเซ็นพร้อมคำอวยพรปีใหม่มาลงในปฏิทินด้วย ล่าสุดปฏิทินทักษิณยิ่งลักษณ์ทำออกมาแล้ว 1 หมื่นเล่ม ใช้ทุนส่วนตัวอีกส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากแฟนคลับ โดยทำการแจกจ่ายแบบส่งทางไปรษณีย์ให้ฟรีๆให้กับแฟนเพจ บ้างก็มาขอรับไปด้วยตัวเองที่อิมพีเรียลลาดพร้าว ปรากฏว่าความนิยมเริ่มกระจายไปคนนอกเพจ มีคนเดินทางมาเพื่อขอไปแจกตามจังหวัดต่างๆ รวมถึงอีกหลายๆประเทศ จนปฏิทินหมดต้องสั่งผลิตเพิ่มอีก แต่ปัญหาขณะนี้คือโรงพิมพ์เริ่มกลัว เวลาส่งปฏิทินมาให้ตนต้องแอบๆซ่อนๆ เหมือนส่งยา ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดสักนิด อย่างไรก็ตามนอกจากปฏิทินยังมีหมวก 3 แบบ ที่มีลายเซ็นอดีตนายกฯทักษิณและยิ่งลักษณ์ แก้วน้ำด้วย

“ศรีวราห์” สืบต้นตอใครทำแจก

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการแจกปฏิทินรูปนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สังกัดพรรคไทยรักไทย ว่า จากการตรวจสอบมีรูปของอดีตนายกฯทั้งสองท่านจริง แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าบุคคลใดเป็นคนทำแจก พบว่ามีการแจกที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศาลรัฐธรรมนูญ จ.อุดรธานี และ จ.อุบลราชธานี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ บช.ภ.3, 4 และ บช.ส.กำลังติดตามตรวจสอบให้ชัดเจน ไม่น่าก่อให้เกิดความขัดแย้งเพราะมีการแจกกันมาแล้วก่อนหน้านี้ ยืนยันว่าอดีตนายกฯทั้งสองท่านยังอยู่นอกราชอาณาจักรคงไม่ใช่ผู้ทำแจกแน่นอน

แร็ปไทยแลนด์ 4.0 ไต่ชาร์ตเร็วจี๋

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังรัฐบาลปล่อยเพลง “แร็ป THAILAND 4.0” เนื้อหาโปรโมตประเทศไทยลงบนเว็บยูทูบ เพื่อหวังประชันกับเพลงแร็ป “ประเทศกูมี” ที่มีเนื้อหาเสียดสีการเมือง ล่าสุดจากการเปรียบเทียบความนิยมของทั้งสองเพลงแร็ป พบว่าเพลงประเทศกูมี ของศิลปิน Rap Against Dictatorship หรือ RAD มียอดผู้เข้าชมรวมทั้งสิ้น 29 ล้านวิวเศษ มีผู้กดปุ่มชอบวิดีโอนี้ 9,420 ครั้ง กดไม่ชอบรวม 2,500 ครั้ง ขณะที่เพลง “แร็ป THAILAND 4.0” มียอดผู้เข้าชม 3.4 ล้านวิว ภายใน 3 วัน ที่ถือว่าได้รับความนิยมเร็วกว่าเพลงประเทศกูมี สำหรับผู้กดปุ่มชอบวิดีโอนี้ 2,600 ครั้ง แต่กลับมีผู้กดไม่ชอบถึง 4,300 ครั้ง และมีคนเข้าไปเขียนข้อความแสดงความเห็นถึง 6,638 ครั้ง ส่วนมากเห็นว่าเพลงยังไม่ทันสมัย

คนไทยสังเกตการณ์เลือกตั้งดีที่สุด

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีต่างชาติประสาน กกต.เข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งในไทยว่า ไม่ทราบเรื่อง แต่ควรจะให้เขาเข้ามาหรือไม่ หรือจะดูแลกันเอง ชาวต่างชาติในสถานทูตต่างๆ ก็ติดตามอยู่แล้ว ส่วนตัวมองว่าเขาจะเข้ามาในประเทศที่มีปัญหา แต่เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องการจัดการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาหลายประเทศมาดูงานโดยเฉพาะการทำประชามติ ได้รับคำชื่นชมและยอมรับ ทั้งนี้ การสังเกตการณ์เลือกตั้งที่ดีที่สุดคือคนไทยด้วยกันเอง ไม่ใช่ทุกอย่างต้องพึ่งลมหายใจต่างชาติเสียหมด

นายกฯ “ตู่” ชวนเที่ยวงานกาชาด

ด้านความเคลื่อนไหวนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช.และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยการประชุม คสช.ครั้งนี้ถือครั้งแรกของ ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่ใน คสช. ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.มีภารกิจ ได้มอบหมายให้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ.เข้าร่วมประชุมแทน ต่อมาก่อนการประชุม ครม. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยนางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย นำคณะจัดงานกาชาด คณะกุลบุตร กุลธิดากาชาด พิธีกร ผู้ประกาศ นักแสดง อาทิ กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ ชลรัศมี งาทวีสุข พีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ เข้าพบนายกฯเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานกาชาด ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 23 พ.ย.-1 ธ.ค.61 เวลา 10.30-22.00 น. ณ สวนลุมพินี โดยไม่เก็บค่าบัตรผ่านประตู และนายกฯได้ร่วมบริจาคหยอดเงินผ่านตู้บริจาคที่จัดทำขึ้นพิเศษ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนไปร่วมงานกาชาด

เริ่มแล้วเลิกใช้สำเนาบัตร ปชช.

เมื่อเวลา 10.00 น. นายกฯโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” ว่า“จากที่ผมได้มอบนโยบายให้หน่วยงานราชการยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน เมื่อวานนี้ (5 พ.ย.) นโยบายนี้ได้เริ่มใช้แล้ว เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลประชาชนเต็มรูปแบบ ผมถือว่านี่เป็นการยกระดับการให้บริการของภาครัฐ และลดภาระประชาชน โดยในรายละเอียดขอให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบดูแต่ละหน่วยงานที่ท่านต้องไปติดต่อราชการอีกทีครับ”

โบ้ยเลอะเทอะวิจารณ์ไทยนิยม

ต่อมาเวลา 14.40 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงผลการประชุม คสช.ว่า ได้หารือทั้งเรื่องผลกระทบเฉพาะกฎหมายการบริหารงานมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นการหารือภายในเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมและที่เน้นย้ำคือการปฏิบัติงานต่อการใช้กองทุนต่างๆ รวมถึงกองทุนหมู่บ้าน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นไม่อยากให้เอามาพาดพิงซึ่งกันและกัน จนเกิดผลเสียหายต่อการทำงานทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ ก็ให้รับเรื่องและข้อสังเกตไปให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาชี้แจง ขณะนี้ยังไม่พบเอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมือง ไม่ใช่ประชานิยม อย่าไปกล่าวอ้างกันไปเลอะเทอะเพราะโครงการต่างๆ เป็นความต้องการของประชาชน ผ่านประชาคม และต้องไปแยกแยะให้ออกว่าอันไหนเป็นของไทยนิยม อันไหนเป็นของกองทุนหมู่บ้าน อย่าเอาอะไรมาตีกันไปมามันเสียเวลา

ตั้งใจปลดล็อกหลัง พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง

นายกฯกล่าวว่า ยังได้เน้นย้ำกับ คสช.ให้ดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย เพื่ออำนวยการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทุกอย่างเป็นเรื่องของ กกต.จะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ ส่วนเรื่องการปลดล็อกการเมืองนั้นเป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้วไม่เกี่ยวข้องกับ คสช. แต่เกี่ยวกับกฎหมายต่างๆที่ออกมา ดังนั้นจะต้องมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ส.ส.ออกมาในเดือน ธ.ค.นี้จึงจะไปพูดคุยหารือเรื่องการปลดล็อกได้ ตรงนี้ไม่ได้เป็นเพราะ คสช. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ จะชี้แจงเพิ่มเติมกับสื่อในโอกาสต่อไปถึงเรื่องกำหนดการต่างๆที่จะมีขึ้นก่อนและหลังการเลือกตั้งด้วย เรื่องปลดล็อกการเมืองยังไม่ต้องกังวลเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ไม่ใช่ว่า คสช.จะไปทำอะไรที่มันบิดเบือนทำให้มันช้าหรือเร็วได้ มันเป็นเรื่องของกฎหมาย ก็ต้องไปไล่กันดูว่ากฎหมายออกมาครบหรือยัง เมื่อกฎหมายออกมาแล้วจะต้องดำเนินการอะไรภายในกี่วัน

ให้จับตาพรรคไหนปูดความรุนแรง

เมื่อถามว่า ตามที่นายกฯระบุว่าให้ประชาชนช่วยดูแลทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง แสดงว่ามีข้อกังวลจะเกิดเหตุไม่สงบใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็เป็นธรรมดาในทุกวาระ ทุกสถานการณ์ ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุร้าย ไม่ว่าจะเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้ง หรือจะก่อนและหลังเลือกตั้ง มันเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะเฝ้าระวังและแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบสถานการณ์ที่ดูว่าไม่ปลอดภัย อยากให้ตั้งข้อสังเกตว่า มีนักการเมืองหัวหน้าพรรคการเมืองบางพวกออกมาพูดว่า อาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นอันนี้ให้ไปหาดูว่าใครเคยพูดเรื่องพวกนี้ ซึ่งจำเป็นต้องนำมาพิจารณาด้วยว่าจะเป็นอย่างที่ว่าหรือไม่ ถ้ากล้าทำ ประชาชนน่าจะไม่เห็นด้วย

บิน ตปท.ยาวมอบส่งไม้ต่อ “บิ๊กป้อม”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกำหนดการเดินทางไปร่วมประชุมเวทีต่างประเทศในสัปดาห์หน้าว่า วันเสาร์ที่ 10 พ.ย.ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเข้าร่วมการประชุมอย่างต่อเนื่อง โดยจะเข้าร่วมกิจกรรมในงานวันรำลึกการยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 และพิธีเปิดการประชุม Paris Peace Forum ที่สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 11-12 พ.ย. กับผู้นำ 40 กว่าประเทศเข้าร่วม ที่เราจำเป็นต้องไปเพราะไทยเป็นประเทศที่ส่งกำลังทหารเข้าร่วมการสู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ถือเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศของอาเซียนที่ไปร่วมสงครามดังกล่าว จากนั้นตนจะเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 33 ที่สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 13-15 พ.ย.และร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกครั้งที่ 26 ที่กรุงพอร์ตมอร์สบี รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี ระหว่างวันที่ 16-18 พ.ย.คงใช้เวลาในการเยือนต่างประเทศตั้งแต่สัปดาห์นี้ไปจนถึงสัปดาห์หน้า ทุกอย่างจึงมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รักษาการแทนในช่วงที่ตนไม่อยู่

สั่งเช็กปฏิทิน “แม้ว-ปู” ควรไหม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้าน จ.อุดรธานี ออกมาเปิดเผยว่า มีทหารบุกบ้าน และสอบถามเรื่องปฏิทินที่มีรูปของอดีตนายกฯ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะมีการตั้งคำถามว่าการมีปฏิทินไว้ที่บ้านมีความผิดอย่างไรว่า เรื่องนี้ก็ต้องดูว่าเป็นเรื่องที่ควรหรือไม่ควร ก็ต้องไปหามา เป็นหน้าที่ของหน่วยงานด้านความมั่นคงก็ต้องไปดูในทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องปฏิทินหรือเรื่องอื่นๆ ถ้าอะไรก็ตามที่มีผลต่อการสร้างความเกลียดชัง และผลกระทบต่างๆ ก็ต้องไปตรวจสอบ ถือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานด้านความมั่นคง เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีแต่มีความเกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆ ที่ยังมีปัญหาอยู่ ก็ต้องไปดูว่าควรจะทำหรือไม่ควรทำ ขอร้องว่าอย่าไปขยายผลเพิ่มเติมให้กับเขาเลย ตนเองไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

“โอ๊ค” เล่นการเมืองต้องดู ก.ม.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุพร้อมที่จะเล่นการเมืองว่า “คนๆ หนึ่งที่ระบุว่าพร้อมที่จะเล่นการเมือง ถ้าพร้อมก็ไปพร้อมมา ไปเตรียมตัวเองให้พร้อม กฎหมายว่าอย่างไร เรื่องของสิทธิทุกคนเท่าเทียมกันใครจะไปสมัครลงเล่นการเมือง ก็ไปสมัครมา และทั้งหมดขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะเห็นชอบหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องของผม”

อ้อนเกษตรกรให้เข้าใจรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวแถลงถึงการบริหารแก้ไขหนี้สินเกษตรกรของกองทุนฟื้นฟูที่ค้างมายาวนาน วันนี้ได้มีการตรวจสอบตามกติกาทั้งหมด ซึ่งบางครั้งที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำ วันนี้มีการสรุปแล้วทั้งหมด 6 แสน กว่าราย เข้าเกณฑ์เพียงแค่ประมาณ 5 หมื่นกว่ารายเท่านั้น ซึ่งก็ต้องไปหามาตรการต่อไปว่าจะทำอย่างไร ฝากผู้ที่เคลื่อนไหวอยู่ด้วย รัฐบาลพยายามจะทำให้เต็มที่ ขออย่ากลับไปหาที่เก่าเลย ทำอะไรไม่มีหลักเกณฑ์มามันก็สร้างปัญหาใหม่ไปเรื่อยๆ ก็ขอร้องกัน ตอนนี้มีทั้งลูกหนี้ ธ.ก.ส. ธ.ออมสิน สหกรณ์การเกษตร ฯลฯ ซึ่งก็ต้องนำข้อสังเกตของ สตง.ก่อนปี 60 มาพิจารณาด้วยว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร ก็ขอให้เกษตรกรเข้าใจรัฐบาลด้วย ที่ผ่านมาบางทีก็ไม่ได้เอาจริงเอาจังอะไร เลยค้างคามาตลอด

“ประวิตร” ยันไม่มีเลื่อนเลือกตั้ง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารยึดปฏิทินปี 2562 ที่มีรูปนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า เขาเพียงขอไปดู ไม่มีอะไรมาก ส่วนจะมีความผิดหรือไม่นั้น ไม่มีแต่จะแจกได้หรือไม่ ตนไม่ทราบ ต้องไปถาม คสช. และเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจค้นมีเพียง 3-4 คน ซึ่งผู้ที่ทำก็เป็นพวกรัฐบาลเก่า ส่วนการแจกปฏิทินเช่นนี้จะทำให้ภาพการแบ่งสีกลับมาอีกหรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้ เมื่อถามย้ำว่า การแจกปฏิทินเช่นนี้จะถือว่ามีความผิดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่าไม่ผิด หากทำเพราะรักเพราะชอบก็ว่าไป เขารู้ว่าคนไหนเป็นพวกใคร แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองไม่สามารถแจกได้ การที่ภาพในปฏิทินเป็นบุคคลหนีคดีจำเป็นต้องพิจารณาหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่จะไปดูว่าสมควรให้แจกหรือไม่ เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าการยึดปฏิทิน รวมถึงการเดินหาสมาชิกพรรคของพรรคต่างๆ จะนำไปสู่การเลื่อนการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มีการเลื่อนการเลือกตั้งแน่นอน แต่ถ้ารัฐบาลคุมไม่อยู่ก็ใช่ แต่ถ้ารัฐบาลคุมอยู่ก็ไม่เป็นไร ที่ผ่านมาหลายพรรคเดินหาสมาชิก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ อย่าไปมองภาพว่าเขาจะเอาไม้มาไล่ตีกัน

แจงทำบุญทอดกฐินแค่ 3,000

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนเงินที่นำไปทอดกฐินวัดโฆสมังคลาราม บ้านโคกสว่าง ต.โคกสว่าง อ.ปลาปาก จ.นครพนม จำนวน 32 ล้านบาทว่า นำไปสร้างเจดีย์ คนเขาช่วยกันบริจาคกันมา เพื่อทำเจดีย์ให้เสร็จ ก็แค่นั้น ไม่เห็นมีอะไร คนที่บริจาคก็เป็นเพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ ไม่ใช่เพื่อนในสายทหาร ส่วนที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นเงินของตนนั้น ไม่ใช่ เพราะตนทำบุญไป 3,000 บาท ยืนยันว่าบริสุทธิ์ ยุติธรรม สะอาด โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตนไม่มีเงิน 30 ล้านมาบริจาคให้อย่างนี้

กกต.รับรองพรรคพลังประชารัฐ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้ง 4 พรรคการเมืองหลังตรวจสอบแล้วว่าคำขอจดทะเบียน เอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน ประกอบด้วยพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มีนายสุภดิช อากาศฤกษ์ เป็นหัวหน้าพรรค พรรคประชานิยม ที่มี พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ เป็นหัวหน้าพรรคพรรคพลังประชารัฐ ที่มีนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคไทยรุ่งเรือง ที่มีนายฉัตรชัย แนวพญา เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งหลังจากนายทะเบียนพรรคการเมืองลงนามแล้วก็จะได้มีการนำประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

“สมศักดิ์” พร้อมเดินเครื่องเต็มตัว

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า การเดินสายพบปะประชาชนนั้นตนประทับใจมาก ทุกพื้นที่มีประชาชนให้การต้อนรับอย่างหนาแน่นและให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม และตนมั่นใจว่าจะทำงานให้กับพี่น้องได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยจะนำประสบการณ์ที่สั่งสม ที่พบเจอ กำหนดเป็นนโยบายเสนอพรรคการเมือง ซึ่งเป้าหมายเป็นที่ทราบดีอยู่แล้วคือ พรรคพลังประชารัฐ แต่ขณะนี้รอความเรียบร้อยของพรรคเท่านั้น เมื่อได้การรับรองจาก กกต.เรียบร้อยจะเข้าสู่กระบวนการสมัครสมาชิก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว ตนคงได้เจอหน้าพบปะพี่น้องประชาชนหรือหาเสียงได้อย่างเต็มที่ ส่วนพื้นที่ที่ตนยังไม่ได้ไปพบหรือพูดคุย ก็ไม่ต้องกังวล พร้อมลงพื้นที่พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสะท้อนปัญหาของทุกท่านด้วยความเต็มใจอย่างแน่นอน

ชทพ.จัดทัพใกล้ครบ 350 เขต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 7 พ.ย. เวลา 09.00 น. น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค หารือเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อบังคับพรรค อาทิ คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค คณะกรรมการกฎหมายและการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมการดำเนินกิจกรรมของพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัด คณะกรรมการประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีสารสนเทศของพรรค คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมของพรรค รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งของพรรค ตลอดจนพิจารณาการรวบรวมทุนประเดิมและการจัดงานระดมทุนเพื่อการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวจะมีอดีต ส.ส.อีสาน ที่เคยเจรจาร่วมงานกับกลุ่มสามมิตร 4 คน ที่มีปัญหาพื้นที่เลือกตั้งไม่ลงตัว เตรียมย้ายเข้าสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคนั้น ล่าสุดนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ได้ประสานงานอดีตนักการเมืองและผู้มีคุณสมบัติ ขณะนี้ได้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เกือบครบ 350 เขตแล้ว

“ภักดีหาญส์” ซบชาติไทยพัฒนา

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ในพรรคชาติไทยพัฒนา ทั้งจาก น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรค นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ให้เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อช่วยทำงานในนามคนรุ่นใหม่ของพรรค รวมทั้งช่วยดูแลเรื่องคะแนนเสียงในพื้นที่ กทม. เพราะตนทำงานในพื้นที่มานานตั้งแต่พรรคไทยรักไทย จนถึงพรรคเพื่อไทย รวมแล้วประมาณ 17 ปี เมื่อเห็นโอกาสการทำงานจึงเข้าร่วมหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนการทำงานของพรรคให้เข้มแข็งขึ้นได้ ยืนยันไม่ได้มีความขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย เพราะได้ลาผู้ใหญ่ในพรรคบางคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยก็เข้าใจและอวยพรให้มีความก้าวหน้าทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับอดีตนักการเมืองภาคอีสานที่เตรียมจะย้ายมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาในวันที่ 7 พ.ย.นี้ คือ นายเกษม มาลัยศรี อดีต ส.ว.ร้อยเอ็ด นายปัญญา ศรีปัญญา อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย นายสมคิด บาลไธสง อดีต ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เป็นต้น

ปชป.เปิดโหวตหยั่งเสียงถึง 9 พ.ย.

เมื่อเวลา 13.30 น. นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เลขาธิการคณะกรรมการควบคุมหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือ กกต.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงภาพรวมการลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้และภาคอีสานเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะนี้เปิดให้ลงคะแนนผ่านแอปพลิเคชัน D-elect ในระบบ IOS ใช้งานได้แล้ว โดยจะเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 12.00น. วันที่ 6-9 พ.ย. ปิดโหวตในเวลา 18.00 น. คาดหวังว่าผู้สมัครทุกคนจะยอมรับผลการหยั่งเสียง แม้จะมีข้อถกเถียงกันเรื่องระบบไอที ส่วนที่มีข่าวว่าทีมของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครเบอร์ 2 ได้ก๊อบปี้ Source Code โปรแกรมที่ใช้ในการลงคะแนนหยั่งเสียงออกไปนั้น นางเจิมมาศกล่าวว่าต้องสอบสวนเรื่องนี้ เพราะมีการร้องเรียนทั้งสองฝ่าย ซึ่งไม่เป็นไปตามมติ กกต.พรรค แต่ขณะนี้ต้องทำเรื่องการหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคให้แล้วเสร็จก่อน

ถาม “เทือก” ไหนไม่เล่นการเมือง

เมื่อเวลา 07.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย พร้อมด้วย นายสำราญ รอดเพชร นายสุริยะใส กตะศิลา กรรมการบริหารพรรค ได้มาคารวะแผ่นดินระยอง ไหว้ศาลเจ้าตากสินมหาราชวัดลุ่ม เขตเทศบาลนครระยอง อ.เมืองระยอง ไหว้ศาลหลักเมืองระยอง เดินตลาดเช้าวัดลุ่ม มีประชาชนมาเดินซื้อของจับจ่ายมากมาย มีกลุ่มผู้หญิงถือนกหวีดแสดงตัวว่าเคยเป็นสมาชิกกปปส.ร่วมเป็นร่วมตายกันมาพร้อมกับขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ขณะที่บางคนเข้าไปถามว่า ไหนว่าจะไม่เล่นการเมือง บ้านเมืองสงบอยู่แล้วคนนี้ที่ทำให้บ้านเมืองพังเสียหาย ก่อนจะเดินหนีไป หลังจากนั้นเดินแจกใบสมัครตามร้านค้าถนนสุขุมวิท แต่ไม่คึกคักเพราะเพิ่งจะเปิดร้าน

มอบ “วิษณุ” เขียนไทม์ไลน์ ลต.ให้ชัด

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุม ครม.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญและรายงานปฏิทินการทำงานของ ครม.และปฏิทินการเลือกตั้งเบื้องต้นที่กำหนดตามรัฐธรรมนูญ กำหนดการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่การสรรหา ส.ว. ไปจนถึงการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. และวันที่มี ครม.ชุดใหม่ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงวันเลือกตั้ง คาดว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ไม่เกินเดือน มิ.ย.2562 ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. มอบหมายให้นายวิษณุจัดทำรายละเอียดวัน เวลาให้ชัดเจน ก่อนจะมีการแถลงข่าวให้ทราบในวันที่ 8 พ.ย.นี้

ศธ.ร่นสอบ GAT–PAT ไม่ให้กระทบ

นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังรายงานในที่ประชุม ครม.ว่า จากการหารือเบื้องต้น จะเลื่อนการสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) ให้เร็วขึ้น 1 สัปดาห์ เป็นวันที่ 16 หรือ 17 ก.พ.2562 ซึ่งเป็นการเลื่อนเพื่อไม่ให้กระทบกับการเลือกตั้ง เลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 แต่หากวันเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการต่อไป