วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พูดผิดหรือเปล่ามาร์คเย้ย พรรคพลังประชารัฐโอ่ได้ ส.ส. 350 ที่นั่ง

พูดผิดหรือเปล่ามาร์คเย้ย พรรคพลังประชารัฐโอ่ได้ ส.ส. 350 ที่นั่ง
หรือว่าคนฟังผิด พท.แห่ซบ ทษช. จวกยับสามมิตรนั่งร้านเผด็จการ


“มาร์ค” เย้ย “สนธิรัตน์” กวาด ส.ส. 350 ที่ พูดผิดหรือเปล่า ดักคอรัฐบาล-คสช.ชาวบ้านไม่ปลื้มใช้อำนาจรัฐเอาเปรียบคนอื่น กระตุก กกต.พิสูจน์ฝีมือ แฉมียื่นต่อรองแบ่งเขตแลกกับการดูด “วัชระ” หยันให้รอวันประชาชนสั่งสอน “จาตุรนต์” อำลา พท.ซบอกไทยรักษาชาติ “นิคม-ประภัสร์-บิ๊กทหาร” ก็มา “อ๋อย” ชี้ “รธน.เพื่อพวกเรา” เกมสืบอำนาจชัดเจน “เต้น” ลั่นใครหนุนเผด็จการขาดกัน ตอกสามมิตรแค่นั่งร้านเผด็จการ ชทพ.โวยเล่นไม่แฟร์ “ปรีชา” ควงเมียเข้า พปชร.ตามนัด โวแหลกกวาด ส.ส.เลยยกทีม ปธ.กกต.อ้างเฉยผ่าตาทำแบ่งเขตล่าช้า ปัดรับใบสั่งผู้มีอำนาจ “สมชัย” แนะวิธีแบ่งเขตโปร่งใส “วิษณุ” แจงอีกคุ้มครอง กกต.ถูกฟ้อง
หลังการเปิดตัวกลุ่มสามมิตรเข้าร่วมงานพรรคพลังประชารัฐ สร้างความฮึกเหิมถึงขนาดนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล้าประกาศจะกวาด ส.ส. 350 ที่นั่ง ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาดักคอว่าน่าจะแค่การส่งผู้สมัครลง ส.ส. 350 เขตมากกว่า

เย้ยบิ๊ก พปชร.กวาด ส.ส.350 ที่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 พ.ย. ที่โรงแรมดุสิตธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น พปชร.จะได้ 350 เสียง ว่า คงได้สมัคร 350 คน ถ้าคนฟัง ฟังไม่ผิดคนที่พูดก็คงพูดผิด ส่วนจะเป็นความได้เปรียบของ พปชร.ที่เป็นรัฐบาลหรือไม่ อยู่ที่ คสช. และรัฐบาลว่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำการเมือง ไม่ใช้อำนาจรัฐเข้ามาเอารัดเอาเปรียบ เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งของวิกฤติประเทศมาจนถึงปัจจุบัน ถ้า คสช.และรัฐบาลไม่ยึดถือหลักการนี้ อยู่ที่ประชาชนจะยอมรับพฤติกรรมหรือไม่ ความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญมาก พวกเราเห็นอยู่แล้วมีการตั้งคำถามจากหลายเรื่อง แม้แต่กติกาตามรัฐธรรมนูญ ล่าสุด คสช.เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบั่นทอนความน่าเชื่อถือ อยากให้ คสช.และรัฐบาลยึดระบบเป็นหลัก มั่นใจว่าประชาชนจับตา ดูอยู่ คงไม่ชอบการเอารัดเอาเปรียบไปยุ่งเกี่ยวกับกติกา กำหนดกฎเกณฑ์การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

กระตุก กกต.ต้องพิสูจน์ตัวเอง

เมื่อถามว่ายังมั่นใจหรือไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งตามกำหนด นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คสช.ยืนยันว่าจะแบ่งเขตให้เสร็จก่อน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.บังคับใช้ ในวันที่ 11 ธ.ค. จึงยังไม่เห็นสิ่งจำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้ง และขอเรียกร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แม้คำสั่ง คสช.ที่ออกมาเหมือนกับให้การคุ้มครองทุกอย่าง แต่ กกต.ต้องพิสูจน์ความเป็นอิสระและความเป็นมืออาชีพ ที่อยู่ดีๆจงใจจะไปแบ่งเขตเลือกตั้งของอดีต ส.ส. ซึ่งประชาชนและนักการเมืองต่างคุ้นเคยดี เพื่อความได้เปรียบเสียเปรียบเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย เพราะกฎหมายต้องการเขตเลือกตั้งเดิม เว้นเสียแต่ว่าประชากรเปลี่ยนไปจึงปรับ และการปรับต้องเป็นตามหลักเกณฑ์

แฉยื่นต่อรองแบ่งเขตดูด ส.ส.

“มีคนมาต่อรองกับอดีต ส.ส. พยายามเอาเรื่องนี้มาต่อรองว่าถ้าไปอยู่พรรคนั้นจะแบ่งเขตเลือกตั้งให้แบบนี้ ถ้าไม่อยู่ก็จะแบ่งเขตให้อีกแบบหนึ่ง จึงสงสัยว่าอำนาจการแบ่งเขตเลือกตั้งที่เป็นของ กกต. ทำไมถึงมีคนกล้าอ้างว่าสามารถเข้าไปมีอิทธิพลไปแทรกแซงได้ คำสั่ง คสช.ที่ออกมา เป็นไปในลักษณะบั่นทอนความเชื่อถือของการเลือกตั้งอย่างมาก ผมยังหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย แต่ถ้าไม่แก้ตรงนี้ก็จะซ้ำรอยเดิม อย่าทำเลย วันนี้ความจริงท่านมีความได้เปรียบในเรื่องอื่นอยู่แล้ว หลบเลี่ยงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญในหลายเรื่องอยู่แล้ว ถ้าทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผู้เสียหายคือประเทศ และจะถูกตั้งคำถาม” นายอภิสิทธิ์กล่าว

หยัน พปชร.รอวัน ปชช.สั่งสอน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คำประกาศของเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐว่าจะได้ ส.ส.ถึง 350 คนนั้น เป็นเพียงคำคุยของพรรคทายาททหาร คสช. เท่าที่ฟังเสียงประชาชนใน กทม. และภาคใต้ เขาบอกว่าเมื่อวันเลือกตั้งมาถึง ประชาชนจะให้บทเรียนพรรคสมุนเผด็จการทหาร พปชร.จะไม่ได้ ส.ส.เขตแม้แต่คนเดียว หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ไม่เชื่อ ให้เรียกดูโพลจาก กอ.รมน. หรือสันติบาล จะได้เลิกฝันกลางโรงแรม เห็นชื่อนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรคนี้แล้ว ก็นึกถึงคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กลุ่มกฤษดานคร ท่านไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับนายวิโรจน์ นวลแข และพวก จึงควรออกมาพูดให้สังคมหายสงสัยว่าทำไมถึงไม่ถูกฟ้องเป็นจำเลยด้วย ท่านมีพระอะไรดีหรือ

โฆษก ปชป.ปลื้มผลโพลอวย

นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลสำรวจความเห็นคน กทม. ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ที่โหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เหมาะสมเป็นนายกฯมากที่สุด และจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด ว่า ขอบคุณพี่น้องที่ให้ความไว้วางใจสะท้อนผ่านผลโพล พรรคพิจารณาว่ามาจากเหตุที่นายอภิสิทธิ์ทำงานการเมืองมา 27 ปี ยึดหลักผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ทำงานการเมืองโปร่งใส เคารพหลักการยึดกฎหมายและประชาชน พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหลักการที่ถูกต้องนำพาประเทศไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องในที่สุด ขณะที่หลายพรรคทำเพื่อคะแนนนิยมและจำนวน ส.ส. ไม่ว่าจะแตกพรรคเป็นพรรคเครือข่าย ล้วนขัดต่อกฎหมาย คิดว่าประชาชนไม่ยอมรับ ที่สำคัญนายอภิสิทธิ์ติดดินสัมผัสได้ จึงเชื่อมั่นว่านายอภิสิทธิ์จะเป็นผู้นำระดับโลก และภูมิภาคนี้ได้อย่างสง่างาม

“อ๋อย” อำลา พท.ซบอก ทษช.

ช่วงเช้าที่พรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพบและลา พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรค หลังตัดสินใจไปเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ นายภูมิธรรมกล่าวว่า สาเหตุที่มีสมาชิกพรรคลาออกไปเพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเรา เป็นธรรมดาที่ต้องหาเส้นทางเพื่อมาทำงานตามระบบรัฐสภา เข้าใจสมาชิกพรรคทุกคนที่ลาออกไป ถือเป็นการจากกันได้ด้วยดี ยอมรับว่ารู้สึกใจหายที่มีสมาชิกลาออกไปจำนวนมาก แต่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่มีบุคลากรที่พร้อมทำหน้าที่ ถ้าได้อธิบายเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ จึงมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยยังคงได้รับความนิยมจากประชาชนได้คะแนนเสียงสูงสุดเป็นอันดับ 1 ไม่มีความกังวลใดๆ ยังมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนยังฝากความหวังไว้ที่นโยบายพรรคมากกว่าตัวบุคคล ทั้งนี้ นอกจากนายจาตุรนต์แล้ว ยังมีสมาชิกอีกหลายคนที่ลาออก อาทิ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองเลขาธิการพรรค นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางฐิติมา ฉายแสง อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม

“นิคม–ประภัสร์–บิ๊กทหาร” ก็มา

ต่อมาช่วงบ่าย ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง พร้อมด้วยนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง นางฐิติมา ฉายแสง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ รฟม. นายนรวิช หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ โดยมีผู้บริหารของพรรคไทยรักษาชาติให้การต้อนรับ และวันที่ 20 พ.ย. จะมีอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ อดีตนักการทูต มาสมัครและเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรค อาทิ พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ อดีตรอง ผบ.ทหารสูงสุด ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า คนที่มาร่วมกับพรรคไทยรักษาชาติวันนี้เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าในฝั่งประชาธิปไตย ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือรักษาประชาธิปไตย ต่อต้านการสืบทอดอำนาจทุกรูปแบบ แม้พรรคเราจะมีอายุไม่นาน แต่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ จะเสริมความแข็งแกร่งให้พรรค เราพร้อมสร้างความสุขสร้างรอยยิ้มให้มี สิ่งที่ดีเกิดขึ้น

“อ๋อย” รู้ทัน “รธน.เพื่อพวกเรา”

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การลาออกจากพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความขัดแย้ง แต่คิดว่าสถานการณ์ขณะนี้ประเทศอยู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คือฝ่ายเผด็จการที่ต้องการสืบทอดอำนาจ กับฝ่ายประชาธิปไตย โจทย์เราคือจะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นอาจตกอยู่ภายใต้ คสช. อีก 10-20 ปี ที่มาร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติเพราะหัวหน้าพรรคมาเชิญ และเห็นว่าพรรคนี้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยตรงกัน เลยตัดสินใจมาเพราะต้องการพัฒนาบ้านเมืองด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ๆ เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐ มั่นใจจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายจาตุรนต์ตอบว่า เป็นความชัดเจนของฝ่ายที่ต้องการสืบทอดอำนาจ ตั้งพรรคในทำเนียบรัฐบาล ดึงนักการเมืองไปรวมกัน ถึงวันนี้ประกาศว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา มันก็ชัดเจน เราต้องรู้ทันเกมเลือกตั้งและแก้เกม

“เต้น” ลั่นหนุนเผด็จการขาดกัน

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตลอดเวลาที่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย มีแต่ความรัก ความอบอุ่น ทุกวันนี้ ยังรู้สึกดีไม่เสื่อมคลาย ได้พูดคุยกับหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ต่างมองไปใน ทางเดียวกันในการต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตย พวกเราจึงมาร่วมงานโดยไม่มีเงื่อนไขข้อเรียกร้องใดๆ ขอเพียงอย่างเดียวต้องไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืน หลักการ หวังว่าประชาชนจะให้โอกาสพรรคไทยรักษาชาติ แม้เป็นพรรคใหม่แต่จิตวิญญาณยังคงเดิม เมื่อถามถึงข้อสังเกตไทยรักษาชาติเน้นปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทยเน้นเขต นายณัฐวุฒิตอบว่า ยังไม่มีใครอธิบายแบบนั้น แต่ที่รู้คือเราจะต่อสู้ตามกติกา อยู่ที่ประชาชน ส่วนคนเสื้อแดงที่ไปอยู่ พรรคเพื่อชาติ ตราบใดยืนยันตามหลักประชาธิปไตย ถือเป็นแนวร่วม แต่ถ้าใครไปร่วมกับฝ่ายเผด็จการ ถือว่าขาดกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไปเป็นกองเชียร์ อยู่พรรคเพื่อชาติ เรามาอยู่ที่นี่ ไม่ถือเป็นความขัดแย้ง

กระทุ้งองค์กรอิสระยึดหน้าที่

ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากคำสั่ง คสช.ที่ 16/2561 ให้ กกต.ทบทวนการแบ่งเขตใหม่นั้น ทราบว่าเบื้องต้น กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการลงนาม แต่มีคำสั่งดังกล่าวออกมา จึงชัดเจนว่าต้องการแทรกแซงการแบ่งเขตของ กกต. จึงอยากให้ กกต.ยึดมั่นว่าตัวเองเป็นองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะมีคำสั่ง คสช.ออกมาหรือไม่ ขอให้ใช้อำนาจของตน ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติต่อไป โดยแบ่งเขตเลือกตั้งไปตามปกติที่ทำไว้แล้ว แม้ คสช.จะขอให้ทบทวนแต่สามารถยืนยันไปเช่นเดิมได้ ไม่ต้องหวาดกลัวใดๆ

ซัดสามมิตรนั่งร้านเผด็จการ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ประกาศบนเวทีเปิดตัวร่วมงาน พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า รัฐธรรมนูญเขียนกติกามาเพื่อพวกเรา ว่า การพูดเช่นนี้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญเขียนขึ้นมาเพื่อต้องการสืบทอดอำนาจ คสช. ทำให้พรรคที่สนับสนุน คสช.ได้เปรียบพรรคอื่น ที่สำคัญ ยังมีนักการเมืองยอมเป็นนั่งร้านให้เผด็จการสืบทอดอำนาจ นอกจากรัฐธรรมนูญที่เอื้อให้แล้ว ยังมีมาตรา 44 อีก เช่น การยื้อเวลาแบ่งเขต ทั้งที่ กกต.แบ่งเขต ไว้แล้ว แต่เมื่อพวกตัวเองยังไม่พอใจจึงขยายเวลาเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องให้ได้เปรียบที่สุด ส่วนที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร ระบุว่าพรรคพลังประชารัฐจะยิ่งใหญ่กว่าพรรคไทยรักไทยนั้น การเลือกตั้งสมัยพรรคไทยรักไทยอยู่บนกติกาที่มาจากประชาธิปไตย ไม่ได้เขียนด้วยอำนาจเผด็จการ ดังนั้น คำว่ายิ่งใหญ่ของนายสุริยะ คือการยิ่งใหญ่ของระบบเผด็จการ ไม่ได้ยิ่งใหญ่ตามความหมายของประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน การจะยิ่งใหญ่หรือไม่ อยู่ที่ประชาชนตัดสิน รอให้ถึงวันนั้น ก่อนแล้วค่อยมาดูกันว่า พรรคพลังประชารัฐที่เป็นตัวแทนเผด็จการกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ใคร จะยิ่งใหญ่กว่ากัน

“เสรีพิศุทธ์” เฉ่งคำสั่งเลวร้าย

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรค เสรีรวมไทย กล่าวว่า คำสั่ง คสช.ที่ 16/2561 ถือเป็นคำสั่งเลวร้ายที่สุด ไม่สนใจข้อเสนอที่เชิญพรรคการเมืองไปหารือเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งจนได้ข้อสรุปแล้ว แต่จะแบ่งกันเองตามอำเภอใจ ชั่วร้ายอย่างไรก็ถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการขยายเวลาสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งไปจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้พรรคตัวแทนเผด็จการ สามารถใช้อำนาจเงินดูดอดีต ส.ส. หรือนักการเมืองท้องถิ่นที่มีคะแนน เพื่อเอาชนะการเลือกตั้งให้ได้ คนไทยจะยอมรับหรือ ถ้าไม่ยอมขอให้สามัคคีกันไว้ ตั้งสติให้มั่นคง ต้องตั้งใจเพื่อเอาชนะความไม่ถูกต้องให้ได้

“ปรีชา” ควงเมียเข้า พปชร.ตามนัด

วันเดียวกันที่พรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. ยังคงทยอยเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคต่อเนื่อง อาทิ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมภรรยา นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย มีนายชวน ชูจันทร์ กรรมการบริหารพรรคให้การต้อนรับ นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคพลังประชาชน ขณะที่นายสดใส รุ่งโพธิ์ทอง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ที่แจ้งว่าจะเดินทางมาสมัคร ปรากฏว่าได้แจ้งต่อผู้ใหญ่ในพรรคยังไม่มาสมัคร เนื่องจากยังไม่ได้รับความชัดเจนเรื่องการส่งผู้สมัครในเขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี

โวแหลกกวาด 3 ส.ส.เลยยกทีม

นายปรีชากล่าวว่า ที่เลือกมาทำงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะนโยบายตอบโจทย์ ที่ผ่านมาประเทศชาติบอบช้ำมากว่า 10 ปี จึงตัดสินใจหลังคุยกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มาร่วมงานกับพรรคนี้ มั่นใจว่าวันนี้ประชาชนฉลาดที่จะตัดสินใจเลือกพรรคไหน โดยตนได้รับผิดชอบให้ดูแลพื้นที่ 5 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ได้แก่ จ.เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ และหนองคาย ทั้งหมด 19 คน ขณะนี้มีตัวว่าที่ผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน โดยเฉพาะ จ.เลย เชื่อว่าจะได้รับเลือกยกทีมทั้ง 3 เขต และไม่กังวลว่าพื้นที่ภาคอีสานจะไม่เอาทหาร เพราะพรรคขับเคลื่อนด้วยนโยบายเป็นหลัก

พปชร.คุยคนล้นไม่เอาเปรียบใคร

นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรค พปชร. กล่าวว่า เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มุ่งเน้นปฏิรูปและเปลี่ยนการเมืองไทยให้มีความปรองดอง เที่ยงธรรม สุจริต พรรคมีความพร้อมเลือกตั้งตามโรดแม็ปที่นายกฯกำหนด คือวันที่ 24 ก.พ.2562 จากการเปิดตัวสมาชิกใหม่มีอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. แสดงความจำนงขอร่วมอุดมการณ์ก้าวข้ามความขัดแย้งกับพรรคจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่ มีคุณภาพคับแก้ว เมื่อร่วมอุดมการณ์กันแล้วต้องร่วมกันฟันฝ่าไปให้ถึงเป้าหมายคือการชนะเลือกตั้ง 350 เสียงตามที่เลขาธิการพรรคตั้งเป้าไว้ ส่วนเสียงวิจารณ์ว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 61/2561 จะเอื้อให้ กับบางพรรคการเมืองนั้น ถ้าเอื้อคงเอื้อให้ทุกพรรค อย่างการแบ่งเขตก็รับฟังเสียงสะท้อนจากทุกพรรค วันนี้พรรคมีบุคลากรที่มีคุณภาพมาสมัครเป็นสมาชิกคับคั่ง เราไม่จำเป็นต้องไปเฟ้นหาผู้สมัครจนวินาทีสุดท้ายก่อนวันสมัคร ทุกอย่างเราทำตามกติกาที่กำหนดไว้เดิม

ภท.คุยคะแนนนิยมใต้ดีขึ้น

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่ากรณีพรรคภูมิใจไทยเปิดสาขาพรรคแห่งแรกในพื้นที่ภาคใต้ ที่ จ.พัทลุง ว่า เมื่อเทียบกับปี 2554 กระแสความนิยมพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มขึ้นมาก เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ ส่วนหนึ่งมาจากประชาชนเห็นว่าในพื้นที่ภาคใต้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการพัฒนา หากเทียบกับภาคอื่น และคิดว่าหากลองให้โอกาสกับตัวเองโดยการเลือกพรรคการเมืองอื่น เชื่อว่าเกิดการเปลี่ยนแปลง และปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้เกี่ยวกับผลผลิตทางเกษตรกรรมหลัก คือ ปาล์มและยางพาราพรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอแนวทางที่ตรงกับความต้องการของประชาชน

ตั้งเป้าหลายเขตเก็บตกปาร์ตี้ลิสต์

นางนาที รัชกิจประการ กรรมการบริหารพรรค ภูมิใจไทย กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากพรรคให้รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้กำลังพิจารณาตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต ซึ่งครบทั้งหมดแล้ว ทุกเขตจะได้คะแนนมาอันดับที่ 1 และ 2 ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์รวมภาคใต้ รองจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่น้อยกว่า 150,000 คะแนน ส.ส.เขตที่มีโอกาสได้รับการเลือกตั้ง มี จ.พัทลุง 2 คน เขต 1 เขต 2 จ.ปัตตานี 2 คน เขต 1 และเขต 4 จากกลุ่มของนายเด่น โต๊ะมีนา อดีต ส.ส.ปัตตานี จ.นราธิวาส เขต 1 และเขต 3 จ.สตูล เขต 2 กลุ่มนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล

กกต.จับสลากตั้งผู้ตรวจเลือกตั้ง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ และ นายปกรณ์ มหรรณพ กรรมการ กกต. ร่วมกันจับสลากแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด สำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือก ส.ว. นายอิทธิพรกล่าวว่า เป็นการจับสลากแบ่งตามกลุ่มจังหวัด 10 กลุ่ม เพื่อให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ได้รับการจับสลากอยู่ในเขตพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยจะมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง 2 คน ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้นเป็นตัวหลัก ที่เหลือ 3-5 คน อาจจะมาจากผู้ตรวจการเลือกตั้งที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยทั้ง 413 รายชื่อจะนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต. ในวันที่ 20 พ.ย. หาก กกต.ให้ความเห็นชอบสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เลย โดยแต่ละระดับคาดว่าจะเป็นไปตามปฏิทิน กกต.ที่กำหนดไว้ คือ เปิดรับสมัครวันที่ 26-30 พ.ย. เลือกระดับอำเภอวันที่ 16 ธ.ค. เลือกระดับจังหวัดวันที่ 22 ธ.ค. และเลือกระดับประเทศวันที่ 27 ธ.ค.

“อิทธิพร” อ้างเหตุล่าช้าผ่าตา

นายอิทธิพรยังกล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ไม่มีอะไรเคลื่อนไปจากที่กฎหมายกำหนด โดยในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 ระบุให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งให้เสร็จก่อน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับในวันที่ 11 ธ.ค. เช่นเดียวกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ล่าสุด แต่ยอมรับว่าการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งอาจคลาดเคลื่อนไปจากปฏิทินของ กกต.ที่กำหนดไว้ มีสาเหตุมาจากเรื่องสุขภาพที่ตนต้องไปผ่าตัดตา เพราะ กกต.ได้พิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งรอบแรกเสร็จตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. และอยู่ระหว่างทบทวนความถูกต้องก่อนนำไปประกาศ แต่เกิดปัญหาสุขภาพของตน ทำให้การประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาต้องเคลื่อนออกไปจากเดิมวันที่ 10 พ.ย. ทั้งๆที่เราตั้งใจยึดถือปฏิบัติตามระเบียบให้ได้มากที่สุดแล้ว

ปัดรับใบสั่งจากผู้มีอำนาจ

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวเรื่องใบสั่งจากผู้มีอำนาจให้เปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง นายอิทธิพรตอบว่า ไม่คิดเช่นนั้น บอกแล้วว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ล้วนกำหนดให้แบ่งเขตเลือกตั้งก่อน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ กกต.ให้ความมั่นใจได้ว่าเมื่อเรามีหน้าที่แบ่งเขตเลือกตั้ง จะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและต้องแบ่งให้ทันกำหนด ยืนยันได้ว่าจะไม่แบ่งเขตตามคำร้องขอของผู้มีอำนาจ เพราะคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ยังบอกว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

เปิดกล่องร้องเรียนถึง 25 พ.ย.

นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ออกมาเพื่อให้ กกต.ปฏิบัติงานได้เรียบร้อย และให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตเลือกตั้งพึงพอใจ ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย และให้ กกต.พิจารณาคำร้องอย่างรอบคอบ วันเดียวกันนี้ที่ประชุม กกต.พิจารณาคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2561 และมีมติให้ออกประกาศ กกต. กำหนดระยะเวลารับเรื่องร้องเรียน โดยจะเปิดรับจนถึงวันที่ 25 พ.ย. ฝ่ายที่มีส่วนได้เสียสามารถเสนอความเห็นมาได้ แต่ต้องระบุชื่อ นามสกุล ที่อยู่ให้ชัดเจน และให้ความเห็นด้วยว่าต้องการรูปแบบใด กกต.จะเริ่มพิจารณาคำร้องเรียนวันที่ 26 พ.ย. เสร็จไม่เกิน 30 พ.ย. จากนั้นจะส่งประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งลงในราชกิจจานุเบกษาโดยเร็วต่อไป

“สมชัย” แนะวิธีแบ่งเขตโปร่งใส

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รักษาการแทนคณบดี สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และอดีต กกต. กล่าวว่า แม้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 จะให้อำนาจ กกต. แต่ กกต.ควรประกาศให้ชัดเจนว่าพร้อมประกาศเขตเลือกตั้งทั้งหมดเมื่อใด ไม่ใช่ทอดเวลาให้เกิดการเรียกร้องเจรจาต่อรอง หรือรอรับคำสั่งจากใคร จนถึงนาทีสุดท้าย ต้องประกาศให้รับรู้ว่าเขตใดที่ยังเป็นปัญหา ปัญหามาจากช่องทางใด ผ่าน ครม. หรือผ่าน คสช.เมื่อใด และ กกต.มีกระบวนการพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรมอย่างใด ไม่ใช่พอมีคำร้องเรียนผ่านบางองค์กรก็รีบจัดให้ โดยไม่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ และในจังหวัดที่มีการแบ่ง เขตแตกต่างไปจาก 3 รูปแบบแรกที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และพรรคการเมือง กกต.ต้องบอกให้สังคมรู้ว่า คือจังหวัดใดบ้าง แบ่งในรูปแบบใหม่ด้วยเหตุผลใด จะเป็นการพิสูจน์ว่า กกต.มีความเป็นกลาง แบ่งเขตเลือกตั้งด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม

“วิษณุ” แจงคุ้มครอง กกต.ถูกฟ้อง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 16/2561 เพื่อต้องการคุ้มครอง กกต.ไม่ให้มีความผิด เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ได้ออกประกาศเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งให้เสร็จภายในวันที่กำหนด แต่ไม่สามารถดำเนินการแบ่งเขตได้เสร็จเรียบร้อย รวมถึงภายใน กกต.มีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ บางส่วน คิดว่าหากต้องเร่งดำเนินการถ้าได้แค่ไหนเอาแค่นั้น แต่คงไม่ดี อยากทำให้ครบเรียบร้อย และแบ่งเขตเสียใหม่ได้ จากของเดิมการแบ่งเขตเลือกตั้งจะทำให้เสร็จเมื่อไรก็ได้ภายในวันที่ 11 ธ.ค. แม้ กกต.จะเป็นผู้กำหนดเวลาการแบ่งเขตเลือกตั้งว่าเป็นเมื่อใด แต่ถือเป็นการมัดตัวเอง

“สมคิด” ดอดคุย “บิ๊กตู่” แต่เช้า

ช่วงเช้าที่ตึกภักดีบดินทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและประสานงานการลงทุนครั้งที่ 1/2561 ก่อนประชุมนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าหารือเป็นการส่วนตัวที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นทั้งคู่เดินลงมาด้านหลังและเข้าห้องประชุมพร้อมกัน โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกมือทักทายสื่อมวลชน ต่อมานายกฯกล่าวในที่ประชุมว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปร่วมประชุมในหลายประเทศ ทุกชาติพูดถึงเมืองอัจฉริยะ หลายประเทศให้ความสนใจลงทุนในไทย จึงต้องเร่งผลักดันและประชาสัมพันธ์ให้มาก ส่วนของไทยเมืองอัจฉริยะที่กำลังดำเนินการ 3 เมือง คือ กทม. ภูเก็ต และชลบุรี ขอเร่งสรุปข้อมูลความก้าวหน้า จะได้เร่งขับเคลื่อนในทางปฏิบัติได้โดยเร็ว เชื่อมโยงเมืองอัจฉริยะในแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน และไปหารือในเวทีอาเซียนครั้งหน้าที่จะมีขึ้นในไทยต่อไป

ชทพ.โวย พชปร.เล่นไม่แฟร์

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า กรณีแกนนำกลุ่มสามมิตร ระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์ให้ได้เปรียบการเลือกตั้ง ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมกับพรรคอื่น เหมือนรู้ ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่พรรคอื่นไม่รู้เช่น บอกว่าได้ตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แล้ว เหมือนรู้ว่าจะแบ่งเขตแบบไหน รู้ข้อมูลอยู่พรรคเดียว แบบนี้ ไม่แฟร์กับพรรคอื่น โดยช่วงบ่ายวันที่ 20 พ.ย. แกนนำ พรรคนัดหารือพิจารณาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อเสนอ กกต. วันที่ 22 พ.ย. เบื้องต้นจะถาม กกต.ว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่ และวันไหนประกาศเขตเลือกตั้ง

“วิทยา” เจ้าถิ่นโผล่รับ “เทือก”

วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และคณะเดินทางไปกราบไหว้สักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช มีนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายประกอบ รัตนพันธ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับ ก่อนนำคณะเดินไปตามถนนสายยมราชมุ่งหน้าสู่ตลาดท่าวัง และตลาดสดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยนายจิมมี่ ชวาลา นักธุรกิจชื่อดัง จ.นครศรีธรรมราช มายืนรอต้อนรับให้กำลังใจ นายสุเทพกล่าวว่า นายวิทยามาต้อนรับในฐานะเป็นเพื่อนรักตนมากว่า 20 ปี เสร็จภารกิจต่อต้านระบอบทักษิณ นายวิทยาเลือกกลับพรรคประชาธิปัตย์ ต่างคนต่างมีจุดยืนของตัวเอง

เตือนสติข้อบังคับชัดไม่ซับซ้อน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีมีข่าวนายวิทยาและนายประกอบ ไปร่วมเดินกับนายสุเทพ หาสมาชิกให้พรรค รปช.นั้น ได้ยินมาว่าแค่เลี้ยงข้าวต้อนรับเท่านั้น ไม่เป็นปัญหา เชื่อว่าสมาชิกพรรคทุกคนต้องเข้าใจข้อบังคับดี ง่ายๆไม่ซับซ้อน ส่วนกรณีให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ สอบข้อเท็จจริงกรณีนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา เปิดบ้านให้นายสุเทพและแกนนำ กปปส. ใช้รับสมัครสมาชิกรวมพลังประชาชาติไทยนั้น นายนิพิฏฐ์จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูล เมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้วจะพิจารณากันต่อว่าจะทำอย่างไร นายถาวรต้องมีโอกาสชี้แจงด้วยขอย้ำว่าการต้อนรับบุคคลที่ผูกพันกันไม่ว่าเรื่องใด ไม่ได้เป็นปัญหา แต่ที่ต้องระวังคือทำกิจกรรมร่วมกับพรรคอื่น เพราะมีเรื่องวินัยพรรคและประเด็นข้อกฎหมายด้วย

ไทยยกระดับสัมพันธ์ยูเรเซีย

ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า นายทิกราน ซาร์กสยาน ประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ในโอกาสเดินทางเยือนไทย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย ประกอบด้วย รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน มีพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดี นายกฯได้เชิญชวนให้นักลงทุนจากกลุ่มยูเรเซียเข้ามาศึกษาโครงการอีอีซี โดยนายกฯกับประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย ร่วมกันเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย

“พิชัย” ซัด ศก.ทรุดต้องเลือกตั้ง


อีกเรื่อง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า จากข้อมูลพบการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงมากในไตรมาส 3 ขยายตัวได้เพียง 3.3% ต่ำกว่าที่คาดหมายมาก การส่งออกขยายตัวลดลง จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนลดลงมา 5 เดือนติดกัน ถึงขั้นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ต้องเชิญชวนนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา แต่ไม่แน่ใจว่าได้ผลหรือไม่ สาเหตุน่าจะเกิดจากการบริหารงานของรัฐบาลที่ผิดพลาด ถึงขนาดที่ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายื่นใบลาออก แสดงให้เห็นไทยยังไม่พ้นจากการเป็นคนป่วยของเอเชีย การที่นายสมคิดบอกว่าปีหน้าจะเป็นปีทองการลงทุนไทย แต่เมื่อเป็นแบบนี้แสดงให้เห็นว่า 4 ปีกว่าที่ผ่านมา การลงทุนทรุดต่ำมาตลอด ราคาสินค้าเกษตรก็ตกต่ำ ปากท้องประชาชนไม่ได้รับการแก้ไข จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลและ คสช.จัดเลือกตั้งตามกำหนด เพราะพรรคไทยรักษาชาติมีแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจที่พร้อมนำเสนอแล้ว และมั่นใจจะทำให้ประชาชนกลับมามีความสุขได้จริง