วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

สุเทพชี้อย่าประมาท ยุทธศาสตร์แตกแบงก์พัน

สุเทพชี้อย่าประมาท ยุทธศาสตร์แตกแบงก์พัน
เครือข่าย พท.กวาด 300 ส.ส.หยั่งเสียง ปชป.รู้ผล 10 พ.ย. 2 เด็ก พท.ชิ่งซบพรรค ภท.


พท.โวยถูกปล่อยข่าวพรรคแตก “ภูมิธรรม” ลั่นขอ อยู่เป็นคนสุดท้าย จนกว่าจะถูกยุบ “ประยุทธ์” สับพวกจ้องทำลายทิ้งบอมบ์ทำลายสามัคคี “โภคิน” ยันยังกลมเกลียวเหนียวแน่นเป็นปึกแผ่น “สุดารัตน์” นำทีมพุ่งชนความสำเร็จแน่นอน “เพื่อชาติ” เตรียมเปิดหน้าโชว์ของกลิ่นอายเสื้อแดง 11 พ.ย. “สงคราม” นั่งแป้นหัวหน้า วางเป้าขั้นต่ำ 15 ส.ส.จิ้มผู้สมัครหัวคะแนนชุมชน เด็ก พท.ชัยภูมิซบอก “เสี่ยหนู” ชูผู้ใหญ่ใจสปอร์ต เผยลูก “เสี่ยตือ” 2 หน่อย้ายร่วม ภท.แน่ รปช.เปิดพรรค พปชร.-ปชป.ร่วมยินดี “เทือก” ไม่หวั่นแรงต้าน คนส่งคืนนกหวีด ขอเดินต่อไป เตือนอย่าประมาทยุทธวิธีแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อยของเครือข่ายทักษิณ แยกกันเดินรวมกันตีอาจกวาด ส.ส.ทะลุ 300 เสียง ลงคะแนนหยั่งเสียง ปชป.คึกคัก วรงค์ย้ำถอนตัวหากปราชัย รู้ผลไม่เกินเที่ยง 10 พ.ย. อนค.ยันไม่ร่วมเวทีถก กกต.หวั่นตกเป็นเครื่องมือเลื่อนเลือกตั้ง “บิ๊กป้อม” ชี้เวลา

หาเสียง 60 วันไม่น้อยเกินไป

ไทม์ไลน์เลือกตั้งกระจ่างชัดเหมือนไฟส่องสว่างถนนที่นำไปสู่การเลือกตั้ง บรรดาพรรคการเมืองจัดค่าย แต่งตัวเตรียมพร้อมกันคึกคัก ขณะที่บางพรรค การเมือง เช่น พรรคเพื่อไทยมีการขยับหมากแก้เกมเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ไล่เลี่ยมากับกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคถึงขั้นพรรคแตก ล่าสุดแกนนำพรรคเพื่อไทยตบเท้ากันออกมาตอบโต้เรื่องดังกล่าว

“ภูมิธรรม” ขออยู่ พท.จนคนสุดท้าย

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอข่าวความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยถึงขั้นระบุว่าตนจะลาออกจากพรรคนั้น ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆ ตนจะอยู่เป็นคนสุดท้ายจนกว่าพรรคจะถูกยุบ สำหรับความเห็นเหมือนเห็นต่างภายในพรรคถือเป็นธรรมดาของระบอบประชาธิปไตย เรื่องนี้ถือเป็นข่าวปล่อยที่หวังทำลายความสามัคคีของพรรคเพื่อไทย

“ประยุทธ์” โวยข่าวปล่อยจ้องทำลาย

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยนั้นขอยืนยันว่าไม่มีมูลความจริง เป็นธรรมชาติของพรรคการเมืองทุกพรรคที่จะมีความเห็นต่างแต่สุดท้ายก็ต้องมีข้อยุติ พรรคได้เลือกตั้งหัวหน้า และคณะกรรมการบริหาร รวมถึงคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว ทุกคนที่ได้รับเลือกต่างก็ทำหน้าที่อย่างเข้มข้น โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค ได้รับมอบหมายให้เป็น ประธานยุทธศาสตร์พรรค มีความตั้งใจในการทำงานสูง และมีความรู้ความสามารถในทุกด้าน ร่วมกันทำงานด้วยดีมาตลอด ไม่มีเหตุอะไรที่จะบั่นทอนอุดมการณ์ของสมาชิกพรรค ห้วงเวลานี้เราต้องจับมือกันเดินหน้าเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ยืนยันว่าที่มีข่าวว่าตนกับคนอื่นๆ จะย้ายพรรคหรือลาออกนั้น ไม่มีมูลความจริงแต่ประการใด เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ผู้ปล่อยข่าวหวังทำลายพรรคเพื่อไทยโดยตรง ไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่นแน่นอน

“โภคิน” ยันยังเป็นปึกแผ่นแน่นหนา

นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า กระแสข่าวลือเรื่องความแตกแยกภายในพรรคเพื่อไทยเป็นสิ่งที่ไม่เป็นสาระ เป็นเพียงการปล่อยข่าวโดยไม่ระบุชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ ไม่มีความน่าเชื่อถือ ตอนนี้บุคคลที่ตกเป็นข่าวว่าจะย้ายพรรค เช่น นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม ก็ล้วนออกมาปฏิเสธ ส่วนตัวเห็นว่าพรรคเพื่อไทยขณะนี้เป็นปึกแผ่น การทำงานภายในเป็นไปด้วยดี แม้จะมีบุคลากรส่วนหนึ่งย้ายพรรคก็เป็นเรื่องปกติของเหตุการณ์ก่อนการเลือกตั้ง ไม่ได้ทำให้พรรคเพื่อไทยสะดุด เพราะยังมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถอีกมากมายที่ทำงานทดแทนได้ ในส่วนของการทำหน้าที่ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ การเลือกตั้งของพรรค ซึ่งถือเป็นแม่ทัพในการเลือกตั้งนั้น ถือว่าเป็นผู้ที่มีความเหมาะสม เพราะได้รับความ เห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่พรรคเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ดังนั้นมั่นใจได้ว่าคุณหญิงสุดารัตน์จะสามารถนำทีมสู้ศึกเลือกตั้งได้เป็นอย่างดีและจะประสบความสำเร็จแน่นอน ส่วนการปล่อยข่าวว่ามีความแตกแยกนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่จะถูกดิสเครดิตในช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง ไม่มีอะไรน่าหนักใจ

ประชุมถี่ยิบ-วางแผนเดินสาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า วันเดียวกันนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธาน ได้จัดการประชุม โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายชัยเกษม นิติสิริ นายวัฒนา เมืองสุข นายสามารถ แก้วมีชัย นายไพจิต ศรีวรขาน เข้าร่วมหารือถึงการเตรียม เข้าสู่การเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งการเตรียมเลือกตัวแทนประจำจังหวัด การจัดตั้งสาขาในแต่ละภูมิภาค ที่ยังขาดในพื้นที่ภาคใต้ การสรรหาตัวผู้สมัคร รวมถึงการเตรียมลงพื้นที่เพื่อหาสมาชิกและรับฟังความคิดเห็นประชาชนมาปรับปรุงนโยบาย หลังจากนี้ทางพรรคเพื่อไทยจะเดินสายพบประชาชนมากขึ้น โดยวันที่ 10 พ.ย. จะลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และวันที่ 11 พ.ย. ลงพื้นที่ห้างแพลทินัม กทม.

“สงคราม” นำเพื่อชาติชิง 15 ส.ส.

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อชาติ ถึงการเตรียมตัวเลือกตั้งที่จะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 23 พ.ย.ว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่านายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.สมุทรปราการ จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เนื่องจากมีความเกี่ยวพันกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นแกนหลักมาโดยตลอด หากนายสงครามมาเป็นหัวหน้าพรรคก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมวลชนเพิ่มเติมมากมาย และขณะนี้นายสงครามก็ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว โดยจะเปิดตัววันที่ 11 พ.ย.นี้ ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว เวลา 11.45 น. ส่วนยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคเพื่อชาตินั้น เบื้องต้นจะส่งผู้สมัครลงครบ 350 เขต วางเป้าหมายคะแนนเสียงอย่างน้อยเขตเลือกตั้งละ 3,000 เพื่อเปลี่ยนเป็นจำนวน ส.ส. อย่างน้อย 15 คน แต่ถ้าได้เขตละ 6,000 คะแนน ก็จะได้ ส.ส.สูงถึง 30 คน ทั้งนี้ หากเขตไหนผู้สมัครมีคะแนนนิยมมากพอก็จะพยายามผลักดันให้ชนะการเลือกตั้งในเขตนั้นไป สำหรับวิธีการคัดเลือกผู้สมัครจะมองคนที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่มีคะแนนนิยมส่วนตัวมาก่อน อาทิ กลุ่ม ส.จ.อบต. เป็นต้น ขณะนี้มีผู้เสนอตัวมาจำนวนมากจึงอยู่ระหว่างพิจารณา ทั้งหมดจะชัดเจนในวันที่ 23 พ.ย.

เด็ก พท.ย้ายซบ “เสี่ยหนู” ชูใจสปอร์ต

วันเดียวกัน ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค ให้การต้อนรับ 2 อดีต ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย คือ นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ และ น.ส.สุนทรี ชัยวิรัตนะ หลานสาว ที่เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยนายประสิทธิ์กล่าวว่า สาเหตุการย้ายพรรคเพราะเกิดปัญหาการทับซ้อนส่งผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ ยืนยันว่าการย้ายพรรคไม่ได้ขัดแย้งกับใคร โดยเฉพาะที่มีข่าวว่าตนไม่พอใจบทบาทของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ส่วนที่ย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะมีความเป็นกลางเข้าได้กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคมีความสปอร์ต ขณะนี้มีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย หลายคนได้มาปรับทุกข์ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเช่นเดียวกัน และอาจจะย้ายมาพรรคภูมิใจไทยด้วย

เผยลูก “เสี่ยตือ” 2 หน่อ ร่วม ภท.แน่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการย้ายพรรคของนายภราดร และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา บุตรชายทั้ง 2 ของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาที่ประกาศวางมือจากพรรคว่า ในทางการเมืองไม่ควรพูดอะไรล่วงหน้า การจะย้ายพรรคมีกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะต้องสมัครเป็นสมาชิกไม่เกินวันที่ 26 พ.ย. ทุกคนรู้อยู่แล้ว ตนจึงไม่ขอแสดงความเห็นใดที่จะเป็นการกดดันการตัดสินใจของใครทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในวันที่ 16 พ.ย.นี้ นายภราดรและนายกรวีร์จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แน่นอน นอกจากนี้ นพ.ไกร ดาบธรรม อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรครวมชาติพัฒนาได้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย

“กรุง ศรีวิไล” ทิ้ง ภท.ย้ายไป พปชร.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกรุง ศรีวิไล หรือกรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย เดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยให้เหตุผลว่า ไม่สามารถทำงานให้พรรคภูมิใจไทยได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถช่วยหาสมาชิกพรรคได้ จึงตัดสินใจลาออกจากพรรค เพราะละอายใจ เป็นการจากกันด้วยดี พรรคก็คัดค้านอยากให้อยู่ต่อ แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาน้อยใจได้ยินว่าพรรคคาดหวังกับ ส.ส.ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เพียง 1 ที่นั่ง ทั้งที่มี ส.ส.ได้ถึง 7 คน หลังจากนี้จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ วันที่ 19-20 พ.ย.ตามที่ผู้ใหญ่ของพรรคมาทาบทาม ยืนยันว่าไม่มีเรื่องเงิน และเรื่องดูดมาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่อยากทำงานการเมืองรับใช้ประชาชน การลาออกจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ผู้ใหญ่ของพรรคยังไม่ทราบ โดยตลอดการให้สัมภาษณ์นายกรุงมีน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมปาดน้ำตาตลอดเวลา

รปช. เปิดบ้าน พปชร.-ปชป. ร่วมยินดี

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.09 น. ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.และผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ตลอดจนคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมทำบุญเปิดสำนักงานใหญ่ของพรรคที่อาคาร PKL ภายในซอยรัชดาภิเษก 26 โดยนิมนต์พระเมธีวราลงกรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม พร้อมพระสงฆ์ 9 รูป ประกอบพิธีสงฆ์และทำพิธีเจิมแป้งเปิดป้ายสำนักงานใหญ่พรรค โดยมีนายวิเชียร เชาวลิต นายวัชระ กรรณิการ์ เป็นตัวแทนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นำกระเช้าดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีในนามพรรคพลังประชารัฐ นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา เป็นตัวแทนพรรคชาติพัฒนา นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส. และอดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สนับสนุน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมแสดงความยินดี

ยาหอมหวัง ปชป.ยังกลมเกลียว

นายสุเทพได้กล่าวสัพยอกกับตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ว่า แม้จะมีกระเช้าดอกไม้มาคนละกระเช้าแต่ดูจากการจัดดอกไม้และตะกร้าแล้วเห็นว่าน่าจะมาจากร้านเดียวกัน เชื่อว่าหลังการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะยังคงเป็นหนึ่งเดียว เพราะการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคเป็นก้าวแรกของการปฏิรูปพรรค และอยากให้ประชาธิปัตย์เดินหน้าในเรื่องของการทำไพรมารีโหวตผู้สมัคร ส.ส. เพื่อเป็นของประชาชนที่แท้จริง

ไม่หวั่นไหวแรงต้าน-คืนนกหวีด

ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า จากการเดินหาสมาชิกพรรค มีผลตอบรับดี เราก็ไม่รู้สึกหวั่นไหวกับผู้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการทำงานการเมืองของพรรค ทั้งกรณีการคืนนกหวีด หรือเรื่องอื่นๆ
ขณะที่นายสุเทพกล่าวว่า พอใจกับผลการเดินคารวะแผ่นดินตลอด 14 วันที่ผ่านมา ที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนดี แม้จะมีเรื่องตื่นเต้นทุกวัน แต่ไม่สนใจว่าใครมาก่อกวน หรือสร้างภาพเป็นข่าวเพื่อให้เกิดความเสียหาย เพราะรู้ว่ามีการเตรียมการล่วงหน้า เช่น กรณีที่ไปที่ตลาดบ่อบัวที่แปดริ้ว มีคนนำนกหวีดวางคืนบนถุงปุ๋ย ซึ่งตนเข้าใจดีว่าต้องการเสียดสีว่าเคยเดินรับบริจาคเงินในช่วงปี 57 รวมถึงกรณีนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขอให้ตนและผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ยุติการเดินหาสมาชิกเพราะประชาชนไม่เอาด้วยแล้ว ตนก็น้อมรับคำวิจารณ์แต่จะยังเดินหน้างานการเมืองต่อไปเพื่อประโยชน์บ้านเมือง ส่วนกรณีรัฐบาลกำหนดไทม์ไลน์ถึงการเลือกตั้งทั่วไปว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้งราว 4 เดือนเศษนั้น ตนว่าค่อนข้างช้า โดยรัฐบาลปกติในสมัยที่ตนเป็นผู้จัดการรัฐบาลใช้เวลาราว 2 เดือนเศษ แต่เป็นเพราะการเมืองขณะนี้ซับซ้อนมาก และมีพรรคการเมืองมากขึ้น

อย่าประมาท พท.อาจถึง 300 เสียง

นายสุเทพยังกล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยใช้กลยุทธ์แตกสาขาพรรคว่า ตนเคยพูดไปก่อนหน้านี้แล้วว่านายทักษิณ ชินวัตร จะใช้ยุทธวิธีแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ เพราะแบงก์ร้อยเมื่อรวมกันก็เป็นจำนวนมาก และอาจจะเป็นตามเป้าที่มีการประกาศไปก่อนหน้านี้ว่า เขาจะได้ ส.ส. เกิน 300 เสียง ด้วยการให้พรรคอนาคตใหม่ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปเน้นกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ส่วนพรรคประชาชาติของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ไปเน้นที่พื้นที่ภาคใต้ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง น้องสาวนายทักษิณ อาจจะมีกลุ่มเป้าหมายที่อีกกลุ่มหนึ่ง ทั้งนี้ เชื่อว่าเมื่อแยกกันไปแล้ว สุดท้ายก็จะมารวมร่างกันอีก แต่ในส่วนของพรรคเราไม่จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ทางการเมือง เพราะทำงานอย่างตรงไปตรงมาให้ประชาชนเห็นว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องซับซ้อน จากนี้ไปก็จะลงพื้นที่คารวะแผ่นดินในภาคใต้ ซึ่งไม่กลัวว่าจะเกิดกระแสต่อต้านเหมือนที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่น เพราะการเดินของตนเปรียบเทียบเหมือนกับพระธุดงค์ มั่นใจว่าการเดินคารวะแผ่นดินของตนจะไม่นำไปสู่ความวุ่นวาย จนเป็นสาเหตุให้เกิดการเลื่อนการเลือกตั้ง เหมือนที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตนี้

“อภิสิทธิ์” ใช้สิทธิ์โหวตให้ตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงการลงคะแนนโหวตหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคว่า ตั้งแต่เปิดให้มีการลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคในช่วงเช้าถึงเที่ยงเป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาสมาชิกพรรคทยอยมาลงคะแนนไม่ขาดสาย มีสมาชิกคนหนึ่งสวมใส่ชุดไทยสีฟ้าสร้างสีสันฮือฮา ด้านความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครหมายเลข 1 ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเวลา 10.00 น. และได้ลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกคะแนนเบอร์ 1 ให้กับตนเอง แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ

เช็กคะแนนหยั่งเสียงละเอียดยิบ

ขณะที่นายธนา ชีรวินิจ ในฐานะ กกต.พรรค กล่าวว่า การนับคะแนนอาจล่าช้ากว่าที่กำหนด เพราะต้องตรวจเช็กคะแนนของผู้มาใช้สิทธิ์หยั่งเสียงตามหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ภาคกลาง กทม.และภาคเหนือ โดยต้องรีเช็กตรวจสอบยอดผู้มาใช้สิทธิ์หน้าหน่วยให้ตรงกับคะแนนที่โหวตผ่านระบบราสเบอร์รี่ไพ คาดว่าไม่น่าเกิน 21.00 น. จะสามารถทราบผลการหยั่งเสียงได้

“วรงค์” ยันถอนตัวหากหยั่งเสียงแพ้

ขณะที่บริเวณที่ทำการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ อ.เมืองพิษณุโลก ที่เป็นหนึ่งในจุดลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดให้สมาชิกมาใช้สิทธิ์ตั้งแต่ช่วงเวลา 08.00-18.00 น. วันนี้ บรรยากาศในช่วงเช้าไม่คึกคักมากนัก โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ที่เป็นหนึ่งใน 3 ผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ พร้อมกับเปิดเผยว่า เรามีผู้สมัคร 3 คน ถ้าตนไม่ได้ที่ 1 จะขอถอนตัวจากการลงสมัครหัวหน้าพรรค ด้วยความเคารพเสียงของสมาชิกทั่วประเทศ และเพื่อความสบายใจของที่ประชุมใหญ่ ส่วนอนาคตในการลงเลือกตั้งของตนอยู่ที่วันนี้ ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ใจก็ยังรักที่จะลงเลือกตั้งระบบเขต แต่ถ้าไม่ได้เป็นที่หนึ่งในการหยั่งเสียง ก็จะลงเลือกตั้งในระบบเขตเหมือนเดิม

“ชุมพล” เผยหยั่งเสียงราบรื่น

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคว่าคืบหน้าไปถึงร้อยละ 70 ภาพรวมราบรื่นดี มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมาก มีเพียงที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมจึงย้ายหน่วยลงคะแนนไปที่อื่น ขณะที่การยกเลิกการลงคะแนนผ่านระบบ IOS ยืนยันว่าไม่มีปัญหา เพราะได้แจ้งกับสมาชิกแล้ว ดังนั้นมั่นใจว่าคะแนนที่ออกมาจะเป็นฉันทามติของสมาชิก เมื่อถามว่า ผู้ได้รับคะแนนหยั่งเสียงอันดับหนึ่ง เป็นการยืนยันว่าได้นั่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายชุมพลตอบว่า กกต.พรรคจะทำหน้าที่แค่ประกาศผล ส่วนผู้ที่จะได้ตำแหน่งหัวหน้าพรรค ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่พรรควันที่ 11 พ.ย. หากไม่มีความผิดพลาด หลังปิดการลงคะแนน กกต.พรรคจะเชิญผู้สมัคร 3 ฝ่ายมาเปิดกุญแจเพื่อดูผลคะแนน แต่ยังไม่ทราบว่าจะทราบผลเลยหรือไม่ อย่างเร็วอาจไม่เกิน 21.00 น. ของวันที่ 9 พ.ย. หรืออย่างช้าคือวันที่ 10 พ.ย.

ประกาศผลหยั่งเสียง 10 พ.ย.

ต่อมาเวลา 18.20 น. นายชุมพลพร้อมคณะร่วมแถลงว่า ต้องขอเลื่อนการประกาศผลการหยั่งเสียงออกไปเป็นวันที่ 10 พ.ย. โดยในเวลา 09.00 น. ได้นัดผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงทั้ง 3 คน หารือร่วมกับ กกต.พรรค เพื่อพูดคุยถึงหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบคะแนนที่ซ้ำซ้อนให้ได้ข้อยุติ หากตกลงกันได้ก็จะใช้กุญแจ 5 ดอกเปิดดูผลคะแนนร่วมกันในบล็อกเชน และคาดว่าไม่น่าจะเกินเวลา 12.00 น. จะรู้ผล ขณะที่นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เลขานุการ กกต. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ไม่สามารถประกาศผลการหยั่งเสียงได้ภายในคืนวันที่ 9 พ.ย. ไม่ได้เกิดจากผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงไม่ยอมรับผลคะแนน แต่มีปัญหาเรื่องการตรวจสอบที่ต้องใช้เวลา เมื่อถามว่า ไม่เกี่ยวกับการเกี้ยเซียะของผู้แพ้ที่จะขอร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรคในสมัยหน้ากับทีมผู้ชนะ นายชุมพลตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน

“จุรินทร์” ไม่เรียกร้องปลดล็อก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงไทม์ไลน์การเลือกตั้งของรัฐบาล คสช.ที่ประกาศขั้นตอนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 ก.พ. 2562 และจะมีนายกรัฐมนตรีภายในเดือน พ.ค. โดยมีรัฐบาลใหม่ภายในเดือน มิ.ย.ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหาและมีความพร้อมในการเตรียมการเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาพรรคมีการเตรียมการล่วงหน้ารองรับไว้แล้ว และทันทีที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธ.ค.2561 จนถึงวันที่ 24 ก.พ.2562 รวมเป็นเวลา 75 วัน พรรคประชาธิปัตย์สามารถดำเนินการจัดผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้ทันแน่ เมื่อถามว่า หลายพรรคเรียกร้องให้ปลดล็อกพรรคการเมืองเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ได้เต็มที่ นายจุรินทร์ตอบว่า ตนไม่ขอเรียกร้อง ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเรียกร้อง ขึ้นอยู่กับ คสช.จะพิจารณาเอง

ชพน.ขอทุกฝ่ายประคองบ้านเมือง

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แถลงปฏิทินการทำงานเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ว่าพรรคชาติพัฒนาเห็นด้วยและถือว่าเป็นข่าวดีที่จะสร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจให้นักลงทุน ขณะนี้พรรคชาติพัฒนาพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ในวันที่ 21 พ.ย.จะประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท เมื่อมีการปลดล็อกทางการเมืองทางพรรคยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการเลือกตั้ง ช่วยกันประคับประคองสถานการณ์การเมืองให้เรียบร้อย ให้ได้รัฐบาลที่ทุกฝ่ายยอมรับ เกิดประโยชน์และความสุขของประเทศและประชาชน

อนค.เมินถก กกต.หวั่นหลอกใช้

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าโรดแม็ปที่รัฐบาลออกมาพูดนั้นทั้งหมดเป็นโรดแม็ปที่ กกต.วางไว้ แต่มาตรา 44 ของหัวหน้า คสช.ยังคงอยู่ หลักประกันว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไรจึงยังไม่ชัด วันที่ 22 พ.ย.ที่ กกต.นัดประชุมหารือชี้แจงการดำเนินการร่วมกับพรรค การเมืองนั้น ตนคงไม่ไป เพราะมองว่าอาจใช้พรรคการเมืองเป็นเครื่องมือเลื่อนวันเลือกตั้ง โดยให้พรรคบางพรรคแสดงออกว่าดำเนินการตามข้อกำหนดตามคำสั่ง คสช.วางเงื่อนไขไว้ไม่ทันเช่น เรื่องของการหาสมาชิก ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่จะไม่ไปร่วมเป็นหางเครื่องให้ คสช.เลื่อนเลือกตั้งเด็ดขาด ยืนยันว่าอุปสรรคของพรรคการเมืองไม่ได้เกิดจากพรรคการเมือง แต่เกิดจากคำสั่งของ คสช.ตามมาตรา 44 ทั้งหมด ตอนนี้ทั้งประชาชน พรรค การเมือง และ กกต.ต่างพร้อมจะเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 และการเลือกตั้งไม่ได้นำไปสู่ความขัดแย้งอะไร การเลื่อนเลือกตั้งต่างหากที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง

“โรม” ขอลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท นายรังสิมันต์ โรม และนายปิยรัตน์ จงเทพ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมาเขียนใบสมัครเข้ารับการหยั่งเสียงหรือไพรมารีโหวตเพื่อเป็นตัวแทนลงสมัคร ส.ส.ของพรรค โดยนายรังสิมันต์ลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ขณะที่นายปิยรัตน์ ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 กาฬสินธุ์ มีสมาชิกกลุ่มคนอยากเลือกตั้งบางส่วนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจทั้ง 2 คนด้วย โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า เตรียมหลักฐานมาพร้อม หากไม่โดนศาลตัดสินจำคุกก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นี่เป็นก้าวต่อไปของการต่อสู้เพื่อให้ประชาธิปไตยกลับมาในประเทศไทย เชื่อว่าเราและพรรคอนาคตใหม่จะร่วมทางกันได้ การต่อสู้ที่ผ่านมาของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เคยมีความคาดหวังจะเห็นนักการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมแต่ก็มีแค่นักการเมืองที่แสดงตัวเป็นปัจเจก ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการต่อสู้ ครั้งนี้จะเป็นการเชื่อมกันของภาคประชาชนและนักการเมือง การรัฐประหารที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะพรรคการเมืองที่เคยมีไม่ได้ต่อสู้เต็มที่ ขณะที่แรงบันดาลใจที่ทำให้ตนตัดสินใจได้เด็ดขาด คือ ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน ตนขอประกาศเป็นศัตรูกับการรัฐประหารที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า

พลังธรรมใหม่พลิ้วไม่หนุน “บิ๊กตู่”

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่ากรณีที่มีบางสื่อจัดกลุ่มพรรคการเมืองเป็น 3 กลุ่มคือกลุ่มพรรคเพื่อไทยและเครือข่ายกลุ่มพรรคพลังประชารัฐและเครือข่ายและกลุ่มที่ไม่ใช่สองกลุ่มแรก อาทิ ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย ซึ่งพรรคพลังธรรมใหม่อยู่ในกลุ่มสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ขอยืนยันจุดยืนว่าไม่ได้เชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ เรามีจุดยืนชัดเจนเรื่องสังคมธรรมาธิปไตย ปฏิรูปพลังงานให้สังคมก้าวข้ามความขัดแย้งเข้าสู่สังคมที่เป็นหนึ่งเดียว ทุกพรรคเป็นแนวร่วมกับเราได้หลังเลือกตั้ง ถ้าได้ ส.ส.มากกว่า 25 คน จะสนับสนุน 1 ใน 3 รายชื่อของพรรคเป็นนายกฯ แต่ถ้ารวบรวมเสียงสนับสนุนไม่ได้จะเลือกรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคเพื่อไทย โดยอาศัยการโหวตเสียงจากสมาชิกทั้งประเทศผ่านเว็บไซต์ของพรรค

“ภราดรภาพ” Walk Together

ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล หัวหน้าพรรคภราดรภาพ นายรัตนพัฒน์ ปิวิเศษกุลเดช รองหัวหน้าพรรค พล.ท. ชุมพร วิเชียร ที่ปรึกษาพรรค นายสุรภาส วิเชียร โฆษก พรรคนำคณะสมาชิกพรรคทำกิจกรรมรับสมัครสมาชิกพรรค และเดินรณรงค์ ในโครงการ “Walk Together...เดินไปด้วยกัน” ครั้งที่ 4 ที่การเคหะบางพลีเมืองใหม่ ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาเล็กน้อยมีประชาชนสนใจและรับฟังนโยบายพรรคพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องแนวทางการเลือกตั้งรวมถึงให้ความรู้ด้าน กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่อง ปัญหาเศรษฐกิจ และอยากจะให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็วเพราะเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น

“ประวิตร” ชี้หาเสียง 60 วันไม่น้อย

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการปลดล็อกการเมืองหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งว่า เรื่องนี้พูดมาหลายครั้งแล้ว แต่สื่อก็ยังจะมาถามอีกจะไม่พูดแล้ว ส่วนที่นักการเมืองวิจารณ์ว่าหากปลดล็อกการเมืองในปลายเดือน ธ.ค.จะมีเวลาหาเสียงเลือกตั้งประมาณ 60 วัน ซึ่งถือว่ามีเวลาหาเสียงน้อยนั้น ยืนยันว่าไม่น้อย เพราะก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมาเป็นนายกฯก็มีเวลาหาเสียงแค่ 49 วันเอง

“อุตตม” ฟัง “วิษณุ” ชี้แนะข้อห้าม

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรค เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ประมาณ 30 นาที โดยทั้ง 2 คนปฏิเสธให้สัมภาษณ์ นายอุตตม กล่าวเพียงสั้นๆว่า มาคุยเรื่องกฎหมายกระทรวงไม่มีเรื่องการเมือง ต่อมาเวลา 16.00 น. นายวิษณุเผยว่า เป็นเรื่องเล็กๆเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ควรระวังต่างๆ อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ตนก็ให้คำแนะนำไปอะไรทำได้บ้าง อะไรทำไม่ได้บ้าง เนื่องจากวันที่ตนชี้แจงในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ทั้ง 4 รัฐมนตรีพลังประชารัฐ มีภารกิจต่างประเทศ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ครม.จึงมาสอบถามตน และขอให้ตนลงรายละเอียดถึงข้อปฏิบัติ ส่วนเรื่องการลาออกจากตำแหน่งตนไม่ได้แนะนำอะไร ส่วนสามารถลงพื้นที่หาสมาชิกพรรคได้หรือไม่ ต้องไปถาม กกต.

“ดอน” ลั่นไทยจัดเลือกตั้งเองได้

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี กกต.ระบุสหภาพยุโรป (อียู) ต้องการส่งผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งเข้ามาในไทย 200 คน ว่า อียูแจ้งเรื่องนี้มายังกระทรวงการต่างประเทศเช่นกัน แต่เป็นเรื่องที่ กกต.จะพิจารณาในฐานะมีประสบการณ์ดูการเลือกตั้งในต่างประเทศ เห็นว่าบ้านเมืองที่มีการเลือกตั้งและไม่มีใครมาขอสังเกตการณ์เป็นบ้านเมืองที่ไม่มีปัญหา ดำเนินกิจการของตนเองได้โดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก ซึ่งน่าจะดีที่สุดสำหรับไทย มั่นใจความสามารถจัดการเลือกตั้งโดยไม่มีปัญหา เราไม่ได้ตั้งแง่ต่อต้านต่างชาติ เขามีสถานทูตอยู่แล้วสามารถส่งผู้แทนสังเกตการณ์การเลือกตั้งได้ แต่การส่งคณะเข้ามาเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น และนอกจากอียูยังไม่มีประเทศหรือองค์กรอื่นแสดงความจำนงเข้ามา สิ่งที่เรากำลังพูดคืออนาคตประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างสง่างามถ้าเราดูแลการเลือกตั้งเองได้จะทำให้เกิดความชื่นชมต่อประเทศและคนไทย

ผ่าน ก.ม.ประชารัฐโหมสวัสดิการ

อีกเรื่องหนึ่ง ที่รัฐสภามีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มีสาระสำคัญคือกำหนดนิยามคำว่า ประชารัฐสวัสดิการ ซึ่งหมายถึงสวัสดิการที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มศักยภาพให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีความเป็นอยู่ดีขึ้น สนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคมแก่ประชาชน โดยดำเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน รวมทั้งบัญญัติให้มีคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มี รมว.คลัง เป็นประธานโดยตำแหน่ง นอกจากนี้ยังให้จัดตั้งกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ สนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคม ที่จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานของเอกชน มูลนิธิ หรือองค์กรสาธารณประโยชน์ และบริหารกองทุนตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ โดยที่ประชุม สนช.มีมติเอกฉันท์ 164 คะแนน สมควรให้ประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฎหมาย

เหน็บ “ไทยนิยม” ไม่ยั่งยืนจริง

นายตระกูล มีชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของรัฐบาลว่า ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากโครงการของรัฐบาลที่ผ่านๆมา หว่านงบฯไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศโดยผ่านระบบราชการที่มีกรอบความคิดการทำงานแบบราชการ กึ่งชี้นำประชาชน สุดท้ายเงียบหายไปเหมือนโครงการของรัฐบาลก่อนๆ ไม่เกิดความยั่งยืนอย่างที่ตั้งใจ การอ้างรับฟังความคิดเห็นก็เป็นการรับฟังตามแบบเดิมๆ แล้วดำเนินการตามแนวทางที่ทางราชการวางไว้ให้ เพราะรูปแบบการปกครองท้องที่ของไทยยังยึดการปกครองแบบเดิมๆ ที่อำนาจการตัดสินใจยังอยู่ที่กลุ่มผู้นำ โดยจุดอ่อนของโครงการนี้คือช่วงระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็นสั้นทำให้มีการเร่งรีบดำเนินการจนเกินไป ถ้าอยากยั่งยืนจริงต้องให้ประชาชนคิดโครงการอย่างอิสระแบบประชาธิปไตย

นายกฯถวายกฐินคนตะโกนเชียร์

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่วัดชนะสงคราม เขตพระนคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2561 โดยมี ครม. หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและประชาชนที่มีจิตศรัทธาเข้าร่วม นายกฯได้ถวายความเคารพพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (พระอนุชาธิราช) ก่อนจะเข้าไปประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานภายในพระอุโบสถ สำหรับยอดเงินผ้าพระกฐินพระราชทานของสำนักนายกรัฐมนตรีประจำปี 2561 มีจำนวนเงินทั้งสิ้น 6,939,394.41 บาท ทั้งนี้ หลังจากเสร็จพิธีจะเดินทางกลับมีประชาชนที่มาร่วมพิธีเข้ามาขอถ่ายรูป พร้อมตะโกนส่งเสียงให้กำลังใจว่า “นายกฯสู้ๆ”

เปิดอีกเว็บโหวตแก้ปัญหา

เย็นวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-chaว่า “สวัสดีพี่น้องชาวไทยที่รักในช่วงที่ผ่านมา ผมเปิดช่องทางสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำหรับผม และผมพบว่าผมสามารถสื่อสารและรับฟังปัญหาของประชาชนได้เป็นจำนวนมากผ่านช่องทางใหม่ๆนี้ แต่ผมอาจจะยังไม่สามารถตอบหรือแก้ปัญหาที่ประชาชนส่งเข้ามาได้มากเพียงพอจึงได้ให้ทีมงานหาแนวทางที่จะสามารถตอบและแก้ปัญหาได้เร็วกว่านี้ วันนี้พี่น้องประชาชนทุกท่านสามารถส่งคำถามหรือปัญหาเข้ามาถึงผมโดยตรงผ่านเว็บไซต์อีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งจะทำให้ทีมงานรวบรวมปัญหาที่เข้ามาได้ดีกว่า อยากให้ทุกคนมาลองใช้ช่องทางที่เพิ่มขึ้นมาใหม่นี้ง่ายๆเพียงคลิก https://ask.prayutchan-o-cha.com  ก็สามารถส่งตรงถึงผมโดยขอให้ทุกคนร่วมโหวตปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข แล้วผมจะให้ทีมจัดลำดับการแก้ไขปัญหาต่างๆที่ทุกคนส่งโหวตเข้ามา”

ต้องยอมรับเงื่อนไขแสดงตัวตน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ที่คลิก https://ask.prayutchan-o-cha.com  ได้ปรากฏข้อความว่า “คำถามถึงนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมตอบทุกประเด็นคำถามที่ประชาชนอยากรู้” ขณะที่ด้านล่างลงมามีช่องสีแดงพร้อมข้อความว่า “คำถามที่คุณอยากรู้” เมื่อกดที่ช่องดังกล่าว มีข้อความขึ้นว่า “กรุณายอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งานเพื่อมีส่วนร่วมในชุมชนของเรา” เมื่อกดจะขึ้นข้อความและสัญลักษณ์ว่าจะให้เราลิงก์กับเฟซบุ๊กหรือไลน์ของเรา และจะขึ้นข้อความว่า คำถามถึงนายกรัฐมนตรีจะได้รับ ชื่อและรูปโปรไฟล์ของคุณ และที่อยู่อีเมลของคุณ และหากกดไปที่ช่องโหวตคำถามที่คุณชื่นชม จะเห็นคำถามของบุคคลอื่นๆ ที่ส่งไป อย่างขอให้นายกฯแก้ปัญหาหนี้เกษตรกร หนี้นอกระบบให้พ่อค้าแม่ค้า สาธารณูปโภค ทำไมประเทศไทยเราต้องซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ และบางส่วนเขียนให้กำลังใจ พร้อมมีช่องให้กดไลค์ที่คำถาม

จัดทำ “1 ตำบล 1 โรงเรียนคุณภาพ”

ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า การแก้ปัญหาด้านการศึกษาถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน รอการปฏิรูปทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม ขอยก บางส่วนที่รัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 50 คน ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วใน 20 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนเหล่านี้ส่วนใหญ่มีครูไม่ครบชั้นเรียน ครูหนึ่งคนต้องรับภาระการสอนในหลายชั้น หลายวิชา ส่งผลลบต่อคุณภาพการศึกษา รัฐบาลจึงมีนโยบาย “1 ตำบล 1 โรงเรียนคุณภาพ” ในปีงบประมาณ 2562 จะเริ่มขับเคลื่อนที่โรงเรียนระดับประถมศึกษา ในระดับตำบลก่อน แล้วพัฒนาไปสู่โรงเรียนมัธยมศึกษาในระดับอำเภอ และ โรงเรียนพื้นที่พิเศษ (Stand Alone) ตามลำดับ นโยบาย “1 ตำบล 1 โรงเรียนคุณภาพ” หรือ “โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล” จะสร้างโอกาสให้นักเรียนในพื้นที่ได้พัฒนาตนเอง สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาในการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน สร้างความเชื่อมั่นที่จะส่งบุตรหลานเข้ามาเรียน มุ่งเน้นให้ “ผู้เรียน” มีความรู้ มีเจตคติที่ดี มีจิตสำนึกความเป็นประชาธิปไตย มีสมรรถนะที่สำคัญ มีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ เป็นสำคัญ

ตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง “ผกก.หนุ่ย”


วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส. มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย หรือ “ผู้กำกับหนุ่ย” ผกก.ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว บช.ส. อดีตนายตำรวจติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังปรากฏภาพ พ.ต.อ.วทัญญู ติดตามนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปเชียร์ฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย โดยมี พ.ต.อ.พิทยา การกเกษ รอง ผบก.ส.3 เป็นประธาน สืบเนื่องจากที่ บช.ส.ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวพบว่า พ.ต.อ.วทัญญูเดินทางออกนอกประเทศ 9-10 ครั้ง โดยไม่ขออนุญาต สำหรับ พ.ต.อ.วทัญญู ภายหลังเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น มีคำสั่ง ศปก.ตร.ที่ 37/2561 ให้มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม